“เวรเอ้ย!!! เยอะเกินไปแล้ว นี่ชั้น 1จริงดิวะ!!”
“นี่มันเป็ทางตรงนะคะ จะวิ่งไปถึงไหนกันค่ะ!!”
“รู้อยู่แล้วน่า!! แต่ทำไงได้ มันมีตั้ง 10ตัวเลยนะ 10ตัว!! ถือดาบแล้ววิ่งไปเงียบๆ!! เถอะน่า~ เดียวก็กัดลิ้นหรอก!!”
ั้แ่ทางเข้าที่เจอฝูงหมา6ตัวตอนนั้น ตลอดทางมาจนถึงเมื่อกี่ก็เจอที่ละ2-3 มาตลอด ใครจะไปนึกว่าจะเจอทีเดียวเป็ 10ตัวแบบนี้ พอเห็นพวกมันตั้งท่าฉันก็แลกดาบกับกระเป๋าของอาคาริมาถือแทน แล้วก็ สับตรีนแตกกันั้แ่ตอนนั้นเลย
สิ่งนี้คือกรยุทธถอยมาตั้งหลัก ไม่ได้กำลังหนีแต่อย่างใดทั้งสิ้น พวกนายเข้าใจใช่ไหม พวกเราไม่ได้หนีอยู่!!! แล้วก็ฉันอัพมาถึงเลเวล3แล้ว แล้วก็นั้นละ ตอนนี้สภาพจิตใจฉันจะไม่ไหวแล้ว ฆ่าหมาจรจัดหลายสิบตัว มันทำให้ฉันรู้สึกขยะแขยงแล้วก็รู้สึกผิดจนมือสั่นไปหมด แถมอ๊วกไป 1ครั้งแล้วด้วย ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด ออ แล้วก็อาคาริิก่อนมาเจอ ฝูงหมานี่อ๊วกไปรวม4ครั้งแล้ว การอ๊วกที่ไม่มีออกมา มีแต่น้ำลายที่ไหลย้อย นั่นดูน่าสะอิดสะเอียนมากจนอยากอ๊วกตามเลย
ส่วนสิ่งที่ได้รับรู้มาใหม่คือ ทุกการอัพ 1เลเวล ทุกค่าสเตตัสจะ+1 แล้วก็ได้รีบอีก 5แต้ม ไว้อัพได้ตามใจชอบ ตอนนี้ฉันเลยมี 15แต้มที่ยังไม่ได้ใช้ กับ exp: ที่ใช้อัพแต่ละเลเวลจะเพิ่มขึ้นทีละ10 ชำนาญดาบก็ขึ้นเลเวล2เหมือนกัน ส่วนชำนาญโล่ยังเลเวล1 อยู่แต่อีกไม่นานหรอก ความสามารถใช้ดาบของฉันเพิ่มขึ้นจนรู้สึกได้เลย มันน่าทึ่งมากที่ฉันรู้วิธีกาวเท้าและการลงดาบที่ถูกต้องทั้งที่ไม่เคยเรียนมาก่อน
ส่วนอาคาริก็เลเวล2 แล้ว สกิลลดความเ็ปของเธอมีประโยชน์มาก หลังจากรู้ว่ามันใช้เวลาเท่าไหร่ในการฟื้นฟูกลับมา ก็เริ่มใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ออ แล้วก็ฉันได้สกิลใหม่หลัง ชำนาญดาบ ขึ้นเลเวล2 [One hit] ชื่อสกิลเชยมาก แต่ตอนใช้มันเท่ดี การจะใช้มันต้องยื่นนิ่งจับดาบทั้งสองมือ ยกขึ้นในระดับอกก้าวขาออกมาข้างหน้าเล็กน้อยแล้วฟัน! แต่โล่ที่ติดกับมือซ้ายเกะกะมาก แถมถ้าให้ยืนนิ่งตอนต่อสู้ก็อันตรายมาก โอกาสใช้จริงแทบไม่มี ข้อดีคือมันแรงมาก ไม่ใช้ [MP] ไม่มีคูลดาวน์ แต่การตั้งท่าก็กินเวลาไป4วิแล้ว เวลาขนาดนั้น ตายได้สองรอบเลยมั้ง
“ไอพวกนี้ก็ไล่ตามไม่เลิกจริงๆ!!! อาคาริสกิล!!”
“โอเค!”
ฉันหันหน้าไปหาพวกมัน โยนกระเป๋าออกไปข้างหลัง แล้วชักมีดออกที่เก็บไว้ในโล่เล็กออกมา
เปลี่ยนวิธีสู้ดีกว่า
แสงจากสกิลของอาคาริ ล้อมรอบตัวฉันพอเห็นดังนั้น ก็พุ่งเอาโล่กระแทกแล้วใช้มีดแทงเข้าที่คอ เืสาดกระเซ็นจนเปื้อนมือฉันไปมัน
เสร็จไป1!!
ย่อตัวลงหันไปทางพวกมันเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนในส่วนที่ไม่มีเกราะ ยื่นส่วนลำตัวและแขนที่มีเกราะให้พวกมันกัด ยังไงพวกมันกัดไม่ทะลุอยู่ ความเ็ปจากแรงบีบแล้วก็อาการช้ำ ใช้สกิลของอาคาริกดเอาไว้
ถึงจะเสี่ยงกระดูกแตกหน่อยก็เถอะ เกราะโซ่มันไม่ได้กันแรงบีบนี้นะ ทำไงได้
ใช้แขนซ้ายมี่มีโล่เล็ก กอดรัดแล้วใช้มีดกระหน่ำแทง แล้วเหวี่ยงออกไป
ตัวที่3!!
ถึงจะยื่นส่วนมีเกราะออกไปแต่ก็มีตัวที่จ้องจะกัดแต่ขาในส่วนที่ไมม่มีเกราะของฉันอยู่ด้วย
น่ารำคาญเป็บ้า!
หมา3 ตัวกัดติดอยู่ทั้งแขนซ้าย คอ ไหล่ขวาพร้อมโดนฉันแทงไม่หยุด อีก4ตัวที่เหลือ ทั้งเห่าแล้ว ทั้งขู่ เพื่อรอฉันเป็ช่องว่าง
ในตอนที่ตัวที่กัดคอฉันอยู่ตาย ก็ได้เวลาสวนกลับสักที เปิด[บูส] พุ่งเข้าพวกมันที่เหลือส สลัดพวกที่เกาะอยู่ออกไปแล้วใช้ศพของตัวที่กัดคอฉัน ฟาดให้4ตัวที่เหลือเข้าไปชิดกันและใช้ [คลื่นกระแทก] อัดพวกมันเข้าติดกำแพง ตัวที่อยู่ด่านในสุดถูกบี้จากกำแพงแล้วก็พวกเดียวกันจนเครื่องในสาดกระเด็น
ในจังหวะเดียวกันอาคาริ ก็โยนดาบมาทางฉัน
หวังว่า 2ตัวที่กระเด็นไปทางนั้น เธอจะจัดการเองได้นะ
[โล่อากาศ]ปิดทางหนีพวกมัน ตั้งท่ายกดาบ[One hit]
1ตัว!!!!
จากนั้นก็ใช้ [สแลช]
2ตัว!!!
“จบกันสักที!!!”
แล้วก็ใช้ดาบแทงเข้าที่คอของตัวสุดท้าย
“เฮ้อ!!!”
ฉันหมดแรงนั่งทรุดตัวลงกับพื้น
“หวังว่า มันจะคุ้มกับที่ฉันทำลงไปจริงๆนะ”
จากนั้นฉันก็นึกได้ เลยหันไปดูอาคาริ ก็มันฉากที่เธอกดแล้วบิดมีดที่แทงอยู่กลางอกหมาตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นอยู่จนมันหยุดดิ้นในเวลานิดเดียว ข้างๆ มีหมาที่โดนฟันเข้าที่คอหมดลมอยู่ตรงนั้น เก่งขึ้นเยอะเล่นนี้ ชำนาญมีด ของเธอน่าจะขึ้นเลเวล2 แล้ว
เธอหันมาพร้อมน้ำตาที่ไหลอยู่เต็มหน้า
“คุณซีคค่ะ….สิ่งที่ฉันทำลงไปมันดีจริงๆ หรอคะ?”
ใบหน้าที่ดูไม่ได้ คราบน้ำตาและความรู้สึกผิด ถึงหมาพวกนี้มันจะไม่มีความลังเลในการจู่โจมพวกเรา แถมยังสู้จนตัวตายไม่ยอมถอย แต่พอมองดูศพของพวกมันแล้วก็หันมามองที่มือของตัวเองก็ทำให้รู้สึกผิดเกินจะพรรณนา
“ไม่รู้หรอกของแบบนั้นนะ…ดีรึไม่ดี ถูกรึไม่ถูก ฉันแค่มีความฝันและความปรารถนา ความโลภตัวฉันตอนนี้กำลังขับเคลื่อนด้วยสิ่งนั้น”
“นั้นสินะคะ…ฉันก็มีสิ่งที่้าเหมือนกัน”
เธอเช็ดน้ำตาและคราบน้ำมูก พร้อมกับดึงมีดออกมาเช็ด แล้วก็เก็บมันเข้าปลอก ฉันก็เช็ดคราบเืกับไขมัน ออกจากอุปกรณ์ของฉันเหมือนกัน ดาบมีรอยบิ่นเล็กน้อยแล้ว สงสัยฟันโดนกระดูกเข้า ยังไม่ผ่านชั่น1กันเลยแท้ๆ แล้วฉันก็หันหปทาง อาคาริ อีกรอบ
“อยากซบหน่อยไหม?”
พร้อมกับกางแขนออก
“เหม็นทั้งเหงื่อทั้งเื ใครเขาอยากจะไปซบกัน! แต่ก็ขอบใจนะคะ"
เธอว่างั้นแนะถ้าจังหวะเมื่อกี่หน้าแดงด้วยคงจะ เพอร์เฟคเลยแท้ๆ น่าเสียดาย~ น่าเสียดาย~
ถึงพูดงั้นพูดงี้เธอก็ยังช่วยฉันทำแผลอยู่ดี
หลังจากนั้นก็เดินทางกันต่อ ก็เจอเหตุการณ์เหมือนเมื่อกี้อีกหลายครั้งจนรู้จักหวะขนาดที่ไม่ต้องเสียงพูดคุยกันตอนต่อสู้แล้ว ไม่มีใครอ๊วกอีกเลย ไม่มีใครร้องให้รึลังเลอีกแล้ว ต่างคนต่างตัดสินใจที่จะยอมรับความรู้สึกผิดนี้เก็บไว้แล้วก้าวเดินต่อไป รวมระยะทางั้แ่จุดเริ่มต้นก็สัก 2 ก.ม ได้แต่เรากับใช้เวลาเกือบ3 ชม. จนในที่สุดก็มาถึงสุดทางเดิน เป็ห้องกว้างสัก 10ม. สูงสัก5ม. มีวงเหลืองแสงอยู่ปลายสุดของห้องน่าจะเป็จุดวาป ไปชั้นต่อไป
“เอาไงดี?”
“ส่วนตัวฉันคิดว่าอย่าพึ่งไปต่อน่าจะดีกว่าค่ะ”
“เอางั้นแน่หรอ นี้มันเหมือนดันเจี้ยนในเกมใช่ไหม ไอ้หมาพวกนั้นมันอาจจะเกิดมาใหม่ก็ได้นะ?”
“ก็นี้มันด่านทดสอบใช่ไหมล่ะคะ เขาคงไม่ใจร้ายกันขนาดนั้นมั้งคะ”
“จะแน่เหรอ~"
“ก็ยังไงพักกินข้าวแล้วก็นอนสักหน่อยก็น่าจะดีกว่าค่ะ”
“หืม~ ถ้าพูดถึงขนาดนั้นล่ะก็ เอาเถอะ~"
ฉันทำหน้ายอมแพ้พร้อมถอดเกราะออก มันจะไม่ โผลมาอีกแน่ใช่ไหม
อ่า~ ปวดฉี่จัง