สิ้นคำ มู่หรงเหนียงก็สะบัดหน้าเดินเชิดไปพร้อมเสียงหัวเราะเย้ยหยัน หว่านฉิงจ้องมองอาภรณ์สีชาดที่ลับตาไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง นางนึกถึงิญญาสามดวงก่อนหน้านี้ที่ต้องมาสังเวยชีวิต ยังมีผู้คนอีกมากมายที่ต้องตายไปอย่างสิ้นหวังเพราะความอำมหิตของหญิงชั่วผู้นี้ ก่อนที่นางจะรู้สึกถึงแรงบีบเบา ๆ บนต้นแขนจากองครักษ์ข้างกาย
“พี่สาวเ้าช่างเป็สตรีที่จิตใจคับแคบ วาจาสามหาวนัก หากนางรู้ว่าบ่าวชั้นต่ำที่นางด่าทอคือใคร ข้าเกรงว่านางคงไม่มีโอกาสได้อยู่เห็นงานประมูลวันมะรืนนี้ด้วยซ้ำ” รุ่ยอ๋องคำรามในลำคอด้วยโทสะที่พยายามสะกดไว้ แม่ทัพหรงเยว่เอ่ยเสริมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“นางเอ่ยถึงเื่ความตายเช่นนี้ แสดงว่านางต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับพิษเย็นในกายเ้าแน่ ข้าว่าเราเร่งสืบเื่นี้กันเถิดพี่ใหญ่ นางอาจซุกซ่อนยาถอนพิษไว้กับตัวก็เป็ได้”
“อื้ม... ข้าเห็นด้วยกับเ้า” รุ่ยอ๋องเอ่ยผ่านหน้ากากหนังมนุษย์ ก่อนที่ทั้งสามจะพากันปลีกตัวออกจากหออู๋จิ้น มุ่งหน้าไปสมทบกับพลขับรถม้าซึ่งเป็องครักษ์เงาที่ซุ่มรออยู่
รุ่ยอ๋องสั่งการองครักษ์เงาและสายลับฝีมือดีให้สืบประวัติทุกคนในหออู๋จิ้น เช่นเดียวกับแม่ทัพหรงเยว่ที่ไม่ยอมนิ่งเฉย สั่งวางกำลังคนจับตาดูความเคลื่อนไหวของตระกูลมู่ โดยเฉพาะคนสนิทของมู่หรงเหนียงอย่างใกล้ชิด
หรงเยว่เสนอให้ใช้หลักฐานสำคัญออกฎีกาควบคุมตัวองค์ชายจิ่งเหยียนไว้เป็การชั่วคราว เสนาบดีลู่กลับทักท้วงว่าการกระทำวู่วามอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นที่กำลังเปราะบาง มิหนำซ้ำยังเป็การแหวกหญ้าให้งูตื่น ยิ่งองค์ชายชั่วนั่นเผ่นหนีไปทันทีที่วางยากำหนัดพวกเขาในหอนางโลม จะหาทางจับตัวเขากลับมาเพื่อเค้นขอได้อย่างไร
นับั้แ่กุมอาญาสิทธิ์เหนือแผ่นดินมา รุ่ยอ๋องมิเคยรู้สึกอัปยศเท่านี้มาก่อน ความโกรธแค้นที่ปกป้องสตรีของตนมิได้สุมอยู่ในอก ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาหัวเสียยิ่งกว่า คือการต้องมานั่งเฝ้านางไว้ไม่ให้ห่างสายตา เพราะเกรงจะถูกแย่งชิงพื้นที่ในหัวใจนางไป โดยเฉพาะจากเ้าสุนัขขี้ประจบ!
เยี่ยนเฉิงไม่้าให้สาวใช้คนใดเข้ามาวุ่นวาย เขาลงมือไปกว้านซื้ออาหารรสเลิศด้วยตนเอง ทั้งยังปัดกวาดเช็ดถูห้องพักจนสะอาดเอี่ยมอ่องประหนึ่งพ่อบ้านมืออาชีพ
“เจี่ยเจีย... ไหวหรือไม่ขอรับ?” เสียงทุ้มพร่าถามพลางยกมือขึ้น ใช้ชายอาภรณ์ที่สะอาดหอมซับเหงื่อบนหน้าผากให้นางอย่างเบามือ เมื่อคืนนี้หว่านฉิงกลับมาถึงหอด้วยความเหนื่อยล้าจนผล็อยหลับไปทั้งชุดอาภรณ์เดิม
รุ่งเช้ามานางอยู่ในชุดใหม่... โดยที่นางเองก็ไม่รู้ว่าเป็ฝีมือของใครในสามคนนี้กันแน่
“ข้าไม่เป็ไร...” หว่านฉิงส่ายหน้าสะลึมสะลือ แม้พิษเย็นจะทำให้อ่อนเพลียจนแทบจะปิดเปลือกตาลงอีกรอบ ทว่าภาพที่เห็นเบื้องหน้ากลับทำให้นางปวดหัวยิ่งกว่าเดิม
รุ่ยอ๋องในอาภรณ์ผ้าแพรต่วนสีดำลายเมฆานั่งจิบชาเจรจาข้อราชการกับแม่ทัพหรงเยว่ด้วยหน้าตาไม่รับแขก ส่วนเยี่ยนเฉิงนั่งเกาะแกะนางอยู่บนฟูกนอนไม่ยอมห่าง เขาสวมชุดสีครามแลดูเป็คุณชายตระกูลผู้ดีเหมือนแม่ทัพหรงเยว่
“พวกเ้าสองคนไม่คิดจะกลับเรือนไปพักผ่อนบ้างหรือ?”
“แล้วพี่ใหญ่เล่าขอรับ? มิใช่ว่าท่านต้องไปช่วยฮ่องเต้น้อยบริหารราชกิจ ดูแลทุกข์สุขของราษฎรหรอกหรือ งานราษฎร์งานหลวงกองเท่าูเา ไยจึงยังมีเวลามาพำนักในหอนางโลมเช่นนี้” เยี่ยนเฉิงย้อนถามด้วยรอยยิ้มใสซื่อ ก่อนจะใช้สองมือนวดเฟ้นเรียวขางามอย่างเอาอกเอาใจ
“ข้าดูแลราษฎรมาทั้งชีวิต ยามนี้จะดูแลคนของข้าบ้างจะเป็ไรไป อีกอย่าง ข้ามอบหน้าที่ให้ฮ่องเต้น้อยไปแล้ว ย่อมจะต้องให้อำนาจที่แท้จริงกับเขา ได้ลองบริหารบ้านเมืองดูบ้าง ข้าเองก็ต้องมีชีวิตของข้า” รุ่ยอ๋องเน้นคำชัดเจนพลางแค่นยิ้มหยัน “ส่วนเ้าน่ะเป็ถึงเสนาบดีกรมพิธีการ กลับมาทำตัวประหนึ่งบ่าวรับใช้ประจบเ้าของเช่นนี้ ไม่กลัวว่าบรรพบุรุษตระกูลลู่จะหลั่งน้ำตาด้วยความอัปยศหรือไร?”
“บ่าวรับใช้แล้วอย่างไร? อาเยี่ยนเต็มใจปรนนิบัติเจี่ยเจียขอรับ” เยี่ยนเฉิงหันไปส่งยิ้มหวานอ้อนพี่สาวคนงาม ก่อนจะหันไปเถียงต่อ “พี่ใหญ่ต่างหากที่ควรไปพัก... พี่รองก็ด้วย ท่านมิได้มีนัดสำคัญกับคนในวังหรอกหรือ? ข้าได้ยินว่าตอนนี้องค์หญิงอยู่ที่เรือนพักรับรองสำหรับต้อนรับราชทูต”
“ข้าไม่มีนัดหมายกับผู้ใด”
“แต่ข้าคิดว่าเ้าควรไปให้การต้อนรับองค์หญิงอย่างสมเกียรติ เวลานี้เป่ยเหลียงถือเป็พันธมิตรที่สำคัญ เ้าอย่าทำให้ฮ่องเต้น้อยต้องหนักใจเลย”
“จริงด้วยขอรับพี่ใหญ่ ข้าได้ยินมาว่าฮ่องเต้น้อยเองก็เห็นดีเห็นงามกับการแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีในครั้งนี้ ติดเพียงว่าพระองค์ทรงเยาว์วัยเกินไป ดังนั้น... จะเป็ใครกันเล่าที่ต้องรับสมรสพระราชทานกับองค์หญิงแห่งเป่ยเหลียง หากมิใช่แม่ทัพใหญ่ผู้มีสัญญาใจกันมาแต่เก่าก่อน”
หรงเยว่บดกรามแน่นจนเส้นเืที่ขมับปูดโปน ั์ตาคู่ดุคมวาวโรจน์ด้วยโทสะที่ถูกพี่ชายแท้ ๆ และน้องชายร่วมสาบานรุมกินโต๊ะ หวังจะเขี่ยเขาออกไปให้พ้นจากทางรักอย่างเืเย็น
ทางด้านหว่านฉิงนอนมองเพดานด้วยสีหน้าครุ่นคิด มิได้สนใจทั้งสามหนุ่มปะทะคารมกันอย่างดุเดือด พลันนึกถึงเนื้อเื่เดิมในนิยายที่เคยอ่าน...
พวกเขาทั้งสามคนไม่ควรมาสืบคดีพิษในหอหงเหมยในเวลานี้ คดีพิษเย็นซึ่งทำให้เสนาบดีชั้นผู้ใหญ่ในราชสำนักเสียชีวิตไปควรจะเกิดขึ้นหลังจากองค์หญิงมู่อวี่เดินทางมาถึงฉางอัน เพื่อสมรสเชื่อมสัมพันธ์แล้วต่างหาก
รุ่ยอ๋องคือผู้ตัดสินใจรับพระราชทานสมรส หากด้วยความเป็คนเืเย็น ไม่สนใจสตรี เขาย่อมไร้ความเสน่หาต่อองค์หญิงโดยสิ้นเชิง แต่เพราะเขาตั้งใจจะควบคุมทั้งเป่ยเหลียงและคานอำนาจแม่ทัพหรงเยว่ผู้มีกำลังทหารกล้าแกร่งพอจะสั่นคลอนราชบัลลังก์
นี่คือการสมรสเพื่อจับตัวประกันซึ่งเป็รักแรกของแม่ทัพหรงเยว่ ส่วนลู่เยี่ยนเฉิงนั้นเป็เพียงผู้หยิบยื่นมือเข้าช่วยเหลือนางเอกในระหว่างที่สืบคดีร่วมกัน ก่อนจะถลำลึกเข้าสู่ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงในภายหลัง
“พระราชทานสมรส... กับใครหรือเ้าคะ?” หว่านฉิงเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่ากลับหยุดการโต้เถียงของบุรุษทั้งสามได้ชะงัด
“ใช่แล้วขอรับ เจี่ยเจีย พระราชทานสมรส...” เยี่ยนเฉิงรีบเสริมด้วยน้ำเสียงระริกระรี้แฝงความนัย “พวกเสนาบดีเฒ่าต่างเสนอชื่อท่านแม่ทัพหรงเยว่กันทั้งนั้น ด้วยเห็นว่าเหมาะสมทั้งวัยและฐานะ ทั้งสองคนยังมีความหลังอันลึกซึ้งต่อกัน”
หรงเยว่บดกรามแน่นจนเส้นเืที่ขมับปูดโปน ั์ตาคมตวัดมองเสนาบดีหนุ่มอย่างคาดโทษ เขาหันมาสบตาหว่านฉิงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความว้าวุ่น “หว่านหวาน... เื่นั้นเป็เพียงอดีต ข้ามิได้...”
“อดีตขององค์หญิงผู้ยังคงรำพันถึงเ้าทุกเช้าค่ำน่ะหรือน้องรอง?” รุ่ยอ๋องเอ่ยขัดขึ้นพลางแค่นหัวเราะ เขาลุกขึ้นเดินเข้าไปทรุดกายลงบนเตียงนุ่มอย่างถือสิทธิ์ “ในฐานะผู้สำเร็จราชการ ข้าเห็นว่าการเชื่อมสัมพันธ์ครั้งนี้สำคัญยิ่งนัก หากเ้าเสียสละเพื่อแผ่นดินได้... ข้าก็คงเบาใจ เ้าเห็นด้วยกับข้าใช่ไหม หว่านหวาน?”
หว่านฉิงพลิกตัวนอนตะแคง มองดูชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในใต้หล้าทั้งสามคนกำลังเปิดศึกผลักไสกันอย่างหน้าไม่อาย!
คนหนึ่งอ้างราชกิจ คนหนึ่งอ้างรักแรก อีกคนก็เนียนปรนนิบัตินางประหนึ่งพ่อบ้านผู้ซื่อสัตย์ พวกเขาหารู้ไม่ว่าในใจนางกำลังเคลือบแคลงสงสัยในบางสิ่ง จนกระทั่งนางเอ่ยปากถามออกมา
“ข้าขอถามพวกท่านสักหน่อยเถิด เื่ยาปลุกกำหนัดในคืนนั้น... ใช่ฝีมือองค์ชายสามจริงหรือ?”
“ไม่ใช่เขาแล้วจะเป็ใครไปได้เล่า” เยี่ยนเฉิงตอบอย่างมั่นใจ มือก็ยังไม่หยุดบีบนวดเรียวขางาม เริ่มลุกลามไปถึงต้นขาขาว ๆ ดันถูกพี่ใหญ่คว้ามือเข้าหมับ