ชายหนุ่มเ้าของรูปร่างดั่งพระเ้ามีใบหน้าอย่างกับ์ปันเเต่งบรรจงสร้างขึ้นมานั่นมาพร้อมกับความสูงร้อยเก้าสิบเิเด้วยความสมบูรณ์เเบบของร่างกายนั่นอยู่ภายใต้ชุดสูทตัดเย็บอย่างดี
ด้วยบรรยากาศรอบกายของเขานั่นเต็มไปด้วยความรู้สึกอันตรายพร้อมเหมือนมีเเรงกดดันฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลาเมื่อมีคนตรงยืนเผชิญหน้าของเ้าตัว
หัวหน้าเเผนกการตลาดที่เเม้จะพบเจอสถานะการณ์แบบนี้มานานเเต่ก็ไม่เคยชินเลยสักครั้งที่เวลาต้องมาส่งเเบบเเผนในรูปเเบบเอกสารสำคัญให้กับผู้ที่ขึ้นชื่อว่าห้ามมีข้อผิดพลาดในการทำงานผู้ที่เป็เ้าของบริษัทซึ่งก็คือท่านประธานใหญ่ตรงหน้านี้เเต่ละครั้งเวลาที่จะต้องมาส่งเอกสารให้กับคนตรงหน้านั่นเ้าตัวต้องทำใจเกือบครึ่งวันถึงกล้าเข้าพบกับท่านประธาน
ทั้งที่โดยรอบมีบรรยากาศเเละการตกเเต่งในห้องนี้มีความเรียบหรูเเละสบายตาเเละยังเป็ห้องทำงานที่มีวิวดีที่สุดของประเทศนี้เพราะตึกนี้เป็ตึกที่สูงที่สุดนั่นเองรอบด้านนั่นตกเเต่งไปด้วยกระจกใสที่สามารถมองเห็นภายนอกทั้งหมดสามารถมองเห็นทั้งกลางวันและกลางคืนได้สวยงามซึ่งมันทำให้ชั้นนี้ทั้งหมดนั่นดูอย่างกับสรวง์ก็ได้เเต่กับตรงข้ามกับผู้เป็เ้าของห้องนี้นั่นได้ปล่อยบรรยากาศเหมือนกับอยู่ในสนามรบตลอดเวลา
ทุกคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็บุคลากรของที่นี้จึงพยายามที่จะพากันหลีกเลี่ยงกับเหตุการณ์ที่ต้องมาพบเจอกับท่านประธานโดยตรงเสมอ
หากปกติเเล้วถ้าจะต้องส่งเอกสารรายงานนั่นต้องผ่านเลขาทั้งสามคนของท่านประธานยกเว้นกรณีที่ท่านประธานเรียกพบหรือระบุต้องไปส่งด้วยตนเองนั่นซึ่งปกติใครที่เกิดเหตุการ์ณเเบบนี้นั่นต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อน
เพราะท่านประธานไม่มีทางที่จะเอ่ยชมเป็ที่เเน่นอน
เเละโดยปกติไม่มีทางที่เป็พนักงานระดับล่างโดยทั่วไปไม่มีใครได้พบกับตัวตนของท่านประธานในระยะที่ใกล้นอกเสียจากจะเป็ถึงบุคคลที่มีตำเเหน่งหัวหน้าแผนกเท่านั่นที่จะได้พบอย่างใกล้นั่นจะมีเเค่กรณีประชุมหรือถูกเรียกพบเท่านั่น
โดยปกติการเดินทางมาที่บริษัทนั่นเเต่ละวันจะใช้ลิฟต์สวนตัวเเละคนที่ใช้ได้มีเเค่ครอบครัวของท่านประธานเท่านั่นเเละการเดินทางในเเต่ละครั้งรอบกายท่านประธานจะเต็มไปด้วยบอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีเทียบเท่ากับหน่วยทหารรบพิเศษก็ว่าได้
หยางเฟยิเป็ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันเป็ผู้ที่ไม่เคยเปิดเผยใบหน้าให้กับสื่อต่างๆเลยโดยสวนใหญ่ที่ลงสื่อได้จะมีเเค่ความก้าวหน้าของธุระกิจของตระกูลหยางเท่านั่น
โดยที่ผ่านมาเคยมีสือที่กล้าลองดีเคยลงเผยเเพร่รูปภาพของผู้นำตระกูลหยางไปถึงภาพจะไม่ค่อยชัดเพราะเป็ภาพเเอปถ่ายก็ตามทีที่ไม่ได้รับอนุญาตจากหยางเฟยิขณะที่ไม่ถึงหนึ่งวันกลับเป็บริษัทของสือนั่นเกิดหุ่นตกเเละล้มละลายไปจากวงการสื่อสารทันที
หลังจากเหตุการณ์นั่นก็ไม่มีสื่อไหนที่จะกล้ากระทำเเบบสื่อที่ผ่านมา
เเต่เเล้วลูกหลานสาวๆตระกูลดังในประเทศนั่นก็ล้วนอยากที่จะเป็นายหญิงที่ได้จะยืนเคียงกับผู้นำตระกูลหยางกันมากมายเพราะอย่างนั่นจึงมีบางคนที่จะพยายามพาตนเองไปวนเวียนในสายตาของหยางเฟยิยามที่เ้าตัวออกงานหรือนานๆจะปรากฎตัวในงานเลี้ยงได้นั่นคงตรงถึงกับพึ่งโชคช่วยกันเลย
นั่นก็เพราะว่าเ้าตัวไม่ค่อยปรากฎตัวในงานเลี้ยงบ่อยนัก
"ท่านประธานครับหัวหน้าเเผนกการตลาดนำเอกสารมาส่งครับ"อู๋จง เลขาข้างกายหยางเฟยิซึ่งเป็ผู้ดูแลเื่ราวของธุรกิจในตระกูลหยางปัจจุบัน
เขาได้ส่งเสียงเรียกผู้เป็นายทันทีที่หัวหน้าแผนกการตลาดได้เข้ามาพบเมื่ออู๋จงเห็นว่าหัวหน้าเเผนกยืนเกร็งเหมือนจะหยุดหายใจได้ทุกเมื่อขณะที่อยู่ต่อหน้าท่านประทาน
"อืม"ผ่านไปสักพักหลังจากที่อู๋จงเอ่ยเรียก
ผู้เป็เ้าของใบหน้าอันหล่อเหลาก็ได้เงยหน้าขึ้นมามองเเล้วก็ส่งสัญญาณคนที่ยืนตัวสั่นอยู่ให้วางเอกสารได้
เมื่อเ้าตัวรับมาดูก็ก้มหน้าอ่านเอกสารต่อโดยไม่มีคำพูดอะไรภายในห้องจึงถูกความเงียบ
"ไปทำมาใหม่"เพียงคำพูดไม่กี่คำก็ทำให้คนที่ยืนก้มหน้ารอเอกสารอยู่ถึงกับสะดุ้งทันที
เมื่อพูดจบหยางเฟยิจึงหันไปจัดการงานตรงหน้าต่อโดยที่ไม่สนใจอีกฝ่ายกลับเป็อู๋จงที่เข้าใจสถานการณ์ได้เอ่ยเตือนสติหัวหน้าแผนกการตลาดออกจากห้องนี้ทันทีพร้อมทั้งเเนะนำเล็กๆน้อยๆให้กับอีกฝ่ายเเทน
"พี่คะหนูมาเเล้วค่า"เสียงหวานเอ่ยดังขึ้นมาก่อนที่ประตูห้องทำงานของเฟยิจะเปิดออกโดยไม่ได้เคาะตามมารยาทหรือเเม้กระทั่งผ่านอู๋จงกับบอดี้การ์ดร่างใหญ่ทั้งหลายมาได้นั่นคงต้องเป็คนที่ท่านประทานใกล้ชิดสนิทสนมด้วย
"มาทำไม"น้ำเสียงราบเรียบเเต่ไม่เเข็งกระด่างเเละยังมีความโอนโยนอยู่บ้าง
"หนูคิดถึงพี่นี่น่า่นี้พี่ไม่ได้ไปบ้านใหญ่พ่อกับเเม่ท่านก็บ่นถึงพี่ชายหนูเลยต้องมาหาเพราะความคิดถึงเหะๆ"
หญิงสาวร่างบางใบหน้าสวยหวานทรงเสน่ห์ผมดำยาวดัดลอนดูเป็ธรรมชาติเเถมสัดส่วนอย่างกะนางแบบนี้มีเพียงคนเดี่ยวคือน้องสาวของผู้เป็พี่ชายอย่างเฟยิที่มีอายุห่างกันถึงสิบกว่าปีนั่นเอง
ร่างบางก้าวเดินเข้ามาส้วมกอดแขนล่ำภายใต้เสื้อสูทที่ตัดเย็บอย่างดีของพี่ชายเเถมเ้าตัวก็ไม่ได้สบัดออกเเละยังปล่อยให้ผู้เป็น้องสาวกอดเเขนตนอยู่อย่างนั่นเเถมผู้เป็น้องสาวยังออดอ้อนกลายเป็เเมวน้อยทันที
"สวัสดีครับคุณหนูเหมยลี่ไม่เจอกันนานเลยนะครับ"อู๋จงที่รู้ล่วงหน้าอยู่เเล้วว่าคุณหนูหยางเหมยลี่จะเข้ามาพบกับท่านประธาน
ด้วยความที่อู๋จงทำงานกับเฟยิมานานหลายปีย่อมต้องเห็นความรักความใส่ใจของน้องสาวคนเดี่ยวของท่านประธานมาโดยเสมอ
ถึงเเม้เ้าตัวมักจะถูกคนอื่นมองว่าไร้หัวใจเ็านั่นห่างเเต่เว้นไว้เเค่คนในครอบครัวของท่านประธานเท่านั่น
"สวัสดีค่ะพี่อู๋จงไม่เจอกันนานนะค่ะเเถมยังอยู่ในสภาพที่ดีขนาดนี้ฮ่าๆ"เหมยลี่เธอสนิทสนมกับพี่อู๋จงตั้งเเต่เด็กเเล้วจึงพูดเล่นกับอีกฝ่ายได้ปกติ
"อ่ะ!พี่คะหนูมีเื่จะบอกพี่ว่าพอดีหนูสมัครสอบที่มหาลัยประเทศซีไว้อาทิตย์หน้าก็จะสอบเเล้วหนูจะเดินทางล่วงหน้าก่อนอีกสองวันค่ะคุณพ่อกับคุณเเม่ก็อนุญาตแล้วนะเหลือเเต่พี่เหะๆ"เหมยลี่รีบบอกพี่ชายพร้อมทำใบหน้าออดอ้อนออเซาะเพราะเธออยากจะเรียนที่นั่นเธออยากหลีกหนีสังคมจอมปลอมที่นี่ด้วยเพราะมีเเต่พวกที่พยายามเข้าหาเธอเพื่อที่จะได้เข้าใกล้พี่ชายของเธอ
"คิดดีเเล้ว"เสียงทุ่มเอ่ยถามผู้เป็น้องสาวถึงเ้าตัวจะไม่ค่อยพูดเเต่ก็ใส่ใจเเละห่วงใยตลอด
"คิดดีเเล้วคะ"เหมยลี่เอ่ยบอกพี่ชายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"อืม"เเค่คำเดี่ยวที่เอ่ยจากปากเ้าตัวก็ทำให้คนที่รอฟังได้ดีใจมากเเล้ว
"ขอบคุณค่ะพี่หนูรักพี่ที่สุดเลย"เหมยลี่เธอดีใจมากที่พี่ชายอนุญาตแล้วเหมยลี่จึงเอ่ยขอตัวกลับบ้านทันทีเพื่อไปเตรียมของเดินทางไปประเทศซี
ภายในห้องทำงานของหยางเฟยิจึงกลับเข้าสู่สภาวะปกติเ้าตัวก็ได้ก้มหน้าอ่านเอกสารในมือต่อส่วนอู๋จงก็ออกไปทำงานของตัวเองด้านนอกห้อง
ครืดดด~~
เสียงสายเข้าจากมือถือเครื่องหรูที่ปิดเสียงไว้และวางอยู่บนโต๊ะทำงานด้านข้างซ้ายมือของเ้าตัวมือเกร่งยื่นไปหยิบขึ้นมาดูชื่อที่เเสดงบนหน้าจอทันทีพร้อมกดรับสาย
"เฟยิ"เสียงปลายสายดังขึ้น
"..."เ้าตัวไม่ได้เอ่ยตอบเพียงเเค่ฟังเสียงปลายสายเท่านั่น
"เฟยินายได้ยินฉันไหม?"เสียงของซูเหวินดังขึ้น
"อืม"เฟยิตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"พอดีมีเื่จะบอกตอนนี้ครอบครัวของฉันเจอน้องสาวเเล้วน่ะ"
เกะ! มือเกร่งกำลังจดปากกาเส้นเอกสารตรงหน้าถึงกับหยุดลงทันทีที่ได้ฟังอีกฝ่ายบอกภายใจของเ้าตัวนั่นตื่นเต้นจากที่ไม่เคยมีปฏิกิริยาตอบโต้มาก่อน
"เจอที่ไหน"เฟยิเอ่ยถาม
"ประเทศCจริงๆเจอผ่านโซเชี่ยลเหมือนน้องสาวฉันจะดังด้วยน่ะ"
"เจอกันอาทิตย์หน้า"