ไม่ใช่ภาวะชีพจรตั้งครรภ์ของสตรี?
กู้เป่ยเยวี่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยและรออย่างอดทนเพื่อให้หานอวิ๋นซีพูดต่อ
“อย่างไรก็ตามสิ่งที่อยู่ในท้องมีชีวิตจริงๆ” หานอวิ๋นซีพูดตรงๆ
ไม่ใช่ภาวะชีพจรตั้งครรภ์ของสตรีแต่ในท้องมีสิ่งมีชีวิต แล้วมันคืออะไรกันแน่?
กู้เป่ยเยวี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยทว่ายังคงเงียบเพื่อที่จะให้หานอวิ๋นซีพูดต่อ
อย่างไรก็ตามใบหน้าของหานอวิ๋นซีกลับเต็มไปด้วยความจริงจัง“ข้าจะบอกผลการวินิจฉัยให้เจ้าฟังเพียงผู้เดียว เจ้าอยากรู้หรือไม่?”
กู้เป่ยเยวี่ยถึงกับตกใจ“สรุปมันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“ข้าต้องการความช่วยเหลือจากเจ้าแต่เจ้าต้องเก็บเป็นความลับ” หานอวิ๋นซีพูดอีกครั้ง
กู้เป่ยเยวี่ยพยักหน้าโดยไม่ลังเลบางทีแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเชื่อในตัวหานอวิ๋นซีมากขนาดนี้
นอกเหนือจากกู้เป่ยเยวี่ยแล้วหานอวิ๋นซีก็ไม่สามารถหาคนอื่นที่นางไว้ใจได้อีก
ความลับนี้น่ากลัวอย่างมาก!
หากเป็นในยุคปัจจุบันคนสมัยใหม่อาจจะรับไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับคนโบราณล่ะ?
นางพูดเบาๆว่า “โรคของไท่จื่อเรียกว่า ‘แฝดปรสิต’ เด็กในท้องของเขาพูดอย่างจริงจังแล้วคือเป็นบุตรของฮองเฮา”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมากู้เป่ยเยวี่ยซึ่งสงบเสงี่ยมอยู่เสมอก็ถึงกับถอยหลัง แสดงท่าทางตกใจอย่างไรก็ตามเขาก็สงบลงในไม่ช้า “ฉินหวังเฟยท่านไม่สามารถพูดเรื่องไร้สาระเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้”
หานอวิ๋นซีที่ทั้งทำอะไรไม่ถูกทั้งอยากจะหัวเราะนางได้ทำลายความสงบอันอ่อนโยนของชายผู้นี้อีกครั้ง นางยิ้มเบาๆ “ข้ารู้เจ้าฟังคำอธิบายของข้าก่อนสิ”
เช่นนั้นกู้เป่ยเยวี่ยจึงจะเข้ามาใกล้และพยักหน้า
“ตอนที่ฮองเฮาตั้งท้องไท่จื่อแท้จริงแล้วนางกำลังตั้งท้องแฝด อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เด็กจะเป็นตัวอ่อนไท่จื่อได้ห่อหุ้มเด็กอีกคนไว้ในร่างของเขา”
พูดให้ถูกแฝดปรสิตก็คือครรภ์แฝด กล่าวคือในตอนที่ตัวอ่อนแฝดกำลังเจริญเติบโตตัวอ่อนตัวหนึ่งจะถูกห่อหุ้มด้วยตัวอ่อนอีกตัวหนึ่ง อยู่ในร่างของทารกเติบโตไปพร้อมกับทารก ดูดซึมสารอาหารของทารกและมีพัฒนาการที่ผิดปกติ
แต่ละกรณีแตกต่างกันไปมีแฝดปรสิตบางตัวเติบโตอย่างรวดเร็วและจะถูกค้นพบเร็วมากในขณะที่บางตัวเติบโตอย่างช้าๆ และจะไม่ถูกค้นพบจนกว่าผ่านไปหลายปี
กรณีที่มีการบันทึกยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ทางการแพทย์คือสามสิบสองปีหลงเทียนโม่มีอายุน้อยกว่ายี่สิบปี ซึ่งจริงๆ แล้วยังถือว่าไม่นานเกินไป
กู้เป่ยเยวี่ยไม่เข้าใจว่าอะไรคือเซลล์อะไรคือตัวอ่อน ดังนั้นหานอวิ๋นซีจึงต้องอธิบายด้วยคำพูดง่ายๆ ให้เขาฟัง
“พูดได้ว่าในตอนแรกฮองเฮาทรงตั้งครรภ์ลูกแฝด แต่ในตอนที่พระครรภ์ยังไม่เกิดไท่จื่อก็ห่อเด็กอีกคนไว้ในร่างของเขาต่อมาไท่จื่อเจริญเติบโตเป็นรูปเป็นร่างและเกิดออกมาพร้อมกับอีกชีวิตหนึ่งที่ยังคงอยู่ในร่างกายของเขาประทังชีวิตด้วยการดูดซึมสารอาหารในเลือด และค่อยๆ เติบโตขึ้น”
เช่นนี้กู้เป่ยเยวี่ยจึงจะเข้าใจและส่ายหัวด้วยความไม่เชื่อ“คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น”
แน่นอนเขาไม่เชื่อว่าผู้ชายจะมีลูกได้ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีส่วนร่วมในการรักษาไท่จื่อ แต่เขาก็อ่านหนังสือทางการแพทย์เพื่อศึกษากรณีนี้ไม่น้อยเช่นกัน
แม้ว่าเขาจะประหลาดใจกับคำอธิบายของหานอวิ๋นซีแต่ในความเห็นของเขาแล้ว คำอธิบายของหานอวิ๋นซีก็สมเหตุสมผล
กู้เป่ยเยวี่ยที่ยังคงเงียบอยู่จู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้นมองหานอวิ๋นซีด้วยสายตาเคร่งขรึมและพูดอย่างจริงจังว่า“ชีวิตนี้ ไม่สามารถยอมรับได้เลย!แม้ว่าจะพูดมาหลายปีแล้วว่าเป็นชีพจรตั้งครรภ์ของสตรีแต่ฮ่องเต้คงไม่อยากที่จะเชื่อแน่ๆ”
แน่นอนหานอวิ๋นซีรู้ว่าชีวิตนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้มิฉะนั้นนางคงไม่เก็บเรื่องนี้เป็นความลับและสร้างเรื่องไร้สาระเกี่ยวกับเนื้องอกในช่องท้อง
แฝดปรสิตนั้นโดยพื้นฐานแล้วไม่ใช่เด็กปกติที่แข็งแรงบางคนมีแขนขาไม่มีหัวใจและสมอง ชีวิตนี้ถึงจะได้รับการช่วยเหลือแต่ก็จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
นอกเหนือจากนั้นแม้ว่ามันจะเป็นเด็กที่สมบูรณ์แข็งแรง มันก็จะแย่ไม่ต่างกัน
ไท่จื่อจะไปมีลูกได้อย่างไร?
หากเด็กเกิดมาจริงๆใครก็ตามที่รู้เรื่องนี้จะต้องถูกฆ่าปิดปากแน่นอน แม้แต่ไท่จื่อและเด็กคนนี้
หากเรื่องนี้หลุดออกไปตระกูลหลงจะถูกกล่าวหาว่าเป็นตระกูลปีศาจ ซึ่งจะทำให้กองกำลังกบฏที่กำลังจะเคลื่อนไหวก็จะมีข้ออ้างมากพอที่จะยุยงคนทั่วไป
แน่นอนหานอวิ๋นซีไม่สามารถควบคุมได้มากขนาดนั้น
สิ่งเดียวที่นางรู้ก็คือนางไม่สามารถพูดความจริงได้และต้องช่วยเขาก่อน นางถึงจะมีชีวิตรอดได้
เมื่อเห็นการจ้องมองอย่างเคร่งขรึมของกู้เป่ยเยวี่ยเสียงของหานอวิ๋นซีก็เปลี่ยนเป็นเย็นชา “ดังนั้น ข้าต้องฆ่ามันในท้อง”
“บิดาของท่านเคยใช้ยาทำแท้งไปหลายครั้งทว่าก็ไม่ได้ผลเลย” กู้เป่ยเยวี่ยเตือนอย่างจริงจัง
หานอวิ๋นซียิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยาม“แน่นอนว่ายาของเขาใช้ไม่ได้ผล ยาทำแท้งมีไว้สำหรับสตรีอย่างไรล่ะ”
ยาที่หานฉงอันใช้นั้นมีผลกับสตรีมีครรภ์เท่านั้นแล้วหลงเทียนโม่เองก็ไม่ได้ตั้งครรภ์จริงๆ ดังนั้นมันจะไปมีผลได้อย่างไรกัน?
“ข้าต้องใช้ยาพิษเพื่อสลายมันในท้องของไท่จื่อให้กลายเป็นเลือดแล้วค่อยขับพิษออกมา ฮ่องเต้และคนอื่นๆ จะเห็นแค่เพียงน้ำเลือดพิษไท่จื่อไม่ได้ตั้งครรภ์ และแค่มีเนื้องอกมะเร็งเท่านั้น”หานอวิ๋นซีพูดอย่างหนักแน่น
หลังจากได้ยินสิ่งนี้กู้เป่ยเยวี่ยก็เงียบไปครู่หนึ่งจากนั้นก็ยกนิ้วให้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวิธีการของหานอวิ๋นซีนั้นเหมาะสมที่สุด ไม่เพียงแต่เพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้นแต่ยังต้องรักษาความลับนี้ตลอดไปด้วย
คนที่ไม่รู้ก็ย่อมไม่มีทางรู้วันยังค่ำ
“ไท่จื่อต้องขอบคุณท่านเป็นแน่”กู้เป่ยเยวี่ยยิ้ม
หานอวิ๋นซียักไหล่อย่างช่วยไม่ได้“ขอแค่แม่ของเขาไม่สร้างปัญหาให้ข้าในอนาคตก็พอแล้ว”
กู้เป่ยเยวี่ยรู้ว่าการวางยาพิษไม่ใช่เรื่องยากสำหรับหานอวิ๋นซีแล้วทำไมสตรีผู้นี้ถึงต้องขอความช่วยเหลือจากเขาด้วยล่ะ?
“ท่านมาหาข้า...”กู้เป่ยเยวี่ยลังเลที่จะถาม
ทันใดนั้นดวงตาที่แน่วแน่ของหานอวิ๋นซีก็หรี่ลง“สิ่งนั้นใหญ่อย่างมาก การเปิดช่องท้องครั้งนี้ยากกว่าของแม่ทัพใหญ่อย่างน้อยสิบเท่าแม้จะยังขับเลือดพิษออกมาได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งไท่จื่อก็อาจจะเสียเลือดมากจนตายเลยก็เป็นได้”
ยาที่หานอวิ๋นซีเตรียมไว้สำหรับไท่จื่อนั้นแท้จริงแล้วคือยาพิษมันสามารถกัดเซาะและละลายสิ่งที่อยู่ในช่องท้องได้นางต้องการเตรียมยาที่มีประสิทธิภาพแม่นยำเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เป็นอันตรายต่ออวัยวะภายในและจะละลายสิ่งนั้นเป็นเลือดเท่านั้น
ด้วยเช่นนี้เลือดเหล่านั้นที่เป็นพิษต้องขับออกทันทีปัญหาใหญ่ที่นางเจอตอนนี้คือการเสียเลือดมากและนางต้องใช้เวลาล้างพิษพอสมควร
ในยุคปัจจุบันแค่การถ่ายเลือดก็เพียงพอแล้ว แต่ตอนนี้นางทำได้แค่ฝากความหวังไว้ที่กู้เป่ยเยวี่ย
กู้เป่ยเยวี่ยเข้าใจปัญหานี้ทันทีที่ได้ยิน
เขามองไปที่หานอวิ๋นซีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสนใช้เวลานานกว่าจะพูดออกมา “ข้ารู้ว่ามียาชนิดหนึ่งที่ชื่อเซิงเสวี่ยตานหลังจากรับประทานเข้าไปแล้วจะมีผลต่อการสร้างเลือดในระยะเวลาอันสั้น...”
ก่อนที่จะพูดจบหานอวิ๋นซีก็รู้สึกดีใจอย่างมาก “ยานี้อยู่ที่ไหน?”
เมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นของนางแววตาของกู้เป่ยเยวี่ยก็ฉายแววความเอ็นดูอย่างเงียบๆ “ฉินหวังเฟยยานี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้มา”
“ราชวงศ์มีเงินและอำนาจต้องกลัวว่าจะไม่ได้มันมาด้วยหรือ?” หานอวิ๋นซีโพล่งออกมาเอาเถอะ ในใจของนาง ราชวงศ์เป็นเศรษฐี แล้วก็เป็นโจรเช่นกัน
กู้เป่ยเยวี่ยยิ่งรู้สึกจนปัญญาและพูดด้วยเสียงต่ำว่า“ฉินหวังเฟย ในแผ่นดินใหญ่หยุนคงราชวงศ์เทียนหนิงเป็นเพียงหนึ่งในผู้มีอำนาจจำนวนมากเท่านั้น”
แน่นอนว่าหานอวิ๋นซีรู้ว่าแผ่นดินใหญ่หยุนคงนั้นกว้างขวางอย่างมากมีผู้มีอำนาจมากมายและคนที่เก่งแต่ไม่แสดงตัวอีกมากมายเพียงแต่สิ่งที่นางกังวลมากที่สุดในตอนนี้คือที่อยู่ของยาเซิงเสวี่ยตานหากมียาตัวนี้ การรักษาไท่จื่อก็คงใช้เวลาไม่กี่นาที
“เช่นนั้นบอกข้าได้หรือไม่ว่าใครเป็นเจ้าของสิ่งนั้น?” หานอวิ๋นซีพูดอย่างร้อนรน
กู้เป่ยเยวี่ยพูดออกมาสามคำว่า“กู่ชีชา”
กู่ชีชา?
ลึกลงไปในความทรงจำของหานอวิ๋นซีดูเหมือนว่าจะเคยได้ยินชื่อที่ค่อนข้างโด่งดังนี้ นางพูดพึมพำ“กู่ชีชาอัจฉริยะคนนั้นที่ถูกไล่ออกจากสำนักแพทย์หยุนคงงั้นหรือ?”
กู้เป่ยเยวี่ยพยักหน้า“ถูกต้อง คนผู้นี้เกิดมาพร้อมความอัจฉริยะเขามีพรสวรรค์อย่างมากในเพาะปลูกยาสมุนไพรยาหลายอย่างที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบันได้รับการต่อกิ่งและปลูกในตอนที่เขายังอายุน้อยผู้คนต่างเรียกเขาว่า ‘ผียา’”
“ได้ยินมาว่าเขาเป็นลูกบุญธรรมของผู้อาวุโสของย่วนจั่ง[1]สำนักแพทย์เติบโตมาด้วยการกินสมุนไพรเป็นอาหารสามมื้อจริงหรือ?” หานอวิ๋นซีถามด้วยความสงสัย
กู้เป่ยเยวี่ยพยักหน้าเขาเองก็รู้เรื่องนี้มาไม่น้อย แม้ว่าปู่จะเป็นผู้ดูแลสำนักแพทย์แต่ผู้ดูแลก็ต่ำกว่าผู้อาวุโสหนึ่งระดับ เขาไม่สามารถเข้าถึงผู้คนด้านบนได้นอกจากนี้ เขาไม่ได้อยู่ในสำนักแพทย์นานขนาดนั้นด้วยเพราะตามปู่มาที่เมืองเทียนหนิง
“เช่นนั้นตอนนี้กู่ชีชาอยู่ที่ไหน?”หานอวิ๋นซีถามอย่างเร่งรีบ
“หลังจากถูกไล่ออกจากสำนักแพทย์แล้วเขาก็ตั้งธุรกิจของตัวเองและก่อตั้งหุบเขายาผีขึ้นมาซึ่งเชี่ยวชาญในการรวบรวมและเพาะปลูกยาครอบจักรวาลการซื้อและขายยาขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเขาและการซื้อยาเซิงเสวี่ยตานจากเขาไม่ใช่เรื่องง่าย” กู้เป่ยเยวี่ยพูด
ทว่าหานอวิ๋นซีกลับดูผ่อนคลายอย่างไม่คาดคิด“ข้าคิดว่าเจ้าจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากเสียอีก คิดไม่ถึงว่ามันจะง่ายขนาดนี้แค่ยาเม็ดเดียวอย่างไรก็ได้มาอยู่แล้ว”
“ยาอายุวัฒนะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้มา!”กู้เป่ยเยวี่ยพูดเตือนอีกครั้ง
หานอวิ๋นซีหัวเราะเบาๆ“ข้ามีหน้าที่แค่สั่งยาเท่านั้น เรื่องการหายาไม่ใช่หน้าที่ที่ข้าต้องรับผิดชอบเสียหน่อย”
เอ่อ…
เมื่อเห็นสีหน้าเจ้าเล่ห์ของหานอวิ๋นซีแล้วในที่สุดกู้เป่ยเยวี่ยก็เข้าใจได้ว่านางหมายถึงอะไร ตราบใดที่ใบสั่งยากำหนดไปแน่นอนว่าฮ่องเต้จะต้องหาวิธีที่จะได้ยาเซิงเสวี่ยตานมาให้ได้
ถ้าไม่ได้มาก็ไม่สามารถมาโทษหมอสองคนได้
หานอวิ๋นซีรีบไปที่โต๊ะทันทีและขีดเขียนเขียนส่วนผสมยาและน้ำหนักกู้เป่ยเยวี่ยที่อยากรู้อยากเห็น ก็เฝ้าดูอยู่ข้างๆ อย่างระมัดระวังแต่ยิ่งอ่านมากเท่าไรก็ยิ่งไม่เข้าใจเท่านั้น
เขารู้ส่วนประกอบของยาทั้งหมดในใบสั่งยาแต่น่าเสียดายที่เขาไม่เข้าใจผลของการผสมดังกล่าว
ในเมื่อต้องการวางยาพิษและละลายสิ่งที่อยู่ในช่องท้องของไท่จื่อทว่าก็ต้องไม่ทำร้ายอวัยวะภายใน การวางยาในครั้งนี้ต้องมีฝีมือพอสมควร
ในไม่ช้า หานอวิ๋นซีก็เขียนใบสั่งยาเสร็จโดยเขียนยาเซิงเสวี่ยตานไว้ในตอนท้าย
“ฉินหวังเฟยใบสั่งยานี้...ครบถ้วนแล้วงั้นหรือ?” กู้เป่ยเยวี่ยถาม
หานอวิ๋นซีมองเขาอย่างมีเลศนัย“ความลับ!”
แน่นอนว่าใบสั่งยานี้ไม่ครบสมบูรณ์และไม่ว่าใบสั่งยาจะตกอยู่ที่ใครก็มองไม่ออกว่ามันคือยาพิษเพราะสมุนไพรสามชนิดที่สำคัญที่สุดไม่ได้เขียนไว้บนนั้น
ใบสั่งยาเป็นเพียงโครงร่างเท่านั้นนางมียาอยู่ในระบบล้างพิษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หานอวิ๋นซีต้องเก็บเอาไว้บ้างหากนางเขียนใบสั่งยาจริงไป แล้ววันหนึ่งมันตกไปอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญเช่นนั้นความจริงของไท่จื่อก็คงได้เผยแพร่ออกไปเป็นแน่
กู้เป่ยเยวี่ยมองไปที่ท่าทางลึกลับของหานอวิ๋นซีทว่าก็ไม่ได้ถามคำถามใดๆ เพิ่มเติม ความสุขในดวงตาก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
หากมียาเซิงเสวี่ยตานปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของหานอวิ๋นซีก็ได้รับการแก้ไขแล้วนางแทบรอไม่ไหวที่จะเป็นผู้ช่วยชีวิตไท่จื่อแล้วก็อยากจะเห็นปฏิกิริยาของไท่เฮาและฮองเฮาเช่นกัน
แน่นอนว่านางตั้งตารอปฏิกิริยาของอี้ไท่เฟยและมู่หรงหว่านหรูอีกด้วย ขณะนี้พวกเขาก็คงรออย่างกระวนกระวายอยู่ที่จวนฉินอ๋อง!
อย่างไรก็ตามนางต้องได้ยาเซิงเสวี่ยตานมาก่อน!
“รีบไปกันเถอะเอาใบสั่งยาไปส่งกัน!” หานอวิ๋นซีคว้าแขนของกู้เป่ยเยวี่ยและกำลังจะเดินออกไป
กู้เป่ยเยวี่ยผงะไปลังเลอยู่ครู่หนึ่งและในที่สุดก็ผลักออกไปอย่างไร้ร่องรอย
เขาไม่ได้พูดอะไรหานอวิ๋นซีเองก็ตกตะลึงและหันกลับมามองโดยไม่รู้ตัว กู้เป่ยเยวี่ยหลบตาในทันที
ชายหนุ่มผู้นี้…
หานอวิ๋นซีหัวเราะออกมาโดยไม่ต้องอธิบายอะไรใดๆ นางลืมไปว่านี่เป็นสมัยโบราณและตอนนี้นางแต่งงานแล้วเพื่อนสนิทที่เป็นชายหนุ่มอะไรทำนองนั้น ไม่สามารถมีได้
“อะแฮ่ม...”นางไอเบาๆ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น หันกลับไป “ข้าแค่มือไวน่ะไม่ได้จะเสียมารยาทกับเจ้านะ”
กู้เป่ยเยวี่ยที่กำลังจะเดินไปก็ชะงักอีกครั้งเพียงแต่ในไม่ช้ารอยยิ้มอันอ่อนโยนก็เบ่งบานบนใบหน้าของเขาอย่างเงียบๆ
หานอวิ๋นซีไม่รู้ว่านางได้พลาดรอยยิ้มที่สวยที่สุดในโลกไปแล้ว
------------------------------
[1] ย่วนจั่ง คือ คณบดี