ตอนที่ 1: ปฐมบทแอร์สาว
ฉันยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ของห้องแต่งตัวพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ยูนิฟอร์มสีแดงเพลิงรัดรูปเน้นสัดส่วนโค้งเว้าขนาด 34-24-35 มันช่างพอดีตัวจนตัวฉันเองยังแอบใจสั่นกวัดไกวไปมาเมื่อหันซ้ายหันขวา
"เอาล่ะ... เดมี่ เธอทำได้" ฉันสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เรียกความมั่นใจให้เด็กจบใหม่แกะกล่องที่เพิ่งเรียนจบการท่องเที่ยวและการบริการมาหมาดๆ และนี่คือเที่ยวบินแรกในชีวิตการทำงานของฉันในฐานะแอร์โฮสเตสของสายการบินนานาชาติชั้นนำ!
"เดมี่จ๊ะ! ยืนหมุนตัวหน้ากระจกจนกระโปรงจะร่นหมดแล้วนะแม่คุณ มาช่วยพี่เช็กของทางนี้หน่อยเร็ว!" เสียงแหลมสูงแต่เปี่ยมด้วยความเอ็นดูของ 'พี่ก้อย' แอร์รุ่นพี่วัยสามสิบเศษดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าแต่งแต้มสีสันจัดจ้านที่โผล่เข้ามาในเฟรมกระจกด้วยรอยยิ้มหยอกเย้า
"อุ๊ย! มาแล้วค่ะพี่ก้อย" ฉันรีบหันไปยิ้มประจบประแจงรุ่นพี่ทันที "แหม ก็เดมี่ตื่นเต้นนี่คะ เที่ยวบินแรกของชีวิตทั้งที ก็ต้องขอสวยเช็กเรตติ้งก่อนทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยผู้โดยสารสักหน่อยสิคะ เพื่อความประทับใจั้แ่แรกพบของลูกค้าน่ะค่ะ"
"จ้ะ ยัยเด็กแสบ สวยน่ะสวยมากจ้ะ แต่ปีกแอร์น่ะปักให้ตรงๆ หน่อยสิ" พี่ก้อยเดินเข้ามาช่วยปรับเข็มกลัดปีกนกสีทองบนอกซ้ายของฉัน นิ้วมือหล่อนลากผ่านเนื้อผ้าตึงเปรี๊ยะบริเวณหน้าอกของฉันพลางแกล้งบีบเบาๆ ขยิบตาหยอกล้อ "อกโตสะดุดตาขนาดนี้ ระวังหนุ่มๆ บนเครื่องจะมองจนตาค้างล่ะ ยูนิฟอร์มปีนี้ก็จงใจตัดรัดซะจนหายใจแทบไม่ออกจริงๆ เลยนะ"
"ไม่เป็ไรค่ะพี่ก้อย แลกกับการที่หนุ่มๆ ช่วยยกกระเป๋าและใจดีกับแอร์น้องใหม่ เดมี่ยินดีหายใจติดๆ ขัดๆ ค่ะ" ฉันหัวเราะคิกคักพลางสบตากับพี่ก้อยอย่างขี้เล่นปนสนุกสนาน
การมีปฏิสัมพันธ์กับรุ่นพี่ช่างเป็กันเองกว่าที่คิด ทำให้ความประหม่าของเด็กจบใหม่ลดลงไปกว่าครึ่ง หลังจากเตรียมความพร้อมในห้องแต่งตัวเสร็จ พวกเราทีมลูกเรือก็ต้องเดินไปเข้าห้องประชุมบรีฟงาน (Briefing Room) ก่อนขึ้นบิน และที่นั่นเอง... คือครั้งแรกที่ฉันได้พบกับ 'กัปตันเอกชัย' ผู้ควบคุมไฟลต์บินในวันนี้
กัปตันเอกชัยเป็ชายหนุ่มใหญ่คิ้วเข้ม สูงสง่าในยูนิฟอร์มกัปตันเต็มยศที่มีกระดุมทองเหลืองและขีดทองสี่ขีดสะท้อนประกาย แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีและใบหน้าคมเข้มดุดันของเขาช่างดูน่าเกรงขามและมีอำนาจล้นเหลือ ทันทีที่กัปตันเริ่มบรีฟข้อกำหนดเื่ความปลอดภัยและเส้นทางการบินด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง หัวใจของฉันก็เริ่มเต้นไม่เป็จังหวะ สายตาคมๆ ของกัปตันปัดผ่านมาที่ฉันบ่อยครั้งประหนึ่งกำลังประเมินพนักงานใหม่คนนี้อย่างละเอียดลึกซึ้ง
"ลูกเรือทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพนักงานใหม่... ห้ามมีข้อผิดพลาดเด็ดขาด หากมีปัญหาให้แจ้งหัวหน้าพนักงานต้อนรับทันที อย่าคิดตัดสินใจเองโดยไม่มีความรู้" กัปตันเอกชัยเน้นเสียงเข้มพลางจ้องเขม็งมาที่ฉันโดยเฉพาะ สายตาคู่นั้นดุและเ็าจนฉันรู้สึกวาบเข้าไปถึงช่องท้องน้อยอย่างประหลาด
"ค่ะกัปตัน... เดมี่จะจดจำและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดเลยค่ะ" ฉันตอบรับเสียงหวานพร้อมส่งยิ้มหวานยั่วยวนไปให้ ทว่ากัปตันหน้าดุกร้าวกลับทำเพียงพยักหน้ารับหน้านิ่งขรึมและไม่แสดงอารมณ์ใดๆ... ช่างท้าทายความอยากเอาชนะของยัยเดมี่ดีแท้! ฉันชอบผู้ชายประเภทที่ดูปราบยากและดุดันแบบนี้ที่สุด มันทำให้รู้สึกตื่นเต้นท้าทายทุกครั้งที่สบตา
หลังจากบรีฟเสร็จ พวกเราก็เดินขึ้นเครื่องบินโบอิ้ง 777 มุ่งหน้าสู่โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ประเทศแรกที่จะมาเป็พยานในก้าวแรกของการทำงาน... และอาจจะเป็สนามทดลองทักษะบางอย่างที่ฉันอยากจะสะสมแต้มเก็บประสบการณ์ชีวิตแอร์โฮสเตสสุดแซ่บ!
เมื่อถึงเวลาบอร์ดดิ้ง ผู้โดยสารทยอยเดินเข้ามาในเครื่อง ฉันยืนเคียงข้างพี่ก้อยประจำตำแหน่งส่งผู้โดยสารเข้าสู่โซนชั้นธุรกิจ (Business Class) เพื่อบริการผ้าเย็นและต้อนรับผู้โดยสาร
"สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ..." ฉันเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่เป็เอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่งสัญญาณสายตาเป็มิตรให้ทุกคน
"สวัสดีครับน้องแอร์คนสวย..." เสียงผู้โดยสารชายวัยทำงานคนหนึ่งทักทายตอบ แววตาของเขาไม่ได้มองที่ใบหน้าของฉันเลย แต่กลับจ้องนิ่งอยู่ที่เนินอกขาวเนียนที่โผล่พ้นคอเสื้อยูนิฟอร์มคอกว้างออกมาเล็กน้อย ยิ่งจังหวะที่ฉันก้มศีรษะต้อนรับเล็กน้อย รอยแยกกลมกลึงตรงนั้นก็ยิ่งเด่นชัดจนเขาเกือบเดินสะดุดขอบพรมเท้าล้มหัวคว่ำ
ฉันแอบขยิบตาให้พี่ก้อยเบาๆ เมื่อผู้โดยสารคนนั้นเดินผ่านไป พี่ก้อยถอนหายใจยาวพลางกระซิบว่า "เสน่ห์แรงจริงนะเรา เพิ่งเริ่มงานแท้ๆ ผู้โดยสารจะเดินสะดุดรักล้มคว่ำหมดเครื่องแล้วจ้ะ"
"เสน่ห์มันสร้างโอกาสและทำให้ผู้โดยสารอารมณ์ดีนี่คะพี่ก้อย" ฉันกระซิบตอบอย่างเริงร่า
จนกระทั่งเครื่องบินบินขึ้นสู่ระดับเพดานบินปกติ ไฟสัญญาณรัดเข็มขัดนิรภัยดับลง ฉันเริ่มเตรียมถาดเครื่องดื่มเพื่อออกไปให้บริการผู้โดยสาร พี่ก้อยเดินเข้ามาสมทบพลางชี้แนะ "เดมี่ เดี๋ยวเอาแชมเปญแก้วนี้ไปเสิร์ฟที่ที่นั่ง 12B หน่อยนะ เป็ผู้โดยสาร VIP ระดับพรีเมียมคลาส พี่แอบมองแวบหนึ่ง... หล่อลากดินมากจ้ะ ยิ้มหวานๆ ของเธออย่าให้ตกหล่นล่ะ เผื่อเขาจะให้ทิปงามๆ"
"รับทราบค่ะพี่ก้อย เื่บริการผู้โดยสาร VIP ไว้ใจเดมี่ได้เลยค่ะ"
ฉันรับถาดแชมเปญมา ถือประคองด้วยสองมือ เดินตรงไปยังที่นั่ง 12B ชายหนุ่มผู้นั้นกำลังนั่งอ่านเอกสารแท็บเล็ตอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเืปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าคมเข้ม คิ้วดกดำ และสันจมูกโด่งคมเป็สง่า แววตาคมกริบคู่นั้นตวัดขึ้นมามองเมื่อฉันก้าวเข้าไปใกล้
"ขออนุญาตเสิร์ฟแชมเปญครับ..." ฉันใช้เสียงหวานใสที่ฝึกซ้อมมาอย่างดี ก้มตัวลงเสิร์ฟแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะพับข้างตัวเขา
ทว่า จังหวะที่ฉันก้มลงไปนั้น คอเสื้อยูนิฟอร์มเผยอออกกว้าง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จากซอกคอของฉันโชยเข้าจมูกเขาเต็มๆ แววตาคมกริบของชายหนุ่มเปลี่ยนจากความเฉยชาเป็ประกายวับวาบ เขามองแชมเปญ สลับกับมองลึกเข้ามาในดวงตาของฉันทันทีด้วยสายตาที่เปิดเผยว่าถูกใจในตัวฉันมากแค่ไหน
"ขอบคุณครับ..." ชายหนุ่มหยิบแก้วขึ้นมา แต่ปลายนิ้วของเขากลับจงใจลากผ่านหลังมือของฉันช้าๆ ััอุ่นร้อนและหยาบกร้านนิดๆ จากมือหนาทำเอาผิวเนื้อของฉันแล่นริ้วด้วยกระแสไฟฟ้าแปลบปลาบสะท้านหัวใจ
"มีอะไรให้เดมี่ดูแลเพิ่มเติมอีกไหมคะคุณผู้ชาย?" ฉันแกล้งถามพลางเอียงคอเล็กน้อย สบตาเขาอย่างท้าทายความ้า
"เดมี่... ชื่อเพราะและเซ็กซี่ดีครับ" เขายกแชมเปญขึ้นจิบ สายตายังคงจับจ้องที่ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดของฉันอย่างไม่ลดละ "ผมชื่อ 'รินทร์' ครับ... จริงๆ ผมมีเื่อยากให้ช่วยนิดหน่อย พอดีกระเป๋าของผมใบนั้น..." เขาก้มชี้ไปที่กระเป๋าเอกสารสีดำที่วางอยู่ใต้เบาะนั่งข้างหน้า "มันเบียดที่วางเท้าผมไปหน่อย รบกวนช่วยยกขึ้นไปเก็บไว้้าให้ทีได้ไหมครับ? พอดีหัวไหล่ขวาผมาเ็จากการเล่นกีฬามาน่ะครับ"
"ยินดีค่ะคุณรินทร์ เดมี่จัดการให้เองค่ะ"
ฉันยิ้มหวาน ก้าวเข้าไปชิดตัวเขา ก้มลงเก็บกระเป๋าใบนั้นขึ้นมา ในความเงียบสงบของชั้นธุรกิจ ฉันเขย่งปลายเท้าเพื่อนำกระเป๋าขึ้นไปใส่ช่องเก็บของเหนือศีรษะ ยูนิฟอร์มที่รัดแน่นรั้งแผ่นหลังจนหน้าอกอวบหยุ่นเบียดชิดกันแน่น สะโพกกลมกลึงงอนเงยเด่นชัดอยู่ตรงหน้ารินทร์ในระยะไม่ถึงหนึ่งฟุต
ฉันแอบหันกลับมามองแวบหนึ่งพบว่ารินทร์กำลังจ้องมองสะโพกงอนงามของฉันใต้กระโปรงรัดรูปในกางเกงถุงน่องบางเบาอย่างกระหาย แววตาเขาร้อนแรงราวกับจะแผดเผาเสื้อผ้าของฉันให้มอดไหม้ไปตรงนั้น
เมื่อใส่กระเป๋าเสร็จ ฉันโน้มตัวลงปรับหมอนหนุนศีรษะให้เขาเพื่อเป็การบริการเสริม ใบหน้าของเราใกล้กันจนลมหายใจอุ่นๆ ของรินทร์เป่ารดโหนกแก้มของฉันจนร้อนผ่าว
"บริการดีเป็พิเศษแบบนี้... ผมควรจะให้รางวัลคุณยังไงดีครับเดมี่?" รินทร์กระซิบถาม เสียงทุ้มต่ำของเขาแหบพร่าลงและเต็มไปด้วยความ้า
"แค่คุณรินทร์มีความสุขกับการบริการในเที่ยวบินนี้ เดมี่ก็ยินดีและพอใจมากแล้วค่ะ" ฉันหยอดคำหวานพลางส่งยิ้มยั่วเย้าสีหน้าแดงก่ำ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปจัดระเบียบเคบินท้ายเครื่อง
หลังจากนั้นอีกสองชั่วโมง ไฟในห้องโดยสารถูกหรี่ลงจนสลัว ผู้โดยสารส่วนใหญ่เข้าสู่ห้วงนิทรา ฉันเดินตรวจความเรียบร้อยรอบสุดท้าย พี่ก้อยแอบไปงีบพักผ่อนที่เคบินพักลูกเรือแล้ว เหลือเพียงฉันดูแลความเงียบสงบของโซนชั้นธุรกิจนี้
และตอนนั้นเอง สัญญาณไฟเรียกพนักงานต้อนรับจากที่นั่ง 12B ก็สว่างขึ้นพร้อมเสียงเตือนเบาๆ
ฉันก้าวเดินอย่างแ่เบาตรงไปหารินทร์ เขานั่งอยู่ในมุมมืด แววตาคู่นั้นดุดันและกระหายขึ้นอย่างชัดเจน มือหนาของเขาเอื้อมมารั้งข้อมือของฉันไว้เบาๆ ทันทีที่ฉันเดินเข้าไปถึง ััร้อนผ่าวจากฝ่ามือของเขาทำเอาหัวใจของแอร์สาวมือใหม่เต้นรัวสะท้านช่องท้องน้อยและตื่นเต้นระทึกขวัญ
"คุณรินทร์... มีอะไรให้เดมี่ช่วยคะ?" ฉันกระซิบถาม เสียงสั่นพร่าเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นปนซ่านสยิว
"ดูเหมือนปุ่มปรับเบาะนอนของผมจะมีปัญหา..." รินทร์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำและจงใจเลื่อนมือหนาจากข้อมือลูบไล้ขึ้นมาตามท่อนแขนเรียวเนียนของฉันอย่างเปิดเผย แววตาของเขาไม่ได้มองเบาะเลย แต่มองมาที่สัดส่วนสะโพกงอนและเนินอกของฉันที่เบียดชิดขอบเก้าอี้ของเขา "หรือไม่ก็เป็ตัวผมเอง... ที่กำลังมีปัญหา้าคนช่วยดูแลดูแลอย่างใกล้ชิดและ 'เป็พิเศษ' ในที่เงียบๆ"
เขาพยักหน้าช้าๆ ส่งสัญญาณไปยังทิศทางของห้องน้ำด้านท้ายเครื่องที่เงียบสงัดและประตูปิดสนิทอยู่
เอาล่ะสิ... เปิดเที่ยวบินแรกในชีวิตการทำงาน ยังไม่ทันแลนดิ้งดี ยัยเดมี่ก็โดนผู้โดยสาร VIP ระดับพรีเมียมท้าทายเข้าให้แล้ว!
---