หวังจื้อเหยาเมื่อรู้ว่าลูกสาวตัวเองปลอดภัยดีก็ค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย เธอเอ่ยถามชายชราผู้เป็หมอประจำหมู่บ้านด้วยน้ำเสียงร้อนใจ
"หมอหลี่ค่ารักษาลูกของสาวฉันเป็เงินเท่าไหร่ค่ะ?"
หมอหลี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางลูบเคราสีดอกเลา "อาการของแม่หนูชิงชิงสาหัสพอสมควร ต้องใช้สมุนไพรห้ามเือย่างดี ค่ารักษาจึงค่อนข้างสูงเป็เงินถึง 10 หยวน"
หวังจื้อเหยาเมื่อได้ยินที่หมอชรากล่าวถึงกับหน้าซีดเผือด เงิน 10 หยวนไม่ใช่น้อย ๆ สำหรับครอบครัวยากจนเช่นพวกเธอ เงินที่สามีเธอหามาได้ก็เข้าบ้านใหญ่หมด บ้านสามแทบไม่มีเงินเหลือติดตัวเลย
หลินชิงชิงเมื่อได้ยินที่หมดชรากล่าวเธอค่อย ๆ แสร้งขยับตัว ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า
เธอไม่มีวันยอมให้ครอบครัวต้องเดือดร้อนเพราะเธอ
"ชิงชิง หนูฟื้นแล้ว" หวังจื้อเหยาร้องออกมาด้วยความดีใจ
"ดีจังที่พี่สาวปลอดภัย" หลินเสี่ยวหลงร้องออกมาด้วยความดีใจ
หลินชิงชิงหันไปมองน้องชายและมารดาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำตาคลอหน่วย
"แม่หนูไม่เป็ไรแล้ว" เธอยิ้มให้แม่และน้องชายอย่างอ่อนโยน
"แม่ไม่ต้องกังวลเื่ค่ารักษาพยาบาลนะคะ" หลินชิงชิงพูดกับแม่ของเ้าของร่างนี้
"หลินผิงผิงเป็คนผลักหนูหัวกระแทกก้อนหิน หนูจะไปเก็บค่ารักษาพยาบาลจากบ้านใหญ่เอง"
คำพูดของหลินชิงชิงทำให้ชาวบ้านต่างพากันใ พวกเขารู้ดีว่าหลินผิงผิงพี่สาวของหลินชิงชิงนั้นเป็เด็กเอาแต่ใจและชอบกลั่นแกล้งคนเป็น้องสาวอยู่เสมอ แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขั้นลงมือทำร้ายกันจนาเ็เช่นนี้
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นทั่วบริเวณ หลายคนตำหนิการกระทำของหลินผิงผิงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเข้าพิธีหมั้นหมายในไม่ช้านี้
"นังหนูผิงผิงนี่นิสัยแย่จริงๆ ทำกับน้องสาวตัวเองได้ยังไง"
"ใกล้จะหมั้นหมายอยู่แล้ว ยังทำเื่งามหน้าแบบนี้อีก ใครจะอยากได้หล่อนไปเป็ภรรยา นิสัยใจคอโหดร้ายแบบนี้"
หลินชิงชิงมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาเ็า มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มจางๆ เมื่อเห็นชื่อเสียงของคนที่เคยรังแกเ้าของร่างนี้ป่นปี้ลงต่อหน้าต่อตา
'หลินผิงผิง เธอคิดว่าจะรังแกฉันได้ตลอดไปงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ' หลินชิงชิงคิดในใจอย่างมาดมั่น
'ในเมื่อฉันได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายฉันหรือครอบครัวของฉันอีกต่อไป'
หลินชิงชิงค่อยๆ แสร้งค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวัง แม้ศีรษะจะยังพันผ้าพันแผลเอาไว้อย่างแ่า แต่แปลกที่เธอไม่รู้สึกเ็ปมากเท่าไหร่
"ชิงชิง หนูจะลุกไปไหน?" หวังจื้อเหยา เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง เธอรีบสาวเท้าเข้ามาประคองลูกสาว
"แม่ หนูไม่เป็ไรแล้วค่ะ" หลินชิงชิงยิ้มให้คนเป็แม่ หวังให้เธอคลายความกังวลลง "หนูจะไปบ้านลุงใหญ่ค่ะ"
หวังจื้อเหยาขมวดคิ้ว "แต่หนูเพิ่งจะฟื้น..."
"พี่สาวเป็ตัวต้นเหตุให้หนูหัวแตก หนูจะไปเรียกค่าเสียหายที่บ้านใหญ่" หลินชิงชิงพูดสวนกลับหวังจื้อเหยา ทำให้พวกชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ต่างพากันหันมามอง เมื่อพวกเขาได้ยินที่หลินชิงชิงกล่าวทุกคนต่างก็หูผึ่งเตรียมรอดูเื่สนุกกัน
หวังจื้อเหยาถอนหายใจยาว เธอรู้ดีว่าความเ็ปที่ลูกสาวต้องแบกรับนั้นหนักหนาสักเพียงใด าแที่ศีรษะของหลินชิงชิงมันทำให้เธอรู้สึกโกรธจนแทบคลั่ง แต่ความโกรธนั้นก็ไร้ความหมายเมื่ออยู่ในบ้านหลังนี้ หลินผิงผิง เด็กสาวผู้เป็ดั่งแก้วตาดวงใจของแม่สามี คงไม่ถูกลงโทษใด ๆ แม้ว่าเธอจะทำร้ายลูกของเธอจนาเ็ก็ตาม
ความอยุติธรรมนี้กัดกินหัวใจของหวังจื้อเหยา เธอรู้ดีว่าหลินผิงผิงเป็ที่รักเพราะหลินเจี้ยนเป็ลูกชายคนโตที่แม่สามีของเธอโปรดปรานที่สุด และยิ่งกว่านั้น แม่ของหลินผิงผิงยังเป็คนมีฐานะ และแถมยังให้กำเนิดลูกชายถึงสองคน ทำให้เธอมีสถานะที่มั่นคงในบ้านหลังนี้
ในทางกลับกัน หลังจากเธอแต่งงานเข้าสู่บ้านตระกูลหลิน เธอต้องพบกับความเ็าจากแม่สามีผู้ถืออำนาจในบ้านหลิน เธอถูกกดขี่ข่มเหงสารพัด เพียงเพราะเธอมาจากครอบครัวยากจน ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร
แต่สิ่งที่ทำให้หวังจื้อเหยาเ็ปที่สุด คือการที่ลูก ๆ ของเธอต้องทนทุกข์ไปด้วย พวกเขาถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็ธรรม และถูกตำหนิและดูถูกอยู่เสมอ
สามีของเธอเป็ลูกชายคนเล็กที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากแม่สามี เขาเป็คนพูดน้อย ไม่ชอบประจบประแจงใคร ทำให้เขากลายเป็เพียงเงาในบ้านหลังใหญ่
แต่หวังจื้อเหยาไม่อยากจะยอมแพ้ เธออยากจะปกป้องลูกของเธอ และจะไม่ยอมให้ใครมารังแกพวกเขาได้อีกต่อไป เธอจะต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แม้ว่ามันจะหมายถึงการท้าทายอำนาจของแม่สามีก็ตาม
"ถ้าลูก้าอย่างนั้นแม่ก็จะไม่ห้ามลูก เดี๋ยวแม่ไปช่วยประคองลูกไปบ้านลุงใหญ่เอง" หวังจื้อเหยากล่าว
ในขณะที่พวกเธอกำลังจะออกจากบ้าน ทันใดนั้นหลินเจิ้งเทียน พ่อของหลินชิงชิง ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในบ้าน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล
"ชิงชิง เป็อย่างไรบ้างลูก พอดีอาเค่อบอกพ่อว่าหนูได้รับาเ็สาหัส พ่อเลยรับวิ่งจากแปลงนามาดูลูกทันที" หลินเจิ้งเทียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มองไปที่ลูกสาวคนโตที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยหัวใจที่แทบจะหยุดเต้น
"พ่อ" หลินชิงชิงพยายามลุกขึ้นไปหาคนเป็พ่อ
"อย่าเพิ่งขยับตัวนะลูก" หวังจื้อเหยา แม่ของชิงชิงรีบเข้าไปประคองลูกสาวไว้
"ขอบคุณแม่" หลินชิงชิงพยายามยิ้มให้มารดา
หลินเจิ้งเทียนมองลูกสาวด้วยความรู้สึกผิด เขาทำงานหนักทุกวันจนไม่มีเวลาใส่ใจลูก ๆ อย่างที่ควรจะเป็
"พ่อขอโทษนะลูก" เขาพูดเสียงแ่เบา "พ่อไม่น่าปล่อยให้ลูกไปเก็บหญ้าแห้วหมูคนเดียวเลย เลยทำให้ลูกต้องหัวฟาดพื้น
หลินชิงชิงบีบมือพ่อเบา ๆ พลางฝืนยิ้ม "ไม่เป็ไรค่ะพ่อ"
"มันไม่ใช่ความผิดของพ่อ หนูโดนพี่ผิงผิงผลักจนหัวหนูฟาดพื้น แต่พี่สาวกลับไม่ช่วยหนู เธอปล่อยให้หนูตายอย่างเืเย็น"
คนเป็พ่อได้แต่ถอนหายใจ เขารู้ดีว่าลูกสาวตนถูกกลั่นแกล้งจากลูก ๆ ของบ้านใหญ่เสมอมา แต่ฐานะของตนก็ต่ำต้อยเกินกว่าจะไปเรียกร้องอะไรได้
"วันนี้หนูจะไปเอาเื่บ้านใหญ่" หลินชิงชิงลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก "ถ้าวันนี้หนูไม่ได้รับความยุติธรรม หนูจะไม่อยู่บ้านหลังนี้ หนูจะแยกบ้านให้ได้ หนูจะไม่ยอมตกเป็เบี้ยคนบ้านใหญ่อีกต่อไป"
หลินเจิ้งเทียนที่นั่งอยู่ข้างเตียง มองลูกสาวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสงสาร ทั้งกังวล เขากลัวว่าแม่ของเขา หรือก็คือย่าของหลินชิงชิง จะไม่ยอมยกอะไรให้เขาเลยถ้าหากพวกเขา้าแยกบ้านไป
"ลูก..." หลินเจิ้งเทียนเอ่ยเสียงแ่
"พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ" หลินชิงชิงตัดบท "พวกเราแยกบ้านออกมาอยู่ข้างนอกจะดีกว่า ถึงแม้พวกเราจะไม่ได้อะไรมามากนัก แต่ถ้าเรายังไม่ตัดขาดจากบ้านใหญ่
"หลินผิงผิงคงไม่วางมือแกล้งลูก ไม่แน่คราวหน้าลูกอาจไม่มีชีวิตรอดก็เป็ได้" หลินชิงชิงจัดการใช้ยาแรงกับคนเป็พ่อ หญิงสาวรู้ว่าเขาเป็คนใจอ่อน คงไม่กล้าตัดสินใจแยกบ้านง่ายๆ
หญิงสาวรู้ดีว่าคำพูดของเธออาจจะดูรุนแรงไปบ้าง แต่เธอจำเป็ต้องทำให้พ่อของเธอเห็นภาพความเลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าพวกเขายังคงอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไป
หลินเจิ้งเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา "พ่อจะไปคุยกับย่าเอง" เขาพูดเสียงเบา "แต่ลูกต้องเตรียมใจไว้ด้วยนะ ท่านอาจจะไม่ยอมง่าย ๆ "
หลินชิงชิงพยักหน้า เธอรู้ว่าการแยกบ้านไม่ใช่เื่ง่าย โดยเฉพาะในยุคสมัยนี้ที่ผู้หญิงยังไม่มีสิทธิ์มีเสียงมากนัก แต่เธอไม่กลัว เธอพร้อมจะสู้เพื่ออิสรภาพของตัวเอง
ว่าแล้วเธอก็เดินออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังบ้านใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอ หวังจื้อเหยาช่วยพยุงหลินชิงชิงขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ส่วนหลินเสี่ยวหลง น้องชายคนเล็กของเธอ รีบเข้ามาช่วยประคองพี่สาวอีกแรง
"พี่สาว เจ็บมากไหม" เสี่ยวหลงถามด้วยความเป็ห่วง
"พี่ไม่เจ็บมากหรอก" หลินชิงชิงตอบพร้อมฝืนยิ้มให้น้องชาย
"พี่ต้องหายเร็ว ๆ นะ" เสี่ยวหลงพูดด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ก่อนจะหันไปมองหลินชิงชิงอย่างมีความหวัง
ทุกคนต่างเดินกันไปตามทางเดินเล็ก ๆ ที่มุ่งหน้าไปยังบ้านของลุงใหญ่ พวกเขาต่างพกความคาดหวังเต็มเปี่ยมว่าการไปเยือนครั้งนี้จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในครอบครัวตนเอง
"วันนี้ละฉันจะต้องให้บ้านสามแยกบ้านออกมาให้ได้" หลินชิงชิงคิดวางแผนอยู่ในใจเงียบๆ ถึงแม้เธอจะไม่อยากเป็นางร้าย แต่ถ้าใครคิดร้ายกับเธอ เธอจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ แน่นอน
'หลินผิงผิง วันนี้ฉันจะฉุดชื่อเสียงของแกให้ดิ่งลงเหว' หลินชิงชิงพูดพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มเ็าปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว

555 ยัยน้องก็แสดงเก่งมาก น้องร้ายใช่ย่อย ใครร้ายกับนางนางเอาคืนทุกดอก