บทที่ 14 ขอฝากตัวเป็ศิษย์เ้าก้อนแป้งน้อย
"ข้าพาเ้าเด็กนี่มาฝากตัวเป็ศิษย์ ท่านจะรับแทนได้หรือไม่?"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ไขว้มือไว้ด้านหลัง พลางส่งเสียงฮึดฮัดใส่คนทั้งสอง
"ฝากตัวเป็ศิษย์?"
ปลัดหลิวและสมุห์บัญชีหวางหันมาสบตากันด้วยความงุนงง เอ่ยถามขึ้น "กราบผู้ใดเป็อาจารย์หรือขอรับ?"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เชิดหน้าตอบ "ก็ย่อมต้องเป็ท่านหมอน้อยที่ช่วยชีวิตฮูหยินสวีเมื่อวานอย่างไรเล่า ก็แม่หนูน้อยที่ติดตามเ้าหนุ่มสกุลเซียวคนนั้นนั่นแหละ!"
ปลัดหลิวและสมุห์บัญชีหวางได้ยินดังนั้น หัวใจก็กระตุกวูบด้วยความตระหนก!
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง เคยเป็ถึงหมอหลวงในวังหลวง กลับจะให้หลานชายแท้ ๆ ของตนมากราบกรานเ้าก้อนแป้งน้อยเป็อาจารย์เนี่ยนะ?
โลกนี้มันวิปริตไปแล้วหรืออย่างไร?
"ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ ท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่ขอรับ? แม่หนูนั่นข้าก็เคยเห็น อายุอานามเพียงสามสี่ขวบ วิชาแพทย์จะสูงส่งไปกว่าท่านได้หรือ?" ปลัดหลิวแสดงท่าทีไม่เชื่อถืออย่างชัดเจน
พูดจบ เขาก็ลองหยั่งเชิงถามดู "หรือว่าท่านมีเื่อันใดจะไหว้วานใต้เท้าเซียว เลยต้องทำทีเป็... ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ ข้าเองก็เป็ถึงปลัด ท่านมีธุระอันใดบอกข้าก็ได้เช่นกัน!"
"ถุย!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ถลึงตาใส่ด้วยความรังเกียจ "ข้าผู้เฒ่าจะมีเื่อันใดต้องไปขอร้องเ้าหนุ่มสกุลเซียว หรือปลัดหัวสุนัขอย่างเ้ากัน!"
"ไสหัวไปซะ อย่ามาขวางฤกษ์งามยามดีที่หลานข้าจะกราบอาจารย์!"
สิ้นคำ ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ก็สะบัดแขนเสื้อ แค่นเสียงในลำคอ แล้วเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในที่ว่าการอำเภอเป็คนแรก
สวี่เหยียนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ปรายตามองคนทั้งสองแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินก้มหน้าตามท่านปู่ไปอย่างว่าง่าย
เวลานี้ ปลัดหลิวรู้สึกแสบที่ใบหน้าราวกับถูกตบฉาดใหญ่ เขาเพิ่งจะพูดไปหยก ๆ ว่าเป็ไปไม่ได้ที่เ้าก้อนแป้งน้อยจะช่วยฮูหยินสวี แต่ไม่ทันไรตัวจริงเสียงจริงก็โผล่มาขอฝากตัวเป็ศิษย์เ้าก้อนแป้งน้อยเสียแล้ว!
นี่มันตบหน้าเขาชัด ๆ มิใช่หรือ?
สมุห์บัญชีหวางเห็นสีหน้าของปลัดหลิวไม่สู้ดี ทั้งยังดูเก้อเขิน จึงได้แต่ก้มหน้าหดคออยู่ด้านข้าง
ปลัดหลิวหันกลับมามองเขาแวบหนึ่ง แล้วเชิดหน้าเดินตามเข้าไปในที่ว่าการอำเภอ
ปากก็บ่นพึมพำไปตลอดทาง "หมอหลวงผู้ยิ่งใหญ่ กลับจะให้หลานชายกราบเด็กอมมือเป็อาจารย์ ไม่กลัวขายขี้หน้าชาวบ้านบ้างหรือไร!"
สมุห์บัญชีหวางเดินตามหลังไป เม้มปากเงียบกริบ
"ใต้เท้า ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่พาคุณชายสวี่มาขอรับ" ลู่ชิงเข้ารายงาน
ได้ยินดังนั้น เซียวจิ้งเสวียนรีบลุกขึ้นเดินออกไปต้อนรับด้วยตนเอง
สมัยที่ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ยังอยู่ในสำนักหมอหลวง เคยมีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเซียว ยามหนุ่มยังเคยติดตามเจิ้นกั๋วกงรุ่นแรกแห่งตระกูลเซียวออกศึก และเคยช่วยชีวิตท่านบรรพชนเอาไว้
ในฐานะผู้น้อย เซียวจิ้งเสวียนย่อมต้องออกไปต้อนรับด้วยตนเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันตระกูลสวี่มีสถานะไม่ธรรมดาในเมืองยงหลิน ทั้งยังมีอิทธิพลในการพูดจาเป็อย่างมาก
เซียวจิ้งเสวียนพาลู่ชิงเดินออกมา สวนกับท่านหมอผู้เฒ่าสวี่และสวี่เหยียนที่กำลังเดินเข้ามาพอดี จึงรีบประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม "ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่โบกมือไหว ๆ ร้องถามเสียงดัง "เ้าหนุ่มสกุลเซียว เ้าก้อนแป้งน้อยเล่า?"
เซียวจิ้งเสวียนชะงักไปเล็กน้อย เข้าใจผิดคิดว่าท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เป็ห่วงหรานหร่าน จึงตอบว่า "ท่านผู้เฒ่าโปรดวางใจ หรานหร่านปลอดภัยดีแล้วขอรับ ลำบากท่านต้องมาด้วยตนเองเช่นนี้ ผู้น้อยรู้สึกผิดยิ่งนัก!"
"ผิดอะไรของเ้า!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เบิกตาโต "รีบไปเรียกเ้าก้อนแป้งน้อยออกมาเร็วเข้า!"
เซียวจิ้งเสวียนได้ยินดังนั้น จึงหันไปสั่งลู่ชิง "ไปปลุกหรานหร่าน บอกว่าท่านหมอผู้เฒ่าสวี่มาหา!"
"ขอรับ!"
ลู่ชิงรับคำ หันหลังจะเดินไป แต่ก้าวไปได้เพียงสองก้าว ก็ได้ยินเสียงท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ตวาดลั่น "หยุดเดี๋ยวนี้!"
ลู่ชิงหันกลับมา ก็เห็นท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ชี้หน้าด่าเซียวจิ้งเสวียน "ปลุกอะไรกันเล่า เ้าก้อนแป้งน้อยกำลังกินกำลังนอน ขืนเ้ากล้าปลุกนาง ข้าผู้เฒ่าจะมีโทสะ!"
เซียวจิ้งเสวียนและลู่ชิง "..."
สวี่เหยียนที่ยืนอยู่ด้านหลังบ่นงึมงำ "ท่านปู่ ตอนข้ายังเด็กท่านไม่เห็นพูดเช่นนี้เลย ตื่นั้แ่ไก่โห่ยังไม่ทันรุ่งสางด้วยซ้ำ!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่หูดี ได้ยินเข้าก็หันขวับไปเขกมะเหงกใส่สวี่เหยียนหนึ่งที "เ้าจะเอาตัวเองไปเทียบกับแม่หนูน้อยได้รึ?"
"โตป่านนี้แล้ว ยังสู้เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไม่ได้ น่าขายหน้านัก!"
สวี่เหยียนคอตก เบะปากเงียบกริบ ยืนสงบเสงี่ยมเจียมตัวราวกับนกกระทา
คิดดูเถิด เขา สวี่เหยียน ผู้ถูกยกย่องว่าเป็อัจฉริยะมาั้แ่เด็ก ชั่วข้ามคืนกลับกลายเป็…
เฮ้อ โลกนี้ช่างเอาแน่เอานอนไม่ได้!
โทษใครไม่ได้ นอกจากโทษตัวเองที่เมื่อวานพลาดท่าเสียได้
"ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ หากเป็เช่นนั้น เชิญท่านไปนั่งรอที่โถงรับรองสักครู่เถิดขอรับ!" เซียวจิ้งเสวียนผายมือเชิญ ก่อนจะหันไปสั่งลู่ชิง "ไปชงชามา!"
"ขอรับ"
ทุกคนย้ายไปที่โถงรับรอง เพิ่งจะนั่งลงได้ไม่นาน ปลัดหลิวก็แบกพุงพลุ้ยเดินเข้ามา
เซียวจิ้งเสวียนปรายตามองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่ได้เอ่ยว่ากระไร
"ใต้เท้าเซียว เหตุใดยังไม่เรียกนังหนูนั่นออกมาอีก? ปล่อยให้ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่นั่งรอเช่นนี้ใช้ได้ที่ไหน?" ปลัดหลิวเปิดปากก็หาเื่ทันที
แต่ใครจะรู้ ทันทีที่สิ้นเสียง ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ก็สวนกลับทันควัน "ทำไม? ข้าผู้เฒ่าเต็มใจจะรอ ธุระกงการอะไรของเ้า? บ้านเ้าอยู่ริมทะเล *[2] รึ ถึงได้ยื่นมือมาจัดการเื่ชาวบ้านกว้างขวางเพียงนี้?"
"ข้า..." ปลัดหลิวถึงกับจุกจนพูดไม่ออก
เซียวจิ้งเสวียนกวาดตามองเขาอย่างเ็า เอ่ยเสียงทุ้ม "ทำไม? ฤดูไถหว่าน *[1] เพิ่งผ่านพ้น ปลัดหลิวว่างงานมากหรือ?"
ปลัดหลิวได้ยินดังนั้น แววตาฉายแววเคียดแค้นวูบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มแต่ปากทว่าตาไม่ยิ้ม "มิกล้ารบกวนใต้เท้า หน้าที่ของข้า ข้าย่อมจัดการเรียบร้อยดี!"
"เช่นนั้นรบกวนท่านรวบรวมเอกสารทางราชการและบัญชีภาษีอากรใน่สองปีล่าสุดมาให้ข้าด้วย ข้า้าตรวจสอบ"
"ขอรับ!" ปลัดหลิวลุกขึ้นยืนกระแทกเสียง "ข้าน้อยขอตัว!"
พอปลัดหลิวจากไป ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ก็เอ่ยขึ้น "เ้าหนุ่มนี่ ผ่านไปตั้งกี่ปี นิสัยเ็าไม่เปลี่ยนเลยนะ! มิน่าเล่าตำแหน่งขุนนางถึงได้ยิ่งทำยิ่งถอยหลัง!"
"แต่เ้าก็นับว่าโชคดีที่มีลูกสาวเก่งกาจ!"
พอนึกถึงเ้าก้อนแป้งน้อยเมื่อวาน ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ก็ยิ้มร่า "แม่หนูนั่นหน้าตาคล้ายเ้าอยู่ไม่น้อยทีเดียว!"
เซียวจิ้งเสวียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ "พูดตามตรง หรานหร่านมิใช่ลูกแท้ ๆ ของข้าขอรับ เป็เด็กที่ข้าบังเอิญช่วยไว้เมื่อสองวันก่อน!"
"ว่ากระไรนะ?"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ใจนลุกพรวด "มิใช่ลูกเ้า?"
"ขอรับ"
เซียวจิ้งเสวียนเล่าความจริง "สองวันก่อนมีโจรลักเด็กสองคนสะกดรอยตามนาง ลู่ชิงเข้าไปช่วยไว้ พอนางเห็นข้าก็เอาแต่เรียกว่าท่านพ่อ"
"นางกำพร้าบิดามารดา บอกว่าเติบโตมากับอาจารย์ ข้าสั่งให้ลู่ชิงออกตามหาอาจารย์ของนางแล้วขอรับ!"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เบะปาก มองเซียวจิ้งเสวียนด้วยสายตาดูแคลน "ไม่ต้องหาหรอก ต่อให้เ้าพลิกแผ่นดินหาก็ไม่เจอ!"
เซียวจิ้งเสวียนฉงนใจ "ท่านผู้เฒ่ารู้จักอาจารย์ของหรานหร่านหรือขอรับ?"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ "..."
"แม้แต่ชื่อแซ่อาจารย์นาง เ้ายังไม่รู้ แล้วจะไปตามหาที่ไหน?" ใบหน้าเหี่ยวย่นของท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เต็มไปด้วยความระอาใจในตัวเซียวจิ้งเสวียน
เซียวจิ้งเสวียนยังคงไม่เข้าใจ "พยายามหาดูย่อมต้องเจอ หรานหร่านยังเล็กนัก อาจารย์ของนางคงไม่ทิ้งนางไปกระมัง"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่โบกมือปัด "อย่าเสียแรงเปล่าเลย เ้าหนุ่มเอ๋ย จงเลี้ยงดูเ้าก้อนแป้งล้ำค่านี่ให้ดีเถิด หากเ้าไม่อยากเลี้ยง ก็ส่งมาให้ข้าเลี้ยง! ข้าผู้เฒ่าจะเทิดทูนนางดุจบรรพชนเลยเชียว!"
เซียวจิ้งเสวียน "..."
สวี่เหยียน "..."
"ท่านปู่ อาจารย์ของแม่หนูนั่นเป็เทพเซียนมาจากไหนกัน? ถึงคุ้มค่าให้ท่านทำถึงเพียงนี้? อย่าให้เสียชื่อตระกูลสวี่ของพวกเราเลยนะขอรับ!" สวี่เหยียนอดแย้งไม่ได้
*[1] ฤดูไถหว่าน จะอยู่ใน่ฤดูกาลทำนาปี (ประมาณเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม) ที่ชาวนาเริ่มเตรียมดินโดยการไถดะและไถแปร เพื่อหว่านเมล็ดข้าวลงในนาโดยตรง
*[2] สำนวน "บ้านอยู่ริมทะเล" (Guǎn de kuān - ทะเลกว้าง = ยุ่งเื่ชาวบ้านไปทั่ว) เป็สำนวนจีนที่พบบ่อยในนิยาย