เสียงเครื่องยนต์ เครื่องบินลำเลียงจากทิศเหนือยังมาไม่ถึงตัวค่าย แต่ลมของมันมาถึงก่อน
มันกดอากาศลงต่ำอย่างช้า ๆ เหมือนฝ่ามือขนาดมหึมากำลังค่อย ๆ วางทับสนามรบ ฝุ่นที่เคยลอยสูงเหนือหัวเริ่มวนกลับลงมาเป็ชั้นหนา ควันจากซากรถพยาบาลและแนวไฟที่ลุกตามพื้นถูกแรงลมบีบให้ไหลแนบคอนกรีต กลิ่นไหม้ กลิ่นเื และกลิ่นคาวของฝูงที่ตายกองซ้อนกันอยู่ในคอจนทุกลมหายใจเหมือนต้องกลืนสนิมลงไปด้วย
เสียงปืนยังคงดังไม่หยุด แต่จังหวะของมันไม่เหมือนตอนตั้งรับแรก ๆ อีกแล้ว มันไม่ใช่การยืนฝืนจนแนวแตก ไม่ใช่การยิงทุกอย่างที่ขยับ แต่เป็จังหวะถอย เป็เสียงปืนที่พยายามซื้อพื้นที่ทีละ่ เสียงคำสั่งสั้น ๆ กระแทกผ่านวิทยุ เสียงรองเท้าลากบนพื้นเปื้อนเื เสียงโลหะถูกดึงถอย เสียงคนเจ็บกัดฟันไม่ให้ร้องดังเกินไป เพราะทุกคนรู้ว่าการร้องเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ใครบางคนหันไปมองผิดจังหวะ
คาเอลยืนอยู่ระหว่างแนวที่หนึ่งและสอง แนวที่ไม่มีใครเห็นจริง แต่ทุกคนต้องเชื่อว่ามันมีอยู่ แนวที่หนึ่งคือซากรถขนส่งที่ตะแคงอยู่ข้างลาน แนวที่สองคือแนวคอนกรีตแตกที่เคยเป็ฐานกำแพงด้านใน
แนวที่สามไม่ใช่แค่แนวป้องกัน
มันคือขอบลานสุดท้ายที่เครื่องลำสุดท้ายจะลงได้
ด้านข้างของแนวนั้นมีประตูกักกันเหล็กบานใหญ่ตั้งขวางอยู่ ประตูบีเจ็ด เชื่อมเขตพักพิงฝั่งตะวันตกเข้ากับลานอพยพ ผู้รอดชีวิตที่ยังตามเส้นทางหลักมาทันต้องผ่านประตูนั้นก่อนจึงจะเข้าสู่พื้นที่ขึ้นเครื่องได้
ถ้าฝูงทะลุถึงประตูก่อนมันปิด ลานอพยพจะถูกเปิดจากด้านข้าง และเมื่อไม่มีลานให้ลง ก็ไม่มีใครได้ออกจากที่นี่อีกแล้ว
เขารู้ว่าคำว่า “ถ้า” มีมากเกินไป
แต่คืนนี้ไม่เหลือคำอื่นแล้ว
[อัตราการซิงค์: 61%]
ข้อความขึ้นมาในหัวเขาเงียบ ๆ เหมือนหยดน้ำเย็นตกลงบนเหล็กร้อน คาเอลไม่สะดุ้ง เขาชินกับมันมากเกินกว่าที่ควร ชินกับความเร็วที่เพิ่มขึ้น ชินกับการเห็นเส้นทางก่อนคนอื่นครึ่งจังหวะ ชินกับความรู้สึกว่าความลังเลถูกดึงออกจากอกทีละชิ้นเหมือนเศษะุที่ยังอุ่น
นั่นไม่ใช่เื่ดี
เขารู้
และเพราะรู้ เขาจึงบังคับตัวเองให้หายใจเข้าให้ลึกกว่าเดิม
กลิ่นเืความร้อนไหลเข้าเต็มปอด อากาศแสบจนลำคอเหมือนถูกขูดด้วยทราย เขาปล่อยให้ความรู้สึกนั้นอยู่ ไม่ลดมัน ไม่ผลักมันให้กลายเป็ข้อมูล เขายัง้ากลิ่น ้าความร้อน ้าความเหนียวของเืบนฝ่ามือ ้าความเจ็บจากเล็บที่จิกเนื้อตัวเองจนเป็รอย เพราะตราบใดที่สิ่งเหล่านี้ยังทำให้เขารู้สึกได้ เขายังไม่ใช่เพียงเสียงของระบบ
“แนวที่หนึ่ง ถอยเป็ชั้น” คาเอลพูดผ่านวิทยุ
“ไม่วิ่ง ไม่แตกแถว ใครยิงอยู่ ยิงถอย ใครลากคนเจ็บ ลากเข้าหลังคอนกรีต ห้ามหยุดกลางทาง”
เสียงตอบรับดังกลับมาหลายจุด บางเสียงชัด บางเสียงแตกพร่า บางเสียงมีเพียงการหายใจหนักก่อนปืนจะดังแทนคำพูด
โวร่าอยู่ฝั่งซ้าย เธอฟันลงใส่ตัวที่พุ่งเข้ามาใกล้แนวมากเกินไป ใบมีดในมือเธอสะท้อนแสงไฟเป็เส้นสั้น ๆ ก่อนจมหายเข้าไปใต้แผ่นเกราะชีวภาพ เสียงเนื้อฉีกดังเปียก ๆ เืสีดำสาดใส่แขนและแก้ม เธอไม่เช็ด ไม่ถอยเกินคำสั่ง เธอฟันหนึ่งครั้ง ดันตัวหนึ่งออกจากแนว แล้วถอยครึ่งก้าวตามจังหวะที่คาเอลวางไว้
“ซ้ายอย่าไล่!” คาเอลพูด
โวร่าหยุดทันที แม้ดวงตาของเธอบอกว่าอยากพุ่งเข้าไปกวาดให้มากกว่านั้น เธอหายใจแรง ความร้อนจากร่างและควันทำให้ไหล่เธอเหมือนมีไอขึ้น เธอหันมามองเขาเพียงเสี้ยวเดียว แล้วกลับไปยืนค้ำซ้ายต่อ
เรนาร์อยู่ฝั่งขวา ตรงช่องที่เดวิสเคยคุม เสียงปืนของเขายังหนักเกินไปทุกนัด ไม่ได้เสียจังหวะ แต่เหมือนทุกครั้งที่เหนี่ยวไก เขากำลังยิงใส่สิ่งที่มองไม่เห็นมากกว่าฝูงตรงหน้า ตำแหน่งนั้นยังมีเงาของเดวิสอยู่ ทั้งที่ไม่มีร่างเหลือ ไม่มีเสียงด่า ไม่มีคำว่า “อย่ายืนตำแหน่งเดียวกัน” แต่คนที่ยืนตรงนั้นทุกคนเหมือนยังฟังประโยคนั้นอยู่โดยไม่รู้ตัว พวกเขาแยกแนวยิง ไม่ยืนซ้อน ไม่ยิงสูงเกินไป
คนตายยังคุมแนวได้
ความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัวคาเอลแล้วหายไปทันที เพราะถ้าเขาปล่อยให้อยู่ยาวกว่านั้น เขาอาจเสียจังหวะ
“ขวาคงต่ำไว้” คาเอลพูด
“เรนาร์ อย่าให้มันแตะเสาไฟ”
“รู้แล้ว” เรนาร์ตอบสั้นมาก เสียงต่ำจนเกือบเป็คำราม
ไม่ใช่รับทราบ
ไม่ใช่ขัดคำสั่ง
แค่ยังอยู่
แนวกลางเป็ของหน่วยแบล็กแองเคอร์ เคดยืนเหมือนเสาหนักอยู่หลังแนวคอนกรีตแตก เกราะสีเข้มของเขาเต็มไปด้วยรอยขูดใหม่ รอยหนึ่งลึกจนเห็นแสงภายในชุดเกราะกะพริบเป็่ แต่เขาไม่สนใจ รูคเคลื่อนเป็เงาสั้น ๆ ระหว่างซากเหล็กกับหลุมแตก ไม่พุ่งลึกเหมือนตอนแรกอีกแล้ว เขาตัดมุมแล้วกลับ ไม่ไล่ตัวที่ถอยผิดธรรมชาติ เวลยืนค่อนหลัง ลำกล้องอาวุธยาวของเธอมีแสงสีฟ้าไหลเป็เส้นบาง ๆ ทุกครั้งที่ยิง อากาศรอบปากลำกล้องจะสั่นเหมือนผิวน้ำถูกแตะ
เคดยังไม่ชอบคาเอล
รูคยิ่งไม่ชอบ
แต่พวกเขารับฟังแล้วทำตาม
ไม่ใช่เพราะยอมรับเขาเป็ผู้บังคับบัญชา แต่เพราะสนามรบพิสูจน์ว่าคำสั่งของเขาถูกต้อง และคนที่อยากมีชีวิตถึงเครื่องลำสุดท้ายไม่มีสิทธิ์เลือก แค่คำสั่งที่ตัวเองชอบ
“กลางเตรียม พร้อมรับโจมตีหลุมทางขวาของแนวที่หนึ่ง” คาเอลพูด
เคดหันหัวมาเล็กน้อย
“ฉันยังไม่เห็นหลุมเลยนะ”
“อีกสองวิ”
คำพูดยังไม่ทันจบ พื้นด้านขวาของซากรถขนส่งก็ปริขึ้นเหมือนถูกอะไรบางอย่างใช้เล็บจากข้างล่างขีด กรงเล็บสีดำแทงขึ้นมา เศษคอนกรีตกระเด็นใส่หน้าโล่ของเคดเป็ประกาย
“ตอนนี้” คาเอลพูด
เวลยิงต่ำ ลำแสงสีฟ้าตัดผ่านกรงเล็บก่อนมันจะยกขึ้นได้เต็มที่ รูคพุ่งตามเข้าไปเพียงครึ่งระยะ ฟันข้อต่อของตัวที่พยายามมุดออกจากหลุมแล้วดีดตัวกลับ เคดยิงปิดหัวหลุม ะุหนักกระแทกลงไปจนพื้นรอบนั้นยุบลงอีกชั้น เสียงกรีดร้องจากใต้ดินดังขึ้นแล้วถูกกลบด้วยเสียงปืน
“ให้ตายเถอะ…” รูคพูดผ่านวิทยุ เสียงหอบปนหัวเราะแห้ง
“เขาเห็นว่ามันจะมาจริง ๆ ”
เคดไม่ตอบ
แต่นัดถัดไปของเขารอตามจังหวะคาเอล
นั่นคือคำตอบของเขา
ด้านหลัง แนวเต็นท์พยาบาลยังอยู่
ผ้าใบสีขาวที่ตอนนี้กลายเป็สีเทาเปื้อนเืสั่นแรงตามลมจากเครื่องที่ยังมาไม่ถึง ขอบผ้าใบด้านหนึ่งฉีกจนลินาต้องใช้มือข้างหนึ่งจับไว้ขณะอีกมือส่งผ้าพันแผลให้อลิน่า อลิน่าไม่เงยหน้าจากคนเจ็บตรงหน้า เืไหลเต็มนิ้วของเธอและหยดลงพื้นเป็จังหวะ เธอพูดเร็ว สั้น และต่ำเหมือนทุกคำมีไว้กันความตายออกจากร่างคนหนึ่งให้ได้นานขึ้นอีกไม่กี่นาที
แรงกระแทกหนึ่งหลุดผ่านแนวกลาง
มันไม่ได้พุ่งใส่แนวหน้า แต่เฉียงต่ำเข้าด้านหลัง เร็วกว่าที่ใครจะหันตามทัน
เต็นท์พยาบาล
คาเอลเห็นมันจากหางตา เห็นเส้นทาง เห็นว่าถ้าแรงนั้นถึงผ้าใบ มันจะฉีกทั้งเต๊นออกเป็สองส่วน เห็นเงาของคนเจ็บด้านใน เห็นอลิน่าก้มอยู่ตรงนั้น เห็นลินาแข็งค้าง
เขาเกือบออกคำสั่ง
แต่ไม่ทัน
อากาศตรงหน้าผ้าใบบางลงเพียงเสี้ยววินาที
เส้นแสงสีฟ้าแคบจัดวาบขึ้น
ไม่ใช่การพุ่ง ไม่ใช่การกวาด และไม่มีใครเห็นคนถือมัน
มันเพียง “ตัดผ่าน”
กรงเล็บหรือแรงที่กระแทกเข้าหาเต๊นถูกแยกออกกลางจังหวะเหมือนชนเข้ากับคมที่มองไม่เห็น แล้วหยุด ไม่ใช่เพราะมันพลาด แต่เพราะมันไปต่อไม่ได้ เสียงอากาศถูกบีบดังอู้อี้ก่อนแรงจะบิดออกด้านข้าง ผ้าใบสั่นแรงจนเสาทั้งเต๊นส่งเสียงคราง แต่ไม่ขาด
คนเจ็บด้านในสะดุ้ง บางคนร้องออกมา
อลิน่าเงยหน้าเพียงเสี้ยวหนึ่ง
คาเอลไม่หันไปมอง
แต่เขารู้
ม่านนั้นไม่ใช่อุปกรณ์ของหน่วยสมอดำ ไม่ใช่โล่ของเต๊น ไม่ใช่คำสั่งของเขา และไม่ใช่อะไรที่ควรอยู่ในโลกนี้ได้มั่นคงขนาดนั้น
บัลธาซาร์ยังอยู่
หรือบางที สิ่งที่เคยชื่อบัลธาซาร์ยังคง “ค้ำ” ด้านหลังไว้
ไม่เปิดตัวเด่น
ไม่พูดคุย
ไม่ขอคำสั่งใด ๆ
คาเอลปล่อยให้ความรู้นั้นอยู่ในมุมหนึ่งของหัว และไม่ดึงมันเข้ามาเป็ตัวเลข
บางสิ่งไม่ควรถูกระบบนับ
“ไม่ต้องห่วง หลังยังอยู่” เขาพูดสั้น ๆ ในวิทยุ
“แนวที่หนึ่งถอยต่อได้”
มิเลียที่ยืนด้านข้างเขาหันไปทางเต็นท์พยาบาล เธอเห็นผ้าใบที่สั่นแต่ไม่ขาด เห็นเส้นแสงจาง ๆ ที่หายไปในควัน เห็นคาเอลไม่หันไป
เธอเข้าใจว่าเขารู้
และเข้าใจว่าเขาเลือกไม่เรียกชื่อ
ดวงตาเธอไหวเล็กน้อย
ไม่ใช่กลัว
แต่เหมือนกำลังนับสิ่งที่คาเอลยอมปล่อยให้อยู่ในเงาทีละอย่าง
แนวที่หนึ่งเริ่มถอยจริง
ทหารที่เหลือเคลื่อนทีละกลุ่ม กลุ่มแรกถอยเข้าแนวที่สอง กลุ่มสองยิงคุม กลุ่มสามลากคนเจ็บ คนที่ล้มและยังอยู่ในเส้นทางถูกดึง คนที่อยู่นอกเส้นและไม่มีทางกลับถูกปล่อยไว้โดยไม่มีใครพูดคำนั้นออกมา คำว่า “ปล่อย” ไม่เคยถูกใช้ แต่มันอยู่ในทุกสายตาที่ไม่หันกลับ
ตำแหน่งที่โรแวนตายยังอยู่หน้าแนวที่หนึ่ง
ไม่มีร่างให้เห็นชัดแล้ว เพราะควันและฝูงปิดทับไปเกือบหมด แต่ทุกคนจำจุดนั้นได้ แผงเหล็กที่งออยู่ตรงนั้นยังมีเืเป็ทาง เส้นเืแดงเข้มลากยาวมาถึงขอบคอนกรีตเหมือนใครบางคนพยายามกลับมาแต่กลับไม่ถึง
ไม่มีใครมองตรงนั้นนาน
แต่ทุกคนรู้ว่ามันอยู่ตรงนั้น
เสียงคำสั่งเก่าของโรแวนเหมือนยังค้างอยู่ในหัวคนแนวกลาง
อย่าหยุด
ไม่มีใครพูดมันออกมา
แต่ทุกคนทำตาม
[อัตราการซิงค์: 63%]
ตัวเลขขยับขึ้นอีก
คาเอลรู้สึกถึงมันในความเร็วของความคิด เสียงรอบตัวเหมือนถูกจัดชั้นใหม่ เสียงฝูงอยู่ชั้นหนึ่ง เสียงปืนอยู่ชั้นหนึ่ง เสียงวิทยุอยู่ชั้นหนึ่ง และเสียงหัวใจของเขาอยู่ลึกลงไปด้านล่าง หนัก ช้า แต่ยังมีอยู่
ระบบไม่ได้กลืนมัน
เพราะเขาไม่ยอมให้กลืน
“แนวซ้าย ถอยสองก้าว” เขาพูด
“โวร่า อย่าปิดท้ายคนเดียว”
โวร่ากำลังจะทำแบบนั้นจริง ๆ เธอหยุดกลางท่า ใบมีดในมือยกอยู่เหนือหัวตัวหนึ่งที่กำลังพุ่งเข้ามา เธอฟันลงแล้วถอยทันที ไม่ค้าง เธอหันมามองคาเอลผ่านควัน ดวงตาบอกว่าเธอไม่ชอบให้ใครอ่านเธอออกขนาดนี้ แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาไม่ชอบ
“ขวา เปลี่ยนแม็กบรรจุะุสลับ อย่าทำพร้อมกัน” คาเอลพูดต่อ
“เรนาร์ หนึ่งกับสามเปลี่ยน สองกับนายคุมเชิงไว้”
เรนาร์ะโสั่งตามทันที เสียงเขาแหบกว่าเดิม แต่ยังคุมได้
“หนึ่ง สาม เปลี่ยน! สองยิง! อย่าหยุด!”
คำสั่งนั้นมีเงาของเดวิสอยู่
และเรนาร์รู้
จึงยิ่งฟังดูเจ็บ
กลางสนาม ฝูงเริ่มรวบตัวอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้เข้าจากหลุมเดียว แต่มุดเป็เส้นสั้น ๆ หลายจุดพร้อมกัน พื้นตรงหน้าแนวที่หนึ่งแตกทีละตำแหน่งเหมือนนิ้วหลายเล็บกำลังเคาะประตูจากใต้โลก
เคดหันมาครึ่งหน้า
“เฮ้ เราต้องทำลายมัน ก่อนมันจะขึ้นมานะ”
“ไม่” คาเอลตอบ
“รอให้มันขึ้นครึ่งตัวก่อน”
“ถ้ารอ มันขึ้นถึงแนวนะ”
“ถ้ายิงตอนนี้ มันจะเปิดหลุมล่อเราอีกหลุมหนึ่ง”
เคดนิ่งไปเพียงเสี้ยวหนึ่ง
รูคสบถ
“แมร่งเอ้ย เขาเห็นอะไรอีกแล้วใช่ไหมวะเนี่ย”
เวลไม่พูด เธอเพียงลดปากลำกล้องลงนิดเดียว เตรียมยิงตามคำว่า “ตอนนี้” ที่ยังไม่มา
ฝูงมุดขึ้นมา
ครึ่งตัว
หนึ่งตัว
สองตัว
สามตัว
“ตอนนี้ล่ะ!!!”
ลำแสงของเวลกวาดต่ำพร้อมเสียงปืนของเคดและทหารแนวกลาง ตัวที่ขึ้นมาไม่เต็มถูกตัดติดกับขอบหลุม ร่างมันกลายเป็สิ่งอุดปากทางของพวกที่ตามหลัง รูคพุ่งเข้าไปตัดตัวที่หลุดมาหนึ่งตัวแล้วถอยกลับตามคำสั่ง ไม่ไล่
แนวที่หนึ่งถอยได้อีกหนึ่ง่
เสียงเครื่องจากทิศเหนือดังชัดขึ้น
คราวนี้ทุกคนได้ยิน
ไม่ใช่แค่คีรอน
เสียงนั้นต่ำ หนัก และใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนก้อนเหล็กขนาดใหญ่กำลังไถผ่านท้องฟ้าลงมา ลมจากมันกดฝุ่นลงต่ำกว่าเดิม ปลอกะุที่พื้นกลิ้งไปชนกันเป็เสียงกรุ๊งกริ๊งเล็ก ๆ แปลกประหลาดท่ามกลางเสียงปืน
“เครื่องลำสุดท้ายเข้าใกล้แล้ว” คีรอนะโ
“ยังไม่เห็นจุดลงชัด เขาขอไฟนำทาง!”
แจ็กซ์สบถทันที
“ไฟนำทาง เราพังไปครึ่งแล้ว!”
“ก็ใช้ที่เหลือสิ” คาเอลพูด
แจ็กซ์หันมามองเขาเหมือนอยากด่า แต่ไม่มีเวลา เขาก้มลงบนกล่องควบคุม นิ้วเลอะเืกดปุ่มถี่ ๆ โดรนตัวหนึ่งที่ใบพัดสั่นเหมือนจะหลุดพุ่งออกจากแนวหลัง มันลากสายไฟบางเส้นที่ผูกไว้ชั่วคราวขึ้นไปเหนือซากรถขนส่ง แสงขาวกะพริบติด ๆ ดับ ๆ แต่ยังสว่างพอให้เห็นขอบลาน
“ถ้าเครื่องบินตก ฉันไม่รับผิดชอบนะโว้ย!” แจ็กซ์ะโ
“ถ้ามันตก จะมีใครเหลือให้รับผิดชอบวะ” คีรอนตอบกลับโดยไม่หันไป
ความตลกนั้นแห้งจนแทบไม่ใช่ตลก
แต่คนสองคนใกล้ ๆ ยังหัวเราะออกมาครึ่งลมหายใจ
เสียงหัวเราะสั้นมาก
แล้วกลายเป็เสียงปืนต่อ
บอสขยับในควัน
มันอยู่ใกล้กว่าเดิมมากแล้ว เงาสูงนั้นไม่ใช่ภาพไกลหลังฝูงอีกต่อไป แต่เป็สิ่งที่ยืนอยู่ในระยะที่แสงไฟฉุกเฉินเริ่มแตะถึงขอบเปลือกแข็ง เส้นแสงใต้ผิวมันไหลช้าราวกับเืเย็น แขนข้างที่ยาวเกินสัดส่วนลากต่ำใกล้พื้น กรงเล็บสามแฉกขูดคอนกรีตเป็เสียงครืดที่ทำให้ฟันกรามของคนที่ได้ยินเกร็งโดยไม่รู้ตัว
มันไม่ได้รีบ
มันไม่ต้องรีบ
เพราะมันรู้ว่ามนุษย์กำลังถอยเข้าพื้นที่แคบขึ้น
ซีนอสยิงจากจุดสูง ะุของเขากระแทกไหล่บอสหนึ่งนัด คอหนึ่งนัด ใกล้ดวงตาหนึ่งนัด มันชะงักเล็กน้อย แต่ไม่หยุด
“มันจะยิงกลางอีกครั้ง” ซีนอสพูด
คาเอลมองมุมแขน มุมไหล่ ทิศของฝูงที่ถอยออกผิดธรรมชาติ และช่องว่างที่เปิดตรงหน้าแนวที่หนึ่ง
“ไม่ใช่แนวกลาง” คาเอลตอบทันที
“มันรอคนเข้าไปกลาง”
ทุกคนในช่องสื่อสารเงียบลงชั่วขณะ
เขาเห็นทหารคนหนึ่งล้มอยู่นอกแนวที่หนึ่ง มือของเขาคลานกลับเข้ามาได้ไม่ถึงครึ่งเมตร ขาถูกซากเหล็กทับไว้ ฝูงยังไม่ถึงตัวเขา แต่บอสเห็นแล้ว และมันรู้ว่าเดี๋ยวก็มีคนจะมาช่วยเขา
คาเอลพูดก่อนใครขยับ
“ย้ำ!! ห้ามออกนอกแนว”
คำสั่งนั้นเหมือนโยนหินลงบนอกทุกคน
ทหารที่ล้มอยู่เงยหน้าขึ้น เขาได้ยินหรือไม่คาเอลไม่รู้ แต่เขายังพยายามคลานต่อ นิ้วของเขาขูดพื้นจนเล็บหลุด เืลากเป็เส้นเล็ก ๆ บนคอนกรีต
มิเลียขยับ
ครึ่งก้าว
แล้วหยุดเอง
ครั้งนี้คาเอลไม่ต้องสั่ง
เธอหยุดเพราะเธอรู้คำตอบแล้ว
และนั่นทำให้ดวงตาเธอมืดลงกว่าการถูกสั่งเสียอีก
แรงกระแทกสีซีดพุ่งผ่านควันไปยังตำแหน่งนั้นในวินาทีต่อมา มันะเิใส่พื้นที่หน้าทหารที่ล้มอยู่ ไม่โดนแนว แต่แรงอัดสาดเศษคอนกรีตเข้าแนวที่หนึ่ง เสียงร้องของเขาหายไปพร้อมฝุ่นและเศษหิน
ไม่มีใครพูด
คาเอลไม่ปิดตา
เขามองไปที่ทหารคนนั้น
และจดจำไว้
แล้วเขาสั่งต่อ
“แนวที่หนึ่งถอยไปแนวที่สอง เดี๋ยวนี้”
สนามทั้งสนามขยับ
คนที่ยังลังเลถูกคนข้างหลังดึง เสื้อถูกกระชาก แขนถูกลาก เสียงรองเท้าไถลบนพื้นเปียกเืดังสั้น ๆ กลุ่มแรกผ่านแนวคอนกรีตแตกเข้าแนวที่สอง กลุ่มสองยิงคุมถอย กลุ่มสามดันซากเหล็กมาปิดช่องที่เพิ่งเปิด
ฝูงพุ่งตามทันที
เสี้ยววินาทีก่อนกรงเล็บจะถึงหลังทหารที่ล้มอยู่ใกล้เต๊นด้านหลัง เงาหนึ่งวูบผ่านต่ำเกินกว่าจะมองทัน เส้นแสงสีฟ้าแคบจัดวาบขึ้นอีกครั้ง ไม่ใช่การเหวี่ยง ไม่ใช่การปะทะ แต่เป็รอยตัดที่เกิดขึ้นก่อนที่ใครจะทันเห็นการเคลื่อนไหว กรงเล็บฝังลงพื้น ไม่ใช่เพราะมันพลาด แต่เพราะสิ่งที่ควรจะถึงตัวถูกแยกออกไปแล้ว
ทหารคนนั้นยังหายใจ
คาเอลรู้สึกเหมือนคมเย็นเฉียบเฉียดผ่านท้ายทอย ทั้งที่มันอยู่ไกลออกไป เขาไม่หันไปมอง เพราะถ้าหัน เขาอาจเห็นสิ่งที่ไม่ควรถูกมองเป็มนุษย์อีกแล้ว
บัลธาซาร์กำลังใช้พลังมากขึ้น
และยิ่งใช้ พื้นที่ด้านหลังยิ่งเหมือนมีคมที่มองไม่เห็นแผ่กว้างออกไป
ไม่ใช่โล่
ไม่ใช่กำแพง
แต่เป็บางอย่างที่ “ตัด” สิ่งที่เข้ามาเกินเส้น
[อัตราการซิงค์: 65%]
ตัวเลขขึ้นอีก
คาเอลกัดฟัน
ไม่ใช่เพราะเจ็บ
แต่เพราะเขารู้ว่าเขากำลังเริ่ม “เข้าใจ” วิธีคุมพื้นที่แบบนั้นเช่นกัน
ไม่ใช่ด้วยดาบ
ไม่ใช่ด้วยพลัง
แต่ด้วยคำสั่ง
เส้นทางไหนอยู่
เส้นทางไหนตาย
ใครเข้าได้
ใครออกไม่ได้
เขากับบัลธาซาร์กำลังค้ำคนละด้านของสนามรบด้วยสิ่งที่ไม่ควรเป็ของมนุษย์อีกแล้ว
ความคิดนั้นทำให้เขาหนาวขึ้นกว่าเดิม
“แนวสองตั้งแนว” คาเอลพูด “เคด รับด้านหน้า รูค ห้ามเกินแนวซ้าย เวล กดต่ำตรงหลุมสาม แจ็กซ์ ไฟนำลงอยู่ตรงกลางต่อไป คีรอน บอกเครื่องให้ลงเฉียงซ้าย อย่าเข้าตรงกลาง บอสอ่านทางอยู่”
คีรอนตอบทันที
“โอ้โหพวก เขาจะด่าแม่ฉันอีกแน่”
“ให้เขาด่าอยู่บนฟ้า ดีกว่าตายบนพื้นนี้”
ครั้งนี้ไม่มีใครหัวเราะ
เพราะทุกคนรู้ว่าคาเอลไม่ได้พูดเล่น
แนวที่สองแคบกว่าแนวที่หนึ่งมาก แนวคอนกรีตแตกสูงแค่เอวในบางจุด สูงถึงอกในบางจุด และหายไปเป็ช่องว่างในบางจุดที่ต้องใช้คนยืนแทนกำแพง โวร่าอยู่ซ้ายสุด เรนาร์อยู่ขวา เคดกลาง รูคกับเวลเคลื่อนระหว่างช่องว่าง แจ็กซ์คุมโดรนเหนือหัว นิกซ์ถอยมาถึงแนวที่สองด้วยสภาพเหมือนคนเดินละเมอ เืกำเดาเขาไหลลงถึงคาง แต่ดวงตายังจับพื้น
“มันจะขึ้นหลังแนวสอง” นิกซ์พูด เสียงเบามาก
คาเอลหันไปเพียงเสี้ยวเดียว
“ตรงไหน”
นิกซ์ยกมือช้า ๆ ชี้ไปยังด้านหลังแนวขวา
เรนาร์อยู่ตรงนั้น
“เรนาร์ ถอยจากจุดเดิมหนึ่งก้าว” คาเอลพูด
เรนาร์ไม่ถาม เขาถอยหนึ่งก้าวทันที
พื้นตรงหน้าเขาเปิดออก กรงเล็บแทงขึ้นมาในตำแหน่งที่หน้าอกเขาเคยอยู่ก่อนหน้า เขายิงลงไปแทบจะพร้อมกัน ะุกระแทกในระยะใกล้จนเืดำพุ่งขึ้นมาโดนหน้าเขาเต็ม ๆ เขาไม่ถอยเพิ่ม มืออีกข้างปาดเืออกจากตาแล้วยิงซ้ำ
“ขอบใจ” เขาพูดผ่านฟันที่กัดแน่น
คาเอลไม่แน่ใจว่าเขาพูดกับนิกซ์หรือกับเขา
หรือกับคนที่ไม่อยู่แล้ว
เสียงเครื่องลำสุดท้ายดังชัดขึ้นมาก
ลมจากใบพัดเริ่มกวาดควัน้าให้แตก แสงจากท้องเครื่องยังไม่เห็น แต่เงาของมันใหญ่พอทำให้ควันเหนือค่ายกดลงเป็แผ่น
“เครื่องเห็นไฟแล้ว!” คีรอนะโ
“เขาขอเคลียร์ลานสิบห้าวินาที!”
สิบห้าวินาที
คาเอลมองสนาม
สิบห้าวินาทีในคืนนี้ไม่ใช่เวลา
มันคือชีวิต
เสียงแตกพร่าดังแทรกเข้ามาในวิทยุ ก่อนคีรอนจะยกมือกดหูฟังแน่นกว่าเดิม สีหน้าของเขาเปลี่ยนทันที
“ประตูบีเจ็ดขอคำสั่ง!”
คาเอลหันไปทางแนวไฟสีแดงด้านข้างลาน ประตูเหล็กบานใหญ่ยังเปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง แสงจากเขตพักพิงอีกฝั่งส่องลอดออกมาเป็แถบแคบ เงาคนจำนวนหนึ่งกำลังวิ่งเข้ามาตามทางเชื่อม แต่ด้านหลังพวกเขามีเงาของฝูงเคลื่อนใกล้เข้ามาเร็วกว่ามาก
“เหลือคนข้างนอกเท่าไร”
คีรอนฟังคำตอบจากวิทยุ สีหน้าของเขาซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
“เจ็ดสิบหกคน”
เสียงปืนดังแทรกเข้ามาจากปลายสาย ตามด้วยเสียงใครบางคนะโว่าประตูกำลังรับแรงกระแทก
“ข้างในล่ะ”
คีรอนเงียบไปเพียงเสี้ยววินาที
“สี่ร้อยยี่สิบสาม”
ตัวเลขปรากฏขึ้นตรงหน้าคาเอลโดยไม่ต้องเรียก
[ผู้รอดชีวิตภายในเขตอพยพ: 423]
[ผู้ตกค้างนอกประตู: 76]
[เวลาปิดประตูโดยสมบูรณ์: 6 วินาที]
[เวลาจนฝูงถึงแนวประตู: 8 วินาที]
[คำแนะนำ: ปิดประตู]
คาเอลมองคนที่กำลังวิ่งอยู่ด้านนอก
บางคนพยุงกันมา
บางคนล้มแล้วลุกขึ้นใหม่
บางคนหันกลับไปยิงทั้งที่รู้ว่าทุกวินาทีที่หยุดจะทำให้ประตูอยู่ไกลกว่าเดิม
พวกเขา้าเวลาอย่างน้อยสิบเก้าวินาที
แต่ประตูมีให้เพียงสอง
เสียงจากวิทยุดังขึ้นอีกครั้ง
“เรายังเห็นพวกเขา! ขอเวลาอีกสิบวินาที!”
คาเอลเห็นเส้นทางทั้งหมดในหัว
ถ้ารอ ประตูจะปิดไม่ทัน
ฝูงจะทะลุเข้าสู่ลาน
เครื่องลำสุดท้ายจะลงไม่ได้
สี่ร้อยยี่สิบสามคนที่ผ่านเข้ามาแล้วจะไม่มีที่ไป
มิเลียอยู่ข้างเขา
เธอมองประตูเดียวกัน
มองคนกลุ่มเดียวกัน
และในครั้งนี้ คาเอลรู้ว่าเธอเห็นคำตอบก่อนที่เขาจะพูดมันออกมา
เขายกมือแตะวิทยุ
นิ้วเย็นกว่าที่ควร
“ปิดประตูบีเจ็ด”
ปลายสายเงียบไป
“ยืนยันคำสั่งด้วยครับ”
เสียงนั้นไม่ได้ขอเพราะได้ยินไม่ชัด
มันขอเพราะยังไม่อยากเชื่อ
คาเอลมองคนเจ็ดสิบหกคนที่ยังวิ่งอยู่ด้านนอก แล้วพูดช้าลงกว่าเดิม
“ปิดประตูบีเจ็ดเดี๋ยวนี้”
เสียงกลไกดังขึ้นจากด้านข้างลาน
ครืด—
ประตูเหล็กเริ่มเลื่อนลง
คนที่กำลังวิ่งเข้ามาเห็นมันพร้อมกัน ความเป็ระเบียบที่เหลืออยู่แตกออกทันที บางคนเร่งฝีเท้า บางคนะโ บางคนยกมือขึ้นเหมือนมือเปล่าจะหยุดเหล็กหนักหลายตันได้
“อย่าปิด!”
“ยังมีคนอยู่!”
“เปิดไว้ก่อน!”
เสียงเ่าั้ลอดผ่านวิทยุเข้ามาชัดเกินไป
ประตูเลื่อนต่ำลงเรื่อย ๆ
ช่องว่างเหลือเพียงระดับอก
ระดับเอว
ระดับเข่า
ทหารคนหนึ่งพุ่งตัวเข้าหาช่องว่างในวินาทีสุดท้าย แต่ประตูลดต่ำลงเร็วเกินไป เขากระแทกพื้นอยู่อีกด้าน ขณะที่มือของใครอีกคนเอื้อมลอดเข้ามาได้เพียงชั่วขณะ ก่อนจะถูกดึงกลับไป
ไม่มีใครผ่านเข้ามาได้อีก
ประตูกระแทกพื้น
เสียงดังสนั่นจนทั้งลานสั่น
จากนั้นเสียงทุบก็ดังขึ้นจากอีกด้าน
ครั้งแรก
ครั้งที่สอง
หลายมือพร้อมกัน
เสียงเรียก เสียงร้อง และเสียงปืนปะปนกันอยู่หลังเหล็กหนา ก่อนถูกเสียงฝูงกลืนลงไปทีละส่วน
คาเอลยังมองประตูบานนั้น
แม้มันปิดแล้ว
แม้ไม่มีอะไรให้เห็นอีก
“หลังประตูปิด เราจะเปิดลานสิบห้าวินาที” เขาพูดผ่านวิทยุ “แนวที่สามถอยขึ้นเครื่อง คนเจ็บก่อน คนยิงขึ้นหลังสุด”
เขาหยุดเพียงเสี้ยวเดียว
“ห้ามใครเปิดประตูบีเจ็ดอีก”
คำสั่งนั้นผ่านวิทยุออกไปแล้วเงียบไปทั่วแนว
ไม่มีใครถามว่าคนอีกด้านของประตูจะเป็อย่างไร
เพราะทุกคนรู้
มิเลียหันมามองเขา
ระยะเธออยู่ใกล้กว่าเดิม แต่เหมือนไกลกว่าเดิมทุกครั้งที่เขาพูดคำแบบนั้นออกมา
“นายพูดง่ายขึ้นนะ” เธอพูด
เสียงเบามาก
คาเอลหันไปหาเธอเป็ครั้งแรกในตอนนี้
แสงไฟแดงสะท้อนในดวงตาเธอ เธอดูเหนื่อย เหงื่อและฝุ่นติดแก้ม ปากซีด แต่ตายังไม่หลบเขา
เขาอยากตอบว่าไม่ง่าย
อยากบอกว่าทุกคำหนัก
อยากบอกว่าเขายังจำเดวิส ยังจำโรแวน ยังจำทุกคน
แต่ในสนามรบ คำตอบที่จริงที่สุดไม่ใช่คำที่ปลอบใจได้
“ใช่” เขาพูด
มิเลียนิ่ง
คำเดียวของเขาทำให้บางอย่างระหว่างพวกเขาเปลี่ยนรูป ไม่แตก ไม่หัก แต่เย็นลงชัดเจน
เธอพยักหน้าช้ามาก แล้วหันกลับไปยกปืนขึ้น ไม่พูดอะไรอีกนั่นแย่กว่าการะโใส่เขาเสียอีก
ในที่สุดบอสก็พุ่งเข้าโจมตี
ไม่ใช่เต็มตัว แต่เร็วพอให้ทุกคนรู้ว่า่รอจบแล้ว ร่างสูงในควันเคลื่อนเข้าหาแนวที่สองพร้อมฝูงจำนวนมากที่ไหลตามด้านข้าง เหมือนมันใช้ตัวเองเป็เงาให้พวกเล็กเข้ามา
“ซีนอส ยิงตามัน” คาเอลสั่ง
“ทำอยู่”
เสียงปืนซีนอสแห้งและเฉียบ ะุหนึ่งนัดเฉียดดวงตาซีดของบอสจนมันเอียงหัวเล็กน้อย อีกนัดกระแทกข้อไหล่ ทำให้แขนที่กำลังยกช้าลงครึ่งจังหวะ
“เคด ป้องกันด้านหน้า อย่าถอยจนกว่าฉันสั่ง”
“เข้าใจ”
“โวร่า ตัดซ้าย อย่าให้มันล้อมเคด”
โวร่าพุ่งเข้าข้างทันที ใบมีดของเธอฟันเป็เส้นกว้าง ตัดตัวเล็กสองตัวให้ล้มพร้อมกัน แต่ตัวที่สามหลุดผ่าน เธอใช้เข่ากระแทกมันกลับเข้ามุมยิงของเวลพอดี ลำแสงสีฟ้าตัดหัวมันออก
“รูค ขวาต่ำ”
รูคหายไปจากตำแหน่งเดิม ปรากฏอีกทีข้างขวาของบอส เขาไม่โจมตีบอสโดยตรง แต่ตัดตัวที่พยายามอ้อมเข้าหลังเคด เกราะข้างลำตัวที่เคยถูกเกี่ยวมีรอยแตก แต่เขายังเร็วเกินกว่าฝูงเล็กจะจับได้
“เรนาร์ คุมหลุมหลังเคด”
“รับทราบ!”
เรนาร์ยิงต่ำลงหลุมที่เพิ่งเปิดหลังเคด เสียงะุสะท้อนในช่องใต้พื้นดังอู้อี้ เืดำพุ่งขึ้นมา
ทุกอย่างเคลื่อนตามคำสั่งของคาเอล
รวดเร็ว
แม่นยำ
เยือกเย็น
และได้ผล
[อัตราการซิงค์: 67%]
ตัวเลขขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้คาเอลรู้สึกว่าปลายนิ้วเย็นลงจริง ๆ เหมือนเืถูกสูบไปใช้ในหัวมากกว่ามือ เสียงรอบตัวถูกจัดระเบียบจนไม่รกเหมือนก่อน มุมมองในหัวเขาแทบกลายเป็แผนที่สามมิติ เส้นทางของฝูง เส้นทางของคน เส้นทางของเครื่องที่กำลังลง ล้วนซ้อนกันเป็ชั้นที่เขาขยับได้ด้วยคำสั่ง
มันมีประสิทธิภาพมาก
และน่ากลัวมาก
“พอ” เขาพูดในใจอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ระบบไม่ได้ลดลง
มันเพียงนิ่ง
เหมือนยอมรับคำสั่งว่า “หยุดแค่นี้” โดยยังคงขอบมีดไว้ในมือเขา
เสียงเครื่องลำสุดท้ายทะลุควันลงมาในที่สุด
แสงจากท้องเครื่องสาดผ่านม่านฝุ่นเป็สีขาวหม่น ลมจากใบพัดกดลงอย่างรุนแรงจนหลายคนต้องก้มตัว ปลอกะุปลิวกลิ้ง ฝุ่นและเืแห้งถูกตีขึ้นจากพื้น กลิ่นน้ำมันเครื่องใหม่แทรกเข้ามาท่ามกลางกลิ่นไหม้เก่าเหมือนสัญญาณของโลกอีกใบที่ยังไม่ตาย
“เปิดลาน!” คาเอละโ
ทุกแนวขยับพร้อมกัน
เคดรับแรงบอสตรงหน้า เกราะของเขาสั่นจนมีเสียงเตือนดังจากชุด แต่เขาไม่ถอย โวร่าตัดซ้าย เรนาร์กดขวา เวลยิงต่ำ รูคปิดช่อง แจ็กซ์สั่งโดรนลากไฟเป็เส้นนำลง คีรอนะโพิกัดผ่านวิทยุจนเสียงแหบ นิกซ์ยืนกดมือกับพื้นเหมือนกำลังฟังว่าหลุมไหนจะเปิดก่อน
ด้านหลัง เส้นแสงสีฟ้าจาง ๆ ของบัลธาซาร์วูบขึ้นถี่กว่าเดิม
ไม่ใช่โล่
ไม่ใช่กำแพง
แต่เป็รอยตัดเล็ก ๆ หลายเส้นที่เกิดขึ้นแล้วหายไปในควัน ฝูงที่หลุดผ่านแนวไปด้านหลังถูกตัดขา ถูกแยกกรงเล็บ ถูกบิดแรงออกจากเต็นท์พยาบาลก่อนถึงเพียงไม่กี่ก้าว
มันพอแค่ป้องกัน
ไม่พอให้ชนะ
แต่พอให้ยังไม่ตาย
เครื่องลำสุดท้ายแตะพื้นแรงจนคอนกรีตร้าวเพิ่ม เสียงล้อกระแทกดังสนั่น ตัวเครื่องเอียงไปด้านหนึ่งก่อนนักบินจะดึงกลับ ลมจากใบพัดปะทะทุกคนเหมือนคลื่นร้อนและฝุ่น ประตูท้ายยังไม่เปิดเต็ม แต่เสียงคนด้านในะโให้ขึ้นดังแทรกออกมาแล้ว
คาเอลมองเวลาในหัว
สิบห้าวินาที
เริ่ม
“แนวที่สาม ถอยขึ้นเครื่อง!” เขาสั่ง
“คนเจ็บก่อน คนยิงหลังขึ้นสุดท้าย!”
สนามแตกเป็การเคลื่อนไหวพร้อมกัน คนเจ็บถูกลาก คนที่ยังเดินได้พยุงคนที่เดินไม่ได้ โวร่าถอยพร้อมฟัน เรนาร์ยิงถอย เคดถอยทีละก้าวโดยหันหน้าให้บอส รูคกับเวลคุมขอบซ้ายขวา แจ็กซ์คว้าแขนลินาแล้วผลักเธอไปทางทางลาดโดยไม่มองหน้า อลิน่าลากเปลคนหนึ่งขึ้นก่อนตัวเอง คีรอนสะพายวิทยุที่สายขาดไปครึ่งหนึ่งแล้ววิ่งถอยทั้งที่ยังพูดพิกัดอยู่
มิเลียอยู่ข้างคาเอล
ไม่แตะเขา
แต่ไม่ทิ้งเขา
ฝูงพุ่งเข้ามาอีกระลอกสุดท้ายก่อนประตูเครื่องจะเปิดเต็ม
บอสยกแขน
ซีนอสยิง
ะุเฉียดตา
เคดพุ่งชนด้านข้างเพื่อลดมุมยิง รูคตัดฝูงที่อ้อมหลัง เวลยิงต่ำจนพื้นตรงหน้าบอสสว่างวาบ
แต่แขนของมันยังขึ้น
คาเอลเห็นเส้นทางของมัน
มันไม่ได้เล็งเครื่อง
มันเล็งทางลาดขึ้นเครื่อง
เล็ง่ที่ทุกคนจะรวมตัว
“กระจายออกไป!” คาเอละโ
“อย่าขึ้นอยู่เป็กลุ่ม!”
หลายคนชะงัก เปลี่ยนมุมวิ่งในเสี้ยวสุดท้าย แรงกระแทกสีซีดพุ่งผ่านตำแหน่งที่พวกเขาควรยืนซ้อนกันเมื่อครู่ ะเิใส่พื้นข้างทางลาดจนเศษคอนกรีตพุ่งขึ้นสูง คนสองคนล้ม แต่ไม่โดนเต็ม ๆ
“ขึ้นไป เร็ว!” คาเอลสั่ง
คนกลุ่มแรกขึ้นเครื่อง
สิบวินาที
เก้าวินาที
แปด
คาเอลมองคนที่ยังเหลือ นับตำแหน่ง ไม่ใช่จำนวนเท่านั้น แต่เป็ชื่อเท่าที่เขารู้ ชื่อที่เขาไม่รู้กลายเป็ใบหน้า กลายเป็เสียง กลายเป็การเคลื่อนไหวที่เขาต้องตัดสินว่าจะช่วยหรือไม่
ระบบไม่ขึ้นตัวเลือก
หรือบางทีมันขึ้นแล้วเขาไม่มอง
“เคด ถอย” เขาพูด
“ฉันยังกันได้”
“ถอย เดี๋ยวนี้!!”
เคดถอย
นั่นสำคัญกว่าเสียงรับทราบใด ๆ
โวร่าขึ้นทางลาดเป็คนท้าย ๆ ของกลุ่มซ้าย เธอหันกลับมาฟันตัวที่พุ่งเข้าหาคนเจ็บก่อนขึ้นไปครึ่งตัว เรนาร์ยังอยู่ขวา ยิงจนปืนร้อนจัด ควันบาง ๆ ลอยจากลำกล้อง
“เรนาร์ ขึ้น”
เขาไม่ตอบ
“เรนาร์!”
เขาหันมา ดวงตายังแดง แต่คราวนี้เขาขยับ ถอยหนึ่งก้าว ยิงอีกหนึ่งชุด แล้ววิ่งเข้าทางลาด
ห้าวินาที
สี่
พื้นใต้ทางลาดสั่น
นิกซ์หันขวับ “ใต้เครื่อง!”
คาเอลไม่คิด
“แจ็กซ์ ะเิใต้ทางลาด!”
“ใกล้เกินไป!”
“ตอนนี้!”
แจ็กซ์กดปุ่ม โดรนตัวเล็กที่เหลืออยู่พุ่งลงใต้ทางลาด ะเิดังอู้อี้ใต้พื้น แรงกระแทกยกเครื่องขึ้นเล็กน้อย คนบนทางลาดล้มลง แต่หลุมที่กำลังเปิดออก ถูกปิดทันทีด้วยเศษคอนกรีตและเื
สามวินาที
มิเลียขึ้นไปแล้วครึ่งตัว เธอหันกลับมา
“คาเอล!”
เขายังอยู่บนพื้น
ไม่ใช่เพราะเสียสละ
แต่เพราะยังต้องเห็นตำแหน่งสุดท้าย
ซีนอสะโจากจุดสูงลงมาใกล้ทางลาด ยิงนัดสุดท้ายใส่บอสก่อนวิ่งขึ้นเครื่องอย่างเงียบจนแทบไม่มีใครสังเกต เคดผลักรูคขึ้นก่อนตัวเอง เวลถอยขึ้นพร้อมยิงต่ำจนลำแสงขาดหายเพราะอาวุธร้อนเกินไป
สองวินาที
คาเอลก้าวขึ้นทางลาด
แล้วเขารู้สึกถึงด้านหลังอีกครั้ง
เส้นแสงสีฟ้าที่ค้ำเต็นท์พยาบาลเริ่มสั่น
ถี่
บาง
ใกล้ขาด
บัลธาซาร์กำลังถึงขีดจำกัด
แต่เขายังไม่เห็นตัว
ไม่เห็นหน้า
เห็นเพียงรอยตัดที่ช้าลง เส้นแสงที่สั้นลง และฝูงที่เริ่มเข้าใกล้ด้านหลังมากขึ้น
คาเอลอยากหันไป
แต่เขาไม่หัน
เพราะถ้าหัน เขาอาจสั่งผิด
“ทุกคนขึ้น” เขาพูด
หนึ่งวินาที
ประตูท้ายเริ่มปิด
ลมจากใบพัดกระแทกหน้าเขา ฝุ่นปิดทุกอย่างภายนอกให้กลายเป็สีเทา เสียงปืนด้านนอกเบาลงเพราะประตูหนาปิดลงทีละ่ แสงไฟฉุกเฉินภายในเครื่องสั่นเป็สีแดงสลัว
ก่อนประตูปิดสนิท คาเอลเห็นเส้นแสงสีฟ้าสุดท้ายวาบขึ้นด้านหลังเต็นท์พยาบาล
เหมือนคมดาบที่ฟันผ่านควัน
แล้วหายไป
ประตูปิด
เสียงสนามรบกลายเป็เสียงทึบอยู่อีกฝั่ง
เครื่องยังไม่ขึ้นทันที มันสั่นรุนแรงขณะนักบินเร่งเครื่อง ทุกคนด้านในล้ม กอดเปล กอดปืน กอดกันเองโดยไม่มีเวลาอาย กลิ่นเืและเหงื่อในห้องโดยสารหนาเสียจนแทบไม่มีอากาศใหม่ให้หายใจ แสงแดงกะพริบสะท้อนบนใบหน้าที่ซีดและเปื้อนฝุ่น
คาเอลยืนใกล้ประตูท้าย มือข้างหนึ่งจับโครงเหล็กไว้แน่น เืจากฝ่ามือที่จิกเล็บตัวเองไหลติดขอบโลหะ เขายังไม่ได้ล้ม เขายังไม่ได้หายใจเต็มปอด เขายังฟังเสียงด้านนอกผ่านผนังเครื่อง
มิเลียอยู่ห่างจากเขาไม่ถึงสองเมตร
แต่ระยะนั้นเหมือนทั้งสนามรบคั่นกลาง
เธอไม่แตะเขา
ไม่ถาม
ไม่พูด
เพียงมองเขาด้วยสายตาที่มีคำถามมากเกินกว่าจะเลือกถามได้หนึ่งคำ
เครื่องยกตัว
แรงกดทำให้ท้องทุกคนวูบ ฝุ่นและควันข้างนอกกลืนหน้าต่างบานเล็กจนมองไม่เห็นพื้นชั่วครู่ จากนั้นค่ายก็เริ่มเล็กลง เสียงฝูงห่างออกไป เสียงปืนค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงเสียงเครื่องยนต์ เสียงคนเจ็บคราง และเสียงหายใจที่ยังไม่เชื่อว่าตัวเองรอด
คาเอลมองลงไปทางช่องหน้าต่างเล็ก ๆ
เขาเห็นไฟ เห็นควัน เห็นเงาบอสที่ยังยืนอยู่ท่ามกลางลานที่พัง เห็นเส้นทางที่พวกเขาถอย เห็นตำแหน่งที่เดวิสเคยยืน เห็นตำแหน่งที่โรแวนหายไป
เขาจำได้
ทุกจุด
ทุกชื่อ
ทุกคำสั่ง
[อัตรารอดชีวิตโดยรวม: เพิ่มขึ้น]
[ตัวแปรมนุษย์: ลดลง]
ข้อความขึ้นมาอีกครั้ง
คาเอลอ่านข้อความนั้นจนจบ
คราวนี้เขาไม่เถียง
แต่เขาก็ไม่ยอมให้มันเป็คำตอบสุดท้าย
เขาหลับตาลงครึ่งวินาที
ในความมืดหลังเปลือกตา เขาได้ยินเสียงเดวิส
ได้ยินโรแวน
ได้ยินคำว่า “ถอย”
ได้ยินคำว่า “พอ”
แล้วเขาลืมตา
“ยังไม่จบ” เขาพูดเบามาก
ไม่มีใครรู้ว่าเขาพูดกับใคร กับตัวเอง กับระบบ กับคนที่ไม่ได้ขึ้นมาหรือกับสิ่งที่กำลังจะตามล่าพวกเขาไปในอนาคต
มิเลียได้ยินทุกสิ่ง แต่เธอเลือกไม่ตอบ เธอเพียงนั่งลงช้า ๆ ห่างจากเขา
และช่องว่างนั้นกลายเป็สิ่งแรกที่คาเอลเห็นชัดที่สุด หลังจากรอดออกมาจากค่ายที่กำลังไหม้…