ฉางลี่อินลืมตาพรึ่บขึ้นมาเมื่อััได้ว่ามีคนอยู่ใกล้ๆตัวเขาลูกหมีสีขาวดำที่นอนอยู่บนตักเขาจึงสะดุ้งตื่นตามไปด้วยมือเรียวลูบตัวมันเบาๆเพื่อบอกว่าขอโทษที่ทำให้ตื่น มันจึงกลับไปหลับอีกครั้งใบหน้างามเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ พบว่าเป็เนี่ยฟงที่ยืนอยู่ตรงนั้น
“วันนี้ไม่มีภารกิจ”ร่างโปร่งเอ่ยเตือนในวันนี้เขาไม่มีภารกิจและถ้าหากไม่ใช่เื่ด่วนเขาก็จะไม่รับภารกิจเช่นกันเนี่ยฟงมองไปรอบๆราวกับจะสำรวจ
หายไปแล้ว
ระหว่างที่กำลังเดินลาดตระเวนอยู่เนี่ยฟงััได้ถึงพลังที่ไม่คุ้นชินอยู่ใกล้ๆตัวฉางลี่อินจึงรีบรุดมาเพราะอาจจะเป็มือสังหารภายนอกที่แอบเข้ามาและเนื่องจากที่ฉางลี่อินไม่ขยับตัวออกจากที่เดิมเป็เวลานานเขาจึงกลัวว่าฉางลี่อินจะถูกเล่นงานไปแล้ว แต่กลายเป็ว่าฉางลี่อินยังปกติดีดูเหมือนจะเพิ่งตื่นเสียด้วยซ้ำ
แม้แต่ฉางลี่อินยังไม่รู้ตัวคนผู้นั้นเป็ใครกัน
“มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า”เนี่ยฟงเอ่ยถาม คนที่นั่งพิงต้นไผ่อยู่จึงวางตัวลูกหมีสีขาวดำเอาไว้ข้างๆแล้วลุกขึ้นฉางลี่อินส่ายหน้า เนี่ยฟงจ้องมองอยู่สักพัก ฉางลี่อินไม่เคยโกหก หรือว่าจะเป็เขาที่คิดมากไปเอง
“ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว”
“ทำไมข้าจะต้องเป็อะไร”แม้ว่าฉางลี่อินจะอยู่เพียงลำพังแต่ใช่ว่าจะมีใครทำอะไรเขาได้ง่ายอีกทั้งยังมีหน่วยลับประจำกายคอยเคลื่อนไหวอยู่รอบๆตลอดเวลาแม้ว่าในความเป็จริงแล้ว หน่วยลับเ่าั้จะไม่ใช่คนของถังเหมินก็ตาม
สวี่ชิงเค่อทำอะไรเอาไว้มากกว่าที่คิดเสียอีก
หน่วยลับที่สวมชุดหนังสีดำแดงเร้นกายอยู่ตามมุมต่างๆรอบป่าไผ่สวมฮูดปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิดพวกเขาถอยร่นออกไปจากวงคุ้มกันอีกเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เนี่ยฟงจับได้ปรับเปลี่ยนััให้กลมกลืนกับสิ่งที่อยู่รอบๆจนราวกับไม่มีตัวตนหลังจากที่ไม่รับรู้ถึงความผิดปกติอะไรเนี่ยฟงจึงค่อยๆลดการระวังภัยลงััที่พบเจอไม่มีอะไรแปลกไปจากปกติคงจะเป็คนของถังเหมินที่เดินอยู่บริเวณนี้เท่านั้น
“พรุ่งนี้เ้าจะไปลาดตระเวนกับคุณชายน้อยรึ” ฉางลี่อินพยักหน้า พวกเขาจะไปลาดตระเวนแถวเส้นทางที่ใช้ขนสินค้าเข้าเมืองในเขตนี้ถังเหมินรับผิดชอบตรวจตราดูอยู่แล้วพรุ่งนี้เป็เวรของฉางลี่อินเขาจึงจะพาเยว่เฟยหลิงไปด้วย
“เช่นนั้นก็ระวังตัวด้วย”เมื่อไม่มีอะไรผิดปกติเนี่ยฟงก็จะกลับไปลาดตระเวนตามเดิมร่างโปร่งย่อตัวลงเพื่อลูบตัวลูกหมีสีขาวดำน้อยๆ เขามองไปรอบๆ ตอนที่หลับอยู่คล้ายจะััได้ถึงอะไรบางอย่างแต่เพราะััเบาบางมากจึงไม่ได้ใส่ใจอะไร อีกทั้งยังไม่มีจิตสังหาร ไม่รู้สึกถึงอันตรายใดๆด้วยเขาจึงได้หลับลึกมากจนกระทั่งจับััของเนี่ยฟงได้
มือเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากอย่างเหม่อลอยเขาส่ายหน้าเหมือนจะปฏิเสธความคิดที่อยู่ในหัว จากนั้นจึงเดินกลับมาที่เรือนบนหมอนใบเล็กไม่มีสิ่งมีชีวิตสีส้มนอนอยู่แล้ว คงจะไปแล้วกระมัง
ฉางลี่อินวางหมอนใบเล็กเอาไว้ที่เดิมเอาอาวุธที่ยังตรวจสอบไม่แล้วเสร็จมาตรวจต่อ จนถึงรุ่งสางฉางลี่อินก็แต่งตัวไปรับเยว่เฟยหลิงที่เรือนก่อนจะออกไปลาดตระเวนด้วยกันโดยมีหน่วยลับสองหน่วยคอยคุ้มกันอยู่ไม่ไกลแต่หน่วยลับของฉางลี่อินจะลำบากหน่อยตรงที่ต้องคอยหลบเลี่ยงหน่วยลับของเยว่เฟยหลิงที่ฝีมือไม่ธรรมดายิ่งกว่าพวกเขาเพราะเป็หน่วยลับของว่าที่ประมุขคนต่อไปแต่ทุกอย่างก็ราบรื่นดีไม่มีใครถูกจับได้
ในแต่ละวันฉางลี่อินจะทำภารกิจแค่หนึ่งภารกิจเท่านั้นในเจ็ดวันจะมีสองภารกิจที่เป็ภารกิจล่าสังหารส่วนใหญ่จะเป็ภารกิจคุ้มกันและภารกิจรับของส่งมอบสินค้าสำคัญหรือเป็ตัวแทนเจรจาการค้าที่อันตราย และหากการค้าใดที่จะส่งผลอันตรายหรือส่งผลกระทบกับภายในแคว้นพวกเขาจะรวบตัวผู้ที่ทำการค้าทั้งหมดและส่งให้ทางการในทันทีนานๆทีก็รับภารกิจไล่ล่ากองโจรที่ชายแดนบ้างรับปากร่วมงานสังสรรค์กับคนใหญ่คนโตและลอบสืบข่าวสำคัญบ้างแวะไปลองพิษที่อู่ตู๋บ้างเป็ครั้งคราว พลาดเข้าหน่อยก็จะถูกอสรพิษเหมาฉาจับตัวไปลองยาอะไรแปลกๆถึงจะถูกปล่อยกลับมาผ่านไปอีกหนึ่งปีก็ถึงวันที่เยว่เฟยหลิงจะรับภารกิจจริงเพื่อเข้าสู่เส้นทางของการเป็มือสังหารและอีกห้าปีก็เตรียมตัวเพื่อขึ้นรับตำแหน่งประมุขและมือสังหารประจำพระองค์ขององค์จักรพรรดิ
ภารกิจแรกของเยว่เฟยหลิงไม่ใช่ภารกิจที่ยากเย็นอะไรนักเพื่อความปลอดภัยฉางลี่อินแม้จะเป็ผู้คุมในการทำภารกิจครั้งนี้แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเด็กน้อยเท่าไหร่นักที่ผ่านมาเขาสอนเื่ที่ควรสอนให้แก่เยว่เฟยหลิงแล้วเด็กคนนี้ฉลาดเป็เกลียวมาั้แ่เด็ก แค่เื่คุ้มกันของกำนัลของราชวงศ์เป็เื่ที่ง่ายดายมากอยู่แล้ว
และเมื่อภารกิจผ่านไปได้ด้วยดีเยว่เฟยหลิงก็จะต้องเข้าวังหลวงเพื่อแอบดูพฤติกรรมขององค์รัชทายาทเขาจะต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับชีวิตขององค์รัชทายาทเพื่อให้ง่ายต่อการอารักขาและเคลื่อนไหวได้อย่างทันท่วงทีหากมีภัยมาถึงพระองค์นอกจากนั้นยังต้องศึกษานิสัยใจคอเพื่อเดาทางในอนาคตว่าองค์รัชทายาทจะทำอะไรหรือคิดทำอะไรเพราะเยว่เฟยหลิงจะเป็เพียงคนเดียวที่องค์รัชทายาทจะไว้ใจและเป็เพื่อนคู่คิดในยามที่ต้องเผชิญสถานการณ์ต่างๆ
หลังจากที่ขึ้นรับตำแหน่งรองประมุขมาได้สามปีฉางลี่อินก็อายุสิบแปด ในขณะที่เยว่เฟยหลิงอายุสิบสองพอเข้าสู่ปีที่สามของการเป็รองประมุขฉางลี่อินก็ไม่ค่อยได้ทำภารกิจนอกพรรคเท่าไหร่นักเขาจึงเก็บตัวอยู่ภายในพรรคและคอยตรวจตราภารกิจของเหล่ามือสังหารและส่งมอบภารกิจที่แต่ละคนชำนาญให้บางครั้งก็ไปดูการฝึกของเหล่ามือสังหารรุ่นเล็ก คอยแนะนำการฝึกเป็ครั้งคราวหากวันไหนมีภารกิจใหญ่เกินกว่าจะให้คนในพรรคทำฉางลี่อินก็จะรับภารกิจเอาไว้เอง หรือภารกิจไหนที่คนในพรรคไม่สามารถออกหน้าได้ฉางลี่อินก็จะรับภารกิจเอาไว้เช่นกันดังนั้นรองประมุขจึงอยู่ที่พรรคเสียส่วนใหญ่ในขณะที่ประมุขแทบจะไม่เห็นตัวเลย
มือเรียวบีบนวดที่ต้นคอเพราะเหนื่อยล้าจากการที่นั่งอ่านเอกสารภารกิจนานๆเดิมทีร่างกายนี้ฝึกมาเพื่อทำงานภาคสนามที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายแต่กลับต้องมาทำงานนั่งโต๊ะแบบนี้มันเหนื่อยเสียยิ่งกว่าออกไปทำภารกิจข้างนอกเสียอีกในตอนนั้นเองที่ได้ยินเสียงของลูกแมวดังมาจากปลายเท้า
“เมี้ยว~” สิ้นเสียงนั้นลูกแมวสีส้มก็ะโขึ้นมาบนตักของฉางลี่อินมันกลิ้งตัวไปมาอย่างคุ้นเคยมือเรียวลูบขนสีส้มที่ยุ่งเหยิงนิดหน่อยให้เป็ระเบียบ
“วันนี้เป็วันเกิดข้าสินะ”มือสังหารหนุ่มเอ่ย ทุกๆปีในวันเกิดของเขาแมวสีส้มตัวนี้จะกลับมาหลังจากที่หายไปเป็ปีมันจะมาร้องเหมียวๆขอให้อุ้มพอรุ่งเช้าก็จากไป เป็แบบนี้มาสองปีแล้วปีนี้ไม่คิดว่าจะมาอีก
“วันนี้ไม่หิวหรอกรึ”พุงป่องมาขนาดนี้สงสัยจะอิ่มมาแล้วกระมัง
แมวน้อยสีส้มงับมือของฉางลี่อินเบาๆเหมือนจะบอกให้เล่นด้วยนิ้วเรียวเขี่ยจมูกแมวน้อยเบาๆเป็อันว่าเขายอมเล่นด้วยเขาเปิดชั้นที่อยู่ข้างโต๊ะทำงานก่อนจะหยิบสิ่งหนึ่งออกมา
มันเป็ปลอกคอเส้นสีแดงที่มีกระดิ่งสีทองห้อยเอาไว้มันส่งเสียงกรุ้งกริ้งเล็กน้อยยามเมื่อฉางลี่อินโบกมันไปมาลูกแมวน้อยมองตามพลางะโไปมาตามจังหวะของกระดิ่ง
“ให้เ้า” มือเรียวผูกปลอกคอให้แมวน้อย ลูบหัวมันเบาๆแมวน้อยส่ายหัวไปมาเพื่อให้กระดิ่งดัง คงจะชอบกระมัง
“พี่ลี่อิน” เสียงผู้มาใหม่ดังขึ้นก่อนจะปรากฏร่างของเยว่เฟยหลิงที่หอบหิ้วของหลายอย่างมาด้วยเด็กน้อยชะงักเมื่อเห็นแมวสีส้มตัวเดิมกำลังยกยิ้มให้เขาพร้อมกับเชิดหน้าอวดปลอกคอเส้นใหม่ให้ดูคิ้วเด็กน้อยกระตุกก่อนจะปรี่เข้ามาหาแมวน้อยอย่างไว
“เ้าแมวสีส้มนี่อีกแล้ว”
“มันเพิ่งจะกินอิ่มมาเ้าอย่าโยนมันดีกว่า” ฉางลี่อินเอ่ยห้ามไม่รู้ว่าแมวน้อยเพิ่งกินอะไรมา เกิดมันแหวะใส่เยว่เฟยหลิงคงจะแย่
“ท่านให้ปลอกคอมันรึ”เชิดหน้าอวดเสียนักหนา เป็แค่แมวแท้ๆ
“อืม”
“แต่กระดิ่งนี่มิใช่ว่าเป็ทองคำหรอกรึ”เยว่เฟยหลิงพิจารณากระดิ่งสีทองที่ห้อยอยู่กับปลอกคอ มันเอาเท้าตะปมมือเด็กน้อยเมื่อเยว่เฟยหลิงพยายามจะจับกระดิ่งมาดูจากนั้นก็ะโลงจากมือเยว่เฟยหลิงกลับไปหาฉางลี่อินที่นั่งอยู่
“แค่ทองคำที่ได้รับเป็ค่าตอบแทนแล้วเอาไปหลอมเป็กระดิ่งก็เท่านั้นมันมาหาข้าทุกปี มิเช่นนั้นข้าคงลืมวันเกิดตัวเองไปแล้ว” แมวน้อยเอาหัวถูมือฉางลี่อินอย่างรักใคร่เยว่เฟยหลิงเห็นแล้วหมั่นไส้นัก
“ท่านวางมันลงก่อนดีกว่าข้าเอาของมาเยอะแยะ เรามาทำอะไรอร่อยๆกินกันคืนนี้เถอะ” เอ่ยจบก็คว้าลูกแมวสีส้มออกจากมือฉางลี่อินแล้ววางมันไว้บนหมอนจากนั้นก็ลากฉางลี่อินเข้าไปในครัวสวี่ชิงเค่อในร่างแมวน้อยนอนหมอบอย่างนึกเบื่อหน่ายในใจทำไมประมุขน้อยถึงต้องมาในเวลาแบบนี้เสียทุกที เขาอุตส่าห์เลือกเวลาที่ดึกแล้วเพื่อมาหาฉางลี่อินแต่ประมุขน้อยกลับโผล่หน้ามาเสียนี่
ใช่ว่าข้าไม่มีของขวัญมาด้วยเสียหน่อย
แมวน้อยทำหน้าตาบูดบึ้งอยู่บนหมอนในขณะที่อีกสองคนกำลังช่วยกันทำกับข้าวอยู่ในครัวเสียงพูดคุยดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินจนเวลาผ่านไปสักพักทั้งคู่ก็ยกอาหารทั้งหมดมาวางไว้บนโต๊ะ กลิ่นหอมน่ากินจนสวี่ชิงเค่อตัดสินใจไปร่วมวงด้วยเสียเลย
“มิใช่กินอิ่มแล้วหรอกรึ”ฉางลี่อินเอ่ยอย่างสงสัยเมื่อแมวน้อยปีนขึ้นมาบนตักเขาพร้อมทั้งเอาคางเกยโต๊ะเหมือนจะบอกว่าอยากกินพุงป่องขนาดนี้ยังจะกินได้อีกรึ
“เ้าแมวตะกละ” เยว่เฟยหลิงเอ่ยขึ้นแมวน้อยมองของกินที่อยู่ตรงหน้าเหมือนจะกำลังเลือกว่าอยากจะกินอะไรซึ่งฉางลี่อินก็มองอยู่เงียบๆ
ด้วยสัญชาตญาณหรือแค่ความหิวก็แล้วแต่อุ้งมือเล็กๆชี้ไปที่อาหารจานหนึ่งที่ฉางลี่อินเป็คนทำมือเรียวจึงคีบอาหารมาใส่ในถ้วยเล็กๆให้แมวน้อย เยว่เฟยหลิงคิ้วกระตุก เ้าแมวนี่ทำท่าเหมือนคนมากขึ้นไปทุกทีคงจะให้อยู่กับฉางลี่อินบ่อยๆไม่ได้แล้ว
แมวที่ไหนมันจะส่งสายตาท้าทายพร้อมแสยะยิ้มได้แบบนี้กันเล่า
ฉางลี่อินไม่ได้พูดอะไรอะไรที่แมวน้อยอยากกินเขาก็คีบมาไว้ในถ้วยให้ ระหว่างนั้นก็พูดคุยกับเยว่เฟยหลิงไปถามถึงการไปเรียนรู้ในวังหลวงว่าเป็อย่างไรบ้างแต่เยว่เฟยหลิงบอกว่าภายในวังหลวงสถานการณ์ค่อนข้างซับซ้อนแล้วยังเหลือบมองแมวน้อยอย่างไม่ไว้ใจก่อนที่จะไม่เล่าอะไรมากนักบอกแค่เพียงว่าพี่ลี่อินไม่ต้องห่วง สถานการณ์พวกนั้นเป็เื่ของวังหลวงไม่เกี่ยวอะไรกับถังเหมินอีกสักพักปัญหาพวกนั้นจะแก้ไขได้เอง
สวี่ชิงเค่อมองเยว่เฟยหลิงพลางคิดว่าประมุขน้อยมีสัญชาตญาณการระวังภัยไม่เลวอะไรก็ตามที่เขาคิดว่าไม่ใช่เขาก็จะไม่เปิดเผยสิ่งใดให้ได้รับรู้นับว่าฉางลี่อินสอนเด็กน้อยมาดี แต่ตอนนี้สวี่ชิงเค่อเป็เพียงแมวน้อยจะสืบอย่างไรแมวน้อยก็เป็ได้แค่แมวน้อยเท่านั้นแหละเยว่เฟยหลิง
หลังจากที่ทานข้าวกันเสร็จและเยว่เฟยหลิงเตรียมตัวที่จะกลับวังหลวงเขาก็ไม่วายหันมาส่งสายตาให้กับแมวน้อยพร้อมกับขู่เอาไว้
“ข้าจะจับตาดูเ้าเ้าแมวพิลึก” เอ่ยเสร็จก็เร้นกายหายไป แมวน้อยอ้าปากหาวพร้อมกับซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของฉางลี่อิน อ่ากลิ่นหอมนี่แหละที่ช่วยให้หลับสบายยิ่งนักแต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ถูกอ้อมแขนนี้อุ้มเอาไว้ทุกวัน
“เ้าไม่มีชื่อสินะ”ร่างโปร่งก้มลงมองแมวน้อย จากนั้นก็อุ้มขึ้นมามองให้ชัดๆดวงตาสองสีเปล่งประกายกลมโต ตาขวาสีฟ้า ตาซ้ายสีทองลักษณะที่คุ้นตาแบบนี้มันทำให้ฉางลี่อินนึกได้แค่ชื่อเดียว
“ชิงเค่อ” แมวน้อยกะพริบตาปริบๆพลางเอียงคออย่างสงสัยเหมือนจะถามว่านั่นคือชื่อของมันรึมุมปากบางยกยิ้มก่อนจะลูบหัวแมวน้อยเบาๆ
“ข้าจะเรียกเ้าว่าชิงเค่อก็แล้วกัน”จากนั้นก็วางแมวน้อยลงที่หมอนเช่นเดิมทันทีที่ลับสายตาของฉางลี่อินสวี่ชิงเค่อก็พองขนขนลุกเกรียวดวงตาสีเทาเมื่อครู่เหมือนจะมองทะลุผ่านตัวเขาไป เขาซุกตัวอยู่กับหมอนหรือว่าฉางลี่อินจะรู้แล้วว่าเป็เขา เป็ไปไม่ได้เขาเร้นััของมนุษย์อย่างมิดชิด แม้การกระทำจะผิดแปลกไปบ้างแต่มันก็คือการกระทำของแมวที่กำลังก่อกวนเ้าของปกติแล้วแมวมักจะชอบป้วนเปี้ยนอยู่รอบๆตัวเ้าของเวลาที่เขามีเื่ให้ต้องทำอย่างเช่นกินข้าวหรือทำงานสวี่ชิงเค่อก็ไม่ได้แสดงออกผิดไปจากแมวทั่วไปเสียหน่อย ฉางลี่อินก็ไม่น่าจะจับได้นี่
และดูเหมือนเขาอาจจะคิดมากไปเอง เพราะฉางลี่อินก็ไม่ได้มีท่าทีที่ผิดปกติไปจากเดิมเขามองออกไปยังด้านนอกที่เขาวางกล่องของขวัญเอาไว้ ช่วยไม่ได้ถ้าเกิดเขาแอบเอาเข้ามาในนี้ในขณะที่ฉางลี่อินยังสงสัยแบบนี้ไม่แน่ว่าความอาจจะแตกก็ได้มีแต่ต้องใช้วิธีนั้นแล้ว
ฉางลี่อินเงยหน้าจากกองม้วนสารที่อ่านอยู่เมื่อได้ยินเสียงลูกแมวร้องเสียงดังเขามองเข้าไปยังห้องนอนที่มีหมอนใบเล็กของแมวน้อยวางอยู่แต่บนนั้นไม่ปรากฏร่างของแมวน้อยอย่างที่ควรจะเป็ร่างโปร่งจึงลุกขึ้นเดินตามเสียงร้องไปก่อนจะพบแมวน้อยสีส้มกำลังวิ่งวนกล่องอะไรสักอย่างที่วางเอาไว้อยู่ที่ระเบียงเรือนมันส่งเสียงขู่ของที่อยู่ในกล่องพลางกำลังะโใส่แต่ไม่นานก็ต้องกลิ้งตัวกลับมาอ้อนฉางลี่อินเพราะทำอะไรกล่องนั้นไม่ได้
ร่างโปร่งจ้องมองกล่องไม้ที่ไม่เคยเห็นอย่างแปลกใจเขาไม่ได้เข้าไปดูในทันทีแต่สำรวจรอบๆก่อนตามนิสัยของมือสังหารก่อนที่จะหยิบจับอะไรที่ตัวเองไม่ได้เป็คนวางดวงตาสีเทาพินิจวิเคราะห์กล่องนั้นอย่างละเอียด ตรงนี้เป็เขตเรือนของเขาหากจะมีใครวางกับดักจริงก็คงไม่ใช่กับดักที่ซับซ้อนนักอีกทั้งแมวน้อยยังเดินวนรอบกล่องอยู่ก่อนแล้วคิดว่าคงไม่มีอะไรแต่ก็ไม่คิดจะเปิดมันสุ่มสี่สุ่มห้าเช่นกันสวี่ชิงเค่อเห็นดังนั้นจึงะโขึ้นไปบนกล่องเสียเองทำให้ฉางลี่อินต้องรีบคว้าตัวลงมาดูเหมือนว่าตัวกล่องก็ไม่ได้ติดตั้งกลไกอะไรเอาไว้ฉางลี่อินมองแมวน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ
“คราวหน้าอย่าพุ่งเข้าไปหาอะไรที่ไม่เคยเห็นอีก”แมวน้อยทำหน้างงใส่ ไม่เคยเห็นที่ไหนกล่องนี่ข้าเป็คนแบกมาเองไม่มีอันตรายอะไรเสียหน่อยเพราะเ้าไม่ยอมเปิดมันเสียทีข้าถึงบอกให้เ้าเปิดอยู่นี่ไง
หลังจากที่สำรวจดูรอบๆแล้วไม่มีความผิดปกติอะไรฉางลี่อินจึงเปิดกล่องนั้นออกดูดวงตาสีเทาเบิกขึ้นน้อยๆเมื่อเห็นของที่อยู่ข้างในแมวน้อยเชิดอกอย่างภูมิใจที่เหมือนว่าฉางลี่อินจะถูกใจสิ่งนี้มือเรียวลากไปบนเหล็กเย็นที่สั่งหลอมอย่างดีวางบนเบาะหนานุ่มพร้อมศรหน้าไม้ที่มาคู่กันสิ่งที่อยู่ภายในกล่องคือหน้าไม้สีเงินที่ดูแล้วมันถูกสั่งทำและออกแบบมาเป็อย่างดีพอยกขึ้นก็พบว่าน้ำหนักมันกำลังพอดีมือยามที่ยกขึ้นเล็งมันก็บรรจุศรเตรียมพร้อมที่จะใช้งาน ถูกใจยิ่ง
ฉางลี่อินทดสอบหน้าไม้อยู่สองสามรอบก่อนที่จะตัดสินใจเอาหน้าไม้ที่เพิ่งได้รับมานี้เป็ของสำรองติดตัวไปด้วยระหว่างทำภารกิจการที่จะหาหน้าไม้ที่ตอบสนองต่อความเร็วในการเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ง่ายเลยแต่หน้าไม้ที่เพิ่งได้มานี้ช่างใช้ได้คล่องมือเสียจริง แต่ของเดิมก็ใช่ว่าจะไม่ดีดังนั้นฉางลี่อินจึงยังจะใช้อันเดิมแล้วเอาของใหม่นี้ไว้เป็ของสำรองแทน
“คงจะเป็ใครสักคนในพรรคที่ส่งมาข้ารับไว้ก็แล้วกัน” คนในพรรคเ้าที่ไหน ข้าต่างหากสวี่ชิงเค่อแย้งในใจ แต่ช่างมันเถอะ ฉางลี่อินพอใจกับมันก็พอแล้ว
สวี่ชิงเค่อเดินตามฉางลี่อินเข้าไปในเรือนร่างโปร่งตรวจดูหน้าไม้อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้จริงมันจะยังใช้การได้ปกติก่อนจะย่อส่วนลงแล้วเก็บไว้ในกระเป๋าเครื่องมือทำภารกิจ
“พรุ่งนี้เ้าก็จะไม่อยู่สินะ”มือเรียวลูบตัวแมวน้อยสีส้มแมวน้อยตัวนี้มักจะโผล่มาแค่ในวันนี้เท่านั้น พรุ่งนี้คงจะหายไปอีก
“ปีหน้าหากเ้ากลับมาอีกข้าจะพาเ้าไปเดินเล่น”นิ้วเรียวเขี่ยกระดิ่งที่ห้อยอยู่กับปลอกคอแมวน้อยเอาหน้าถูมืออย่างรักใคร่ก่อนจะงับเบาๆเหมือนจะตีตราเอาไว้แม้ว่ารอยฟันของแมวมันจะหายไปเพียงชั่วข้ามคืนก็เถอะ
ปีหน้าข้ากลับมาแน่ปีต่อไปข้าก็จะกลับมา กลับมาพร้อมของขวัญชิ้นใหญ่เสียด้วย
รุ่งสางมาเยือนดวงอาทิตย์เพิ่งจะโผล่พ้นขอบฟ้าเป็แสงสีส้มจางๆสวี่ชิงเค่อยืนอยู่ข้างเตียงคนหลับก่อนจะโน้มตัวลงไปหอมแก้มร่างโปร่งแล้วเร้นกายหายจากไปเช่นทุกครั้งเมื่อฉางลี่อินตื่นมาก็พบว่าแมวน้อยได้หายไปแล้ว กว่าจะได้เจอกันอีกทีก็อีกหนึ่งปีเมื่อถึงตอนนั้นเขาจะพาแมวน้อยที่เขาตั้งชื่อให้ว่าชิงเค่อไปเดินเล่นรอบๆพรรคและพาไปที่ป่าไผ่เยว่เฟยหลิงคงจะโมโหน่าดูที่เขายังยอมให้แมวน้อยนี่นอนอยู่ที่เรือน
หนึ่งปีผันผ่านไปอย่างรวดเร็วในปีนี้แมวน้อยชิงเค่อมาพร้อมดอกไม้ดอกเล็กที่เ้าตัวคาบมาด้วยมันร้องเหมียวๆพร้อมทั้งวางดอกไม้ไว้บนโต๊ะของฉางลี่อินในขณะที่เ้าตัวก็นั่งอยู่และแน่นอนว่ายังมีกล่องไม้ที่ไม่รู้ว่าใครเป็คนส่งมาวางอยู่ที่หน้าเรือนเช่นเดิมในนั้นมีอาวุธแปลกตาแต่ใช้งานได้ดีถูกส่งมารวมทั้งของหายากหลายอย่างที่ฉางลี่อินกำลังตามหาอยู่เขาไม่ได้คิดที่จะสืบหาเ้าของกล่องที่ส่งมาหาก้าที่จะให้รู้จริงอีกฝ่ายคงเอามาให้ด้วยตัวเองแล้ว และที่นี่คือถังเหมินไม่มีทางที่จะเป็ของที่วางล่อเอาไว้แล้วจัดการในภายหลังอย่างแน่นอน
จนกระทั่งอีกหนึ่งปีผันผ่าน ฉางลี่อินอายุยี่สิบและในอีกหนึ่งปีเยว่เฟยหลิงจะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประมุขแล้วในหนึ่งปีนี้มีหลายอย่างที่ต้องเตรียมการให้เรียบร้อยและยังต้องเข้มงวดกับหน่วยลับให้มากขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในพิธีเพราะนอกจากจะมีคนในพรรคแล้วยังจะมีคนภายนอกที่จะมาร่วมพิธีในวันนั้นอีกพวกเขาไม่อาจประมาทได้อย่างเด็ดขาด
“ลี่อิน” เ้าของชื่อเงยหน้าจากม้วนสารที่อ่านอยู่ เนี่ยฟงเดินเข้ามาในเรือนพร้อมทั้งชูสารทำภารกิจให้ฉางลี่อินดูเกือบสองเดือนแล้วที่ฉางลี่อินไม่ได้ทำภารกิจแต่กระนั้นก็มีเื่ให้ยุ่งอยู่ตลอดจนไม่มีเวลาให้พัก
“เห็นพักนี้เ้าไม่ค่อยได้ออกจากถังเหมินข้าเลยรับภารกิจนี้มาเผื่อว่าจะช่วยให้เ้าได้เคลื่อนไหวบ้าง” ฉางลี่อินได้ฟังก็อยากจะเหล่ตาใส่หลายครั้งที่รับภารกิจมาส่วนใหญ่จะเป็ภารกิจที่เนี่ยฟงรับปากรับมาเองไม่เกี่ยวกับเขาแต่โยนมาให้เขาทำโดยประทับตราคำสั่งถึงเขามาแล้วเรียบร้อยโดยไม่ให้เขาได้ลงตราประทับยินยอมทำภารกิจเองฉางลี่อินหัวเสียกับเื่นี้อยู่หลายครั้งทีเดียวและบางครั้งก็มาหลอกให้เขารับภารกิจโดยที่ไม่ได้รู้ถึงเนื้อหาสาระสำคัญจริงๆของภารกิจจนเกือบเอาตัวเองไปเสี่ยงกับเื่ไม่เป็เื่จนวิวาทกันไปหลายต่อหลายครั้งเืตกยางออกมาก็หลายรอบแต่อีกฝ่ายไม่เคยที่จะเข็ดหลาบเลยสักครั้งครั้งนี้ก็เช่นกัน
“ข้าไม่รับ”
“อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธไปเลยน่าฟังที่ข้าพูดก่อน” มือเรียวหยิบมีดขึ้นมาเตรียมปาใส่คนพูดเนี่ยฟงจึงยกมือขึ้นบอกให้อีกฝ่ายใจเย็นๆ แล้วรีบแจกแจงภารกิจให้ฟัง
“ภารกิจทะลวงค่ายกลเพื่อไปเอาสมบัติที่ผู้ว่าจ้างจ้างวานมาเป็หีบสมบัติมรกตที่ล้ำค่ามาก น่าสนใจมิใช่รึ”
“ข้าไม่ได้อยากได้สมบัติ”ตามกฎของถังเหมินแล้ว หากเป็ภารกิจรับสิ่งของหรือตามหาสิ่งของ ผู้ที่รับภารกิจจะต้องได้ส่วนแบ่งจากของชิ้นนั้นเพื่อเป็การรับประกันว่าของชิ้นนั้นจะไม่สร้างปัญหาในอนาคตหรือหากจะพูดให้เข้าใจง่ายคือหากของสิ่งนั้นเป็จอกดื่มสุราล้ำค่าที่ถ้าหากนำไปขายจะได้เงินมหาศาลและจอกสุราหากจะให้ขายได้ราคาดีหรือโกงราคาได้จะต้องมีทั้งสิ้นหกจอก ดังนั้นถังเหมินจะรับส่วนแบ่งเป็หนึ่งในหกจอกเพื่อทำให้ราคานั้นตกลงหนึ่งเพื่อไม่ให้ผู้ที่นำไปขายได้ราคาเต็มและนำเงินไปใช้ทำอะไรบางอย่างที่จะเกิดความเดือดร้อนเป็วงกว้างในอนาคตสองเพื่อให้มั่นใจว่าของสิ่งนั้นได้มาโดยชอบและไม่ได้ถูกขโมยมาในภายหลัง จนผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่งมีการตรวจสอบว่าของสิ่งนั้นเป็ของเ้าตัวจริงถังเหมินจะนำส่วนนั้นไปคืนโดยรับของอย่างอื่นกลับมาหรือถ้าหากเป็สมบัติทั่วๆไปถังเหมินจะรับมาห้าในร้อยส่วนโดยที่จะไม่รับเป็เงินโดยตรงภารกิจที่จะได้รับเป็เงินโดยตรงมีเพียงภารกิจคุ้มกันเท่านั้นภารกิจออกล่าสมบัติหรือภารกิจไล่ล่าจะถูกจ่ายตอบแทนด้วยอย่างอื่น
“แต่นั่นคือค่ายกลประมุขสั่งห้ามเ้าศึกษาค่ายกล แต่ถ้าหากเป็ภารกิจประมุขย่อมไม่คัดค้าน ที่สำคัญของที่ได้มาจากค่ายกลผู้จ้างวานยกให้เ้าทั้งหมด”
“ทำไมถึงเป็ข้าที่ได้ทั้งหมด”
“เพราะภารกิจนี้เป็ของเ้า”เนี่ยฟงยังคงเอ่ยต่อไป ฉางลี่อินได้ฟังก็คิ้วกระตุกเป็แบบนี้อีกแล้ว
“แต่ภารกิจนี้เ้าได้ประโยชน์นะข้าไม่ได้อะไรเลย”
“ทำไมต้องเป็ข้าที่รับภารกิจนี้”
“ข้าได้ยินมาว่าประมุขน้อย้าเข็มพิษลูกกลอนไม่แน่ว่าบางทีอาจจะมีสิ่งนี้อยู่ในค่ายกล ไม่เสียหายอะไรถ้าจะลองไปดู”
“ข้าไม่เคยทะลวงค่ายกล”
“เพราะแบบนั้นนี่จึงเป็โอกาสดีที่เ้าจะได้ศึกษาค่ายกลที่เ้าสนใจถึงจะพลาดไปสักครั้งสองครั้งแต่ก็ไม่ถึงตาย เ้าจะปล่อยผ่านโอกาสนี้ไปรึ” แน่นอนว่าเื่ค่ายกลเป็สิ่งที่ฉางลี่อินให้ความสนใจเป็อย่างมากแต่ไม่ว่าจะตำราเล่มไหนก็ไม่มีวิธีสอนการสร้างค่ายกลหรือเอ่ยถึงมันเลยแม้แต่ประมุขยังสั่งห้ามเขาไม่ให้ศึกษาเื่นี้ทั้งๆที่เื่ค่ายกลเป็ศาสตร์พื้นฐานที่มือสังหารทุกคนจะต้องรู้ และที่ผ่านมานี่เป็ภารกิจแรกที่ฉางลี่อินจะได้ทำภารกิจเกี่ยวกับค่ายกลแบบนี้
เนี่ยฟงรับภารกิจนี้มาโดยที่ประมุขไม่รู้คิดจะทำอะไรกันแน่
“ว่าอย่างไรในค่ายกลมีของน่าสนใจไม่น้อย ต่อให้ไม่ได้เข็มพิษลูกกลอนมาแต่เ้าก็ยังได้ประโยชน์”
“เ้าบอกว่ามันเป็หีบสมบัติ”
“หีบสมบัติแค่นี้”เนี่ยฟงทำมือให้ดู หีบสมบัติที่ว่ามีขนาดเท่าแค่หนึ่งฝ่ามือเท่านั้นดูเหมือนของสิ่งนี้จะมีค่าเทียบเท่าสมบัติมากมายมันถึงได้ถูกเรียกว่าหีบสมบัติทั้งๆที่มีขนาดแค่นั้น
“หากของในค่ายกลน่าสนใจจริงไยเ้าปล่อยให้ข้าทำคนเดียว”
“ข้ากับเ้าต่างกันเ้าโดนห้ามเื่ค่ายกลแต่ข้าไม่วันเกิดเ้าทั้งทีถือเสียว่านี่เป็ของขวัญจากข้าก็แล้วกัน” ที่ผ่านมาฉางลี่อินไม่เคยจะสนใจของที่เนี่ยฟงให้มาแต่ครั้งนี้จะถือว่าของขวัญที่ได้มามันน่าสนใจก็แล้วกัน
“ข้ารับงาน ขอบใจ”
“ได้ฟังคำขอบคุณของเ้านับว่าคุ้มค่าแล้วที่ข้ายกภารกิจนี้ให้เช่นนั้นข้าจะช่วยเ้าวางแผนทะลวงค่ายกลครั้งแรกก็แล้วกัน”