ฐานC-888
ประตูเข้าออกหลักของฐานที่มั่นระดับ C-888 ฝั่งทิศตะวันตกในยามเช้าที่แสงแดดเพิ่งจะลอดผ่านเมฆหมอกลงมา รถที่มีเกราะหนาแน่นและติดตั้งอาวุธครบครันจำนวน6 คัน ได้จอดเรียงแถวกันอย่างเป็ระเบียบที่หน้าประตูใหญ่
ผู้นำปฏิบัติการครั้งนี้ประกอบด้วย ผู้กองเกา หลิน หัวหน้าหน่วยคุ้มกันระดับสูงและ จ่าจอม หัวหน้าหน่วยลาดตระเวน “ไฮยีน่า”ผู้เชี่ยวชาญในการแกะรอยและรู้จักสภาพป่าดงดิบแถบนี้เป็อย่างดีเตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์และกำลังพลรออยู่แล้ว
ในขณะที่ทุกคนกำลังจะเคลื่อนตัวออกเดินทาง พลเอกสตีฟ เมเยอร์ก็เดินออกมาจากประตูฐาน ด้วยท่าทางเคร่งขรึมแต่แฝงความห่วงใยอย่างลึกซึ้งเขามองลีน่าที่กำลังขึ้นรถ แล้วเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ลีน่า แม้การเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยอันตรายแต่ปู่เชื่อว่าจะเป็บทเรียนที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ปู่เองก็มีภารกิจสำคัญต้องจัดการเลยไปด้วยไม่ได้ เ้าจะต้องระวังตัวเองให้มาก”
ลีน่าหันกลับมายิ้มให้คุณปู่ด้วยสีหน้าแจ่มใสมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมไม่แสดงอาการตื่นตระหนกหรือเกรงกลัวแม้แต่น้อย นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส “รู้แล้วน่าท่านปู่หนูจะตั้งใจเรียนรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุดจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน”
นางชี้ไปที่ผู้กองเกา หลิน และทีมงานที่ยืนรออยู่แล้วพูดต่อเสริมสร้างความมั่นใจให้ผู้เป็ปู่ “อีกอย่าง มีผู้กองเกาและทีมผู้ชำนาญการทั้งหลายคอยคุ้มกันอยู่แล้วท่านปู่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปหรอกน่า”
พลเอกสตีฟพยักหน้า สายตายังคงจ้องมองหลานสาวด้วยความเอ็นดูก่อนจะเน้นย้ำข้อควรระวังอีกครั้ง “มีผู้กองเกาไปด้วย ปู่ก็วางใจได้มากขึ้นแต่อย่าลืมว่า แม้จะเป็เขตป่ารอบนอกที่ถูกระบุว่าเป็ที่อยู่ของสัตว์อสูรระดับขุนพลแต่ในโลกของป่าดงดิบ ไม่มีอะไรแน่นอน อย่าประมาทเด็ดขาด อย่างไรก็ตามปู่เชื่อว่าหนูจะได้รับประสบการณ์อันมีค่าจากการเดินทางครั้งนี้แน่นอน เอาล่ะ! ถึงเวลาแล้วออกเดินทางเถอะ ขอให้โชคดีและปลอดภัยนะ”
พลเอกสตีฟหันไปมองผู้กองเกา หลิน ที่กำลังจะขึ้นรถแล้วกำชับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เกา หลิน ภารกิจนี้ขอมอบให้เ้าแล้วดูแลความปลอดภัยของลีน่าให้ดีที่สุด จนกว่าจะกลับมาถึงฐานอย่างปลอดภัย”
ผู้กองเกาก้มหัวคำนับน้อมรับคำสั่ง “ครับท่านนายพล! ข้าจะทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่จะปกป้องคุณหนูให้ปลอดภัยจนสุดความสามารถ!”
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ลีน่าก็โผล่หน้าออกมาจากหน้าต่างรถโบกมือลาพลเอกสตีฟยกมือโบกกลับจนกระทั่งรถหุ้มเกราะทั้ง 6 คันเคลื่อนตัวออกไปไกลจนลับสายตา
“ข้าคงต้องกลับไปจัดการธุระของตัวเองแล้วเช่นกัน”พลเอกสตีฟพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าสู่ตัวฐานอย่างสงบ
เขตป่าหมอก
การเดินทางด้วยรถหุ้มเกราะใช้เวลา 2 ชั่วโมงเต็ม จนกระทั่งถึงริมเขตป่าที่เป็จุดสิ้นสุดของถนน เบื้องหน้าคือป่าดงดิบที่หนาแน่นจนไม่มีทางให้รถวิ่งผ่านได้เลยทุกคนจึงลงจากรถจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัว อาวุธ และอุปกรณ์สื่อสารให้เรียบร้อยก่อนจะเริ่มเดินเท้าต่อเข้าไปในป่าลึก
จ่าจอม หัวหน้าหน่วยไฮยีน่า วัย 33 ปี ผู้วิวัฒนาการระดับขุนพลิญญาขั้นสูง ที่หลอมรวมยีนไฮยีน่ามีจมูกที่ไวต่อกลิ่นและสายตาที่แหลมคม รู้จักพื้นที่แถบนี้ดีราวกับหลังมือตัวเองเขาเดินนำหน้าขบวน พร้อมเอ่ยอธิบายสภาพแวดล้อมให้ทุกคนฟัง “เอาล่ะพวกเราเดินทางมาถึงชายขอบของป่าหมอกแล้ว ป่าแห่งนี้มีพื้นที่กว้างมาก เราต้องเดินเท้าต่อไปอีกหน่อยพื้นที่ที่เราจะไปเป็ที่อยู่อาศัยของสัตว์อสูรระดับขุนพล แต่ยิ่งลึกเข้าไปข้างในระดับความอันตรายก็จะเพิ่มสูงขึ้น”
ลีน่าเดินตามหลังอย่างตั้งใจฟัง นางถามขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพื่อเก็บข้อมูลและประเมินสถานการณ์ไปด้วย “ลุงจอมค่ะ บริเวณแถวนี้มีสัตว์อสูรประเภทไหนบ้างคะ?”
จ่าจอมหันมายิ้มตอบ ด้วยท่าทางเป็กันเองไม่ถือตัวของลีน่าทำให้บรรยากาศในทีมผ่อนคลายขึ้น “มีหลากหลายชนิดครับคุณหนู สัตว์อสูรระดับขุนพล ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดคือพวกจิ้งจอกแดง หมาป่าทมิฬ และอีกาเงาสังหาร ส่วนระดับาา จะอาศัยอยู่ลึกเข้าไปคือ แรดภูผา, หมาป่าวายุ, จิ้งจอกเพลิงและเสือดาวเขี้ยวโลหิต พวกมันต่างแบ่งเขตแดนและอาณาเขตกันชัดเจน”
เขาชี้มือไปตามทิศทางต่าง ๆ แล้วเล่าต่อถึงจุดที่ต้องระวังเป็พิเศษ “ตามชื่อของป่าแห่งนี้ทั่วทั้งผืนป่าจะมีหมอกปกคลุมอยู่ตลอดเวลารอบนอกจะไม่หนาแน่นเท่าไหร่ แต่เมื่อเข้าใกล้อาณาเขตของจิ้งจอกเพลิง...ต้องระวังให้มาก ที่นั่นมีผู้ปกครองอาณาเขตคือ จิ้งจอกเพลิงวารี สัตว์อสูรระดับาาความสามารถพิเศษของมันคือควบคุมพลังงานได้ 2 ธาตุทั้งไฟและน้ำ”
จ่าจอมหยุดชั่วครู่ เพื่อเน้นย้ำความอันตราย “มันใช้พลังทั้งสองธาตุนี้สร้างสิ่งที่เรียกว่าหมอกมายาขึ้นมาเป็เขตกั้นแดนภายในหมอกนั้น จะมีภัยคุกคามสูงกว่าพื้นที่ของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิเสียอีกเพราะสัญญาณสื่อสารทุกชนิดจะใช้ไม่ได้ ทักษะความสามารถที่ใช้แกะรอยหรือรับรู้สิ่งแวดล้อมก็จะถูกบิดเบือนจนใช้งานไม่ได้ดังนั้น กฎข้อแรกของการเดินทางที่นี่คือ... ห้ามเข้าใกล้เขตหมอกมายาเด็ดขาดครับ”
หลังจากได้ฟังดังนั้น ลีน่าก็นึกถึงพลังและสายเืของตัวเอง ‘จิ้งจอก... ถ้าเป็เช่นนั้น ข้าจะสามารถควบคุมหรือสื่อสารกับพวกมันได้บ้างไหมนะ?’ ลีน่าคิดในใจเมื่อนึกถึงยีนที่ตนเองหลอมรวมเพื่อวิวัฒนาการมาทักษะอาภรณ์จิ้งจอกมายาเพิ่มอำนาจทำให้สามารถข่มสายเืระดับต่ำกว่าได้
ทุกคนเดินทางต่อจนกระทั่งมาถึงจุดหมายที่กำหนดไว้ เบื้องหน้าเป็พื้นที่โล่งกว้างที่มีหมอกลอยไปมาเป็อาณาเขตของฝูงจิ้งจอกแดง สัตว์อสูรระดับขุนพล ที่เลือกเป็จุดฝึกครั้งนี้เพราะอีกจุดที่เป็ที่อยู่ของอีกาเงาสังหาร ถือว่าล่าค่อนข้างยาก พวกมันบินได้เร็วฉลาดและเ้าเล่ห์ หากเห็นว่าสู้ไม่ได้ก็จะบินหนีไปทันที แถมยังรวมกันเป็ฝูงใหญ่จึงไม่เหมาะกับการฝึกซ้อมระยะประชิด
“พวกเรามาถึงจุดหมายแล้วครับ พักเหนื่อยกันสักพักแล้วค่อยลุยต่อ” จ่าจอมประกาศแจ้งกับทุกคน
ทีมคุ้มกันกระจายกำลังออกไปตรวจสอบรอบพื้นที่ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสัตว์อสูรระดับสูงแฝงตัวอยู่ใกล้ๆ เมื่อทุกอย่างปลอดภัย ก็เริ่มจัดวางรูปแบบการต่อสู้
ลีน่าจะได้รับการฝึกในรูปแบบการทำงานเป็ทีม นางทำหน้าที่หลักเป็ผู้ควบคุมและจำกัดการเคลื่อนไหวส่วนเพื่อนร่วมทีมอีก 4 คนแบ่งหน้าที่กันชัดเจน มีทั้งสายป้องกัน, สายโจมตี, สายว่องไวและสายสนับสนุน
การฝึกดำเนินไปอย่างราบรื่นตามแผนที่เคยฝึกกันมาสายสนับสนุนใช้พลังเสริมความแข็งแกร่งให้ทีม สายป้องกัน ยั่วยุให้จิ้งจอกแดงหันมาสนใจส่วนลีน่าก็ใช้<ทักษะเสน่ห์จิ้งจอกมายา> สร้างภาพลวงตา และ<ทักษะเนตรมายา> เพื่อควบคุมจิตใจ ทำให้สัตว์อสูรสับสนและโจมตีกันเองการต่อสู้ดำเนินไปอย่างเป็ระบบดูเหมือนไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง
แต่ทันใดนั้น!
ตู้มมมม!!! เสียงะเิดังสนั่นมาจากทิศทางลึกเข้าไปในป่าตามด้วยเสียงะเิอีกหลายครั้งติดต่อกัน สั่นะเืจนแผ่นดินไหวเบา ๆ
“นี่มันเกิดเื่อะไรขึ้น!” เสียงคนในทีมร้องะโถามขึ้นมา
ทุกคนหยุดชะงักไปชั่วครู่ แต่ก็เหมือนจะไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นจึงทำการล่ากันต่อ แต่ไม่นานหลังจากนั้น ทุกคนััได้ถึงพื้นกำลังสั่นะเื ทีมคุ้มกันสังเกตเห็นว่าเหตุการณ์ไม่ปกติจึงรีบวิ่งเข้าไปมุ่งหมายที่จะปกป้องความปลอดภัยของคุณหนู แต่ก็ยังช้าเกินไปอยู่ดี
“ทุกคนแย่แล้ว! รีบหนีเร็ว คลื่นสัตว์อสูรกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!”เสียงะโของจ่าจอมดังลั่นมาแต่ไกล เขาวิ่งกลับมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกอย่างมาก
แต่ยังไม่ทันที่ทุกคนจะได้ขยับตัวหนีเงามืดขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมาจากความมืดของป่า สัตว์อสูรจำนวนหลายร้อยตัวพากันวิ่งผ่านมาเป็ระลอกคลื่น มีทั้งสัตว์อสูรทั่วไปและวิวัฒนาการแล้วโดยส่วนใหญ่เป็ระดับขุนพลที่หนีกระเจิงมา ทุกคนสังเกตได้ทันทีว่าพวกมันไม่ได้วิ่งมาเพื่อโจมตี แต่กลับดูเหมือนกำลังหนีเอาตัวรอดจากบางสิ่งอย่างไม่คิดชีวิต
“แย่แล้ว หนีไม่ทันแน่! ทุกคนกระจายกันออกไปก่อน!”ลีน่าะโสั่งพร้อมกับใช้แรงผลักเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งให้กระเด็นหลบออกจากเส้นทางวิ่งของฝูงอสูร
“ไม่นะคุณหนู!” เสียงร้องะโดังขึ้น แต่ก็สายไปแล้วเมื่อฝูงสัตว์อสูรวิ่งผ่าน หมอกที่ลอยล่องอยู่ก็ถูกลมพัดให้มากองกันจนหนาแน่น มองเห็นเพียงระยะไม่กี่เมตรทัศนวิสัยย่ำแย่ถึงขีดสุด ทุกคนในทีมต่างหลงทางกระจัดกระจายกันไปในหมอกหนา
เพื่อป้องกันตัวเองลีน่าตัดสินใจเปิดใช้<ทักษะอาภรณ์จิ้งจอกมายา> ควบคู่กับ <ทักษะเนตรมายา> ดึงอำนาจสายเืออกมาจนถึงขีดสุด พร้อมควบคุมฝูงจิ้งจอกแดงในบริเวณนั้นให้รวมตัวกันเป็กำแพงมีชีวิตเพื่อสกัดกั้นคลื่นสัตว์อสูรที่กำลังถาโถมเข้ามา แสงสีม่วงอ่อนแผ่กระจายออกจากร่างของลีน่าก่อนจะก่อตัวเป็เงาร่างของจิ้งจอกมายาขนาดใหญ่โอบคลุมร่างของนางเอาไว้ราวกับเป็เกราะพลังงาน หางมายาสามหางพลิ้วไหวอยู่ด้านหลัง
ขณะที่ม่านตาทั้งสองข้างเปล่งประกายสีม่วงลึกล้ำแผ่อำนาจสายเืของราชินีจิ้งจอกออกไปกดข่มฝูงจิ้งจอกแดงจนพวกมันยอมเชื่อฟังและรวมตัวกันเป็กำแพงชั่วคราว
อย่างไรก็ตามการดึงพลังสายเืออกมาในระดับสูงสุดเช่นนี้ ทำให้พลังของลีน่าลดลงอย่างรวดเร็วความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาทันที นางรู้ดีว่าทักษะนี้จะคงอยู่ได้ไม่นานจึงต้องรีบหาทางหลบหนีออกจากพื้นที่อันตรายให้เร็วที่สุด
ในขณะเดียวกัน
อีกฟากหนึ่งของป่าหมอก เมื่อประมาณ 30 นาทีก่อน
แม็กซ์และเ้าหมาโง่ ได้เดินทางมาถึงจุดเชื่อมต่อระหว่างอาณาเขตของแรดภูผาสัตว์อสูรระดับาากับอาณาเขตของอีกาเงาสังหารสัตว์อสูรระดับขุนพล ที่ขึ้นชื่อว่าล่ายากที่สุดในโซนนี้
“หยุดก่อนเ้าหมาโง่ อย่าเพิ่งเข้าไป” แม็กซ์ยกมือสั่งหยุดก่อนจะชี้ไปยังยอดไม้ที่อยู่ไกลออกไป “เ้าอีกาตัวนั้นมันระวังตัวสูงมาก ข้าเคยคิดสังหารมันหลายครั้งแล้วแต่มันบินสูงเกินกว่าการโจมตีระยะไกลจะไปถึง และถ้าเข้าไปใกล้ มันก็รู้ตัวทันทีแล้วก็บินหนีโดยที่ยังไม่ทันได้ทำอะไร”
เขาเอื้อมมือลูบแผงคอของเ้าหมาป่าเบา ๆ แล้วเริ่มอธิบายแผนการที่วางไว้“ดังนั้นเราต้องใช้วิธีล่อ... แผนการเป็แบบนี้นะ...” หลังจากสุมหัวกันวางแผนเรียบร้อย แม็กซ์ก็สั่งเสียงหนักแน่น“เริ่มแผนได้!”
ตู้มมมม!!! ทันทีที่ได้รับคำสั่ง เ้าหมาโง่ก็ใช้พลังิญญามหาศาลกระแทกกับพื้นดินและต้นไม้โดยรอบเสียงดังสนั่นะเืไปทั่วทั้งป่า ตามด้วยเสียงคำราม ที่แฝงความดุร้ายและจิตสังหารแผ่กระจายออกไปไกลจนสัตว์อสูรทุกตัวในรัศมีได้ยินและรู้สึกถึงอำนาจของราชันหมาป่าทมิฬผลที่ตามมาคือ ความตื่นตระหนกแพร่กระจายฝูงสัตว์อสูรทั้งเล็กและใหญ่พากันวิ่งหนีเอาตัวรอดออกจากพื้นที่ กลายเป็ คลื่นสัตว์อสูรที่กำลังมุ่งหน้าไปทางอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ
แม็กซ์รีบนำซากของแรดภูผาที่เขาล่าได้เมื่อเช้าวางไว้ในจุดที่เกิดเสียงะเิแล้วนำเืของมันมาชโลมให้ทั่วร่างกาย ขน ปาก และกรงเล็บของเ้าหมาโง่จนเปียกโชกไปด้วยสีแดง
“พอแล้วเ้าหมาโง่ เอานี่ แกนพลังของาาแรดภูผาเอาไปคาบไว้ในปาก แล้ว... วิ่งไปทางอาณาเขตของเ้าอีกาตัวนั้น แต่ต้องวิ่งลากขากะเผลกๆ หายใจหอบแรงเหมือนาเ็สาหัสจนใกล้ตาย เอาให้เนียนที่สุดนะเว้ย!” แม็กซ์สั่งให้มันหยุดทำลายพื้นที่คาบแกนาาอสูรแรดภูผาไว้ในปาก แล้วสอนทักษะการแสดงให้กับหมาป่าทมิฬ
เมื่อสั่งเสร็จ แม็กซ์ก็ะโขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ที่หลังของาาหมาป่าทมิฬใช้ร่างกายที่ใหญ่บดบังร่างเล็กของตนเองเพื่อหลบสายตาและการตรวจจับของาาอีกาเงาสังหารที่มีความเฉลียวฉลาด แผนการล่อที่ดูบ้าบิ่นแต่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
แม็กซ์จะสามารถหลอกล่อและสังหารศัตรูที่ยากที่สุดตัวนี้ได้สำเร็จหรือไม่ ลีน่าจะรอดจากคลื่นอสูรได้ไหม?
***
เกร็ดน่ารู้ท้ายตอนที่ 14
กฎแห่งการล่า
ผู้วิวัฒนาการระดับสูงกว่า ล่าผู้วิวัฒนาการระดับต่ำกว่า
หากระดับต่ำกว่าตายแกนและร่างจะสลายหายไป เนื่องจากถูกผลกระทบจากแรงดันิญญาของระดับที่สูงกว่ากดดันจนแกนเสียหายเวลาตายหากแกนไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ทั้งแกนและร่างจะสลายไปในที่สุด ยกเว้นในกรณีระดับต่ำกว่าอยู่ถึงขั้นสูงสุดที่เป็ระดับครึ่งก้าวหรือกึ่งที่กำลังจะเลื่อนระดับ จะไม่ได้รับผลกระทบจากระดับที่สูงกว่าครึ่งระดับตัวอย่างเช่น ระดับขุนพลขั้นสูงสุดหรือเรียกว่าครึ่งก้าวสู่าาหรือกึ่งาาจะไม่ได้รับผลกระทบจากแรงดันิญญาระดับาา
ตรงกันข้ามหากระดับสูงกว่าตาย แกนจะไม่ได้รับความเสียหายใด ๆทั้งแกนและร่างยังอยู่ในสภาพที่ไม่สลายหายไป
ฉะนั้นจะทำการล่าต่ำกว่าระดับของตนเองเพียงครึ่งก้าวได้เท่านั้นถึงจะได้รับทรัพยากรอย่างเต็มที่