พุทธศักราช 2568
นรินทร์ นารีปราชญ์ มดงานผู้ซึ่งมีที่นั่งทำงานในออฟฟิศเย็นฉ่ำ เพื่อเป็แรงขับเคลื่อนบริษัทนายทุนด้วยฟังก์ชันงานบัญชี สาวโสดสนิทวัย 35 ปี เป็สาวกนิยายวาย อ่านมาแล้วทั้งโอเมก้าเวิร์ส boy love หรือจะชายหญิงก็ได้เหมือนกัน ไม่ติด! ไม่ว่าจะแนวจีนโบราณ โรมานซ์ ทะลุมิติ เกิดใหม่ โลกอนาคต เก็บมาหมดแล้ว แบบไม่นับรวมในกองดองอีกเพียบที่รอคิวให้เปิดอ่าน
แต่ในสภาวะหมดไฟในการทำงาน แม้แต่นิยายที่ช่วยฮีลใจก็ช่วยอะไรไม่ได้ ชีวิตนี้ไม่อยากทำอะไรเลย อยากรวยเท่านั้น ไม่ขออะไรมาก ขอแค่รางวัลที่ 1 สักใบ แต่ทุกวันนี้เคยถูกอย่างมากก็เลขท้าย 3 ตัว 4,000 บาทขาดตัวไม่เกินนี้สักงวด ความดีใจที่ถูกหวย คือมันไม่สุดอะ ‘เฮ้อ...’
อยากเกษียณแบบ FIRE แต่ทุกวันนี้มีแค่ไฟจากงานเท่านั้นที่ทำให้ร้อนรน
พอถึงรอบปิดบัญชีเมื่อไหร่เหมือนต้องกลายร่างเป็โรบอท ข้าวกินไม่ตรงเวลา นอนหลับเหมือนกะพริบตา ฉะนั้นใต้ตาไม่ต้องพูดถึงเพราะนี่คือทายาทตัวจริงของกังฟูแพนด้าแน่นอน มนุษย์ที่ไม่สามารถขาดคอนซีลเลอร์ได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ชอบแต่งหน้า
คนอื่นอาจจะบอกว่าคิ้วคือมงกุฎของหน้า ไม่เขียนคิ้วแล้วออกบ้านไม่ได้ แต่นรินทร์นั้นไม่ลงคอนซีลเลอร์แล้วออกบ้านไม่ได้ ไม่ใช่ไม่มั่นใจ แต่สงสารผู้พบเห็นสภาพตัวเองมากกว่า เลยจำใจต้องเสียเวลากลบรอยใต้ตาสักนาทีก่อนออกบ้าน
อยู่ในยุคที่ AI กำลังบูม หุ้น AI ทยายขึ้นฟ้า แต่คนแบบนรินทร์ที่เป็มนุษย์เงินเดือนที่พึ่งจะหันมาสนใจการลงทุนและจริงจังกับการเก็บออมเพื่อเกษียณสุขแบบสาวโสด 100% นั้น หนทางช่างยากเย็นและยาวไกล เพราะกว่าจะเริ่มหันมาสนใจวางแผนจริงจัง ชีวิตก็ล่วงเลยเข้าสู่วัยเลขสามมาแล้ว
เพราะก่อนหน้านี้เดอะแบกแบบนรินทร์พึ่งใช้หนี้ก้อนใหญ่หมดไปกับการผ่อนบ้านที่สร้างเพื่อพ่อ แม่ และคุณตา คุณยาย ที่ต่างจังหวัด เพื่อให้พวกท่านได้อยู่ในบ้านดีๆ สบายๆ บ้าง หลังจากที่ท่านต้องประหยัดอดออมเพื่อเลี้ยงดูตนเองมา เลยพึ่งปลดเปลื้องหนี้สินไปได้แบบหืดขึ้นคอ
เพราะนรินทร์โป๊ะหนี้แบบจัดหนัก จัดเต็มทั้งรายเดือน และเงินก้อนอย่างโบนัสที่โป๊ะบ้านแบบไม่มีกั๊ก
ตอนนี้เลยกลายเป็มนุษย์ที่สนใจลงทุนแบบสุดๆ หนังสือการเงินการลงทุนเล่มไหนดี กูรูท่านไหนที่ประสบความสำเร็จทั้งไทยและเทศ นรินทร์ล้วนสืบประวัติเพื่อหาจุดร่วมในการกระทำเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่บุคคลเ่าั้ประสบความสำเร็จเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็ออมก่อนใช้ สมการการออมเงินที่เปลี่ยนไปจากเดิม ที่เดิมเหลือใช้ค่อยเก็บ กลายเป็ออมก่อนใช้ ซึ่งนรินทร์คิดว่าจุดนี้มันใช่มากกับการเริ่มต้น
แม้แรกๆ จะงกมากไปหน่อยที่เก็บมากเกินไปจนสุดท้ายต้องไปยืมเงินออมออกมาใช้ปลายเดือนอยู่ดี หลังๆ จึงได้ค่อยๆ เก็บออมในจำนวนที่ตนเองไม่ลำบากในการใช้ชีวิต ไม่เบียดเบียนตัวเองมากจนเกินไปแทนได้
พอเก็บออมอยู่ตัว พอมีเงินก้อน หนังสือการลงทุนที่อ่านมา รวมถึงในช่องบ้านแดง แอปดำ มีคลิปอะไร ล้วนถูกเปิดดูและค่อยๆ ทำตามมาเรื่อย ๆ ผิดบ้าง พลาดบ้าง สำเร็จบ้าง แต่ทุกอย่างก็ถือว่าได้เรียนรู้ นรินทร์ถือว่าคุ้มค่า
ฉะนั้นอีกไม่เกิน 10 ปีนี้ เป้าเกษียณที่วาดฝันไว้มันต้องประสบความสำเร็จแน่ ๆ ถึงมันอาจจะไม่ได้ FIRE ตามที่อยากได้ แต่ก็ไม่ได้ขี้เหร่แน่นอนสำหรับบั้นปลายชีวิตที่วางแผนไว้นั้น…
ถ้าวันนี้ระหว่างเดินไปซื้อข้าวกลางวันที่ตลาดตามปกติ ในฤดูร้อนของไทยที่อุณหภูมิ 39 องศา แต่เหมือนอยู่ท่ามกลางพระอาทิตย์สัก 3 ดวง
“ร้อน…เหมือนซ้อมตกนรก”
บ่นพึมพำ ยังไม่ทันขาดคำ ร่างทั้งร่างเบาหวิวคล้ายคนจะเป็ลม ก็ร่วงหล่นลงระหว่างทางเดิน ดุจดั่งใบไม้ร่วง แม้แต่น้อง ๆ ในทีมที่เดินมาด้วยกันก็รับร่างไว้ไม่ทัน ศีรษะกระแทกพื้นแบบไม่ต้องสงสัย
แม้ผู้คนโดยรอบจะแตกตื่น! และร้องเรียกเท่าไหร่ แต่นรินทร์ไม่ได้รับรู้อะไรรอบตัวอีกแล้ว…แม้แต่น้อย
รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ท่ามกลางแสงสีขาวอันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ นรินทร์มองไปรอบๆ ตัว พลางคิดในใจ
‘นี่ไม่ใช่ปากพาซวย ตายแล้วตกนรกจริงๆ หรอกใช่ไหม’
แต่ไม่เห็นมีท่านยมทูตมารับตัวเลยแฮะ ไม่เห็นจะเหมือนในนิยายหรือในละครเลยอะ
‘ต้องไปทางไหน อะไร ยังไงเนี่ย’
คำถามที่ขึ้นต้นด้วยตัวฮิตในภาษาอังกฤษ อย่าง WH เควสเซิน What When Where Why Who How วิ่งมากองกันในหัวเต็มไปหมด ก่อนที่จะคลายสงสัย แสงสีขาวสว่างจ้าสายหนึ่งจะวิ่งเข้าตาแบบตั้งตัวไม่ทัน...ไม่ทันแม้แต่จะยกมือขึ้นบดบัง หรือไม่ได้ทันบ่นอะไรในใจเพิ่มด้วยซ้ำ
คราวนี้รู้สึกตัวอีกครั้ง ความรู้สึกแรกคือปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด เหมือนสมัยก่อนที่นรินทร์คลั่งไคล้การวิ่งมาราธอน ซ้อมวิ่งแบบผิดๆ ถูกั้แ่ที่การวิ่งยังไม่เป็ที่นิยมมากมายขนาดนี้ สวนสาธารณะที่เมื่อก่อนคนวิ่งน้อยกว่านี้แบบครึ่งต่อครึ่ง งานวิ่งที่ค่าสมัครไม่ได้แพงหูฉี่ ทำให้นรินทร์ชอบออกไปวิ่งงานต่างจังหวัดเพื่อเที่ยวไปในตัวด้วย คุ้มค่าหลายต่อ ทั้งกิน เที่ยว วิ่ง ครบจบในทริปเดียว
‘ว่าแต่... ทำไมถึงได้ปวดไปทั้งตัวแบบนี้เนี่ย’
คิดในใจสักพักและก่อนที่จะได้ร้องโอดโอยจากการพยายามจะขยับร่างกายที่ปวดเมื่อยไปหมดนั้น ก็มีเสียงพูดคุยเบาๆ ดังขึ้นใกล้ๆ เดาว่าคงอยู่ในห้องเดียวกันนี่แหละ ทำให้นรินทร์ยังไม่ขยับร่างหรือลืมตาขึ้นมา เพื่อฟังเสียงดังกล่าว
โดยในใจก็คิดว่าน่าจะเป็เหล่าคุณหมอหรือพยาบาลที่อาจจะคุยกับน้องๆ ในทีมหรือแม่อาจจะลงมาที่กรุงเทพฯแล้วแน่ๆ โดนบ่นอีกแบบไม่ต้องสงสัยเลยที่ไม่ยอมดูแลตัวเองให้ดี ระหว่างคาดเดาก็เตรียมหาแผนการอ้อนแม่ให้ใจอ่อนในหัวไปพลางๆ นั้น สิ่งที่ได้ยินกลับเป็เสียงที่ไม่คุ้นเคย รวมถึงเื่ที่กำลังคุยก็ไม่ได้เกี่ยวกับการล้มหัวฟาดพื้นของนรินทร์เลย
“ฮึก พี่โชค... ลูกทำไมยังไม่ฟื้น นี่น้องช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัว พอตัวเริ่มจักหายร้อนสักเพลานึง แต่อีกเพลากลับมาร้อนมากกว่าเดิม แถมตุ่มรอยแดงๆ บนผิวลูกยังมีขึ้นเพิ่มอีก”
เสียงแม่นวลที่เจือเสียงสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดพ่อโชค หลังจากที่ส่งท่านหมอออกจากเรือนไปสักพัก และกลับเข้ามาด้านในห้องของหนูนิล ลูกน้อยซึ่งเป็ลออวัยเพียง 4 ขวบปี กำลังกอดปลอบแม่นวล ภรรยาของตนให้คล้ายความเศร้าเสียใจกับอาการเจ็บป่วยของลูกน้อย
“ไม่เป็ไร ท่านหมอบอกแล้วอย่างไรเล่า ว่าลูกมิได้เป็อันใดมาก เพียงเป็ไข้เท่านั้น รออีกสัก 2 – 3 เพลาก็จักดีขึ้น”
ระหว่างที่นรินทร์ได้ยินเสียงภายนอกนั้น ภายในหัวน้อยๆ ก็กำลังมีความทรงจำมากมายของเด็กน้อยนามหนูนิล หลั่งไหลเข้ามาในหัว จนปวดหัวจี๊ดขึ้นมาจนทนไม่ไหว! จนเผลอร้องโอดโอยออกมา
“อ๋อย....” แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับแ่เบา และเป็เพียงเสียงเล็กๆ เหมือนเด็กเล็กเท่านั้น ไม่ใช่เสียงนรินทร์แน่นอน!