เมื่อหลี่เยว่ซินเดินทางกลับมาถึงหมู่บ้านก็เป็เวลาเย็นมากแล้ว เพื่อนบ้านที่ออกไปทำงานในไร่ต่างทยอยเดินกลับบ้าน ควันไฟลอยออกมาจากบ้านทุกหลัง มันเป็เวลาที่ทุกบ้านเริ่มทำอาหารเย็นกันแล้ว เสียงคึกคักดังไปทั่วหมู่บ้าน เพราะอาหารมื้อเย็นพวกเขาไม่ต้องเร่งรีบเหมือนอาหารมื้่อเช้าที่พวกเขาต้องรีบออกไปทำงานในไร่ให้ทันเวลา พวกเขามีเวลาเตรียมอาหารดีๆ เด็กเล็กมีเวลาวิ่งเล่นด้วยกัน หลี่เยว่ซินชอบบรรยากาศแบบนี้มาก ด้วยความที่เธอเติบโตมาในเมืองใหญ่ สิ่งปลูกสร้างรอบตัวเต็มไปด้วยตึกสูง มีเพียงสวนสาธารณะที่เป็พื้นที่สีเขียวให้ได้สูดอากาศบริสุทธ์เท่านั้น
“หนูเยว่ซิน หนูเพิ่งกลับมาจากในเมืองหรือจ๊ะ” ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านเห็นหลี่เยว่ซินเดินสวนมาจึงร้องทัก
“ค่ะคุณป้า วันนี้หนูไปจัดการธุระให้ที่บ้านมาน่ะค่ะ” หลี่เยว่ซินตอบออกไป ก็เธอไปจัดการธุระของครอบครัวเธอจริงๆ
“หนูเป็เด็กดีมากเลยนะจ๊ะ วันปกติก็ทำงานในไร่ พอมีเวลาวันหยุดก็ยังเป็ธุระให้ครอบครัวอีก” ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านชื่นชอบเด็กสาวอยู่มาก เพราะหลี่เยว่ซินเป็คนมีน้ำใจและขยัน ไม่เคยมีข่าวคราวเสียหายเลยสักครั้ง
“มันเป็เื่ที่หนูสมควรทำอยู่แล้วล่ะค่ะ" หลี่เยว่ซินเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เธอไม่อยากตอบคำถามเกี่ยวกับเื่ธุระของเธออีก หลังจากนั้นเธอก็กล่าวลาภรรยาหัวหน้าหมู่บ้าน “ใกล้ได้เวลาทำอาหารเย็นแล้ว หนูไม่รบกวนคุณป้าแล้วนะคะ หนูขอตัวกลับบ้านพักก่อน”
มาถึงหน้าบ้านพัก หลี่เยว่ซินพบว่านอกจากมู่ชงและหลินเสี่ยวเหม่ยที่นั่งอ่านหนังสือกันเป็ประจำแล้ว ยังมีเพื่อนยุวชนชายหญิงอีกสองคนมานั่งรอพบเธออีกด้วย
“เยว่ซิน ฉันขอมาทบทวนตำราเพื่อเตรียมสอบกับพวกเธอได้ไหม” เพื่อนยุวชนหญิงเอ่ยถาม เมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา
“ฉันเคยเห็นคำถามที่เธอลองให้มู่ชงกับเสี่ยวเหม่ยทำแล้ว ฉันรู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก” เพื่อนยุวชนชายกล่าวต่อ
มู่ชงและหลินเสี่ยวเหม่ยได้แต่นั่งเงียบ พวกเขาไม่สามารถเสนอความคิดเห็นใดๆ ได้ เพราะภาระและความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดจะตกอยู่ที่หลี่เยว่ซิน ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงนั่งรอให้หลี่เยว่ซินตัดสินใจเท่านั้น
เมื่อได้ฟังคำขอร้องของเพื่อน หลี่เยว่ซินก็คิดด้วยความหนักใจเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าเธอไม่้าที่จะสอนพวกเขา เพียงแต่เธอไม่มีความมั่นใจว่าเมื่อสอนไปแล้ว พวกเขาจะรับได้มากน้อยเท่าใด เพราะเวลาสอบกระชั้นชิดเข้ามาทุกที
“พวกเราเป็เพื่อนกัน หากเธอเห็นว่าฉันสามารถช่วยพวกเธอได้ ฉันก็ยินดี แต่พวกเรามีเวลาสำหรับการทบทวนตำราอีกเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น ฉันกลัวว่าจะสอนพวกเธอไม่ได้ครบทั้งหมด” หลี่เยว่ซินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักใจ
“เธอไม่ต้องกังวล แค่เธอรับปากว่าจะสอนพวกเรา พวกเราก็ขอบคุณเธอมากแล้ว” เพื่อนยุวชนทั้งสองกล่าวด้วยความยินดี
“และฉันหวังว่าจะไม่เป็การรบกวนพวกเธอมากจนเกินไป” เพื่อนยุวชนหญิงกล่าวต่อด้วยความเกรงใจ
……………………………………………………………..
หลี่เยว่ซินใช้เวลา่กลางคืนทำสรุปเนื้อหาแต่ละวิชา และตั้งคำถามในแต่ละวิชา เพื่อให้เพื่อนยุวชนทดลองทำด้วยความตั้งใจเป็อย่างมาก เพราะใน่กลางวันพวกเขายังต้องทำงานในไร่อยู่ ทำให้ชีวิตในแต่ละวันผ่านไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย วันนี้ก็เช่นกันหลังจากทานอาหารเย็นเสร็จพวกเขาก็มานั่งรวมตัวกัน
“จากที่เราทบทวนบทเรียนกันมาได้สักระยะแล้ว ฉันคิดว่ามู่ชงกับเสี่ยวเหม่ย มีความก้าวหน้าและพัฒนาขึ้นมาก ฉันคิดว่าการสอบครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับพวกเธอทั้งสองคน” จากการประเมินของหลี่เยว่ซิน เธอคิดว่าพวกเขาสามารถสอบผ่านทั้งคู่
หลี่เยว่ซินหันไปทางเพื่อนยุวชนชายหญิง “พวกเธออย่าวิตกจนเกินไป เพราะมู่ชงและเสี่ยวเหม่ยมีเวลาเตรียมตัวมานานกว่า พวกเขาจึงมีการพัฒนาไปมากกว่า เป็ธรรมดาที่พวกเธอจะตามพวกเขาไม่ทัน ดังนั้นฉันจึงคิดว่าพวกเธอควรจะเน้นที่การฝึกตอบคำถามและการเขียนเรียงความให้มากขึ้น”
พวกเขาเห็นด้วยกับความคิดของเธอ จึงเริ่มฝึกตอบคำถามจากโจทย์และเขียนเรียงความตามหัวข้อที่หลี่เยว่ซินกำหนด ใช้เวลาอยู่สามชั่วโมง มันเป็เวลาดึกมากแล้ว หากเป็วันปกติพวกเขาควรที่จะกลับไปพักผ่อน แต่เพราะพรุ่งนี้เป็วันหยุดของพวกเขา คืนนี้พวกเขาจึงนั่งสนทนากันต่อ
“เยว่ซิน เธอจะไม่ร่วมการสอบในครั้งนี้จริงหรือ ฉันคิดว่าความสามารถแบบเธอ สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งได้เลยล่ะ” เพื่อนยุวชนหญิงถามด้วยความเสียดาย
“ฉันเคยถามเยว่ซินมาก่อนแล้วล่ะ เธอแค่อยากทำอย่างอื่นแทนน่ะ” หลินเสี่ยวเหม่ยตอบ
“ฉันแค่อยากทำอย่างอื่นแทนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยน่ะ” หลี่เยว่ซินตอบสบายๆ
“เธออยากทำอะไรต่อไป ฉันขอถามได้ไหม” เพื่อนยุวชนชายถามบ้าง
“ฉันแค่อยากใช้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องเคร่งเครียดมากเท่านั้นเอง ฉันอยากเปิดร้านขายอาหารเล็กๆ เหมือนที่พวกเธอเคยพูดกับฉันอย่างไรล่ะ ฉันเป็คนมีฝีมือทางด้านนี้จริงๆ นะ” หลี่เยว่ซินพูดหยอกล้อกับเพื่อน
ทุกคนต่างก็เห็นด้วย หลี่เยว่ซินเป็คนที่ทำอาหารได้อร่อยมากจริงๆ เพราะทุกวันนี้เธอก็เป็คนทำอาหารให้พวกเขาได้กินในทุกมื้อ ถึงจะเป็อาหารธรรมดา เธอก็สามารถทำออกมาให้มีรสชาติดีเยี่ยม พวกเขายอมรับจากใจจริง