บทที่ 1 จุดสูงสุดของจักรวาลแห่งการทะลุมิติ
ถังซูอี๋ได้ทะลุมิติมาแล้ว
บัดนี้ นางเอนกายอย่างเกียจคร้านบนตั่งไม้หอมแกะสลัก ข้างกายถูกห้อมล้อมด้วยสาวใช้ราวสี่ห้าคน พวกนางคอยนวดบ่า นวดขา พัดวี และคอยปอกองุ่นให้
นางรับองุ่นจากสาวใช้แล้วค่อย ๆ กัดกินเพื่อลิ้มรส เนื้อผลไม้รสหวานอมเปรี้ยวทำให้นางรู้สึกสบายใจนัก
ถังซูอี๋ในยามนี้ไม่เพียงแค่รู้สึกสบายใจเท่านั้น ทว่านางแทบจะะโโลดเต้นไปด้วยความยินดี
สำหรับผู้ที่ทำงานจนตายแล้วมีโอกาสได้กลับมาเกิดใหม่ ทั้งยังนอนพักผ่อนได้อย่างสบายใจ ไม่ว่าผู้ใดก็คงรู้สึกดีใจกับเื่แบบนี้ใช่หรือไม่?
ในชาติก่อน ถังซูอี๋เป็คนบ้างานตัวยง
นางสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมดา แต่เป็เพราะโชคชะตาที่เข้าข้าง ทำให้นางได้รับเลือกเข้าทำงานในบริษัทต่างชาติ ในตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายขาย ด้วยการทำงานหนักเป็เวลาแปดปีโดยไม่มีวันหยุด นางจึงได้รับแต่งตั้งให้เป็ประธานบริหารของบริษัทประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทว่าหลังจากเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน ชีวิตนางก็ดับลงเพราะการทำงานที่หนักเกินไป
เมื่อนึกถึงเื่นี้ นางกลับรู้สึกว่ามันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย กับการที่ต้องตื่นแต่เช้าและทำงานจนดึก ทุ่มเททุกสิ่งอย่างเพื่อให้ได้มีชีวิตที่หรูหรา ทว่ามีความสุขกับสิ่งเ่าั้ได้ไม่นานก็ต้องตายจาก
หลังจากทำงานหนักมาหลายปี ก็กลับคืนสู่…
ไม่สิ นางไม่ได้กลับไปก่อนที่จะได้รับอิสรภาพ เพราะนางในยามนี้คือฮูหยินแห่งจวนโหวหย่งหนิงในราชวงศ์ต้าฉาว มีเงิน มีบรรดาศักดิ์ มีบุตร ไม่มีพ่อสามี ไม่มีแม่สามี สำคัญที่สุดคือสามีของนางได้ตายไปแล้ว เช่นนั้นนางจึงกุมอำนาจทั้งหมดในจวนไว้แต่เพียงผู้เดียว
ฮ่า ฮ่า!
คิดมาถึงตรงนี้ ถังซูอี๋ก็กดมุมปากลง ด้วยเกรงว่าจะเผลอหัวเราะออกมา ความรู้สึกของการได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งมาโดยไม่ต้องลงแรงนั้นมันช่างดีเหลือเกิน
นี่คงเป็จุดสูงสุดของจักรวาลแห่งการทะลุมิติแล้วใช่หรือไม่?
ขณะที่กำลังวางผลองุ่นลงบนริมฝีปาก เสียงของสาวใช้ข้างกายนามว่า ชุ่ยอวิ๋นก็ดังขึ้น “ฮูหยิน ข้ารับฟังมาว่า คุณหนูรองแห่งตระกูลอู๋ตกน้ำเมื่อวานนี้ และยังคงไร้สติจนถึงบัดนี้”
ถังซูอี๋ดึงสติกลับจากความตื่นเต้นที่ได้มาอย่างง่ายดาย และพยายามตรึกตรองว่าคุณหนูรองแห่งตระกูลอู๋คือผู้ใด บุคคลผู้นี้จำต้องมีสายสัมพันธ์กับนางแน่นอน มิฉะนั้นชุ่ยอวิ๋นคงไม่กล่าวถึงโดยปราศจากเหตุผล
แม้มรดกความทรงจำจากเ้าของร่างเดิมจะมีมากมาย ทว่าก็เกินกำลังที่นางจะจัดระเบียบให้เข้าที่เข้าทางได้ในทันที
หลังจากทานองุ่นหมดไปหนึ่งผล ในที่สุดนางก็ล่วงรู้แล้วว่าคุณหนูรองแห่งตระกูลอู๋คือผู้ใด นางคือคู่หมั้นของบุตรชายคนโตของนาง
“เกิดเหตุใดจึงตกน้ำ?” นางเอียงกายเล็กน้อย ทำทีราวกับรอฟังเื่สนุกสนาน
“ข่าวจากตระกูลอู๋แจ้งว่า คุณหนูรองเล่นอยู่ริมทะเลสาบ แล้วพลัดตกน้ำโดยไม่ทันระวัง” ชุ่ยอวิ๋นคีบองุ่นหนึ่งลูกแล้วยื่นให้นาง
ดวงตาของนางเปล่งประกายแวววาว นี่มันละครชีวิตที่ตบตีกันในจวนชัด ๆ คุณหนูในนิยายมักถูกผลักตกน้ำ หรือถูกวางยาแล้วเกิดอะไรต่อมิอะไร นี่มันนับได้ว่าเป็เื่ที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปเลยนะเนี่ย
ก่อนที่นางจะข้ามภพมา นางเคยฟังนิยายเสียงเพื่อช่วยนอนหลับ และนางเอกของนิยายเื่นั้นก็เกิดใหม่หลังจากตกน้ำ ทั้งยังอยู่ในตระกูลอู๋เหมือนกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน
มันจะเป็เื่บังเอิญถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?
“คุณหนูรองแห่งตระกูลอู๋มีนามว่าอะไร?” นางถามชุ่ยอวิ๋นอย่างไม่เจตนา
ชุ่ยอวิ๋นมีสีหน้างุนงง นางสงสัยว่าเหตุใดฮูหยินจึงลืมนามของคุณหนูรอง ทว่าก็ตอบออกไปด้วยความนอบน้อม “คุณหนูรองแห่งตระกูลอู๋มีนามว่า อู๋จิ้งอวิ๋น”
ถังซูอี๋กำผ้าเช็ดหน้าแน่นขึ้น นางเอกในนิยายที่ฟังก็มีนามว่า ‘อู๋จิ้งอวิ๋น’ เช่นกัน
ถังซูอี๋ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะถามต่อ “บุตรชายคนโตของข้ามีนามว่าอะไร?”
ไม่เพียงแค่ชุ่ยอวิ๋นเท่านั้นที่ใ แม้แต่สาวใช้นางอื่นต่างก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาไม่แพ้กัน ฮูหยินจะลืมนามคุณชายใหญ่ได้เช่นไร?
ถังซูอี๋ไม่ได้รับคำตอบ เมื่อนางหันกลับมาก็พบว่าสาวใช้ทุกคนต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจ นางเข้าใจดีว่าพฤติกรรมของนางในตอนนี้ดูผิดแผกไปมากในสายตาของสาวใช้เ่าั้ ทว่านางจำต้องยืนยันให้ได้ว่าตนเองได้ตกอยู่ในนิยายที่เคยฟังจริงหรือไม่!
“ไม่รู้หรือ?” ถังซูอี๋มองชุ่ยอวิ๋นด้วยสายตาเรียบเฉย ราวกับกำลังสนทนาเื่ที่แสนจะธรรมดา ทว่าชุ่ยอวิ๋นกลับรู้สึกหวั่นวิตก จึงรีบกล่าวว่า "ข้ารู้เ้าค่ะ คุณชายใหญ่มีนามว่า เซียวอวี้เฉิน”
วันนี้ฮูหยินดูน่าเกรงขามนัก!
ถังซูอี๋รู้สึกราวกับสมองของนางว่างเปล่าไปชั่วขณะ นางเคยฟังนิยายเื่หนึ่งที่ตัวเอกของฝ่ายชายมีชื่อว่า ‘เซียวอวี้เฉิน’
“คุณชายใหญ่ไปตรอกเหมยฮวาอีกหรือ?" ถังซูอี๋ถามต่อ ในนิยายเื่นั้น เซียวอวี้เฉินได้วางแผนอย่างลับ ๆ ให้คนรักในวัยเยาว์ของเขาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในตรอกเหมยฮวา
ครานี้ภายในห้องเงียบสงัดราวกับแมลงกระซิบ แม้แต่สาวใช้ก็หายใจเบาลง
“เ้าไม่รู้หรือ?” ถังซูอี๋มองไปยังชุ่ยอวิ๋นอีกครั้ง
ชุ่ยอวิ๋นรู้สึกประหม่ายิ่งขึ้น พลางกล่าวอย่างติด ๆ ขัด ๆ “ข้า… ข้าไม่รู้เ้าค่ะ”
ถังซูอี๋ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ดูเหมือนว่าตรอกเหมยฮวาจะมีอยู่จริง และเซียวอวี้เฉินน่าจะไปที่นั่นบ่อย ๆ เพียงแค่ชุ่ยอวิ๋นไม่กล้าเอ่ยออกมาเท่านั้น
อู๋จิ้งอวิ๋น เซียวอวี้เฉิน จวนโหวหย่งหนิง ตรอกเหมยฮวา…
ทะลุมิติเข้ามาในนิยายจริง ๆ ด้วย!
“พวกเ้าออกไปก่อนเถิด” ซูอี๋โบกมือไล่ แม้ชุ่ยอวิ๋นจะสงสัยว่าวันนี้ฮูหยินเป็อันใดไป ทว่านางก็ยังคำนับแล้วเดินออกไปเงียบ ๆ เมื่อนางออกไปแล้ว สาวใช้นางอื่นก็ตามออกไปเช่นกัน
ภายในห้องเหลือเพียงถังซูอี๋ผู้เดียว นางเอนกายลงบนตั่ง พลางสบถออกมาอย่างหยาบคาย "วะ!"
ยังคิดจะนอนเฉยอยู่หรือ!
นางไม่เพียงแต่จะทะลุมิติเข้าไปในนิยายเท่านั้น ทว่านางยังกลายเป็ตัวร้าย และครอบครัวของนางก็เป็ตัวร้ายที่ร้ายกาจที่สุดอีกด้วย
หลังจากได้ทบทวนเื่ราวในนิยายอีกครั้ง ถังซูอี๋ก็อยากจะสบถออกมาดัง ๆ ในฐานะฮูหยินของนาง แท้จริงแล้วนางล้วนมีทรัพย์สมบัติ ยศถาบรรดาศักดิ์ รวมถึงบุตรธิดา ทว่าบุตรธิดาทั้งสามของนางกลับไม่มีผู้ใดทำให้นางสบายใจได้เลย
บุตรชายคนโต ในฐานะทายาทผู้สืบทอดตระกูลขุนนาง บัดนี้มีเพียงความคิดเพ้อฝันเื่รักใคร่ ในตัวคนรักที่เป็สหายมาั้แ่วัยเยาว์ จนเกือบจะตัดขาดความสัมพันธ์กับครอบครัว บุตรชายคนรอง เป็ทายาทผู้ดี มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งเมืองหลวงในเื่ของความเกเร ไม่ร่ำเรียนวิชา วันทั้งวันเอาแต่เล่นสนุกกับบรรดาสัตว์เลี้ยง ส่วนธิดาคนเล็ก แม้นางจะมีอายุเพียงแปดขวบ ทว่ากลับมีนิสัยดื้อรั้นและก้าวร้าวนัก
ยิ่งไปกว่านั้น ตัวนางเองก็กำลังจะล้มป่วยและตายลงในไม่ช้า จากนั้นบรรดาศักดิ์ของขุนนางก็จะถูกริบไปทั้งตระกูล ส่วนบุตรธิดาทั้งสามจะประสบกับชะตากรรมที่น่าสังเวชยิ่ง
แม่เ้าเอ๋ย! สถานการณ์มันแย่จริง ๆ และไม่มีทางแก้ไขได้เลย
หลังจากทรุดตัวลงบนตั่งผ้าไหมด้วยความท้อแท้ ถังซูอี๋มองไปรอบ ๆ ห้องอันหรูหรา ตกแต่งไปด้วยเครื่องเรือนที่ทำจากไม้นานมู่*[1]ประดับด้วยเส้นไหมสีทอง ฉากกั้นห้องที่ประดับประดาด้วยเครื่องลายครามและหยก รวมถึงภาพเขียนจากจิตรกรชื่อดังที่แขวนอยู่บนผนัง แม้แต่ถ้วยน้ำที่นางใช้ก็ทำมาจากหยกเนื้อละเอียด แท้จริงแล้วนี่คือชีวิตที่ล้นเหลือด้วยทรัพย์สมบัติและความหรูหรา
ทว่าชีวิตที่ร่ำรวยหรูหราก็ไม่ได้ดีเสมอไป
ถังซูอี๋ไม่ใช่ผู้ที่ยอมแพ้กับอะไรง่าย ๆ ในอดีตนางเคยเป็เพียงผู้ช่วยฝ่ายขาย สุดท้ายก็ก้าวขึ้นมาเป็ประธานบริหารของบริษัทในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัญหาเล็กน้อยเพียงเท่านี้จะทำให้นางท้อได้เช่นไรกัน?
ถังซูอี๋ถอนหายใจยาว ๆ จากนั้นก็ลุกขึ้นนั่งด้วยความมุ่งมั่นอันสูงส่ง ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ได้มาง่ายดาย หากปรารถนาชีวิตที่หรูหราและเพื่อฮูหยินในยุคนี้ นางจำต้องทุ่มเทด้วยแรงกายแรงใจทั้งหมดที่มี
ไม่ต้องวิตกถึงสถานการณ์ที่ย่ำแย่ สิ่งสำคัญในยามนี้คือ คิดหาวิธีการรับมือ หากบุตรธิดาทั้งสามไม่เชื่อฟัง นางก็จะลงโทษอย่างเด็ดขาด ในเมื่อนางยังบริหารบริษัทที่มีพนักงานนับพันคนได้ เช่นนั้นนางจะจัดการกับเด็กก้าวร้าวทั้งสามไม่ได้เชียวหรือ?
ยิ่งกว่านั้น นางเอกที่กำลังจะเกิดใหม่ หากเป็ดั่งในนิยายจริง หลังจากเกิดใหม่นางก็เริ่มจัดการกับจวนโหว นางก็คงไม่ประนีประนอมเช่นกัน เพราะการเป็ตัวร้ายอาจจะสนุกกว่าด้วยซ้ำ
ถังซูอี๋เอนกายลงบนตั่งผ้าไหมอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มทบทวนเื่ราวในนิยาย อู๋จิ้งอวิ๋น ผู้เป็นางเอกกำลังจะเกิดใหม่ในไม่ช้า และสิ่งแรกที่อู๋จิ้งอวิ๋นจะทำคือ ถอนหมั้นกับเซียวอวี้เฉิน บุตรชายคนโตของนาง ผู้ที่ถูกเรียกว่าเป็ ‘คนรักราคาถูก’
ทว่าอู๋จิ้งอวิ๋นจะไม่ยอมถอนหมั้นอย่างง่ายดาย เพราะในชาติก่อนนางมีชีวิตที่ทุกข์ทรมาน นางจะถอนหมั้นพร้อมทั้งสร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่จวนโหวหย่งหนิง ด้วยการเปิดโปงว่า เซียวอวี้เฉินให้ที่พักพิงแก่หลิวปี้ฉิน ธิดาของขุนนางฏ
การให้ที่พักพิงแก่ครอบครัวของขุนนางฏนั้นถือเป็ความผิดร้ายแรง แม้ว่าจวนโหวหย่งหนิงจะมีฐานอำนาจที่มั่นคงในเมืองหลวง ก็จะได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในนิยายกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็จุดเริ่มต้นของการล่มสลายของจวนโหวหย่งหนิง
ถังซูอี๋หรี่ตาลง เหตุการณ์นี้ต้องได้รับการจัดการให้เร็วที่สุด มิฉะนั้นจะเกิดเื่ร้ายแรงขึ้น
เมื่อนึกถึงเื่ราวในนิยาย ถังซูอี๋ก็ถอนหายใจอีกครั้ง ในชาติก่อน อู๋จิ้งอวิ๋นมีชีวิตที่ทุกข์ทรมาน ทั้งโดนเซียวอวี้เฉินเพิกเฉย และโดนหลิวปี้ฉินกลั่นแกล้ง จนในที่สุดต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสังเวช หากนาง้าแก้แค้นหลังจากได้เกิดใหม่ก็นับเป็เื่ที่เข้าใจได้
ทว่าสิ่งสำคัญก็คือ ตามเื่ราวในนิยาย ผู้ที่นางหมายจะแก้แค้น หาใช่เซียวอวี้เฉินเพียงผู้เดียว กลับเป็ผู้คนในจวนโหวหย่งหนิงทั้งสิ้น หากไม่รีบขัดขวางไว้ ก็คงไม่ต้องกล่าวถึงการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเลย อาจจะสิ้นลมหายใจก็เป็ได้
[1] ไม้นานมู่ = ไม้จำปาหรือไม้สนประดับ ซึ่งเป็ไม้มีค่าชนิดหนึ่ง