หลังข้ารับใช้รายงานเื่จินกะต่อเซ็นยู สึโยมิ น่าแปลกที่เธอกลับยังนิ่งสงบอยู่ได้
" ท่านสึโยมิ..เื่นี้---- "
" จะกังวลใจไปทำไมกัน " สึโยมิเอ่ยขัดขึ้นมา
" พลังและอำนาจไม่อาจมีได้ในคนเดียวกัน มิเช่นนั้นจากผู้ปกครองจะกลายเป็ทรราชย์...เรารู้อยู่แล้วว่าผู้าุโสูงสุดย่อมไม่เอนเอียงต่อการตัดสินใจนี้ มีเพียงแต่ผู้าุโชั้นรองๆลงมาเท่านั้นที่กำลังตีกัน "
" จินกะมีพลังแล้วไม่ดีหรือ อย่างไรก็ช่วยปกป้องอาซาฮิได้เป็อย่างดี หรือเธอคิดอยากให้องครักษ์ของลูกเราอ่อนหัดอย่างนั้นหรือ "
" ขออภัยท่านสึโยมิ กระผมแค่คิดตื้นเขินเกินไป "
" อืม เอาเป็ว่าไม่ต้องเป็ห่วง ออกไปได้แล้วเราจะพักผ่อน "
ทันทีที่ข้ารับใช้ออกไปจากห้อง สึโยมิเองที่นั่งสงบนิ่งก็เริ่มคิดขึ้นมา
ต้องตีสนิทกับจินกะมากกว่านี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด จินกะย่อมต้องถวายหัวแก่อาซาฮิ
.
.
ปกติแล้วบุตรของตระกูลใหญ่ต้องเรียนอยู่แต่ในตระกูล เพื่อป้องกันการลักพาตัวั้แ่เด็ก อีกทั้งยังวิชาเสริมตามแต่ที่ตระกูลนั้นๆเชี่ยวชาญ
ทั้งอาซาฮิและจินกะเองก็เช่นกัน ทั้งสองเรียนอยู่แต่ในตระกูลจนจบชั้นประถม ใน่นั้นจินกะได้พบเจอผู้อื่นเพียงแค่ในโดโจของตระกูลฝั่งมารดาเท่านั้น และเพื่อนที่พูดคุยบ่อยที่สุดคือ อาริซาว่า ทัตซึกิ และ คุโรซากิ อิจิโกะนั่นเอง
เพราะการออกมาด้านนอกมีองครักษ์ประจำตระกูลคอยออกมาดูแลด้วยเช่นกัน ยูกิโกะมารดาของจินกะเองก็ดูมีความสุขที่ได้เจอ คุโรซากิ มาซากิ และคุยอวดเื่ลูกด้วยกันบ่อยๆ
...จนกระทั่งวันนั้น
.
.
ซ่าาา
" วันนี้ฝนตกหนักน่าดูเลยนะจินกะ พักไปโรงฝึกซักวันดีมั้ยจ๊ะ "
ยูกิโกะเอ่ยถามระหว่างนั่งอยู่ในเรือนใหม่ ที่ตรงนี้ดีกว่าเรือนเก่าตรงที่ระเบียงมีบานพับกระจกเก็บได้ เธอสามารถนั่งชมวิวสวนหินใกล้ๆพร้อมจิบชาในวันฝนตกอย่างนี้ได้ บรรยากาศดีมากทีเดียว
" ผมก็คิดว่าจะขอฝึกอัญเชิญชิกิงามิในเรือนแทนเหมือนกันครับท่านแม่ " จินกะที่ตอนนี้อยู่ในวัยเก้าขวบปีแล้วตอบกลับแม่ของเขา วัยนี้จินกะใบหน้าเริ่มเรียวได้รูป ผิวขาวสว่าง ผมดำสนิท ดวงตาดำขลับสวยกลมโต นิสัยติดจะเ็ามากระเบียบมากขึ้น แต่กับยูกิโกะก็ยังขี้อ้อนเหมือนเดิม แม้จะไม่มากเท่า่ตอนสามสี่ขวบก็ตาม
" ลูกแม่ขยันจริงเชียว อย่าหักโหมมากนักล่ะ "
" ผมเก่งอยู่แล้ว ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ "
จินกะตอบกลับมารดาพลางแย้มยิ้มให้ ก่อนจะเดินออกนอกเรือนผ่านสะพานที่มีหลังคากันฝนเพื่อเดินตรงไปยังเรือนฝึกวิชาอัญเชิญและอาคม
ห้าปีที่ผ่านมานี้จินกะยังคงฝึกหนักอย่างต่อเนื่อง ภูตพรายต่างๆก็ได้เริ่มทำสัญญาและฝึกใช้มากขึ้นแล้ว ส่วนชิกิงามิประจำตัว ถึงเมื่อก่อนจะกลัวแต่พอได้ทำความรู้จักมากขึ้นก็พบว่าอีกฝ่ายนอกจากฝีมือที่น่าเกรงขาม ก็ยังมีฝีปากที่น่าหมั่นไส้มากทีเดียว
จินกะตั้งชื่อให้ชิกิงามิประจำตัวว่า คาเงะ อาจเพราะตอนเด็กคำศัพท์ในหัวมันน้อยไปหน่อย เ้าตัวเองก็บ่นกระปอดกระแปดกับเื่นี้แต่ก็ยอมรับชื่ออยู่ดี
' เห็นแก่สมองอันน้อยๆของเ้า ข้าจะยอมรับชื่อนี้แล้วกันไอ้หนู '
เหมือนพี่เลี้ยงปากร้ายแต่ชอบเอาใจ?
.
.
วันต่อมาก็เหมือนวันปกติทั่วไป จินกะเข้าไปฝึกที่โดโจเหมือนเดิม อันที่จริงฝีมือของเขาเกินหน้าเด็กวัยเดียวกันไปไกล เขาชนะทัตสิกิั้แ่เจ็ดขวบ จากนั้นก็แยกไปฝึกรวมกับเด็กโตมาจนถึงตอนนี้ แต่ยังไงเวลาเลิกเรียนก็ได้เจอกับทั้งทัตสึกิทั้งอิจิโกะอยู่ดีนั่นแหละ
...แต่วันนี้แปลกแฮะ เห็นแค่ทัตสึกิคนเดียว เ้าอิจิโกะไปไหน?
" นี่ทัตสึกิจัง วันนี้อิจิโกะคุงไม่มาหรอ "
" ...คือว่า " ทัตสึเล่าเื่ที่ตัวเองรู้หลังจากเพิ่งได้ยินเื่จากครูฝึกที่โดโจเหมือนกัน ดังนั้นจินกะจึงได้รู้ว่าเมื่อวานนี้ วันที่ตัวเองหยุดเรียนไป
อิจิโกะได้เสียคุณแม่ไปแล้วตลอดกาล...
ดููท่าข่าวนี้ทางบ้านคุโรซากิก็คงเพิ่งมาบอกทางโรงฝึก และท่านแม่ยูกิโกะก็คงได้รู้เื่วันนี้เช่นเดียวกัน
ดูเหมือนอิจิโกะเองก็ไม่ได้ไปโรงเรียนและไม่ได้กลับบ้าน ทางบ้านคุโรซากิเองก็กำลังตามหาอิจิโกะเช่นกัน
ในฐานะคนที่รักแม่มากเหมือนกัน จินกะพอจะเข้าใจอิจิโกะคุงอยู่ แต่หายไปแบบนี้อาจจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นก็ได้
" ...ท่านพี่คาเงะ "
" ว่าไงเ้าหนูจินกะ "
" ช่วยตามหาอิจิโกะคุงให้ทีนะครับ "
คาเงะไม่พูดพร่ำอะไร เพียงจมร่างตนเองหายไปในเงา ผ่านไปเพียงครู่ก็กลับมาหาจินกะอีกครั้ง จินกะเองก็พาทัตสึกิและครูฝึกไปยังสถานที่ที่พบอิจิโกะด้วย
.
.
ริมถนนทางลาดมีลานทุ่งหญ้าลาดชันก่อนจะมีแม่น้ำ พวกเขาเห็นอิจิโกะเดินวนเวียนอยู่อย่างนั้น ก่อนจะนั่งพัก จินกะจึงเดินลงไปหาอิจิโกะ
" อิจิโกะคุง เป็อะไรมากมั้ย "
" ชั้น...แม่...หาแม่ไม่เจอเลย...จินกะ นายช่วยทีได้มั้ย หาแม่ชั้นที...ได้โปรด "
เราเป็เพื่อนกันมานาน แน่นอนทั้งจินกะและอิจิโกะรู้ ว่าพวกเขาทั้งสองต่างมองเห็นิญญา
" อิจิโกะคุง ผมเข้าใจว่ามันยากจะยอมรับนะ แต่-- "
" ชั้นไม่อยากยอมรับ! เพราะชั้น...แม่ถึงได้! ชั้น--- "
" ไม่ อิจิโกะคุง ผมอาจจะไม่เข้าใจความเ็ปของนาย แต่นายยังมีครอบครัวที่เหลืออยู่ ถ้านายเป็อะไรไปพวกเขาคงรับไม่ได้...อิจิโกะกลับบ้านเถอะ "
" ชั้น...เข้าใจ แต่...ขออยู่ตรงนี้คนเดียวซักพัก...ขอร้องล่ะนะ "
" ...ผมเข้าใจแล้ว "
จินกะเดินขึ้นมาเหนือบริเวณที่อิจิโกะนั่งอยู่เล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงไปบนพื้นหญ้า เฝ้ามองเพื่อนของตัวเองไม่ให้สติหลุดโทษตัวเองจนเผลอทำอะไรลงไป
หลังจากนั้นสักพัก ครูฝึกก็พาคุโรซากิคนพ่อก็มารับอิจิโกะ เขามาพร้อมกับน้องสาวอิจิโกะสองคนที่ยังดูเด็กกว่าพวกเขาสักหกปีได้ คงทิ้งไว้ให้อยู่ที่บ้านลำพังไม่ได้นั่นแหละ
ในจุดนั้นจินกะเพิ่งจะได้เข้าใจ
ความตายอยู่ใกล้ขนาดนี้เลยสินะ...
____________________
เวลาผ่านไปจนจินกะอายุได้สิบสามปี ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องออกไปเรียนที่โรงเรียนเหมือนเด็กๆทั่วไป ่ม.ต้นจินกะได้ไปเรียนที่โรงเรียนมาชิบะ เขาได้เจอ ทัตสึกิ และอิจิโกะเหมือนครั้งยังเด็ก พวกเขายังคงพูดคุยสนิทสนมกันเหมือนเดิมได้อย่างง่ายดาย มีเพียงอิจิโกะเท่านั้นที่จินกะสังเกตุเห็นว่า เด็กหนุ่มผมส้มดูเคร่งขรึมขึ้นมากกว่าเดิม คงอยากเข้มแข็งขึ้นเพื่อปกป้องน้องๆนั่นแหละ
อ้อ มีเด็กอีกคนที่สะดุดตา อาจจะเพราะว่าสีผมแปลกๆคล้ายกับอิจิโกะคุงละมั้ง
...อิโนะอุเอะ โอริฮิเมะ
ท่าทางของเธอ ดูน่ารักสดใส ผมน้ำตาลประกายสีส้มอ่อนยาวพริ้วไหว สมชื่อเ้าหญิงจริงๆนั่นแหละ
ม.ต้นของจินกะมันก็เื่ปรกติ ่ปีแรกเขาก็มาโรงเรียนร่วมกับอาซาฮิบ้าง อาซาฮิเองก็ทำตัวเหมือนพี่ชายปกติไม่ได้ปฏิบัติกับเค้าเหมือนเป็แค่องครักษ์ จินกะคิดว่าเขารู้สึกดีกับพี่ชายอยู่นิดหน่อย ส่วนคนพ่อจินกะปฏิบัติราวกับคนแปลกหน้าเท่านั้นแหละ แม้คนคนนั้นจะพยามเข้าหาเท่าไหร่ก็ตาม
พ้น่ปีแรกไป อาซาฮิขึ้นม.ปลายแล้วจึงไม่ได้เจอกันอีก จินกะได้เรียนห้องเดียวกับทั้ง อิจิโกะ ทัตสึกิ และ อิโนะอุเอะซัง ่นี้อยู่ๆเธอก็ตัดผมสั้นย้อมผมดำขึ้นมา อิจิโกะเองก็มีเื่ชกต่อยบ่อยขึ้นมาก ดูท่าจะเป็เพราะสีผมที่ดูแปลกในสายตาคนทั่วไปล่ะมั้ง
ส่วนจินกะ ก็มีคนเข้าหาอยู่บ้าง คงเพราะเขาเป็ลูกหลานตระกูลใหญ่ ทุกหน้าร้อนผิวเขาจะออกสีแดงระเรื่อจนท่านพี่คาเงะชอบบ่นว่าไปแอบได้ยินคนชื่นชมจินกะจนปวดหู จินกะคิดว่าเขาไม่ค่อยชอบฤดูร้อนสักเท่าไหร่
.
.
ม.ต้นปีสุดท้าย เขาเห็นโอริฮิเมะกลับมาไว้ผมสีเดิมและไว้ผมยาวประบ่า แถมจากที่เก็บตัวก็เริ่มสนิทสนมกับทัตสึกิ จินกะเลยเข้าไปทักทายนิดหน่อย
" สวัสดี อิโนะอุเอะซัง กลับมาไว้ผมสีเดิมปล้วหรอ "
" อ่ะ! ยุคามิซัง สวัสดีค่ะ...ผมสีเดิมของชั้นมัน..แปลกหรอคะ " สิ้นเสียงโอริฮิเมะ ทัตสึกิจ้องมองเขาอย่างกับจะเชือดคอกัน...ถึงแม้ว่าจะทำไม่ได้ก็เถอะนะ
" เปล่าหรอก ผมว่ามันสวยธรรมชาติดี เข้ากับเธอดีนะ อ้อ ในเมื่อคุณเป็เพื่อนกับทัตสึกิก็เรียกผมว่าจินกะก็ได้ ถึงจะแปลกไปหน่อยที่เพิ่งมาเรียกกันตอนปีสามก็เถอะ "
" อ่ะ..อื้ม จินกะคุงก็เรียกชั้นว่าโอริฮิเมะเถอะ ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะคะ "
____________________
ม.ต้นจบไปแล้ว ชีวิตจินกะก็สงบสุขดี อายุก็ย่างเข้าสิบหกปีแล้ว ทางตระกูลเริ่มให้เขาเข้าขบวนทัพเพื่อออกสนามจริงในการต่อสู้เพื่อกำจัด กักขัง และช่วยเหลือบรรดาิญญาและภูตพรายทั้งหลาย เขาเริ่มฝึกฝนั้แ่ปิดเทอมก่อนขึ้นม.ปลาย
ม.ปลายจินกะก็ได้สิทธิพิเศษ จะว่าเด็กเส้นก็ได้แต่การเรียนจินกะเองก็ไม่ได้แย่อะไร ออกจะค่อนไปทางบนๆเพราะงั้นเขาจึงได้เข้าเรียนม.ปลายโดยไม่ต้องสอบเข้า
พวกเราเรียนที่ คาราคุระไดอิจิ ทั้งจินกะ อิจิโกะ ทัตสึกิ และโอริฮิเมะ จินกะไปถามพวกที่เหลือมาแล้ว ซึ่งมันก็ดีที่มีเพื่อน แต่คงต้องไปลุ้นเอาหน้างานว่าจะได้อยู่ห้องเดียวกันรึเปล่า
.
.
วันเปิดเรียนมาถึง หลังจากตรวจดูกระดานรายชื่อก็พบว่าพวกเราทั้งหมดได้อยู่ห้องเดียวกัน ซึ่งมันก็ดีอยู่หรอกเพราะเขาเองก็ี้เีเสวนาหาเพื่อนใหม่เหมือนกัน
ยิ่งขึ้นม.ปลาย อิจิโกะก็ยิ่งชกต่อยหนักข้อขึ้น ส่วนทัตสึกิก็จริงจังกับคาราเต้มากขึ้นจนแว่วว่าได้เข้ารอบอินเตอร์ไฮไปแล้ว
วันนึงจินกะเห็นอิจิโกะโดนพวกนักเลงรุมอีกแล้ว แถมดูจะมีตัวประกันซะด้วย
" ...ไปช่วยสักหน่อยแล้วกัน"
พอโตขึ้นจินกะสามารถใช้วิชาองเมียวจิได้เหนือชั้นจนกระทั่งสามารถผสานร่างเข้ากับชิกิงามิได้แล้ว
แล้วลืมไปแล้วรึยังว่าชิกิงามิคู่กายของเขาคือใคร?
" คาเงะ ผสานร่าง " การใช้งานชิกิงามประจำตัวเป็ข้อยกเว้นพิเศษ เขาไม่จำเป็ต้องกล่าวคำร่ายเพื่ออัญเชิญ เพราะ ชิกิงามิคู่กายจะถูกพันธนาการไว้ใต้รอยพันธสัญญานั่นเอง อย่างของคาเงะก็เป็รอยงูรัดคอที่เ้าตัวเคยทำกับเขาเมื่อตอนเด็กนั่นล่ะ
พลันร่างจินกะร่วงหล่นลงไปในเงา คืบคลานเข้าหาตำแหน่งซอยเปลี่ยวที่อิจิโกะอยู่ในทันที
" ...พวกคุณ...กำลัง...ทำอะไร " จินกะแกล้งผลุบออกมาจากเงาใต้เท้าของพวกนักเลง ผิวปากกระซิบข้างหูจนแต่ละคนกรี๊ดร้องสาวแตกกระเจิง
" กรี๊สสสสสส!! ผะ..ผีหลอกกลางวันแสกๆจ้าาา!!! "
" ไม่เอาแล้ว!! ไม่อยู่แล้วคร้าบบบบบ!!! "
พวกนักเลงพวกนั้นวิ่งหนีไปจนหมดเหลือทิ้งไว้แค่สี่คน คงจะเป็เพื่อนใหม่อิจิโกะ?
จินกะโผล่ออกมาจากเงาแล้วกล่าวทักทาย
" สวัสดีครับ เดี๋ยวนี้ริอาจจะเป็แยงกี้แล้วหรอ อิจิโกะคุง "
" ทำพูดเล่นเข้านะจินกะ ไอ้ตะกี้ฝีมือนายใช่มะ "
" หืม อะไรหรอครับ ไม่เห็นจะรู้เื่ ผมเพิ่งเดินผ่านมาเองนา "
จินกะตอบแกมทะเล้นกลับไป รู้ดีว่าเพื่อนหัวส้มคนนี้รู้อยู่แล้วว่าเขานี่แหละตัวการที่ทำให้นักเลงพวกนั้นหนีไป
" ชกต่อยบ่อยๆมันไม่ดีนะครับ พวกคุณเองก็ด้วย ว่าแต่ชื่ออะไรกันหรอ ผม ยุคามิ จินกะ จะเรียกจินกะเฉยๆก็ได้นะครับ "
"...แช้ด " ชายหนุ่มลูกครึ่งเืเต็มหัวเอ่ยขึ้น ท่าทางจะาเ็ไม่ใช่น้อยแต่สีหน้านิ่งยังกะแผลมดกัด แปลกคน
" ผม โคจิม่า มิทสึอิโระ ส่วนคนผมน้ำตาลนั่น อาซาโน่ เคย์โงะ ล่ะครับ "
" จินกะซังคงไม่ใช่พวกแปลกๆแบบเ้าอิจิโกะใช่มั้ยครับ ไม่งั้นนักเลงตามหากระทืบรายชั่วโมงแหงแซะ " เคย์โงะพูดออกมาทำหน้าแหยงๆ
" ระวังปากหน่อยสิเคย์โงะ เพราะคุณยุคามิโผล่เ้าพวกนักเลงนั่นถึงได้หนีไปเลยนะ "
" ช่างเถอะๆ ผมไม่ถือสาหรอก จะว่าไปเป็เพื่อนอิจิโกะคุงได้ ผมว่าผมเองก็คงแปลกพอตัวแหละ ฮะๆ "
" อ้าวเห้ย ไอ้จินกะ ซักหมัดมั้ยฮะ! "
" ผมไม่นิยมความรุนแรงครับ "
" ...พูดมาได้ ตัวเองใช้ภูตทำแทนล่ะสิไม่ว่า..." อิจิโกะกระซิบบ่นเบาๆ
" เมื่อกี้อิจิโกะคุงว่าไงนะครับ "
" เปล๊า! "
" แล้วคุณแช้ด ไปโรงพยาบาลมั้ยครับเดี๋ยวผมช่วยเรียกรถพาไปให้ "
" ...ไม่ต้องหรอก ไม่จำเป็ แปปเดียวก็หาย "
" ไม่จำเป็ได้ไงเล่า! อย่างน้อยไปคลินิกบ้านชั้นก็ยังดี " อิจิโกะว่าขัดขึ้นมา แช้ดไม่ตอบอะไรเพียงพยักหน้าให้เท่านั้น คงจะเห็นด้วยกับอิจิโกะเค้าแหละ
" เอาล่ะ ตอนนี้ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว อิจิโกะคุงพาแชทคุณไปที่คลินิก ส่วนผมจะพามิทสึอิโระซังกับอาซาโน่ซังไปส่งหน้าโรงเรียนเอง คงต้องแยกกันตรงนี้นะครับ "
" เออ เจอกัน เดินทางปลอดภัยล่ะ "
" ห่วงฝั่งตัวเองก่อนเถอะครับ "
จินกะพามิตสึอิโระและอาซาโน่มาส่งที่หน้าโรงเรียนจากนั้นจึงประสานร่างเงากับคาเงะเร่งกลับตระกูลยูคามิทันที มีชิกิงามิดีมันก็สบายแบบนี้แหละเนอะ
ชีวิตม.ปลายแบบนี้ก็สงบสุขดี หวังว่ามันจะสงบแบบนี้ตลอดไป
จินกะคิดเช่นนั้น ไม่ทันได้สังเกตผีเสื้อสีดำแปลกตาเลยสักนิด...
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
TBC.