ปีกกาที่ห้า
เริ่มต้นการเดินทาง
" เอียน..คุณแน่ใจแล้วหรอทะ.. "
" รีบเก็บข้าวของได้แล้ว เธอไม่รู้หรอว่าไม่ควรอยู่ที่ไหนนาน ๆ " ชายหนุ่มผู้มีสีหน้าเครียดขึงอยู่เป็นิตย์เวลานี้ใบหน้าเขาไม่สบอารมณ์มากขึ้นเพราะเด็กหนุ่มเชื่องช้ากว่ากำหนดการไปหลายวัน
" ผมรู้แล้าน่า..ก็กำลังรีบอยู่นี่ไงล่ะ " แม้ปากจะพูดไปแบบนั้นแต่อิไลก็ยังคงเลือกซื้อเสื้อแขนยาวของตัวเองต่อไป
เขายืนอยู่หน้าร้านแผงลอยนี้มากกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ทั้ง ๆ ที่ตลาดนี้เป็แค่ทางผ่านไปอีกเมืองหนึ่ง เอียนแค่้าแวะทานอาหารก่อนที่จะไปต่อแต่เด็กหนุ่มที่รวบรวมความกล้าคะยั้นคะยออยากจะซื้อของสำเร็จนั้นก็ช่างไม่รู้ถึงอันตรายที่จดจ้องอยู่เลย
" ฉันให้เวลาอีก 3 นาที " คิ้วหนาเข้มขมวดเข้าหากันเขากล่าวขณะส่งสายตาเยือกเย็นใส่ผู้ไม่หวังดีที่ค่อย ๆ ขยับกายใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
" รู้แล้วครับรู้แล้ว " อิไลทำปากยื่นไม่พอใจนักแต่เขาก็ไม่ควรขัดใจอีกฝ่ายไปมากกว่านี้
เมื่อกี้เหมือนว่าเขาจะปล่อยไอสังหารออกมาหรือเปล่านะ ?
อิไลมองซ้ายมองขวาขณะยืนรอเงินทอนและเขาก็ได้เห็นบุคคลในชุดคลุมสีดำอยู่ปะปนกับพลเมือง แม้เขาจะเห็นเพียงแค่สามคนเท่านั้นแต่เด็กหนุ่มรู้ว่ามันไม่มีเท่านี้แน่
" ไปกันเถอะครับ " เด็กหนุ่มกระชับถุงและกระเป๋าเดินทางไว้แน่นก่อนจะรีบมุ่งเดินทางไปต่อ
เมื่อออกจากเขตตลาดความมืดจากเงาเมฆก็เริ่มปกคลุมเส้นทางที่ทั้งสองใช้อยู่ขณะนี้มันเกิดขึ้นกะทันหันเกินกว่าจะเป็เหตุการณ์ทางธรรมชาติ
อิไลมองรอบกายอย่างหวาดระแวงในขณะที่เอียนแสยะน่าขนลุกขึ้นมาั์ตาสีเทาอ่อนกำลังเปล่งแสงแห่งความรื่นเริงแตกต่างจากอิไลในเวลานี้
อย่างน้อย ๆ เราควรเบาใจว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เราถูกจับตัวไปได้ไหมนะ ?
" รู้ใช่ไหมว่าควรทำยังไง ? " เอียนเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวเดินตรงเข้าใส่กลุ่มคนสวมชุดคลุมอย่างหน้าชื่นตาบาน
" เดี๋ยว..คุณจะฆ่าพวกเขาหรอ ? " อิไลคว้าแขนอีกฝ่ายเอาไว้ ในใจเขาก็ไม่รู้ควรจะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้
" ไปหลบตรงนั้น " ชายหนุ่มเพียงชี้จุดที่เขาเห็นว่าจะปลอดภัยสำหรับนักฆ่ามือสมัครเล่นเช่นอิไล
ร่างผอมบางยอมปล่อยมือจากชายหนุ่มและรีบตรงไปยังพุ่มไม้ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งจุดนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อซ่อนตัวแต่มันเป็จุดที่เอียนจะบอกว่าเขาสามารถหลบได้โดยที่จะไม่โดยลูกหลง
เพียงแค่อิไลออกห่างจากเอียน พวกกลุ่มคนที่สรุปแน่ชัดแล้วว่าเป็ศัตรูก็กรูกันเข้าใส่ร่างของเด็กหนุ่มเพราะเขาคือเป้าหมายของพวกมันั้แ่ต้น แต่มันไม่กล้าผลีผลามลงมือเพราะไม่อาจระบุตัวตนที่แน่ชัดของชายที่อยู่ข้างกายอิไลได้
" อ่ะ..! " เพราะรู้ถึงจุดประสงค์ของศัตรูและเด็กหนุ่มก็ไม่ได้คิดจะพึ่งพาเอียนทุกอย่างเขาได้เตรียมอาวุธพร้อมไว้ในมือเมื่อสถาณการณ์เลวร้ายเกิดขึ้น
ไม่ทันที่อิไลจะได้ทดสอบใช้อุปกรณ์สังหารที่เพิ่งซื้อมาใหม่ เอียนก็โผล่เข้ามาขัดขวางผู้ชายที่อยู่ใกล้กับเด็กหนุ่มมากที่สุด
ฉับพลันนั้นหัวของมันก็ขาดกระเด็น หยดเืกระเซ็นสาดใส่หน้าของอิไลอย่างเลี่ยงไม่ได้และต่อมาก็คือหัวของพวกมันทั้งหมดที่อิไลไม่อาจกระพริบตาพลาดช็อทสังหารได้แม้แต่คนหนึ่ง
บ้าจริง..พวกนั้นตายโดยที่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
ั์ตาสีเขียวหมองหม่นทอดมองเศษซากร่างที่เพิ่งเป็ศพไปหมาด ๆ การฆ่าคนมันผิดกฏหมายและเป็การสร้างศัตรูที่ไม่รู้จบ อิไลหันกลับมามองมือสังหารที่หน้าตึงเช่นปกติ ราวกับมันเป็เื่ปกติเช่นการตื่นนอนแล้วแปรงฟัน
" เธอเอาเวลาคิดไร้สาระมาตั้งใจเดินให้ถึงป้ายก่อนที่จะมืดดีกว่านะ " เอียนเดินนำหน้าอิไลไปโดยไม่หันมามองเด็กหนุ่มแม้เขาจะเริ่มคุ้นเคยกับสมองที่มีแต่คำถามของคนอายุน้อยกว่าแล้วแต่เขาก็ยังทำใจไม่ให้หงุดหงิดความคิดไร้สาระของอิไลได้เสียที
" ผมไม่ได้ไร้สาระนะ..คุณน่ะเหี้ยมโหดเกินไปแล้ว " อิไลลากกระเป๋ากึ่งเดินกึ่งวิ่งตามชายที่เริ่มคุ้นหน้าให้ทัน
" เธอจะยอมเป็เครื่องสังเวยให้มันงั้นสิ ? คราวหน้าฉันจะไม่ฆ่ามันดีไหม ? " เอียนหันกลับและคว้าต้นแขนร่างผอมแห้งเอาไว้ด้วยแรงของเขาเขาไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายจะเจ็บหรือเปล่า แต่ถ้าเด็กนี่เจ็บแล้วรู้จักจำก็จะดีมาก
" อึก..ผมไม่ยอมหรอก..ผมรู้แล้วถ้าไม่ฆ่าเขาเขาก็จะฆ่าผม " อิไลนิ่วหน้าเหยเกเพราะมือของอีกฝ่ายนั้นบีบแน่นเขาไม่ได้เจ็บแค่เนื้อแต่มันร้าวไปชาไปทั้งกระดูกแขน
" เข้าใจแล้วก็ดี..หึ " จู่ ๆ เอียนก็ยิ้มมุมปากออกมาแม้มันจะไม่ชวนขนลุกแต่อิไลก็ยังแสดงสีหน้าคงหวาดระแวงเขาอยู่ดี
" ! . . อื้อ " เกือบที่จะลืมไปแล้วกับรสจูบดุดันของชายผู้เืเย็นครั้งนี้อิไลเรียนรู้ว่าไม่ควรขัดขืนเขา
แต่นี้มันกลางที่โล่งแจ้งนะ ! ขอให้เขาไม่ทำมากกว่านี้ในที่อย่างนี้เลย !
" อึก..ฮะ " เมื่อปากนั้นยอมปล่อยออกแข็งขาผอมบางก็แทบพยุงร่างตนเอาไว้ไม่อยู่
" เธออยากให้ฉันทำมากกว่านี้หรอกหรอ ? " เอียนแกล้งถามทั้ง ๆ ที่คำวอนขอของอีกฝ่ายดังก้องอยู่ในหัวของเขา
"มะ..ไม่ใช่นะ..รีบไปให้ถึงที่พักแห่งต่อไปดีกว่า " อิไลเม้มปากแน่นแม้จะรู้สึกแสบอยู่ก็ตามเขาสูดหายใจยาวเพื่อที่ขาจะเลิกสั่นและสามารถก้าวเดินได้ต่อ
" ที่ต้องรีบเพราะเธอรอไม่ไหวแล้วสินะ "
" นี่ ! ถึงผมจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าคุณสนุกแต่ผมไม่ได้คิดเื่นั้นกับคุณเลยนะ ! " เสียงะโที่แข็งกร้าวด้วยไม่อาจทนต่อการยั่วยุของเอียนได้ทำให้อิไลเผลอหลุดปากในสิ่งที่ไม่ควรออกไป
" เฮือก.. " เมื่อั์ตาสีเขียวแกมเทาตระหนักถึงแววตาเ็าจากดวงตาของอีกฝ่าย เด็กหนุ่มที่พยายามจะก้าวขาเดินหนีนั้นก็แทบจะล้มทั้งยืน
เอียนเชยคางเรียวนั้นให้ได้องศาที่จะรับรู้ถึงความรู้สึกของก่อนที่เขาจะเริ่มควบคุมประสาทรับรู้ของอิไลได้ด้วยการจ้องมอง
แววตาที่้าจะทำหลาย ๆ กับร่างกายอ่อนแอของอิไลมันแรงกล้ามากพอที่จะทำให้เด็กหนุ่มเห็นภาพเ่าั้ชัดเจนในหัวราวกับว่ามันกำลังเกิดขึ้นจริง
กระทั่งน้ำตาเอ่อล้นอาบสองแก้มตอบและร่างบางที่สั่นเทาซึ่งเกิดจากความกลัวและอ้อนวอนต่อชายหนุ่ม เอียนจึงยอมปล่อยมือออกจากคางของอิไล
" มีอย่างหนึ่งเกี่ยวกับฉันที่เธอควรรู้ไว้..ไม่ว่าเธอจะอยากหรือเปล่าแต่ถ้าฉัน้าเธอก็ไม่ควรหนีหรือขัดใจฉันเว้นแต่เธออยากจะตายก่อนแผนของพี่สาวเธอจะสำเร็จ " เอียนพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนที่เขาจะเดินนำหน้าอิไลอย่างที่เคยทำั้แ่ร่วมเดินทางด้วยกันมา
อิไลถอนหายใจแ่ ๆ ด้วยหัวใจที่เบาโล่งเขานึกว่าตัวเองจะโดนลงทัณฑ์เสียแล้ว เวลานี้เขาไม่รู้เลยว่าเนื้อแท้ของเอียนเป็เช่นไร ดูเหมือนจะโหดร้ายแต่ก็ไม่ใช่
คล้ายจะใจดีด้วยแต่ก็ไม่เชิง
ศีรษะสะบัดผมสีอ่อนไปมาไล่ความคิดสงสัยตัวตนของอีกฝ่ายออกไปเพราะถ้าเขาคิดไปมากกว่านี้เอียนคงจะหันมาบอกให้เขาเลิกคิดไร้สาระได้แล้ว
ที่จริงเขาควรจะเลิกอ่านใจเรามากกว่าจะมาบ่นว่ารำคาญเราไม่ใช่หรอไง ?
" เพราะเธอมันโง่ ฉันเลยต้องคอยอ่านใจเธอ " เสียงพร่าแหบต่ำระคนหัวเราะเอ่ยออกมาแค่พอให้ตนเองได้ยิน
" หึ ! " แต่ไม่วายที่หูของอิไลจะดีเอาตอนที่ชายหนุ่มต่อว่า
เอียนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างสงสัยเพราะคนตัวผอมข้าง ๆ ไม่ต่อปากต่อคำเหมือนที่เคยมีเพียงสีหน้าบึ้งตึงและสองขาที่เดินจ้ำอ้าวเพื่อจะไปให้ทันรถประจำทางรอบสุดท้ายของวันนี้
กว่าสองชั่วโมงสำหรับการเดินบนถนนเช่นเมืองชนบทที่พุพังไปตามกาลเวลาและบ่งบอกถึงการไม่ได้รับความใส่ใจจากผู้ปกครองเมืองเลยที่สุดทั้งสองก็มาถึงจุดออกรถประจำทางได้ทัน
อิไลขยับหมวกของตนทุกครั้งที่มีรถทหารวิ่งผ่านเขาไปแม้จะร่างสูงใหญ่ของเอียนที่บังเขาเกือบมิดค่อยบังสายตาอยู่ก็ตาม
เรานับได้ 8 คัน ทหารพวกนั้นกำลังมุ่งหน้าไปที่เขตกักกันแน่.. มันเกิดอะไรขึ้นนะ ?
" นอนซะ..พรุ่งนี้เธอจะต้องเดินทางอีกไกล " ชายหนุ่ยกมือขึ้นปิดตาไม่ให้อิไลมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างก่อนที่เขาจะเอาผ้าห่มคลุมร่างเด็กหนุ่มั้แ่หัวจรดเท้า
" .. " เสียงพ่นลมหายใจเล็ก ๆ ไม่ค่อยอยากทำตามเท่าไรนักแต่ไม่นานเด็กหนุ่มก็ผล็อยหลับไปโดยที่เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมเมื่ออยู่กับเอียนแล้วร่างกายเขาจึงหิวและง่วงนอนเหมือนคนปกติทั่วไป
เอียนหยิบแผนที่ออกมาดูจุดต่อไปกากบาทต่างสีที่อิไลซ่าทำไว้นั้นมีประโยชน์มากยิ่งกับเขาที่รู้ทุกตำแหน่งที่ตั้งขององค์กรมืดแล้วแผนที่นี้ก็ยิ่งบอกอะไรเขาได้มากกว่าสิ่งที่อิไลซ่ารู้
จะไปที่ ๆ อยู่โดยรอบเขตกักกันไม่ได้แล้วเ้าพวกนั้นต้องสุมหัวอยู่มากกว่าร้อยตัวแน่ ๆ ถ้าอย่างนั้น...มีแต่ต้องข้ามประเทศเท่านั้น
ชายหนุ่มเปลี่ยนแผนที่อันใหม่จากแผนที่ภายในประเทศมาเป็แผนที่โลก เขาค่อย ๆ กวาดตามองแต่ละประเทศพร้อมกับพิจารณาตามไปด้วย
ที่ ๆ เข้าออกได้เสรี ทำอะไรก็ง่ายไปหมดและประหยัดเงิน..หึหึ..ที่นี่แหล่ะ
ริมฝีปากหนาทรงเสน่ห์กระตุกยิ้มพลางปรายตามองมนุษย์อีกคนที่หลับอยู่ใต้ผ้าห่ม
หวังว่าเธอจะชอบประเทศในเขตอากาศร้อนชื้นนะ
เอียนเก็บแผนที่เขา้าที่จะพักผ่อนด้วยเช่นกัน ด้วยปะเทศที่จะไปนั้นอยู่อีกซีกโลกหนึ่งจำเป็ที่จะต้องกักเก็บพลังเพื่อเตรียมพร้อม แม้ว่ามันจะเป็ประเทศเปิดเข้าออกง่ายแต่ก็ไม่ใช่กับแค่พวกเขา ไม่แน่ว่าองค์กรของพวกนั้นจะเติบโตได้ดีในประเทศไทก็อาจเป็ไปได้
ถ้าเป็อย่างนั้นจริงอย่างน้อย ๆ อิไลก็ไม่ใช่คนที่จะไปแพร่เชื้อ แต่เชื้อได้กระจายอยู่ที่นั่นก่อนหน้านี้แล้ว
ชายหนุ่มขยับตัวล้วงเข้าไปในเสื้อของอิไลเพื่อััหน้าท้อง ก่อนที่เขาจะพ่นลมหายใจหนัก ๆ ออกมาและหลับลงพร้อมกันนั้น
รถโดยสารยังจะไม่จอดจนกว่าจะถึงจุดหมายถัดไป ทำให้ทั้งสองมีเวลาพักผ่อนประมาณ 4 ชั่วโมงเต็ม ก่อนหาวิธีออกนอกประเทศโดยที่ศัตรูจะไม่สามารถตรวจหาเจอ หรือ อาจจะรู้ความเคลื่อนไหวหลังจากที่พวกเขาออกจากประเทศแล้วสัก 2 วัน
เอียนอาจจะลืมคิดไปว่า ปัญหาของการเดินทางครั้งนี้คือทรัพย์สินภายในกระเป๋าเดินทางของอิไล หวังว่าเขาจะนึกขึ้นได้ตอนที่ยังไม่สายไป