ภายในตำหนักอันโอ่อ่าตระการตา เสียงหัวเราะเบิกบานดังมาเป็ระยะ ที่แท้จ้าวอ๋องนั้นกำลังรับรองเพ่ยกงหลิวปังกับน้องชายเหวินซิ่นจวินหลิวเจียว
เมื่อเห็นว่าในบรรดาของล้ำค่าที่เพ่ยกงนำมาถวายมีสมบัติหายากมากมายไม่ขาด นั่นเป็หินตาแมวตาสามสีหายาก กับไม้หอมลายริ้วทองฝังลูกปัดหยกจักจั่นเนื้องามชั้นดี จ้าวอ๋องก็มิได้ปกปิดสีหน้าปลาบปลื้มยินดี ยิ้มแย้มด้วยสีหน้าชื่นบาน
“ฮ่าๆๆ คุณชายทั้งสองท่านเกรงใจเกินไปแล้ว เดินทางมาเป็แขกแคว้นจ้าวของข้าก็ถือว่าให้เกียรติกันมากแล้ว ยังนำของขวัญมาให้มากมายปานนี้!”
“พวกกระหม่อมมาครานี้เพียงอยากผูกสัมพันธไมตรีกับแคว้นจ้าว เลี่ยงศึกา ของขวัญเหล่านี้เป็กำลังความสามารถอันน้อยนิดของกระหม่อมทั้งสอง ขอจ้าวอ๋องอย่าได้รังเกียจ” หลิวปังยกมือประสานกล่าวตอบ
จ้าวอ๋องผงกศีรษะด้วยความพึงพอใจ กล่าวคำอย่างรู้กันในที “นั่นย่อมแน่นอนอยู่แล้ว ข้าเห็นคุณชายทั้งสองต่างเป็คนหนุ่ม่วัยรุ่งโรจน์ ส่วนองค์หญิงของข้าเองก็ประจวบถึงวัยแต่งงาน เป็์ประทานมาให้คู่กันพอดี มิทราบท่านทั้งสองคิดเห็นเช่นไร”
หลิวเจียวนึกถึงองค์หญิงสวินผู้ดุจดั่งสิ่งมหัศจรรย์ล้ำค่าในโลกมนุษย์ยังรอคู่สู่ขอ คิ้วขวาง[1] เลิกขึ้น เอ่ยคำด้วยรอยยิ้ม “จ้าวอ๋องทรงพระปรีชา! มีวินิจฉัยตรงกับเจตนาของกระหม่อมสองคนโดยมิต้องเอ่ยคำ การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์นี้เป็วิธีดีงามในการรักษาสันติสุขระหว่างสองแคว้นเสมอมา!”
จ้าวอ๋องใคร่ครวญครู่หนึ่งก่อนกล่าว “องค์หญิงใหญ่ของข้าสมรสให้แม่ทัพใหญ่ไปแล้ว มีเพียงองค์หญิงรองเสวี่ยสวินกับองค์หญิงสามเมี่ยวหลานยังรอคู่สู่ขอ พอดีให้คู่ควรกับเพ่ยกงและคุณชายหลิว มิทราบคุณชายทั้งสองต้องตาคนใด”
หลิวปังกับหลิวเจียวฟังคำแล้วสบตายิ้มให้กัน รีบถวายบังคมแสดงความขอบคุณ
มุมปากหลิวปังยกยิ้มเ้าเล่ห์ ชิงพูดขึ้นก่อน “ข้าในฐานะคุณชายใหญ่ตระกูลหลิว ย่อมคู่ควรกับองค์หญิงผู้ล้ำเลิศที่สุดของแคว้นจ้าว คิดว่าน้องชายคงไม่มีความเห็นแย้งอันใดกระมัง”
หลิวเจียวแค่นเสียงขึ้นจมูก ที่แท้พี่ใหญ่กับตนต่างก็ต้องตาองค์หญิงสวินผู้งามล่มแคว้นล่มเมืองเช่นกัน เื่บ้านเมืองกับหญิงงามจะยอมให้กันได้อย่างไร ตนไม่มีทางเกรงใจอยู่แล้ว!
“ทูลจ้าวอ๋อง หลิวเจียวชื่นชมองค์หญิงสวินของแคว้นท่านเป็อย่างยิ่ง บังอาจทูลขอพระราชทานสมรส”
หลิวปังเห็นน้องชายแย่งสตรีคนเดียวกับตน สีหน้าพลันเข้มทะมึน ั์ตาดำมืดฉายประกายแปลกไปจากเดิม
พี่น้องแท้ๆ ยังต้องคิดบัญชีให้กระจ่าง นับประสาอะไรกับการคงอยู่ของสตรีมหัศจรรย์อย่างองค์หญิงสวินผู้ทั้งงดงามและเฉลียวฉลาดรายนี้
จ้าวอ๋องสับสนงุนงง ไม่เข้าใจความหมายของทั้งสองจึงกล่าว “ธิดาคนเล็กของข้าเมี่ยวหลานจิตใจงามบริสุทธิ์ดุจดอกกล้วยไม้ เป็ที่รักใคร่โปรดปรานของข้าที่สุด หากเพ่ยกงไม่รังเกียจ เช่นนั้นก็หมั้นหมายนางให้ท่าน ส่วนคุณชายรองชมชอบองค์หญิงสวิน ก็ประจวบเหมาะ์ประทานมาให้คู่กัน”
หลิวเจียวฟังคำแล้วแอบตื่นเต้นยินดีอยู่ในใจ หลิวปังกำลังคิดจะอธิบาย จู่ๆ คุณชายจางเอ่อร์ก็ก้าวเข้ามา ถ้อยคำทั้งหมดก่อนหน้านั้นเขาล้วนได้ยินเต็มสองหู
จางเอ่อร์ได้ยินสองพี่น้องสกุลหลิวหารือกับจ้าวอ๋องเื่แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ สองคุณชายต่างมีใจหมายปองเสวี่ยสวิน หัวคิ้วพลันมุ่นขมวดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ในหัวใจราวกับมีขวดสารพัดรสหกคว่ำรวมกัน ซับซ้อนยุ่งเหยิงเกินกว่าสิ่งใด
จ้าวอ๋องกล่าวขึ้นอย่างไม่รู้เื่รู้ราว “หลานชายมาพอดี ข้ากำลังตั้งใจว่าจะยกบุตรสาวอันเป็ที่รักให้สมรสแก่คุณชายทั้งสอง เ้าเป็ญาติผู้พี่ขององค์หญิง เห็นว่าเหมาะสมหรือไม่”
จางเอ่อร์รู้ดีแก่ใจว่าคำตอบของตนสำคัญยิ่งยวด ั์ตาดำขลับดุจราตรีกาลจ้องมองจ้าวอ๋อง กล่าวคำด้วยท่าทางจริงจัง “คุณชายทั้งสองมาเยี่ยมเยือนแคว้นจ้าวได้ไม่นาน วัฒนธรรมสองแคว้นต่างกันไม่น้อย ควรให้องค์หญิงทำความรู้จักคุ้นเคยกับเหล่าคุณชายก่อนแล้วค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สายพ่ะย่ะค่ะ!”
หลิวปังคิดว่าวิธีนี้ยังมีโอกาสให้เขาได้แย่งชิงองค์หญิงสวินกลับมา จึงตอบตกลงทันใด ส่วนหลิวเจียวได้แต่ต้องจำใจยอม
จ้าวอ๋องเองก็คิดว่าทำความรู้จักให้คุ้นเคยกันก่อนสักหน่อยแล้วค่อยตัดสินใจก็ดีเหมือนกัน จึงมีราชโองการทันที ให้องค์หญิงสวินพาเหล่าคุณชายสกุลหลิวทำความรู้จักกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของผู้คนในเมืองซิ่นตู เพื่อแสดงถึงขนบธรรมเนียมอันครบถ้วนของแคว้นจ้าว
…
ภายในตำหนักบรรทมอันโอ่โถง กลิ่นหอมอ่อนของสาลี่ลอยฟุ้งออกมาจากเตาทองคำ หยกขาวชั้นดีปูประดับพื้น ส่องประกายแสงอุ่นนวล สตรีนางหนึ่งนั่งบนตั่งนุ่ม เพลิดเพลินกับสิ่งจรุงใจทั้งหมดนี้ด้วยความอิ่มเอม
นางคือพระอัครมเหสีของแคว้นจ้าวแห่งนี้! ถือครองวังหลังมาเนิ่นนาน ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากจ้าวอ๋องเสมอมา โอรสเป็รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ ธิดาเป็องค์หญิงสามผู้ได้รับความรักใคร่โปรดปรานมากที่สุด ชั่วชีวิตนี้เกียรติยศรุ่งโรจน์ไร้ที่สิ้นสุด เช่นนี้ยังจะมีเื่ใดทำให้นางไม่มีความสุขได้
หากจะมีก็เพียงองค์หญิงรองที่กำเนิดจากนางระบำผู้นั้นคนเดียว...
เชิงอรรถ
^ คำว่า คิ้วขวาง หรือ ขวางคิ้ว ในสำนวนจีนคืออาการที่บ่งบอกถึงความเอาจริงเอาจัง การตัดสินใจเด็ดเดี่ยว