บทที่2 ปี่อ้าน บุปผาปรภพ
ร่างศพยืนอยู่ห่างจากดอกปีอ้านไปสามสิบก้าวมันสังเกตเห็นคลื่นพลังแห่งความตายเข้มข้นกระจายออกมาจากดอกปี่อ้านเป็ระลอก ราวกับกำลังเตือนให้มันออกไปห่างๆ
“ดอกปี่อ้านเป็ดอกไม้แห่งปรภพหาพบได้ระหว่างภพคนเป็และภพคนตาย แต่มันกลับถือกำเนิดในสถานที่แห่งนี้ย่อมเป็เพราะศพนับไม่ถ้วนบางทีปี่อ้านดอกนี้ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าปี่อ้านในสถานที่นั้น” ร่างศพกล่าวพึมพำ
ไม่นานร่างศพก็ย่างก้าวเข้าหาดอกปี่อ้านอีกสิบก้าวหากสิ่งมีชีวิตเข้าใกล้ในระยะจะตายทันที ศพเข้าใกล้จะถูกดูดกลืนพลังแห่งความตายแต่มันไม่มีผลกับศพปีมากนัก เพราะมุกศพสามารถหมุนเวียนพลังและปกป้องศพพันปีได้
สามอึดใจต่อมาร่างศพอยู่ห่างจากดอกปี่อ้านเพียงเอื้อมมือขอเพียงมันคว้าจับดอกปี่อ้านย่อมตกเป็ของมันแต่น่าแปลกที่ร่างศพยังจ้องมองดอกปี่อ้านอยู่เงียบๆ
ร่างศพมองดูปี่อ้านสีแดงส่องแสงสีแดงอ่อนส่งผลให้กลีบยาวโค้งงดงามท่ามกลางความมืดสลัวงดงามราวกับมันเป็ดวงิญญาท่ามกลางความมืดมิด
ทันใดนั้นร่างศพได้คว้าจับดอกปี่อ้านแต่แทนที่มันจะคว้าจับเอาไว้ง่ายดาย คลื่นพลังบางอย่างจากดอกปี่อ้านกลับหยุดมันเอาไว้
“ปี่อ้านดอกนี้ไม่ธรรมดา!” ร่างศพหมุนเวียนพลังในร่าง ดวงตามันแปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉานก่อนมือมันจะคว้าจับดอกปี่อ้านด้วยพละกำลังที่คลื่นพลังมิอาจหยุดยั้ง
เมื่อมันคว้าจับดอกปี่อ้านดอกปี่อ้านก็เสียงกรีดร้องคล้ายภูตผี ทั้งยังปลดปล่อยพลังเหนือชั้นกระแทกร่างศพถอยไปกว่าสิบก้าวโชคดีร่างศพมันมีพลังแข็งแกร่ง ไม่งั้นการได้ยินคงถูกทำลายไปพร้อมกับร่างกายแต่น่าเสียดายที่มันไม่สามารถหลีกเลี่ยงาแได้
“ไม่ยินยอมกลายเป็ส่วนหนึ่ง”แววตาสีแดงฉานของร่างศพส่องประกาย คลื่นพลังแห่งความตายพลันห้อมล้อมมันเป็ม่านป้องกันาแจากคลื่นพลังยังสมานตัวอย่างรวดเร็วจนสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า
“หากเป็สิ่งมีชีวิตไม่เพียงสูญเสียโลหิต าแยังรักษาไม่ได้ น่าเสียดายศพพันปีอย่างข้า ไม่มีโลหิต!” ร่างศพปลดปล่อยกลิ่นอายเย็นเยียบ แม้มันรู้วิธีสยบดอกปี่อ้านแต่สัญชาตญาณมันกำลังบอกให้พุ่งตรงไปถอนดอกปี่อ้านจากพื้น และไม่ต้องกลัวว่าดอกปี่อ้านจะปลิดชีพมันได้
ฟุ้บ!
ร่างศพพุ่งตัวเข้าหาดอกปี่อ้านขณะที่รอบตัวมันกำลังดูดกลืนพลังแห่งความตายอย่างบ้าคลั่ง เพื่อให้ตัวมันสามารถเข้าถึงดอกปี่อ้านได้
เพียงแต่! ดอกปี่อ้านกลับส่องแสงสีรุ้งสว่างเจิดจ้า ร่างศพพลันรับรู้ได้ถึงอันตราย
“มีช่องว่าง” ร่างศพแค่นเสียงเ็ามันพบว่าดอกปี่อ้านให้ความรู้สึกอันตรายเป็แค่กลลวงไม่ให้เข้าใกล้เหมือนกับว่าดอกปี่อ้านกำลังเตรียมตอบโต้ ทำให้มีจังหวะจู่โจม
อย่างไรก็ตามร่างศพไม่รู้ว่านั่นคือกลลวงหรือกำลังเตือนมันแค่เชื่อใจตัวเองว่าคิดถูก และนี่คือโอกาสอันหายากครั้งหนึ่ง
วู้บบบบบบบบบบบบ
ร่างศพพร่าเลือนหายไปจากจุดเดิมปรากฏอยู่ใกล้กับดอกปี่อ้านเพียงเอื้อมมือ แน่นอนว่ามันไม่รอช้า ใช้มือคว้าดอกปี่อ้านแล้วใช้กำลังดึงสุดแรง
กรึ้ด!
เสียงรากของดอกปี่อ้านกำลังถูกถอนจากผืนดินดังก้อง
กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!
“แค่เสียงเสียดแทงประสาทััทำอะไรข้าไม่ได้หรอก” ร่างศพกล่าวน้ำเสียงไม่ทุกข์ร้อน ก่อนออกแรงอีกครั้งดึงดอกปี่อ้านให้แยกออกจากผืนดิน
กึ้ก!
ทันทีที่ดอกปี่อ้านถูกดึงแยกจากผืนดินเสียงกรีดร้องกับคลื่นพลังพลันหายไป ร่างศพจึงคิดว่ามันสิ้นฤทธิ์แล้ว
“ดูเหมือนน่ากลัวเอาเข้าจริงก็ไม่เท่าไหร่” ร่างศพเยาะเย้ยดอกปี่อ้าน ทันใดนั้นเองดอกปี่อ้านส่ายไปมาราวกับว่ามันมีชีวิต
ตอนแรกร่างศพแทบจะโยนมันทิ้งลงพื้นแต่ผ่านไปสักระยะมันทำเพียงดูดกลืนพลังแห่งความตายจากร่างศพอนิจจาร่างศพก็ดูดพลังแห่งความตายจากภายนอกทดแทน จึงไม่ได้รับผลกระทบอะไร
“ต่อให้ดูดพลังแห่งความตายจากร่างข้าแล้วยังไงพลังภายนอกยังมีมากกว่าหลายขุม ขอแค่พลังจากภายนอกไม่หมดไป และอดทนหลอมรวมกับมุกศพให้สมบูรณ์เป็พอ”ร่างศพเผยรอยยิ้มชั่วร้าย ไม่ทันไรรอยยิ้มหายไป เพราะเสียงจากดอกปี่อ้าน
“ฝันไปเถอะบิดาอยู่มายาวนานไม่ยอมตกตาย ไม่ยอมเป็ยาบำรุงให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น ไม่ยอมไม่ยอม ไม่ยอม!”
ดอกปี่อ้านไม่เพียงส่งเสียงร้องมันยังเปล่งแสงสีรุ้งพุ่งหนีจากมือร่างศพ มีหรือร่างศพจะยอมปล่อยมันไปง่ายๆแน่นอนว่า ‘ไม่’
ตรึงิญญา!เคล็ดวิชาตรึงิญญาถูกใช้ไม่ให้ดอกปี่อ้านขัดขืนก่อนสองมือเอื้อมจับดอกปี่อ้าน
หมับ!
“เกิดอะไรขึ้นกับบิดาไฉนขยับไม่ได้ บัดซบ บัดซบ บัดซบ!”
“ร้องไปก็ไร้ความหมายเคล็ดวิชาตรึงิญญา ตรึงิญญาทุกสิ่งที่มีิญญาพอิญญาถูกตรึงก็ไม่สามารถขยับไปไหนได้ นอกเสียจากไม่มีิญญา”รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้าร่างศพอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รอยยิ้มดูชั่วร้ายยิ่งกว่าเดิม
“ไอ้มารร้ายกล้าใช้วิชามารกับบิดา ขอให้เ้าไม่ตายดี”
ร่างศพถูกดอกปี่อ้านสาปแช่งมันไม่มีท่าทางสนใจกลับกันมันหัวเราะเสียงดังลั่นพลางบอกกับดอกปี่อ้านด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ข้าคือศพพันปี ตายมาเนิ่นนานแล้ว และไม่ได้ตายดีคำขอเ้าเป็จริงเสียแล้ว”
“ไม่บิดาไม่ยอม..ไม่ยอ....”
ดอกปี่อ้านส่งเสียงไม่ทันจบร่างศพก็ใช้กลืนิญญา ดูดกลืนิญญาของมันให้หายไปตลอดกาล
“หมดปัญหาต่อไปแค่ดูดซับดอกปี่อ้านกลายเป็ศพหมื่นปีไล่ดูดกลืนพลังแห่งความตายให้หมดสนามรบา” ร่างศพเผยความ้าก่อนมันจะนั่งลงพร้อมกับส่งดอกปี่อ้านทั้งต้นเข้าไปในปากแล้วใช้พลังแห่งความตายลากดอกปี่อ้านตรงเข้าหามุกศพในร่าง
เมื่อดอกปี่อ้านอยู่ใกล้กับมุกศพพลังแห่งความตายนับไม่ถ้วนได้หลั่งไหลเข้าสู่ร่างศพ
“หลอมรวม!” ร่างศพพึมพำ ทันใดนั้นพลังแห่งความตายได้เข้ามาบีบอัดมุกศพและดอกปี่อ้านขณะเดียวกันมุกศพยังหมุนวนรอบตัวมันอย่างรวดเร็ว
ในไม่ช้าดอกปี่อ้านหลากสีค่อยๆถูกมุกศพดูดกลืนทีละนิดทีละน้อย เหมือนเส้นด้านถูกดึงออกจากรอก
่เวลาที่ปีอ้านกำลังหายไปบนมุกศพค่อยๆปรากฏภาพดอกปี่อ้านหลากสีเบ่งบานแผ่กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์และกลิ่นอายแห่งความตาย เสมือน์กับนรกสุดท้ายมุกศพดูดซับดอกปี่อ้านหลากสีหมดสิ้นอย่างราบรื่นไม่ติดขัดปัญหาใด
หลังจากนั้นพักใหญ่มุกศพได้หยุดหมุน ก่อนการเปลี่ยนแปลงจากศพพันปีไปเป็ศพหมื่นปีจะเริ่มขึ้น
.
.
.
การเปลี่ยนแปลงแรกเริ่มจากมุกศพหดตัวเปลี่ยนสีเป็สีรุ้งส่องสว่างอยู่ในิญญาส่งผลให้ิญญาของร่างศพเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็สีทองลามไปสู่อวัยวะภายในสีเงินค่อยๆเปลี่ยนเป็สีทอง แล้วลามไปสู่กระดูก เส้นเอ็นโลหิต กล้ามเนื้อ ิั เส้นประสาท
ขณะการเปลี่ยนแปลงกำลังดำเนินร่างศพรับรู้ได้ถึงความเ็ปเกินบรรยาย กระจายไปทั่วร่างกายและิญญาราวกับว่าร่างมันกำลังปริแตกเช่นเดียวกับกระจกร้าวฉาน
ตึกตัก ตึกตักตึกตัก...
เสียงดังดุจกองศึกดังลั่นมาจากภายในร่างกายร่างศพเป็สัญญาณบอกว่ามันจะมีสถานะกึ่งเป็กึ่งตายและกำลังวิวัฒนาการสู่ศพหมื่นปีที่สำคัญมันจะไม่หวาดกลัวพลังหยาง และมีพลังเทียบเท่าราชันจักรพรรดิเทวะ
โลหิตสีทองถูกส่งผ่านไปยังเส้นเืตรงเข้าสู่ทุกส่วนในอวัยวะเปลี่ยนถ่ายพลังแห่งชีวิตอันเลือนรางเข้าสู่ร่างกาย
พอการเปลี่ยนแปลงร่างกายสิ้นสุดิัของร่างศพกลับมามีสีเนื้อ ดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยเืฝาดดวงตามีประกายแห่งชีวิต อวัยวะภายในกลับมามีสีเดียวกับมนุษย์ ยกเว้นกระดูกเส้นเอ็น โลหิต และกล้ามเนื้อที่มีสีทอง
ดวงิญญาเองยังมีขาวดำอย่างละครึ่งลงตัวแต่มุกศพกลับมีสีดำทมิฬและลวดลายดอกปี่อ้านหลากสี กระนั้นมันยังมีความแข็งแกร่งจนมุกศพก่อนหน้าเทียบไม่ติด
ฮวู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
สายลมเย็นเยียบอันก่อกำเนิดมาจากพลังแห่งความตายวนเวียนอยู่รอบร่างศพอย่างบ้าคลั่ง ก่อนถูกร่างศพดูดกลืน หากใครเห็นสภาพของร่างศพเวลานี้ต้องประหลาดใจ
เพราะว่ามีชายหนุ่มหน้าขาวดวงตาสีเขียวมรกต คิ้วดุจจักรพรรดิ จมูกโด่งเป็สัน ผมสีดำยาวถึงกลางหลังร่างกายกำยำ อยู่ในสภาพเปลือยเปล่ากำลังดูดซับพลังแห่งความตาย ให้ความรู้สึกเหมือนจักรพรรดิแห่งขุมนรกทั้งน่าหวาดกลัว น่ายำเกรง ดูอันตราย ไม่เป็มิตร ซ้ำยังหล่อเหลาเอาการ
เปรี้ยง!
อยู่ๆร่างศพ..ไม่สิ..ตอนนี้สมควรเรียกเขาว่าเจียอี้ได้ปล่อยพลังขุมหนึ่งออกจากร่างกายเป็สัญญาณบอกว่าเขาวิวัฒนาการกลายเป็ศพหมื่นปีผู้ทรงพลัง
ทันนั้นดอกปี่อ้านนับไปถ้วนได้งอกจากผืนดินอยู่รอบร่างกายเขาเวลาเดียวกันในใจเจียอี้พลันปรากฏเขตแดนทะเลปี่อ้านกับอำนาจราชันศพ
‘อะไรกันความรู้ที่หลั่งไหลเข้ามา..เขตแดนทะเลปี่อ้าน ดอกปี่อ้านนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นในรัศมีที่กำหนดสามารถตรึงเป้าหมาย ดูดกลืนพลังชีวิตและพลังแห่งความตายของเป้าหมายหรือในสภาพแวดล้อมทั้งยังหลอนประสาทสิ่งมีชีวิตให้อยู่ภาพลวงตา
อำนาจราชันศพ สามารถควบคุมศพพันปี(แม่ทัพศพ) ที่มีระดับต่ำกว่าได้’ เจียอี้ครุ่นคิดตามความรู้ที่หลั่งไหลเข้ามาเขาอดประหลาดใจไม่ได้
‘ไม่ใช่ว่าเขตแดนทะเลปี่อ้านมันช่วยปกป้องและดูดกลืนพลังแห่งความตายไปในตัวรึไงกันร่างกายยังดูเหมือนแข็งแกร่งกว่าเดิม ทุกอย่างไม่เหมือนก่อนหน้าร่างกายกลับมาอบอุ่น!’
“นี่เรากำลังฝันรึเปล่าคิดดูดีๆทุกอย่างมันน่าเหลือเชื่อ ถึงทำความเข้าใจได้ตามสามัญสำนึกไม่น่าเป็..”
เพลี้ย!
เจียอี้เอามือตบหน้าตัวเองอย่างแรง
“เจ็บแฮะ” เจียอี้พึมพำพลางเอามือลูบใบหน้าก่อนจะตั้งสติให้กลับมา
สามวันผ่านไปไวเหมือนโกหก
เจียอี้กลับสู่สภาพนิ่งสงบไม่มีความฟุ้งซ่านเพราะเขารู้แล้วว่าทุกอย่างมันคือความจริง แต่ปัญหาคือเขาอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นเขาถึงกลายเป็ศพพันปีและมาอยู่ในสนามรบาได้ยังไง ซึ่งก่อนจะไปคิดเื่เ่าั้เขาต้องตรวจสอบและซึมซับความทรงจำของชายชรา ค้นดูภายในแหวนมิติว่ามีสมบัติอะไรเพื่อวางแผนพัฒนาให้ตัวเขากลายเป็ศพเทพกับหาทางกลับไปยังโลก
“เริ่มจากลองตรวจสอบความทรงจำดูว่ามีอะไรเป็ประโยชน์บ้าง”เจียอี้พึมพำเสียงเบา แล้วหลับตาลงพร้อมกับปล่อยให้ตัวเขาจมดิ่งลงไปในความทรงจำของชายชรา