ฉันทพิชญา อรุณสวัสดิ์ หรือ ดาว เป็ผู้หญิงตัวเล็กๆ รูปร่างบอบบาง สูงหนึ่งร้อยหกสิบเิเ ตามมาตรฐานหญิงไทย ผมตรงสลายดำสนิทยาวจนถึงกลางหลัง ใบหน้ารูปไข่ คิ้วดกดำโกงเรียว ขนตายาวงอน ดวงตากลมโตราวกับตากวาง จมูกโด่งรั้นนิดๆ ปากเล็กเป็กระจับ ดูรวมๆ แล้วทุกอย่างของเครื่องหน้ารับกันอย่างพอเหมาะพอดี หรือที่เรียกว่าสวยมาก จนคนที่ได้เห็นต้องเหลียวมองตามเลยทีเดียวล่ะ
ถึงจะมีคนเหลียวมองตาม เพราะความสวยหวานของฉันทพิชญา แต่ก็ยังมีผู้ชายอยู่คนหนึ่ง ที่ไม่เคยมองเธอไปในทางที่ดีเลย และก็ไม่เคยคิดว่าเธอสวยด้วย ซึ่งผู้ชายที่คิดอย่างนั้นก็คือ จุฑาธช นราเกรียงไกร ลูกชายคนเดียวของ เอกราช นราเกรียงไกร นักธุรกิจ ผู้ทรงอำนาจในการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ผู้มั่งคั่งมั่นคง และเป็นักธุรกิจแถวหน้าของประเทศเลยก็ว่าได้
“อะไรนะครับคุณพ่อ!! จะให้ยัยนั้นมาเป็เลขาของผมอย่างนั้นหรือ ไม่เอาครับ ผมไม่้าที่จะให้ยัยนั้นมาเป็เลขาของผม เอาไปทำในตำแหน่งพนักงานทั่วไปสิครับ ตำแหน่งอื่นๆ ก็มีถมเถไป”
จุฑาธชร้องเอะอะโวยวายกับผู้เป็บิดา อย่างผู้ที่เอาแต่ใจ และไม่คิดจะยอมลงให้ใคร
“ไม่!!...... ฉัน้าให้หนูดาวทำงานเป็เลขาของแก ฉันไม่้าให้ไปทำงานในตำแหน่งอื่น และแกก็จะต้องรับน้องไว้ด้วย ไม่มีข้อแม้อะไรทั้งนั้น”
เอกราชพูดกับลูกชายจอมดื้อรั้น ด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดทรงอำนาจ และไม่ให้คัดค้านอะไรขึ้นมาได้อีก
“ได้!!...... เอาอย่างนั้นก็ได้ ในเมื่อคุณพ่ออยากจะให้ยัยนั้น มาเป็เลขาของผมนัก ก็เอาที่สบายใจกันเลย แต่ก็อย่าหาว่าผมใจร้ายก็แล้วกัน”
จุฑาธชรู้ว่าไม่อาจที่จะคัดค้านอะไร ผู้เป็บิดาได้แล้ว ก็จำต้องยอมรับ ไปกับการยัดเยียดเลขานุการคนใหม่มาให้ อย่างไม่เต็มใจที่จะรับ
แต่... คอยดูเถอะ เขาจะไม่ยอมหยุดนิ่งทำงานไปวันๆ และไม่ยอมอยู่เฉยๆ หรอกนะ เขาจะใช้วิธีของเขา ที่จะทำให้ผู้หญิงคนที่เขาเกลียดขี้หน้าคนนั้นทนไม่ไหว และร้องขอไปทำงานตำแหน่งอื่นอย่างเร็วไว หรืออาจจะลาออกแล้วหนีหายไปเลย หากเป็อย่างนั้น บิดาของเขาก็จะมาโทษเขาที่หลังไม่ได้ จุฑาธชมาดหมายกับตัวเอง ระหว่างที่เดินออกจากห้องทำงานของผู้เป็บิดา ด้วยความหงุดหงิดหาที่ลงไม่ได้
แต่พอเปิดประตูออกมาก็ได้เห็นฉันทพิชญา ยืนอยู่ที่โต๊ะของเลขานุการของผู้เป็บิดา จึงตวัดสายตามองราวกับโกรธขึงกันมาสักสิบชาติ จุฑาธชไม่ได้พูดอะไรออกมาสักคำ เพียงแต่เดินไวๆ ห่างออกไปยังห้องทำงานของเขา ฉันทพิชญามองตามร่างแกร่งนั้นไปจนลับสายตา ด้วยแววตาที่ช่างดูเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด
เอกราชให้เธอมาฝึกงาน เป็ผู้ช่วยเลขานุการอาทิตย์หนึ่งแล้ว และเอกราชก็แจ้งไว้แต่เนิ่นๆ กับเธอแล้วว่า จะให้เธอไปเป็เลขานุการของจุฑาธช ถึงเธอจะไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่กล้าที่จะขัดคำสั่งนั้น เพราะคิดว่าเอกราช คงจะมีเหตุผลในการออกคำสั่งเช่นนั้น ถึงแม้ว่าเอกราชจะไม่ได้บอกเหตุผลให้ทราบก็ตามที
ซึ่งจริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ จุฑาธชไม่ได้จงเกลียดจงชังเธออย่างนี้หรอก สมัยก่อนตอนที่บิดามารดาของฉันทพิชญา ยังไม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิตกันทั้งคู่ บิดาของฉันทพิชญา นั้นทำงานกับเอกราช จนกลายเป็ลูกน้องผู้รู้ใจเลยก็ว่าได้ และนั้นทำให้ฉันทพิชญากับจุฑาธช เป็เพื่อนเล่นที่ถูกคอกันมาก เวลาที่ฉันทพิชญาตามติดผู้เป็บิดามาที่บ้านของเอกราช
แต่ตอนที่ฉันทพิชญา กำลังเรียนอยู่ปริญญาตรีปีหนึ่ง บิดามารดาของเธอก็ได้เสียชีวิตลง จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เอกราช สงสารที่ฉันทพิชญาต้องอยู่ตัวคนเดียวเพียงลำพัง ไม่มีญาติมิตรที่ไหน จึงได้รับเลี้ยงอุปการะดูเลี้ยงดู ส่งเสียให้เธอเล่าเรียน และแถมยังให้เข้ามาอยู่ในบ้านด้วย ั้แ่นั้นเป็ต้นมา ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเธอกับจุฑาธชก็ขาดสะบั้นลง
๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕๑๕