ตอนที่ 24 มีเ้านายเพียงคนเดียว
จิ้งเยี่ยสะบัดมืออ้านจิ่วออก ก่อนเอ่ยถามเสียงขรึม “เหตุใดเ้ามาอยู่ที่นี่ แล้วเ้านายตนเองเล่า” น้ำเสียงสั่นน้อยๆ เจือความโกรธ ทั้งยังมีความตื่นเต้นอันไม่รู้ที่มา
“เ้านายของกระหม่อมคือท่านอ๋องเพียงคนเดียว” อ้านจิ่วพูดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ลดสองมือลงขณะคุกเข่าโดยไม่ขยับเขยื้อน
เวลานี้เริ่มมีคนพา ‘นางกำนัลผู้เป็เ้านาย’ ของตนกลับมาแล้ว แม้มองออกว่าบนตัวพวกนางาเ็จากคมอาวุธที่ราดน้ำมะเขือเทศไว้ไม่มากก็น้อย แต่กลับไม่อันตรายถึงชีวิต
เมื่อเห็นสถานการณ์ตอนนี้ จิ้งเยี่ยก็ร้อนใจขึ้นมาแล้ว ทว่าอ้านจิ่วที่อยู่ตรงหน้ากลับยังคุกเข่าไม่เคลื่อนไหว ปล่อยไว้แบบนี้ต่อไปอย่าว่าแต่ชนะเลย คาดว่าเขาคงกลายเป็ผู้ที่พ่ายแพ้ได้อนาถที่สุด
ฮ่องเต้ที่นั่งอยู่มองอ้านจิ่วด้วยสายตาคลุมเครือ ขณะที่รัชทายาทหย่งหยวนยิ้มเ็า แม้นึกเสียดายคนมีความสามารถผู้หนึ่ง แต่หากอีกฝ่ายมีชีวิตอยู่เพื่อเป็คนของจิ้งเยี่ยเพียงผู้เดียว เช่นนั้นตนยอมทำลายอ้านจิ่ว
จิ้งเยี่ยวุ่นวายใจขึ้นมา ยกเท้าถีบหัวไหล่อ้านจิ่วพร้อมเอ่ย “เ้าโง่นี่! คิดจะทำให้ข้าแพ้หรือ หน้าตาข้าถูกเ้าทำลายหมดแล้ว”
อ้านจิ่วยังคงคุกเข่านิ่ง ถึงขั้นไม่กะพริบตาด้วยซ้ำ จังหวะนั้นด้านหลังก็มีนางกำนัลท่าทางบอบบางคนหนึ่งเดินเข้ามา ก่อนโค้งกายคำนับจิ้งเยี่ยอย่างขลาดกลัว “หม่อมฉันคารวะท่านอ๋อง คนที่ท่านตามหาคือหม่อมฉันเองเพคะ”
จิ้งเยี่ยชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นถลึงตามองสตรีเบื้องหน้าด้วยความโกรธ เป็นางกำนัลที่หน้าตาท่าทางธรรมดาคนหนึ่ง ถึงขั้นดูอ่อนแอบอบบางอย่างยิ่ง “เ้าเป็ใครกัน แล้วข้าไปตามหาเ้าั้แ่เมื่อใด”
นางกำนัลผู้นั้นพอถูกท่านอ๋องถามก็ทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง ก้มศีรษะลง พลางกัดริมฝีปากอย่างไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร
จู่ๆ ผู้เป็โอรส์ที่นั่งอยู่้าก็ะเิหัวเราะออกมา เสียงสรวลนั้นสั่นะเืเข้าไปในจิตใจทุกคน พวกเขาล้วนมองไปทางอวี่เสียงฮ่องเต้
“เ้าเก้าเอ๋ย นี่เ้าใจลอยไปถึงไหนกัน เมื่อครู่มิใช่ตัวเ้าถามอ้านจิ่วคนนั้นว่า ‘นางกำนัลผู้เป็เ้านาย’ อยู่ที่ไหนหรอกหรือ ทำไมพอนางกำนัลตัวน้อยออกมาแล้วกลับจำไม่ได้เล่า”
จิ้งเยี่ยเบิกตาโต ในใจรู้สึกยินดีขึ้นมา เมื่อครู่ตนไม่ได้สังเกต ที่แท้สตรีผู้นี้ก็คือ ‘นางกำนัลผู้เป็เ้านาย’ ที่อยู่ในการประลองของอ้านจิ่ว ครั้นมองสำรวจั้แ่ศีรษะจรดเท้าครู่หนึ่งแล้วไม่พบสีแดงของน้ำมะเขือเทศบนตัวนางเลยสักนิดจึงถาม “เ้า...ไม่ได้าเ็หรือ”
นางกำนัลผู้นั้นน้อมคารวะแล้วกล่าว “ทูลท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ได้าเ็เพคะ”
“เ้ากลับมาั้แ่เมื่อใด” จิ้งเยี่ยพบว่าตนไม่ได้สังเกตคนที่อยู่ด้านหลังเลยสักนิด หรือเพราะเมื่อครู่เขาเบนความสนใจไปคิดเื่อ้านจิ่วเลยไม่ทันมองเห็นกัน
“ก่อนท่านอ๋องจะเผลอทำถ้วยชาแตก หม่อมฉันก็ถูก...พี่ใหญ่องครักษ์ลับช่วยกลับมาแล้วเพคะ” นางกำนัลผู้นั้นพูด ใบหน้าปรากฏริ้วแดงจางๆ ยามพูดถึง ‘พี่ใหญ่องครักษ์ลับ’ ไม่กี่คำนี้ น้ำเสียงที่เอ่ยยังนุ่มนวลเขินอายกว่าก่อนหน้าเล็กน้อย
จิ้งเยี่ยค่อยๆ หรี่ตาลง มุมปากผุดยิ้มเจือจาง ทว่าส่วนลึกในดวงตานั้นแฝงความเย็นเยียบที่ยากจะสังเกตชั้นหนึ่ง เขาเคลื่อนสายตาออกจากตัวนางกำนัลกลับไปยังอ้านจิ่ว “เมื่อครู่ข้าถามเ้า ไยจึงไม่พูด”
“อ้านจิ่วมีเ้านายเพียงคนเดียว” ชายหนุ่มกลับไม่โต้แย้งอันใด เพียงกล่าวประโยคนี้
คนผู้นี้มักทำให้เขาโกรธอย่างไร้สาเหตุ ทั้งยังทำให้ตื่นเต้นชนิดยากจะอธิบาย จิ้งเยี่ยบังเกิดความรู้สึกวู่วามชนิดหนึ่ง อยากคว้าคนตรงหน้าเข้ามากัดสักคำ ทว่าฝืนข่มอารมณ์ไว้ ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็งานเลี้ยงครอบครัว อีกทั้งเสด็จพ่อยังนั่งอยู่เบื้องบน