ตอน 8 เส้นทางสู่โศกัลย์
ระหว่างที่พิธีจัดขึ้นอี้เทียนมิได้สนใจชายาเอกกับชายที่เป็ตัวปลอมในงานแต่งที่ใหญ่โตของตนแม้แต่น้อย
อี้เทียนเดินทางไกลหลายพันลี้ แอบหนีจากค่ายทหารมาที่วังหลวงเพื่อนาง...อี้เทียนไปถึงวังหลวงก็แอบแฝงตัวเข้าไปในงานพิธีแต่งงานของตน....เขาชะเง้อชะเง้อมองหาตงฟางอยู่ตลอดเวลา
เขารอนางอย่างใจจดใจจ่อ...ไม่ได้สนใจงานอภิเษกของตนแม้แต่น้อย...
เมื่ออี้เทียนแน่ใจแล้วว่านางไม่มาเข้าร่วมงานในพิธี...เขารีบตรงไปที่ตำหนักจางจ้าวลิ่วหวังพบตงฟาง หลังจากเสร็จพิธีแต่งงานอี้เทียนตัวปลอมใส่ชุดแดงสวมหน้ากากทองคำมิยอมถอด ไปส่งชายาเอกที่ห้องหอจึงค่อยหายตัวไป...
กึกๆๆๆ เสียงประตูตำหนักถูกโยกยันให้สั่นคลอน...
"ตงฟาง...อวิ๋นตงฟาง....เปิดนะ..เปิดประตูให้ข้า...เกิดอะไรขึ้นกับเ้ากันแน่"
"ตงฟางเอาแต่ขังตัวเองไว้...ร้องห่มร้องไห้...นางรู้สึกสับสนเป็อย่างมากนางรู้สึกโทษตัวเอง นางพยายามข่มร่างปีศษจของนางเอาไว้ด้วยการเข้าฌานสมาธิ"
เมื่อกระแสจิตของนางได้ยินเสียงอี้เทียนขานเรียก...ร่างมนุษย์ของนางก็สั่นไหว
"ข้าทำเื่ที่ไม่สมควรทำข้าผิดคำพูดที่ให้ไว้กับท่าน "
อี้เทียนไม่อยากบังคับฝืนใจนาง...จึงพูดขึ้นมาว่า
"ถ้าตอนนี้เ้ายังไม่พร้อมที่จะพบข้า...ข้าก็จะไม่ขอฝืนใจเ้า"
เพียงชั่วครู่เดียว...อี้เทียนก็ทอดถอนใจ...
"ข้าเดินทางมาใกล้เป็พันลี้หนทางยาวไกลมิหวาดหวั่น ในใจข้าแค่ห่วงเ้าเท่านั้น..."
อี้เทียนเดินหันหลังกลับไป อี้เทียนรู้สึกกลัดกลุ้มมากไม่มีความสุขแม้แต่น้อยคืนนั้นเขาควบม้ากลับชายแดนค่ายทหารแดนเหนือเพื่อเร่งทำศึกา....
ั้แ่นั้นเป็ต้นมา เื่เข้าใจผิดระหว่างอี้เทียนกับตงฟางช่างคาราคาซัง..พวกเขาไม่มีโอกาสได้อธิบายอะไรต่อกันอีกเลย....
ต่อมาเหล่าสนมนางเล็กนางน้อยฟื้นจากการรักษาตัว..ที่โดนตงฟางทำร้าย
พวกนางต่างมีท่าทีที่หวาดผวา แตกตื่นใพร่ำเพ้อพูดจาเลอะเลือนตลอดว่า
"สนมตงฟางเป็ตัวประหลาด อย่าเข้าใกล้นาง...ข้ากลัวนาง..."
เื่นี้ยาวไปถึงหูไทเฮา ไทเฮารู้สึกเอะใจ นางพึมพำเล็กน้อยว่า
"มีข่าวลือหนาหูเช่นนี้ออกมาก็ดีเหมือนกัน...ข้ากับพระชายาเอกจะได้มีเื่ที่จะนำไปเล่นงานนาง"
"เขี่ยนางออกจากวังซะ....จะได้ไม่ต้องเหนื่อยคิดแผนสกปรก"
ไทเฮาและพระชายาเข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ย...ทั้งสองเสด็จไปที่ตำหนักของนางสนมเล็กๆเพื่อเยี่ยมเยือนและไถ่ถามความเป็จริงในเื่นี้ นางสนมเล็กๆต่างเล่าเรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมดให้ไทเฮากับพระฉายาฟังอย่างเต็มขั้นเป็ตอน
"ชายาเอก...เ้าต้องวางแผนกำจัดนางช่วยข้า"
" เพือไทเฮา....ขอเพียงแค่ไทเฮาสั่งการมา...ข้าก็ยินดีจะทำตาม"
"งั้นพวกเราควรจะเปิดโปงธาตุแท้นาง...ต่อหน้าผู้อื่น...ทำให้นางอับอายจนทนอยู่ในวังหลวงไม่ได้..."
"พวกเ้าว่าอย่างไร... "
"แผนการของไทเฮาช่างแยบยลนัก...เป็แผนการที่เฉลียวฉลาดปราดเปรื่อง"
"ชายาเอกงั้นหน้าที่ของเ้าคือไปกล่อมให้สนมตงฟางยอมออกจากตำหนักซะ"
"ข้าได้ยินมาว่านางเอาแต่ขังตนเองอยู่ในตำหนักไม่ออกมาพบผู้ใด"
"ส่วนข้าจะสั่งการให้วังหลวงจัดงานเลี้ยงเชิญแขกมามากมาย...คราวนี้แหละข้าจะทำให้นางต้องอับอายต่อหน้าผู้คนจนนางมิสามารถทนอยู่ได้"
พระชายาเอกปลีกตัวออกจากไทเฮา มุ่งตรงไปที่ตำหนักจางจ้าวลิ่วของตงฟางนางพยายามเกลี้ยกล่อมให้ตงฟางเปิดประตูตำหนัก
อย่างไรนางก็ไม่เปิด...ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากนาง
ชายาพึมพำ
"นางสนมน้อยผู้นี้ช่างหยิ่งยโสนักด้วยตำแหน่งชายาของข้าที่สูงส่งกว่านาง....กลับต้องมายืนรอขอให้นางเปิดประตูตำหนักให้....นี่นะถือว่าข้าลดเกียรติของข้ามากพอแล้วนางยังกล้าเมินเฉยใส่ข้าถึงขนาดนี้ หรือว่านางจะทำอะไรบ้าๆ"
"ทหาร!!! พังประตูตำหนักของนางเข้าไป "
ปังๆๆๆๆๆ เสียงทหาร 3 นายพังประตูตำหนักของตงฟางทันทีที่ประตูตำหนักเปิดออก ถึงกับต้องผงะ เมื่อพบว่าผมของตงฟางเป็สีขาวเงินทั่วทั้งหัวในตาสีแดงก่ำดูแล้วน่าประหลาดใจ งูขาวตงฟางมิอาจเข้าฌานสงบจิตใจได้ถูกจิตมารเข้าครอบงำ ร่างปีศาจจึงได้เผยออกมา พระชายากรีดร้องด้วยความใวิ่งหนีออกจากตำหนักของตงฟางกระเจิดกระเจิง
เพื่อปิดให้เป็ความลับตงฟางทำการสังหารทหารทั้งสามคนจนตาย สิ่งที่นางกำลังเป็อยู่ในตอนนี้เป็สภาวะเครียดจนไม่สามารถระงับโทสะในใจของตนเองได้เพราะนางเอาแต่หมกตัวเองอยู่ในตำหนัก ครุ่นคิดจมปลักอยู่กับความผิดหวัง
"ไหนๆข้าก็ได้จัดการคนที่รู้ความจริงในตัวตนของข้าแล้ว...ถึงเวลาที่ข้าจะต้องตามไปเก็บคนที่เหลือ"
ในยามค่ำคืน บรรยากาศในวังช่างเงียบสงัดงูขาวตงฟางกลายร่างเป็งูใหญ่...ค่อยๆ เลื้อยไปที่ตำหนักของนางสนมเล็กนางสนมน้อยใช้เขี้ยวที่แหลมคม ฉีกร่างของพวกนางเป็ชิ้นๆเมื่อร่างงูั์ได้ลิ้มรสเืมนุษย์ก็ได้ทำให้นางกลับคืนสู่ด้านมืดจิตใจปีศาจครอบงำอีกครั้งอย่างเต็มตัว
"เืของมนุษย์มันช่างหอมหวานจริงๆถ้าไม่ได้ลิ้มรสมันมานานแล้ว...ครั้งล่าสุดที่ขาดได้ทำแบบนี้เห็นทีจะเป็เมื่อ 1,000ปีก่อน ข้ายังจำมันได้ดี แต่สิ่งที่คาใจข้าคือยังไม่ได้ชำระแค้นกับเฟิ่งอู่หยวน...ต่อให้จะผ่านไปกี่พัน กี่หมื่นปีข้าก็จำไม่เคยลืม
ตอนนี้นางไม่ใช่พระสนมคนเดิมอีกต่อไปแล้ว....นางกลายเป็ปีศาจงูขาวที่คลุ้มคลั่ง...และแล้วก็ถึงคราวที่นางจะไปปลิดชีพพระชายาเอก ตงฟางทำสีหน้าชั่วร้ายยียวนกวนใจ
"เป็เ้าสินะพระชายาเอก "
และแล้วในตอนนั้นเองเหล่าทหารมากมายก็ได้โอบล้อมร่างงูของนางเอาไว้...พลธนูและพลหอกเตรียมพร้อมครั้งนี้ฝ่าาเข้าระงับเหตุด้วยตนเอง...โดยไม่เกรงกลัวต่อภัยอันตรายใดๆ
พระชายาเอกยังถือว่ามีสติ เฉลียวฉลาดอยู่บ้างทันทีที่นางเห็นท่าทีประหลาดรูปกายประหลาดของตงฟาง...นางก็ตรงไปรายงานไทเฮาและเข้าเฝ้ารายงานเื่นี้ต่อฝ่าา
ฝ่าาะโออกคำสั่งเสียงดัง
"บังอาจนัก!!! เ้าถือว่าเ้าเป็ผู้ใดกัน กล้ามาสร้างความวุ่นวายในวังหลวงแห่งนี้ของข้าโทษของเ้าหนักหนานัก....อย่าหวังว่าข้าจะลดหย่อนให้ "
"ทหารลงมือสังหารนางตัวประหลาดนี้ซะ"
ฝ่าาสั่งให้พลธนูและพลหอกใช้อาวุธเล็งใส่ร่างงูของนาง.... ไม่ว่าจะเป็อาวุธอะไร...เป็กี่พันหอกกี่หมื่นดอกธนูก็แทงนางไม่เข้า
"ฮ่าๆๆฝ่าานี่ท่านกำลังแสดงละครอยู่....หรือเล่นตลกอะไร"
" อาวุธของเล่นพวกนี้ไม่ระคายเคืองิัของข้าแม้แต่น้อย"
"ถ้ากองทัพของข้าไม่สามารถต่อกรกับเ้าได้ละก็...เ้าคิดว่าฮ่องเต้อย่างข้าไร้ความสามารถอย่างนั้นหรือ....ข้าได้เตรียมการไว้แล้ว"
"ทหาร!!!เบิกตัวนักพรต!!!"
นักพรตผู้นี้เป็นักพรตที่เก่งกาจมากไปด้วยอา อาคม
"ปีศาจงูขาวเ้าหยุดเถอะ...ตอนนี้เ้ากำลังทำให้ชาวเมืองและคนในวังเดือดร้อนนะ....อย่าให้ข้าต้องใช้อาคมต่อสู้กับเ้าเลย"
"เพราะอย่างไรเ้าก็สู้ข้าไม่ได้อยู่แล้ว "
"ท่านประเมินตนเองสูงไปหรือเปล่านักพรต"
"ท่านนะหรือจะสู้ข้าได้....ข้าเป็ถึงสัตว์เทพเชียวนะ....ข้ามิใช่ปีศาจงูอีกต่อไปแล้วท่านเรียกให้ถูกด้วย "
"เ้าลืมไปแล้วหรือว่าเมื่อพันปีก่อนมหาเทพเฟิ่งอู่หยวน ได้คำสาปผนึกพลังไว้ที่ร่างของเ้า...จนถึงบัดนี้...ต่อให้เ้าจะมีพลังมากมายแต่ผมของเ้าก็ยังเป็สีขาวเงินอยู่...นั่นแสดงว่าคำสาปยังไม่ได้คลี่คลายพลังเวทย์ของเ้ามหาศาลก็ยังถูกผนึกไว้ในก้นลึกของปราณเซียน"
"เ้าอย่าคิดที่จะได้ต่อกรกับข้าและสร้างความวุ่นวายอีกต่อไปเลย"
" ฝันไปเถอะเ้านักพรตหน้าโง่...เ้าก็ไม่ได้ต่างอะไรไปกว่ามนุษย์ผู้หนึ่งหรอก...มนุษย์ที่อ่อนแอไร้เมตตาไร้คุณธรรม"
" ข้าเคยคิดว่าข้าอยากขอพรพระพุทธองค์ให้มีอายุขัยเท่ามนุษย์เสียเพราะข้าอยากที่จะร่วมเป็ร่วมตาย ร่วมใช้ชีวิตอยู่กับอี้เทียนชายที่ข้ารัก"
" เห็นทีทุกอย่างมันเป็ราวกับภาพลวงตาจนถึงคราวนี้ชายที่ข้ารักก็ไม่คิดที่จะบอกอะไรกับข้าสักคำกลับแต่งงานกับชายาเอกโดยที่ไม่มีคำอธิบายใดๆ ต่อข้า"
"จนถึงบัดนี้ข้าก็ยังมิได้พบหน้าเขาอีกเลยจะไม่ให้ค่าเคียดแค้น โมโห อาละวาดได้อย่างไร"
"เื่เล็กน้อยแค่นี้ นี่นะเ้ากลับทำให้เป็เื่ใหญ่ไม่แปลกจริงๆ"
" นี่สินะที่เขาเรียกว่าโทสะงู"