6
#วันงานแต่ง#
งานแต่งงานของผมกับพี่เขาตอนแรกผมคิดว่ามันจะเป็นงานเล็กๆ เชิญแขกคนรู้จักคนสำคัญเท่านั้นจะกลายเป็นว่า งานมันใหญ่มากมากจนผมตาลาย ก็ไม่สำคัญเท่าผมไม่รู้จักใครเลย ในขณะที่คุณพ่อคุณแม่และพี่ไอทักทายเขาทำงาน ผมก็ได้แต่ยิ้มจนเหงือกแห้ง เพราะ ผมไม่รู้จักเขา รู้จักก็ญาติๆ และเพื่อนสนิทของผม
ช่วงพิธีเช้าเป็นพิธีแห่ขันหมากของฝ่ายเจ้าบ่าว ส่วนผมก็ได้แต่นั่งรออยู่ในห้องรอว่าที่เจ้าบ่าวมาสู่ขอ
ขบวนของเจ้าบ่าวมีของสำคัญตามพิธีแห่ขันหมากแต่มันจะอลังการหน่อยตรงที่ว่าขบวนแห่ขันหมากแต่งตัวกันมาเต็มยศทุกคนเลยโดยเฉพาะเพื่อนเจ้าบ่าว ไหนจะชุดไทยประยุกต์นั่น ในขณะที่เจ้าบ่าวใส่ชุดสูท จะดูเด่น ตรงที่แต่ละคนหน้าตาดูดีหล่อเหลามีออร่ากันขนาดนั้น
เพื่อนฝั่งเจ้าสาวอย่างผมก็ไม่น้อยหน้าหรอกครับประตูเงินประตูทองฟาดให้เรียบ ผมได้บอกพวกมันว่า ฝากเอาเผื่อด้วยฮ่าๆๆ เพื่อนฝั่งเจ้าสาวของผมส่วนมากจะเป็นเพื่อนที่สนิทแล้วก็รุ่นน้องกับรุ่นพี่ที่สนิทกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ชุดฝั่งเพื่อนเจ้าสาวก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าฝั่งเจ้าบ่าว เพื่อนผู้หญิงนี่ผ้าสไบชมพูสุดอลังการและฝ่ายผู้ชายก็จงกระเบนชมพู
โฮ่ ฮวี โฮ่ว ฮิ้ววววววว
สวัสดีครับผมไอ ว่าที่เจ้าบ่าวในวันนี้กำลังเดินนำหน้าขบวนไปสู่ขอเจ้าสาวในดวงใจของผม ในขณะที่ผมกำลังจะเข้าประตูรั้วบ้านของเจ้าสาวนั้น ผมก็ต้องผ่านอุปสรรคใหญ่อย่างเพื่อนเจ้าสาวไปก่อน ดวงวันนี้จะเป็นวันแรกที่ผมจะยอมทำทุกอย่างที่เพื่อนเจ้าสาวสั่งแค่วันนี้เท่านั้น
“เอาแล้วว่าที่เจ้าบ่าวมาแล้วนี่คือประตูเงินประตูทองตัวแรกดิฉันขอสั่งให้เจ้าบ่าวตะโกนบอกรักว่าที่เจ้าสาวดังๆ หน่อยค่ะ”
สังเกตแล้วคนที่ดักประตูเมืองทองน่าจะเป็นเพื่อนๆ คนรู้จักของน้องพบรักแน่ๆ จากความสนิทในการตั้งด่าน
“น้องพบรักครับ! พี่รักน้องนะครับ! ”
ฮิ้วววววเสียงผู้คนโดยรอบต่างตะโกนแซว จากผมให้ซองสีชมพูประตูที่ 1 ไปผมก็ยังต้องเจอประตูที่ 2 อีกครั้ง
“คุณเจ้าบ่าวครับผมเห็นคุณเจ้าบ่าวร่างกายสมาร์ท ผมอยากให้คุณเจ้าบ่าววิดพื้น 30 ครั้งคือแสดงถึงความคิดแอนด์เฟิร์มและแสดงถึงความตั้งใจในการมาขอน้องเทคที่น่ารักของผมไปเป็นเจ้าสาวนะครับ”
“ได้ครับ”
เมื่อผมวิดพื้นได้ประมาณ 15 ครั้งทางเพื่อนผู้หญิงฝ่ายเจ้าสาวก็ตะโกนออกมาว่าให้เพื่อนฝ่ายเจ้าบ่าววิทย์แทนเจ้าบ่าวอีก 5 ครั้งให้เรียกออกมาก็คนนึงผมก็เลยเลือกเพื่อนที่ผมสนิทที่สุด อย่างไอ้นาย ออกมาวิดพื้นแทน
“มึงออกมาดิมึงฟิตสุดแล้วเนี่ย”
“จัดไป มาทั้งทีกูต้องโชว์พลังให้สาวๆ ดูหน่อยเว้ย”
เมื่อผมกับเพื่อนนิดพื้นครบ 30 ครั้ง แต่ทำการส่งซองให้ประตูที่ 2 ผมก็เดินไปต่อที่ประตูที่ 3 นับดูแล้วมันมีประมาณ 9 ประตูกว่าจะถึงประตูที่ 9 ผมคงน่าจะเหนื่อยเอาเรื่อง
“สวัสดีครับว่าที่เจ้าบ่าว ผมเพื่อนสนิทของเจ้าสาว อยากให้เจ้าบ่าวพูดความประทับใจแรกที่มีต่อเจ้าสาวมาดังๆ ให้พวกเราทุกคนได้ยินครับ พอจะทำได้ไหม”
“ได้ครับ สิ่งที่ผมประทับใจในตัวของเจ้าสาวของผมคือความเอ๋อของน้องเขาครับ”
“ฮ่าๆๆ เจ้าบ่าวพูดถูกใจผมมากเลยครับ พบรักมันเอ๋อ ยังไงผมก็ฝากดูแลเพื่อนสนิทสุดที่รักของผมด้วยนะครับ”
“ครับผมจะดูแลอย่างดีเลยละ”
กว่าผมจะถึงประตูที่ 9 ผมก็ได้ทั้งร้องเพลง บอกรักเขา แถมเพื่อนๆ ผมก็ยังไม่น้อยหน้าในการที่จะโดนเพื่อนๆ ฝ่ายเจ้าสาวให้ภารกิจมาทำ แต่เราก็ผ่านมาได้ด้วยซองเงินที่เพิ่มขึ้นในแต่ละประตู แต่ไม่เป็นไรครับผมให้ได้หมดเพียงแค่ตอนนี้ผมอยากเจอหน้าเจ้าสาวของผมแล้ว
“นี่เป็นประตูที่ 9 วันสุดท้ายแล้วผมอยากให้เจ้าบ่าวถ่ายครับว่ามือที่ยื่นออกมาจากประตูตรงนั้นทั้ง 5 มือมือไหนคือมือของเจ้าสาวของคุณครับ”
“แค่มองแว๊บแรกผมก็ดูรู้เลยครับมือน้องจะเร็วๆ ดูน่ารักขาวอมชมพูหน่อยแถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนด้วยครับผมเลือกมือที่ 3 นับจากบนลงล่างครับ”
“คุณมั่นใจแค่ไหนครับว่าคุณจะถูกครับว่าที่เจ้าบ่าว”
“ผมมั่นใจมากครับ”
“คำตอบที่ได้นั้นคือ…….ถูกต้องนะครับ”
“หึหึ”
“หลังจากนี้ผมอยากให้เจ้าบ่าวเป็นคนเดินเข้าไปจูงมือเจ้าสาวออกมาเพื่อทำพิธีการต่อเลยครับผม”
กับเพื่อนสนิทน้องบอกให้ผมไปจูงมือน้องเอามาแค่แบบแรกผมก็จำได้ว่ามือคู่นั้นคือมือที่ผมจับจูงเมื่อวานตอนเราไปเดทกัน แน่นอนว่าแค่เดินเข้าไปใกล้ๆ ผมก็ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมรู้สึกเสียอาการขณะนี้ ผมเดินเข้าไปกุมมือน้องพาออกมาจากหลังประตูนั้น
แบบแรกที่ผมเห็นน้อง น้องช่างน่ารักมาก พร้อมดูหล่อแถมชุดสูทสีขาวที่ใส่นั้นพอดีตัวจนทำให้ร่างดูพยาบาลเข้าอีก หนังจากใบหน้าแดงๆ และรอยยิ้มข่มขืนนั่น คนคนนี้ทำให้ผมตกหลุมรักแล้วตกลงรักอีก เหมือนผมตกหลุมกับดักที่ผมมองทางปีนขึ้นมาจากหลุมไม่เจอ เป็นลมที่มีแต่แสงสว่าง และเป็นหนุ่มที่ทำให้ผมอบอุ่นหัวใจเหลือเกินเวลาที่เห็นหน้าน้องยิ้มและหัวเราะ
น้องโดนผมจูงมือพามานั่งบริเวณถุงพิธีกลางบ้านที่มีคุณพ่อคุณแม่สั่งผมนะสั่งน้องนั่งอยู่พร้อมกับสินสอดทองหมั้นที่วางเป็นแบ็คกราวอยู่ข้างหน้าผมพาน้องไปนั่งตรงกลางระหว่างถึงสอบและญาติผู้ใหญ่ สักพักเมื่อเรานั่งเรียบร้อยแล้วพิธีกรก็เก่าพูดพิธีตามขั้นตอน เป็นน้องที่ก้มลงมาหาผมและกระซิบข้างหูผมว่า
“พี่รู้ได้ยังไงว่าเป็นมือผม”
“ไม่บอกหรอก”
“พี่บอกผมมาเดี๋ยวนี้นะ”
“มีอะไรมาแลก”
แฮ่มๆ
“ผู้บ่าวสาวนั้นครับอย่าเพิ่งจีบกันตอนนี้ครับ ผมพิธีกรขอหน้าที่ดำเนินงานมันหมายช่วงเช้าครั้งนี้ให้ร่วงก่อนนะครับ ถึงเวลาเข้าหอค่อยไปจีบกันต่อ”
ฮิ้วววว
คนในงานต่างๆ แซวพวกผม ผมไม่ค่อยเขินเท่าไหร่หรอก มีแต่น้องนั่นแหละที่เขินหน้าดำหน้าแดง ก้มหน้าจนจะซุกอกผมอยู่แล้ว
วิธีการไปจนถึงช่วงสำรวจสินสอดและยกน้ำชาให้ผู้หลักผู้ใหญ่หลังจากนั้นผู้หลักผู้ใหญ่ก็ให้พรแก่พวกเราทั้งสองคนและเข้าสู่ช่วงรดน้ำสังข์ ผูกข้อมือ คำอวยพรของแต่ละคนต่างเฮฮาบ้างและเป็นทางการบ้าง กว่าทุกอย่างจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยง หลังจากนี้ยังมีงานเลี้ยงต่อ
กลัวงานจะเลิกก็ปาเข้าไปเกือบ 22:00 น หลังจากนี้ก็เป็นหลังจากนี้ก็จะเป็นพิธีเข้าหอของเจ้าบ่าวเจ้าสาวโดยคุณพ่อคุณแม่พาผมมายังเรือนหอที่อยู่ข้างๆ บ้านของน้องพบรัก
เรือนหอนี้ผมสร้างไว้ตั้งแต่ผมรู้ว่าตัวเองรักน้องตั้งแต่ที่ผมมาบอกญาติฝ่ายผู้ใหญ่ของน้องพบรัก จริงๆ แล้วผมคาดหวังมาเสมอว่าผมจะได้แต่งงานกับน้องสุดท้ายผมก็ได้แต่งงานกับน้องจริงๆ
ผมอยากให้น้องพบรักรู้สึกว่าเขายังอยู่ใกล้พ่อแม่ของเขาเขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก อาจจะดูรวดเร็วไปหน่อยแต่ความรักที่ผมมีให้น้องคือของจริงครับ แต่หลังจากนี้ผมจะทำให้น้องรักผมให้ได้
“พี่ไอครับ คุณแม่ขอฝากน้องพบรักให้พี่ไอดูแลด้วยนะครับ น้ออาจจะดื้อไปหน่อย ยังไงพี่ไอก็ให้อภัยน้องนะครับ มีอะไรก็ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน”
“ครับคุณแม่”
“ยังไงพ่อก็ฝากดูแลน้องด้วยนะลูกหนักเบาก็ค่อยๆ คุยกันปรับความเข้าใจกันเป็นน้ำเย็นให้น้องตาน้องเป็นไฟ น้องดื้อมาเกินไปก็มาบอกพ่อกับแม่ เอาน้องไปแล้วอย่าทำให้น้องเจ็บหรือร้องไห้ก็พอสัญญากับพ่อนะ”
“สัญญาครับคุณพ่อ”
“น้องพบรักคะคุณแม่อยากให้น้องพบรักลองเปิดใจให้พี่เขาเยอะๆ บางทีน้องพบรักอาจจะเห็นอะไรในสิ่งที่น้องพบรักมองข้ามไป ยังไงก็ดูแลกันและรักกันให้มากๆ นะคะ”
“ครับคุณแม่”
“พบรักคือพ่อไม่มีอะไรจะพูดมาก พ่อก็อยากให้เราช่วยดูแลลูกของพ่อให้มันบ้างานน้อยลงหน่อย มีอะไรก็ค่อยคุยกัน ทำอะไรที่ลูกพ่อทำให้พบรักเจ็บช้ำน้ำใจ พบรักต้องรีบมาบอกพ่อเดี๋ยวพ่อจะจัดการให้”
“ครับคุณพ่อ”
“ยังไงวันนี้ก็ดึกแล้วมันคงถึงเวลาที่ลูกทั้งสองคนจะได้อยู่ด้วยกันเพียงลำพังยังไงพ่อกับแม่ๆ ก็ขอตัวก่อนหลังจากนี้พ่อของให้ลูกๆ ทั้งสองคนมีความสุขอยู่ร่มเย็นเป็นสุขและช่วยกันดูแลกันและกันนะ”
“ครับ”
หลังจากพวกผมส่งพ่อแม่หน้าประตูบ้าน ผมกับพี่ไอซ์ก็ต่างหันกลับมามองตากันก่อนที่จะหันหน้านี้จริงๆ แล้วก็มีแต่ผมนั่นแหละที่หันหน้าหนีก็มันเขินยิ่งอยู่ด้วยกันสองคนก็ยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ หลังจากนั้นผมก็วิ่งเข้าห้องนอนมาอาบน้ำแต่งตัวใหม่
เมื่อผมเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำผมก็เห็นพี่ไอยืนถอดเสื้อแถมพันผ้าขนหนูไว้ที่เอวอย่างมีนั่นอีก ทำไมผมจงรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขนาดนี้ ไหนจะหัวใจที่เต้นแรงอีก คนๆ นี้พยายามทำให้ผมกลบหลุมที่เขาวางไว้แน่ๆ เลย
“มองพี่ขนาดนี้ลองจับได้นะ”
“อ๊ะ! ไปอาบน้ำเลยไป! ”
“หึหึ”
“คนบ้า! ”
เห็นพี่ไอเข้าห้องน้ำไปแล้ว ผมก็ได้แต่กระโดดขึ้นเตียงเอาหัวซุกหมอนและดิ้นตัวอยู่บนนั้น ทำไมพี่แกเสน่ห์แรงขนาดนี้ มันไม่ดีต่อใจผมเลยให้ตายเถอะ ไอ้หัวใจบ้านนี่ก็เต้นแรงจนมันจะกระเด็นออกมาจากตัวอยู่แล้ว หรือผมจะ ตกหลุมรักพี่เขาจริงๆ!
__________________________#ทูบีคอนตินิวครับ#เขียนสดต่อวันขอรับ ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย#ขอกำลังให้นักเขียนแค่เม้นมาคนละเม้นก็พอครับ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้า