“แฮกๆ พี่มาร์ค ช่วยด้วยพี่แจบอมจะฆ่าผม” แบมแบมที่หลุดออกมาได้ทีก็ฟ้องใหญ่ไม่ได้ดูหน้าคนที่มันฟ้องสักนิดว่าทำหน้าแบบไหนอยู่ แจบอมถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เขากับรุ่นน้องแค่หยอกล้อกันเอง ทำไมเพื่อนเขาต้องทำหน้าน่ากลัวแบบนั้นด้วยปกติมันก็เป็คนน่ากลัวอยู่แล้วยิ่งปล่อยรังสีน่ากลัวออกมาแบบนี้ยิ่งแล้วใหญ่
“เล่นอะไรกัน”มาร์คละสายตาไปจากเพื่อนตัวเองแล้วหันไปถามคนที่วิ่งมาเกาะหลังตัวเองเสียงที่ใช้แตกต่างกันซะแจบอมแอบมองบน
“ผมแค่แกล้งแหย่พี่แจบอมเื่ที่ชอบ...”
“ไอ้แบมแบมห้ามพูดนะเว้ย” แจบอมร้องขัดขึ้นมาทันทีก่อนที่แบมแบมจะพูดเื่ของเขาออกมาเพราะเขายังไม่พร้อมที่จะบอกใคร
“ถ้าไม่ให้ผมพูดพี่มีอะไรมาแลกเปลี่ยน”แบมแบมหันมายิ้มเ้าเล่ห์ ใส่อย่างคนเป็ต่อ ยิ่งเห็นเขาร้อนรนมันยิ่งดูชอบอกชอบใจ
“หน็อยไอ้เด็กแสบ”แจบอมถึงกับยกมือชี้หน้าคาดโทษไว้แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเพื่อนเขามันยืนมองตาขวางอยู่
“ว่าไงไม่ให้ผมเล่านะ”
“เออจะเอาไรว่ามา” แจบอมกัดฟันยอมอย่างน้อยให้มันพ้นจากตรงนี้ไปก่อนค่อยว่ากัน
“อืมเอาไว้ผมคิดได้ค่อยขอละกัน”
สองคนที่โต้เถียงกันข้ามไปข้ามมาไม่ได้สนใจมาร์คที่ยืนหน้านิ่งฟังอยู่ด้วยสักนิดจู่ ๆคนที่ไม่ค่อยสนใจเื่ชาวบ้านอย่างมาร์คกลับไม่พอใจขึ้นมาเมื่อเื่ที่ทั้งสองคนนั้นคุยกันเขาไม่เข้าใจมันสักนิดและไม่มีทีท่าว่าสองคนนั้นจะเล่าให้เขาฟังด้วยและยิ่งสองคนนั้นพูดเหมือนมีความลับอะไรบางอย่างร่วมกันโดยที่เขาไม่รู้เขายิ่งรู้สึกไม่ชอบใจ
“ตกลงมันเื่อะไรกัน”
“ไม่มีอะไรแล้วพี่มาร์คเราแค่หยอกกันเฉย ๆ เนาะ พี่แจบอม”พอเห็นหน้ารุ่นน้องตัวเองที่หันไปบอกเพื่อนตัวตัวเองด้วยใบหน้าลั้นลาเกินเหตุแล้วแจบบอกอยากจะตบกะโหลกสักป้าบแต่เขาก็ได้แค่คิดเพราะความเป็จริงต้องยอมตามน้ำมันไป
“เออไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละแค่ทักทายตามประสารุ่นพี่รุ่นน้อง” แจบอมก็บอกปัดอีกทาง
“อืม”มาร์คก็ตอบรับเสียงเรียบพยายามเก็บความไม่พอใจเอาไว้ในใจ
“ว่าแต่มึงเถอะมารับลูกหรือไง”พอโดนถามแบบนี้มาร์คก็แอบกลอกตามองบนจะให้เขาพูดอีกกี่ครั้งว่าแบมแบมมันเป็น้องไม่ใช่ลูกแต่ถึงแม้จะเถียงไปยังเพื่อนขาก็ยังไม่เลิกเรียกแบบนี้เขาก็จนใจจะต่อปากต่อคำเขาปรายตามองคนที่ได้สมญานามว่าเป็ลูกที่ตอนนี้มันก็เกาะหลังเขาอย่างกับลูกลิงจริงๆ
“ว่าไงจะกลับเลยไหม”มาร์คไม่ได้หันไปตอบคำถามเพื่อนแต่ถามคนที่อยู่ด้านหลังแทนแจบอมที่เห็นแบบนั้นได้แต่ทำหน้าทำตาใส่
“ยังอะพี่ผมต้องเข้าชมรมก่อนพี่จินยองให้ไปกรอกเอกสารอะไรนี่แหละ”
“แล้วจะไปไหมไม่ไปฉันไปแล้วนะ”แจบอมถามแทรกขึ้น
“ไปๆ พี่แจบอมรอด้วย” แบมแบมที่ทำท่าจะวิ่งพรวดไปหารุ่นพี่ชมรมก็โดนมาร์คหิ้วคอเสื้อไว้ก่อน
“แค่กพี่มาร์คดึงไว้ทำไมเนี่ย” แบมแบมไอคอกแค่กเพราะโดนคอเสื้อรั้งคอไว้ตอนวิ่ง
“อย่างพึ่งไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อน”มาร์คมองสำรวจั้แ่หัวจรดเท้าแล้วว่าออกมาเสียงดุที่แจบอมคอนเฟิร์มได้เลยว่าไม่ได้ครึ่งเวลาที่คณะกรรมการนักเรียนอย่างไอ้มาร์คมันดุรุ่นน้องคนอื่น ๆ
“แค่นี่เองพี่มาร์คนี่มันก็เลิกเรียนแล้วอย่างเคร่งไปหน่อยเลย” แบมแบมบ่น
“อย่างน้อยก็ควรจัดเสื้อผ้าให้เป็ผู้เป็คนกว่านี้หลุดลุ่ยอย่างกับไปฟัดกับหมามา”
“อ่าวเฮ้ยกูไม่ใช่หมานะเว้ย”คนที่โดนพาดพิงก็ประท้วงขึ้นแต่มาร์คก็ไม่ได้คิดจะสนใจสักนิด
“ดูผมสิยุ่งหมดแล้ว”ว่าทันจบประโยคดีมือก็ยกขึ้นไปช่วยจัดผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง และเสื้อที่ยับยู่ยี่ให้ให้คนที่กำลังยืนโวยวายเป็อันเงียบไปแทบทันที แบมแบมทำได้แค่ยืนนิ่ง ๆเงยหน้ามองพี่ชายข้างบ้านที่ยืนจัดเผ้าผมให้เขาอย่างตั้งอกตั้งใจ จู่ ๆเขาก็ลมหายใจสะดุดหัวใจก็เต้นไม่เป็จังหวะ และยามที่ตาคู่คมมองสบลงมาเขาก็แทบหยุดหายใจ
ใกล้มันใกล้เกินไปแล้ว
“อ่ะแฮ่ม จะสวีทกันใช่ไหมฉันไปแล้วนะ”แจบอมที่รู้ขนลุกกับความละมุนของเพื่อนที่เขาไม่ค่อยได้เห็นแทบทนดูไม่ไหวจึงพูดขัดขึ้น
“ผะผม ไปด้วย เสร็จแล้วใช่ไหมพี่มาร์ค ผมไปจะไปแล้ว”แบมแบมที่พึ่งได้สติก็ผละตัวออกห่างทันทีก้มหน้าก้มตาไม่ยอมสบตามาร์คอีก
“จะไปก็ตามมา”
“ไปเดี๋ยวนี้แหละ”แบมแบมะโบอกแจบอมแล้วเหลือบตามามองมาร์คนิด ๆ และวิ่งตามไป
พอทั้งสองคนนั้นจากไปแล้วมาร์คก็ยังคงยืนนิ่งไม่ได้ขยับไปไหนมาร์คยกมือข้างหนึ่งที่ช่วยจัดผมให้แบมแบมขึ้นมามองเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมตัวเองต้องทำอะไรแบบนี้ด้วยทั้งๆ ที่แบมแบมก็ไม่ใช่เด็ก ๆแล้วทำไมเขาต้องตามมาช่วยดูแลมันแบบนี้อาจจะเป็ความเคยชินที่เขาเองก็เลี้ยงมันมากับมือก็ได้แล้วทำไมเขาต้องรู้สึกไม่พอใจด้วยที่เด็กนั่นทำเหมือนมีความลับบางอย่างกับเขาไหนจะความสนิทสนมกับเพื่อนเขาอีกพอคิดแบบนั้นบรรยากาศรอบตัวมาร์คก็ดูไม่น่าเข้าใกล้ขึ้นมาอีกครั้งคงไม่มีออะไรทั้งนั้นเขาแค่ไม่ชอบที่คนที่เขาสนิททั้งคู่ทำเหมือนมีความลับกับเขาก็แค่นั้นมาร์คสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับอารมณ์ขุ่นมัวให้หายไป ถอนหายใจแรง ๆ พยายามปัดความคิดแปลก ๆ ให้ออกจากหัว เขาจะพยายามไม่คิดละกันว่าเมื่อกี้นี้เขาดันมีความคิดแปลกๆ เกิดขึ้นในหัว
มาร์คมองนาฬิกาบนข้อมือตัวเองเห็นว่านี่ก็เริ่มเย็นมากแล้วเขาเองก็ไม่รู้จะไปไหนต่อเลยเดิมตามทั้งสองคนที่เดินล่วงหน้าไปไกลแล้ว เขาแค่เดินไปรอเพื่อกลับบ้านพร้อมกับแบมแบมเท่านั้นไม่ได้คิดจะไปเฝ้าสักหน่อยอย่าเข้าใจกันผิดล่ะ
ผมกับพี่แจบอมเดินเข้ามาในโรงยิมได้ไม่นานพี่จินยองที่คุยกับอาจารย์อยู่ก็เดินออกมาหาพี่แจบอมที่ปกติจะดูบ้าๆ บอ ๆแต่พอมาอยู่ต่อหน้าพี่จินยองที่ไหนกลายเป็ผู้เป็คนดูเป็คนพึ่งพาได้แทบทันทีผมจะแอบขำก็ทำได้แค่ฮึบไว้ในใจ
“นึกว่าจะไม่มาเสียแล้ว”พี่จินยองเดินเข้ามาหาและมองผมอย่างล้อ ๆพี่แกก็พอจะรู้นิสัยผมดีนอกจากมีนัดมาซ้อมแล้วผมแทบไม่โผล่หัวเขามาชมรมถ้าไม่จำเป็ก็ตอนเด็ก ๆ ผมน่ะตัวติดพี่มาร์คจะตายไป
“ต้องมาสิพี่จินยองนัดมานี่นา”
“ถ้าไม่นัดนี่คงไม่ได้เห็นหน้านายเลยสินะ”
“จะเห็นหน้ามันได้ไงก็ไอ้แบมแบมมันลูกแหง่ติดพ่อดูสิขนาดแค่มาชมรมพ่อมันยังต้องตามาส่งเลย”พี่แจบอมพูดขัดขึ้นทำให้ทั้งผมและพี่จินยองหันไปมองที่หน้าโรงยิมก็เห็นพี่มาร์คยืนยิ้มทักทายรุ่นน้องที่เข้ามาทักทายตามประสารุ่นพี่ใจดี
“ตามมาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย”ผมพึมพำกับตัวเองไม่รู้ตัวสักนิดว่าพี่มันตามมาด้วย
“ก็ั้แ่ที่นายวิ่งหูตั้งตามฉันมาน่ะสิ”พี่แจบอมก้มลงมากระซิบข้างหู
“นายไม่รู้อะไรตอนมันมองหน้าฉันตอนที่แกล้งนายอยู่หน้ามันอย่างกับจะจับฉันฆ่าหมกป่าน่ากลัวชะมัดนี่ขนาดว่าฉันเป็เพื่อนมันนะจะหวงอะไรขนาดนั้น”
“หวงเหิงบ้าอะไรพี่แจบอมอย่ามโนพี่มาร์คมันก็ชอบทำหน้าโหดอยู่แล้วดึงหน้าเก่งจะตายตอนอยู่โรงเรียนน่ะ”
“ธรรมดาก็มันเป็กรรมนักเรียนนี่”พี่แจบอมไหวไหล่กวน ๆ
“ว่าแต่เขาพี่เองก็เป็เถอะเนี่ยไงก็ดึงหน้าอยู่ไหมใช่เหรอเวลาอยู่ต่อหน้าพี่จินยองเนี่ยยเก็กจังเลยฮึ”
“เงียบปากไปเลย”หันมาถลึงตาใส่ผมเสร็จก็เป็จังหวะที่พี่จินยองที่ทักทายกับพี่มาร์คเสร็จหันหน้ามาพอดี
“ตามมาจริงด้วยคิก” พี่จินยองหลุดขำออกมานิด ๆ มองที่ผมด้วยสายตาล้อเลียนเมื่อไหร่จะเลิกล้อผมสักทีเนี้ยผมก็ไม่ได้ติดพี่มาร์คมันขนาดนั้นสักหน่อยนั่นมันตอนเด็กๆ นี่ผมก็โตแล้วนะ
“อ่าวแจบอมแล้วนายมาทำอะไรที่ชมรมจำได้ว่านัดแค่พวกน้องๆ ที่พึ่งขึ้นมอปลายนี่” พี่จินยองเลิกสนใจผมหันไปถามคนตัวโตข้าง ๆ ผมแทน
“พอดีเจอเด็กหลงเลยแวะพามันมาส่ง”
“ผมไม่ใช่เด็กแล้วก็ไม่ได้หลงด้วยโตขนาดนี่แล้วยังจะมาว่าเป็เด็กอีก”ผมโวยวายเอาผมมาอ้างหาเื่มาเจอพี่จินยองแท้ ๆยังจะแอบมาแซะผมอีกไอ้พี่แจบอมนิสัยเสีย
“พอๆ อย่าพึ่งเถียงกันแบมแบมนี่เอกสารเอาไปกรอกแล้วมาให้พี่ แจบอมไหน ๆ ก็มาแล้วมาช่วยขนของหน่อยสิ”
“ได้ๆ มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลย”พี่แจบอมนี่ยิ้มกว้างเชียวคนโดนใช้แรงงานจำเป็ต้องมีคววามสุขขนาดนี้ไหมตอบผมแอบเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้ พลางเดินไปหาที่นั่งกรอกเอกสารที่พี่จินยองให้มาล้วงหาปากกาในกระเป๋าก็ไม่เจอ เวรล่ะสงสัยลืมไว้ที่โต๊ะบนห้องแหงเลยผมถอนหายใจอย่างเซ็ง ๆ หวังว่าจะไม่หายนะขี้เกรียจซื้อใหม่ผมหันซ้ายหันขวาว่าจะขอยืมใครสักคน จู่ ๆ ก็มีใครไม่รู้ยื่นปากกามาให้สงสัยจะเป็พี่มาร์คมั้ง ผมหันไปยกยิ้มกว้างให้ คนที่ยื่นปากกามาให้แต่เขากับชะงักไปผมก็เองก็ใไม่น้อยหุบยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อพบว่าไม่ใช่พี่มาร์คอย่างที่คิดไว้แล้วเขาเป็ใครกัน
“เอ่อคือพอดีเห็นว่านายหาปากกาอยู่เลยเอามาให้น่ะ” เขายื่นปากกามาให้ผม
“เอ่อขอบใจนะ” ผมยิ้มให้เขานิด ๆ จะว่าไปไม่คุ้นหน้าหมอนี่เท่าไหร่เลย
“นายชื่ออะไรพึ่งย้ายมาเหรอ”ผมอดปากที่จะถามไม่ได้
“อื้มฉันชื่อบีมพึ่งย้ายมาเข้ามาแล้วนาย...”
“ฉันแบมแบมเกรด 10 ห้อง B จะเข้าชมรมแบดเหรอ”
“อืมพึ่งจะมาสมัคน่ะ นายเหมือนกันเหรอ”
“อ้อฉันอยู่ชมรมนี่มาั้แ่มอต้นแล้ว มากรอกเอกสารเพิ่มเฉยน่ะงั้นยืมก่อนนะแป๊บเดียว”ผมยกยิ้มกว้างพอรู้ว่าเขาคือเพื่อนใหม่ที่จะเข้าชมรมเดียวกันก็อดดีใจไม่ได้เพราะในชมรมผมไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่เพราะ่ที่เข้าชมรมแรกผมค่อนข้างติดพี่มาร์คนอกจากเวลาซ้อมผมก็ไปสิงอยู่กับพี่มาร์คตลอดเลยไม่ค่อยสนิดด้วยเท่าไหร่แล้วยิ่งมีบางคนที่เป็แฟนคลับพี่มาร์คพอเห็นผมสนิทกับพี่มันมาก ๆ ขนาดไปกลับโรงเรียนด้วยผมยิ่งโดนพวกนั้นเขม่นเข้าไปใหญ่แต่ผมไม่สนใจหรอกจะคิดยังไงก็เื่ของเขา
เป๊าะ
“ไอ้มาร์คมายืนอะไรตรงนี้ แล้วนั่นอะไรกำแรงไปแล้วปากกาหักคามือมึงแล้วนั่น”
มาร์คที่กำลังจะเดินเอาปากกาของตัวเองไปให้แบมแบมที่คุ้ยหาปากกาอยู่นั้นเป็อันต้องหยุดชะงักกึกเมื่อใครก็ไม่รู้ที่เขาไม่คุ้นหน้ายื่นปากกาให้แบมแบมตัดหน้าเขาไปแล้วไอ้เด็กแสบมันยังหันไป ยิ้มหวานให้อีกเด็กนั่นมันเป็ใครกันพอเห็นแบบนั้นมือข้างที่กำปากกาอยู่ก็กำแน่นจนขึ้นข้อเห็นเส้นเลือกที่ปูดโปนขึ้นอย่างน่ากลัวจนปากกาด้ามนั่นหักคามือรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่แจบบอมเข้ามาทักมาร์คก้มมองมือตัวเอง อย่างไม่เข้าใจนักเงยหน้าขึ้นมาเห็นหน้าเพื่อนที่มองเขาอย่างหวาด ๆก็ทำเพียงแค่ฝากให้เพื่อนไปบอกแบมแบมว่าจะไปรอที่รถแล้วเดินออกจากโรงยิมไปทิ้งให้แจบอมยืนงงกับสถานการณ์เมื่อครู่นี้
ทำไมวันนี้ไอ้นี่ไอ้มาร์คมันน่ากลัวจังวะ แจบอมได้แต่ยืนคิดในใจ