งูั์เกล็ดสีดำในแม่น้ำส่งเสียงคำรามโหยหวน แล้วพุ่งเข้าใส่โอรส์ที่มีคราบไข่ดิบเปื้อนไปทั้งตัว ดูเหมือนมันจะคลุ้มคลั่งอย่างสมบูรณ์แล้ว! อสูรงูไม่สนใจหานเซินที่อยู่ใกล้ ๆ เลยสักนิด ตาแดงก่ำจับจ้องอยู่ที่มนุษย์เกราะเงินชุบไข่ราวกับนี่คือเป้าหมายเดียวในชีวิตที่มันต้องฆ่าให้ได้
หานเซินไม่รอช้า ใช้โอกาสนี้หันหลังแล้วโกยอ้าวไปพร้อมกับไข่งูอีกฟองทันที เด็กหนุ่มในชุดเกราะทองะโขึ้นเรือยางแล้วพยายามพายไปให้ถึงอีกฝั่งของแม่น้ำสุดแรงเกิด ไม่คิดจะหันกลับมามองเลยว่าเกิดอะไรขึ้นข้างหลัง
ในอ้อมแขนของเขายังมีไข่งูอีกฟอง ถ้าสองงูั์นั่นรู้ตัวแล้วหันกลับมาไล่ล่าเขาแทน เขาคงไม่รอดแน่!
“ไอ้เวรเหรียญทอง แกนะแก…!”
หานเซินได้ยินเสียงโอรส์ะโด่าด้วยความเดือดดาลดังมาจากข้างหลัง แต่ได้ยินแค่ประโยคเดียวเท่านั้นก็มีเสียงอื่น ๆ แทรกเข้ามาก่อน มีทั้งเสียงคนร้องและสัตว์คำรามก้องถ้ำชวนขนลุก ทำเอาเขาไม่กล้าผ่อนแรงพายแม้แต่เสี้ยววินาที
ในที่สุดหานเซินก็พายเรือถึงฝั่ง เขาะโขึ้นจากน้ำแล้วรีบปีนขึ้นไปยังทางออกทันที แม้จะออกมาข้างนอกได้แล้วเขาก็ยังไม่หยุด ใส่เกียร์หมาวิ่งหน้าตั้งไปในเส้นทางที่จำได้ว่าเป็ทางมุ่งหน้ากลับไปยังฐานพักพิงเกราะเหล็กต่อโดยไม่เหลียวหลัง
แต่หลังจากวิ่งหนีมาสักพัก เด็กหนุ่มก็นึกบางอย่างได้ ถ้าโอรส์และพรรคพวกหนีออกมาจากถ้ำใต้ดินได้ คนกลุ่มนั้นจะต้องตามเขาทันแน่ พวกนั้นมีสัตว์ขี่ ส่วนเขามีแค่สองขา ไม่ว่าจะวิ่งเร็วแค่ไหนก็คงไม่มีทางเร็วไปกว่าสัตว์ขี่ิญญาอสูรของกลุ่มนั้น ยังไงก็ต้องถูกตามทันระหว่างทางแน่ ๆ
หานเซินกัดฟัน แล้วตัดสินใจหักเลี้ยวเข้าไปในป่าใกล้ ๆ ถึงจะต้องเสี่ยงอันตรายเดินทางอ้อมไปในเส้นทางที่ไกลกว่ามาก แต่ก็ดีกว่าถูกโอรส์และพรรคพวกไล่ตามมากระทืบทัน
โอรส์และพวกพ้องของเขาอยู่ในฐานพักพิงเกราะเหล็กมานานหลายปี แต่ละคนมีฝีมือยอดเยี่ยม แถมยังมีิญญาอสูรมากมาย ถึงจะสู้กับงูั์เกล็ดดำสองตัวไม่ไหว แต่ก็คงเป็ไปไม่ได้ที่พวกเขาจะตายในถ้ำงูกันหมด อย่างไรก็ต้องมีสักคนหรือหลายคนรอดมาได้ ซึ่งก็มีความเป็ไปได้สูงว่าหนึ่งในนั้นจะมีผู้นำกลุ่มอย่างโอรส์ ดังนั้นอริตัวร้ายอย่างหานเซิน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะ ‘ไอ้คลั่งทะลวงก้น’ หรือ ‘เหรียญทอง’ ก็ต้องระวังตัวให้มาก
และเพื่อไม่ให้พบเจอกับเหตุการณ์ที่ควบคุมยาก หานเซินจึงหยุดพักนอนตอนกลางคืนที่เชิงเขาแห่งหนึ่ง ตรงจุดนี้มีซอกหินเล็ก ๆ สามารถกันลมและบังสายตาจากสัตว์อสูรได้ เขารวบรวมกิ่งไม้แห้งมาก่อกองไฟ พอกไข่งูด้วยโคลน จากนั้นนำไข่ไปย่าง
ขณะเขี่ยไข่ให้สุกทั่วทั้งฟอง เด็กหนุ่มก็พึมพำเบา ๆ “เ้าชีวิตบริสุทธิ์เอ๋ย โลกใบนี้โสมมนัก อย่าได้ตื่นขึ้นมาพบเจอความน่ารังเกียจทั้งหลายเลย จงหลับต่อให้สบายเถิด ขอให้ฉันรับบาปทั้งหมดนี้แทนเถิด ขอให้จิตใจอันบริสุทธิ์นำทางเ้าไปอยู่โลกที่ดีกว่านี้”
หลังนั่งย่างไข่ไปได้สักพัก เสียงปริศนาก็ดังขึ้นในหัวหานเซิน
-- สังหารตัวอ่อนัหยกดำระดับเืศักดิ์สิทธิ์, ไม่ได้รับิญญาอสูร, หากกินเนื้อตัวอ่อนัหยกดำระดับเืศักดิ์สิทธิ์ คุณมีโอกาสได้รับจีโนพอยต์เืศักดิ์สิทธิ์ 0 ถึง 10 โดยการสุ่ม --
“ัหยกดำ?! ไม่ใช่งูหรอกเหรอ เฮ้อ~ แต่ก็ไม่ได้ิญญาอสูรมาอีกแล้วสินะ” หานเซินบ่นพึมพำด้วยความเสียดายนิด ๆ
ไม่นานไข่ของัหยกดำก็สุก หานเซินใช้ไม้เขี่ยไข่ออกมาจากกองไฟ รอให้หายร้อนก็ทุบเอาโคลนที่ดำไหม้ทิ้งแล้วค่อย ๆ ทุบเปลือกหนา ๆ ให้ร้าว เมื่อแกะเปลือกออกก็พบกับเนื้อไข่สีขาว ๆ นุ่ม ๆ ข้างใน ส่งกลิ่นหอมน่ากิน
เด็กหนุ่มกัดเข้าไปคำหนึ่ง ความอร่อยแผ่ซ่านเต็มปาก รสชาติดีกว่าไข่ไก่หลายเท่า
-- กินตัวอ่อนัหยกดำระดับเืศักดิ์สิทธิ์ คุณได้รับ 1 จีโนพอยต์เืศักดิ์สิทธิ์ --
หานเซินกินไข่หมดฟองจนท้องป่อง อิ่มตื้อจนขยับตัวแทบไม่ได้ จีโนพอยต์เืศักดิ์สิทธิ์ของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกห้าพอยต์ รวมกับที่มีอยู่ก่อนหน้านี้แปดพอยต์ ตอนนี้เขามีทั้งหมดสิบสามพอยต์แล้ว
หานเซินกลับมาถึงฐานพักพิงเกราะเหล็กใน่สายของอีกหลายวันต่อมา เขาพบว่ากลุ่มของโอรส์กลับมาถึงก่อนหน้านี้ได้สองวันแล้ว
ว่ากันว่าสภาพแต่ละคนที่กลับมาได้ไม่สู้ดีนัก เกือบทั้งหมดาเ็หนัก บางคนถึงกับอาการสาหัส ทั้งหมดในกลุ่มเหลือรอดกลับมาเพียงแปดคนเท่านั้นจากจำนวนสิบกว่าคน การออกล่าอสูรครั้งนี้ถือว่าโอรส์ขาดทุน ทั้งสูญเสียสมุนมือดีไปหลายคน ทั้งเสียไข่ัหยกดำที่หมายตาไว้ไปด้วย
่แรกกลุ่มนี้ทั้งกลุ่มปิดปากเงียบ ไม่ยอมแพร่งพรายให้ใครรู้ว่าไปทำอะไรมา ถึงแม้ฉินเซวียนและพี่หมัดเหล็กจะพยายามสืบหาจากหลายทาง ก็ไม่ได้ข้อมูลใด ๆ เลย
แต่ในภายหลัง มีนักล่ารับจ้างบางคนที่ถูกกระแสน้ำพัดไปโผล่ยังส่วนปลายของลำน้ำใต้ดินแล้วหนีรอดกลับฐานพักพิงได้ ฉินเซวียนและพี่หมัดเหล็กจึงได้รู้ว่าโอรส์พาพวกเขาไปทำอะไรมา
อย่างไรก็ตาม เหล่านักล่ารับจ้างที่รอดชีวิตไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากพวกเขาถูกงูั์โจมตี ฉินเซวียนและพี่หมัดเหล็กจึงเดาเอาว่าโอรส์และพวกเองก็คงถูกัหยกดำทำร้ายจึงมีสภาพอย่างที่เห็น
ซึ่งนั่นเป็ความจริงแค่ครึ่งเดียวแถมยังเป็ด้านดีครึ่งเดียวเสียด้วย จริง ๆ แล้วสาเหตุที่พวกเขาตกอยู่ในสภาพแบบนั้น มาจาก ‘ไข่’ ที่พี่เหรียญทองโยนใส่โอรส์
หากไม่ใช่เพราะถูกพ่อแม่ัแค้นที่ทำไข่ของมันแตก พวกเขาก็คงไม่ต้องเสี่ยงตายต่อสู้กับพวกมันถึงสองตัว
โอรส์ไม่อยากให้ใครรู้ถึงเื่น่าอับอายนี้ จึงไม่ยอมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ใครฟังเลย แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เริ่มต้นไล่ล่าตัว ‘ไอ้เหรียญทอง’ อีกครั้งอย่างลับ ๆ
‘เฮ้อ! น่าเสียดาย ไอ้สารเลวโอรส์กับหลัวเทียนหยางดันรอดมาได้!’ เมื่อหานเซินรู้เื่ที่เกิดขึ้น แม้จะนึกขัดใจอยู่บ้างแต่ก็รู้สึกโล่งใจไปอย่างหนึ่ง
ก่อนหน้านี้ เขากลัวว่าการมีแค่ตัวเขาคนเดียวที่รอดกลับมาได้อาจทำให้โอรส์นึกสงสัย แต่เมื่อมีคนอื่นรอดชีวิตกลับมาเหมือนกันแบบนี้ เขาก็ไม่ต้องกังวลเื่นั้นอีกแล้ว ก่อนมาเขาจับสัตว์อสูรโบราณอย่างเขี้ยวทองแดงกลับมาที่ฐานพักพิงเกราะเหล็กด้วย ซึ่งหากโอรส์มาถามหาความจริงก็สามารถอ้างได้ว่าตัวเขาถูกพัดไปปลายน้ำแล้วหนีรอดมาได้อย่างโชคดี และที่กลับมาช้าก็เพราะไปล่าเขี้ยวทองแดงมา
แต่ดูเหมือนหานเซินจะคิดมากเกินไป เพราะโอรส์ไม่มีเวลามาหาเื่เขาเลย หนึ่งในสามผู้ยิ่งใหญ่ไม่สนใจกลุ่มคนที่รอดตายเลยสักนิด และไม่ได้เชื่อมโยงหานเซินเข้ากับ ‘เหรียญทอง’ แต่อย่างใด
.
.
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งเดือน หานเซินเทเลพอร์ตออกจากก็อดแซงก์ทัวรีและตั้งใจจะกลับไปเยี่ยมแม่กับหานเหยียน แต่ใครจะคิดว่าเขายังไม่ทันออกจากประตูสถานี ก็เห็นฉินเซวียนในชุดเครื่องแบบทหารยืนรออยู่ที่ทางออก ดวงตาของเธอจ้องเขาอย่างเ็า
“นายนี่หลบเก่งจริง ๆ นะ หลบอยู่ในนั้นได้ตั้งครึ่งเดือน คิดว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วฉันจะยอมปล่อยนายไปง่าย ๆ เหรอ? ทำเื่เลว ๆ ไว้ก็ต้องรับโทษ นายหนีไม่พ้นหรอก!”
“เฮ้อ~ คุณอยากให้ผมทำยังไงก็ช่วยบอกมาได้เลยครับ” หานเซินถอนหายใจก่อนตอบกลับด้วยสีหน้าปลงตก เพราะรู้ดีว่าตราบใดที่ฉินเซวียนยังเป็หัวหน้าสถานีเทเลพอร์ตนี้ เขาก็คงไม่อาจหลบหนีเธอไปได้ตลอด
“ง่ายมาก เอาชุดนี้ไปใส่ แล้วตามฉันมา” หัวหน้าสถานีหญิงโยนชุดฝึกต่อสู้ให้คนที่เธอตั้งใจจะลงโทษ
‘เธอคงไม่ถึงกับฆ่าเรา…ใช่ไหมนี่’ หานเซินยอมรับชุดฝึกต่อสู้มาถือไว้แล้วเดินตามฉินเซวียนกลับเข้าสถานีเทเลพอร์ตไป
ทว่าครั้งนี้พวกเขาไม่ได้เข้าไปในก็อดแซงก์ทัวรี แต่ไปยังโรงฝึกการต่อสู้ขนาดใหญ่ที่อยู่ในสำนักงานของสถานีแทน
หลังหานเซินเปลี่ยนชุดเสร็จและเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าภายในโรงฝึก เขาก็เห็นฉินเซวียนในชุดฝึกต่อสู้สีแดงที่มีลายเส้นสีดำคาดทับยืนรออยู่ก่อนแล้ว
ต้องรู้ก่อนว่า ชุดฝึกต่อสู้นี้ไม่ใช่เสื้อผ้าธรรมดาแต่เป็เทคโนโลยีขั้นสูงที่ทำหน้าที่เป็อุปกรณ์ป้องกันและมอนิเตอร์ไปในตัว มันมีเซนเซอร์อัจฉริยะเล็ก ๆ จำนวนมากที่สามารถตรวจจับและบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ของผู้สวมใส่ในระหว่างการต่อสู้ได้ ข้อมูลทั้งทางกายภาพและดัชนีชี้วัดหลากหลาย อาทิ อุณหภูมิร่างกาย อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ ความดันโลหิต ระดับออกซิเจนในเื ความเร็วในการออกหมัด ความเร็วในการเคลื่อนที่หลบ รวมถึงแรงกระแทกที่ได้รับเมื่อถูกโจมตี เป็ต้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกเพื่อให้ผู้ใช้สามารถประเมินสภาพร่างกายและวางแผนการฝึกฝนครั้งต่อไปได้อย่างปลอดภัย แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ
“กติกามีข้อเดียว ถ้านายเอาชนะฉันได้ ฉันจะไม่หาเื่นายอีกเลย เข้ามา!” ฉินเซวียนยกมือเป็สัญญาณให้หานเซินเริ่มโจมตี
“คุณแค่อยากซ้อมผมให้น่วมก็บอกมาตรง ๆ สิ คุณมีจีโนพอยต์เืศักดิ์สิทธิ์เกือบเต็มแล้ว วิชาโคเจเนติกก็มีเยอะแยะ แถมเป็ถึงหัวหน้าสถานียังไงก็ต้องได้ฝึกกับกองทัพมานาน ส่วนผมเป็แค่เด็กจบใหม่ จะเอาอะไรไปสู้คุณได้?”
หานเซินรู้ดี ในแง่ความพร้อมในการต่อสู้เขาที่เป็แค่หานเซินธรรมดาเสียเปรียบอีกฝ่ายทุกทาง และถึงจะมีเกราะกับอาวุธิญญาอสูรเืศักดิ์สิทธิ์อยู่ แต่เขาไม่อยากเปิดเผยตัวตนว่าตนคือเหรียญทอง ที่สำคัญเขาไม่มั่นใจในฝีมือของตัวเองเลยสักนิดว่าจะเอาชนะทหารหญิงอย่างฉินเซวียนได้
“ฉันจะไม่ใช้ิญญาอสูร ไม่ใช้อาวุธอะไรที่ได้เปรียบ ถ้านายสามารถรับมือการโจมตีของฉันได้ห้าสิบกระบวนท่าโดยไม่ล้ม เื่ระหว่างเราจะถือว่าจบสิ้นกันไป” ฉินเซวียนพูดอย่างเ็า เธอยังใจดียอมอ่อนข้อให้คู่ต่อสู้ที่ด้อยกว่า
“ตกลง! สัญญาแล้วนะ!” หานเซินรีบตะครุบข้อเสนอน่าสนใจทันที พลางคิดในใจ
‘ถ้าเธอไม่ใช้ิญญาอสูรกับขอแค่เรารับมือเธอห้าสิบกระบวนท่าได้ เื่ทุกอย่างก็จะจบ ตอนนี้เรามีจีโนพอยต์เืศักดิ์สิทธิ์บ้างแล้ว แถมยังได้ฝึกกระดูกหยกผิวหิมะมาด้วย จริงอยู่ถ้าให้สู้จนเอาชนะฉินเซวียนได้คงไม่ไหว แต่กับแค่ตั้งรับให้ครบห้าสิบกระบวนท่าก็ไม่คณนามือนักหรอก!’
.
.
.