อินทราคิดแล้วก็ทอดถอนใจคนเก่าร่างนี้ โง่ได้โล่ห์จริงๆ .. นอกจากจะเป็โรคจิตกระหายเื ใจร้อน ครั้งนี้ยังคงวิ่งเข้าหาที่ตาย! ใน่เวลาที่เขาฟื้นบนเตียงไม้ปราณฟื้นฟูนั้นเขากำลังประมวลข้อมูลชีวิตทั้ง2ชีวิตเข้าด้วยกันและความสนใจส่วนหนึ่งก็ติดอยู่กับร่างกายที่กำลังาเ็และเตรียมตัวที่จะเริ่มชีวิตใหม่ในโลกใหม่นี้จึงมองข้ามเหตุการณ์ในคืนที่เขาสลบไป อันที่จริงนอกจากเหตุการณ์คืนนั้น ยังมีอีกหลายครั้งใน่หลายปีนี้ที่เขาก่อเื่ที่ไม่สมควรให้อภัยต่อตระกูลตงฟาง ..ที่จริงใจนึงเขาก็พยายามไม่นึกถึงและวิเคราะห์ด้วยเพราะแม้เขาจะหน้าหนาเท่ากำแพงเมือง คิดไปว่าไอ้ตัวเลวร้ายน่ะมันไม่ใช่เรา ..เผอิญว่า่เกือบ10ปีที่ผ่านมา รวมเวลาทั้ง6ปี ที่เขาอยู่ตระกูลตงฟาง มันมีผีห่าซาตานมาเข้าสิงผมอยู่ผมไม่รู้เื่เลยนะ ผมเพิ่งจะตื่นวันนี้เอง หลังจากหลับฝันร้ายมาหลายปีเชื่อผมเถอะ ได้โปรด! เฮ้อ ใครจะมาเชื่อคุณมรึงกันล่ะคับ..
อับอายก็ส่วนอับอาย ก็มันเกิดขึ้นเป็เกิดไปแล้วนี่จะให้ทำเยี่ยงไรกัน? เว้นแต่ผมมีพลังวิเศษ ย้อนเวลาได้ ก็อีกเื่นึง แต่ตอนนี้... ต้องอยู่กับปัจจุบัน! อยู่ให้ได้ .. อยู่ไม่ได้ก็ตายซะ .. แต่ผมไม่ฆ่าตัวตายหรอกนะผมนำชีวิตที่เสียไปแล้วคืนมาไม่ได้ แต่ผมยังช่วยเหลือครอบครัวหรือผู้เกี่ยวข้องกับผู้วายชนม์ไปแล้วได้นี่ .. ถึงจะรู้สึกอายจนเหมือนเืจะไหลจากใบหน้าก็ต้องบากหน้าสู้ชีวิตต่อไป เพราะผมคืออิฐ อิฐก้อนเล็กที่แข็งแกร่งและมีหน้าที่พยุงค้ำจุนเสริมแรงให้ตึกอาการตั้งอยู่ได้!
พี่ซุนกวนผู้เข้มแข็งและอ่อนโอนต่อคุณชายขยะมลพิษ กากสุดๆ อินทรา ค่อยสรุปความเสียหายของตระกูลตงฟาง ก่อนพวกโจรทั้ง 40คน ก็เก็บเกี่ยวชีวิตทีมปกป้อง 52 คน าเ็ 54คน พร้อมสมุนไพรบางส่วน หลบหนีอย่างลอยนวล เมื่อทีมปกป้องเริ่มตั้งวงล้อมหน้าแน่นขึ้นพวกโจรไม่มีใครตายสักคน มีแต่เพียงได้รับาเ็ แล้วทั้ง2ที่าเ็หนักกับอินทราที่สลบก็ถูกส่งมาโรงหมอในเมือง
พอฟังถึงตรงนี้ อินทราชะงักไป“เดี๋ยวก่อน พี่ซุนกวน พวกโจรไม่มีใครตายเลยงั้นรึ? เป็ไปได้อย่างไร? ตอนที่พวกเรา3คนเข้าสู้กับผู้ที่ท่าทางเป็หัวหน้าพวกมันก็พอสู้ได้ ไม่ได้แพ้หมดรูปทันที แล้วพี่น้องพวกเราที่เข้าต่อกรพวกมันก็ไม่ได้เป็รองมากนัก ไฉนพวกมันจึงเก็บเกี่ยวชีวิตพี่น้องเราฝ่ายเดียวได้เล่า?”
ชุนกวนมองอินทราอย่างตั้งใจครู่นึงและถอนหายใจออกมา “ผ่านเหตุการณ์ร้ายครั้งนี้ คุณชายเติบโตขึ้นแล้วอย่างแท้จริงถ้าเ้าห้า เ้าเจ็ด กับเ้าสิบที่พลีชีพไปรับรู้ คงยินดีอยู่บน์”
อินทรานิ่งไป +เฮ้อท่านพ่อท่านแม่ได้ฝากคนรับใช้ไว้กับตน 10 คน ตอนนั้นตนอายุ12 แล้วก็มี 1.ซุนกวน อายุ202.ซุนจี อายุ20 3.ไคน่าน อายุ19 4.ไวเริน อายุ18 อีกหกคนไม่มีชื่อ อายุ 15-16เป็เด็กกำพร้าที่พ่อแม่ในชีวิตนี้รับมาจากผู้ลี้ภัยาก็เลยตั้งชื่อเรียกไปว่า เ้าหก ไปถึงเ้าสิบ ซึ่งเดิมทีนั้น พ่อแม่ของอินทรา้าให้เขาตั้งชื่อให้พวกเขาทั้งหกคน แต่เ้าสารเลวมันี้เีตั้งชื่อจึงได้ผลเป็เช่นนี้แล..
เมื่อปีที่แล้ว เ้าแปดและเ้าเก้าได้เข้าร่วมขบวนขนส่งสมุนไพรปรานของตระกูลไปยังชายแดน ระหว่างนั้นมีกองโจรกลุ่มใหญ่รอดักปล้นชิงสินค้าเ้าแปดและเ้าเก้าก็พลีชีพไปกับทีมปกป้องหลายคน .. ครั้งนั้นจะว่าเ้าบ้าอินทรามีส่วนร่วมปลิดชีพด้วยก็ได้เพราะทั้งที่ไม่ได้จะส่งผู้กำลังฝึกฝนเป็นักสู้ฝึกหัดไป ตัวมันกับสั่งให้พี่น้อง2คนนี้ไปบอกว่าเพื่อเก็บประสบการณ์ชีวิต
มาตอนนี้จากเหตุการณ์นั้น ผู้ติดตามจากท่านพ่อท่านแม่ก็เหลืออยู่5 คนแล้ว
ซุนกวนอธิบายต่อ “ขณะที่พวกเรากำลังต่อสู้กับพวกวายร้ายนั่น หลังจากที่คุณชายล้มลงไป พวกเรากำลังจะเข้าไปช่วยคุณชาย ก็เกิดฟ้าผ่าอย่างแรงลงบนต้นปู่ไทรปราณ จะพวกเราและพวกมันได้รับาเ็พอสมควร ตอนนั้นหน่วยผู้ปกป้องหน่วยอื่นๆ ก็มาถึงพอดี แล้วเข้ารุมล้อมพวกมันไว้ ..
พวกเราคิดว่าจะสามารถจับกุม หรือเข่นฆ่าพวกมันได้ทั้งหมด”
อินทราชะงักไปอีกครั้ง +อะไรนะ ฟ้าผ่าอย่างแรงลงบนต้นปู่ไทรปราณ!!
ซุนกวนกัดฟัน กล่าวต่อไป
“ตอนที่พวกเรากำลังจะจัดการเด็ดขาด พวกมันก็ะโขึ้นว่า “กินยากระตุ้นปราณ เร็ว!” หลังจากที่พวกมันแต่ละคนกินยา พลังของพวกมันก็เลื่อนระดับ เท่าที่ข้าสังเกตดู ตอนนั้นพวกมันส่วนมากน่าจะมีพลังในระดับ2 และส่วนนึงน่าจะอยู่ในระดับ3 และตัวหัวหน้าพวกมัน อาจจะ .. ระดับ4”
อินทราชะงักไปอีกครั้ง +อะไรนะ!! ยากระตุ้นปราณ ระดับ3 ระดับ4! .. บ้าไปแล้ว
ผู้ฝึกยุทธ์ หรือนักสู้ระดับ3 คือ มีพลังฝีมือสามารถรับมือทหารธรรมดาได้ 100 คน ส่วนระดับ 4 ก็คือ สามารถรับมือทหารธรรมดาได้ 1,000 คน ซึ่งถือเป็ยอดฝีมือระดับสูงสุดของ8แคว้นโซเซนี้ ..
ซุนกวนถอนหายใจออกมา
“ตอนนั้น ข้าคิดว่าข้าคงไม่รอดแน่แล้ว พวกนี้ไม่ใช่โจรแน่นอน! โจรที่ไหนจะมีปัญญาหาซื้อโอสถกระตุ้นปราณชั้นเลิศได้หลายสิบเม็ด หนำซ้ำแค่จอมยุทธ์ระดับ4 คนเดียว ก็สามารถสังหารหน่วยปกป้องเราทุกคนได้แล้ว”
“แต่ปรากฏว่า หลังจากพวกมันะเิพลังปราณเข่นฆ่าพี่น้องเราไปอีกหลายคน จู่ๆ พวกมันก็มีอาการกระตุกขึ้น คล้ายว่าาเ็รุนแรง .. ตอนนั้น ข้าเห็นตัวหัวหน้าพวกมันมองไปที่ต้นปู่ไทรที่ถูกฟ้าผ่าแทบจะหักโค่น ..
แล้วมันก็พึมพำ ข้าได้ยินแว่วๆ ว่า “ที่นี้ มีพลังผู้พิทักษ์!” จากนั้น สักครู่พวกมันก็ออกคำสั่งถอยกลับกันออกไป”
อินทรากำลังประมวลเหตุการณ์ และเื่ราวทั้งหมดที่ซุนกวนเล่า สังเกตน้ำเสียง แววตา ท่าทาง .. ทุกสิ่งที่กล่าวล้วนเป็ความจริง มาจากใจจริง ไม่มีความเท็จในเนื้อหาเลย ..
จากที่เขาเห็นพวกผู้บุกรุกที่ทำท่าทางดั่งโจร อาวุธ สัตว์อสุร โอสถ ทั้งลักษณะการสั่งการ เท่าที่ประมวลดู พวกนี้ต้องเป็กองทหารแน่ๆ และเป็กองทหารชั้นยอดเสียด้วย .. แล้วทำไมกองทหารชั้นยอดจึงมาโจมตีตระกูลตงฟางกันล่ะ? ..
ซุนจีกล่าวขึ้น หลังจากที่เงียบไปพักใหญ่
“คืนนั้น เป็การต่อสู้ที่ดุเดือด รุนแรงยิ่ง ข้าเห็นได้ชัดถึงเจตนาฆ่าฟันของพวกมัน พวกมันไม่ใช่เพียงปล้น มันยังตั้งใจจะกวาดล้างตระกูลตงฟางด้วย ..
หากไม่ได้ความช่วยเหลือจากท่านปู่ไทร พวกเราทั้งหมดก็อาจจะหามีชีวิตไม่แล้ว”
ซุนกวนกล่าวต่อ
“เป็ดังที่เ้าว่า! .. ข้าได้สอบถามสภาพทั่วไปของตระกูลเราที่ร้านค้าในเมือง หลายวันนี้ ทั้งท่านเ้าเมือง (เมืองเฟิงหัว) ทั้งฝ่ายทหาร ฝ่ายงานมือง ล้วนมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่จนวันนี้ ยังไม่เห็นความคืบหน้า .. ฝ่ายทหารก็กลับเข้าเมืองไปแล้ว ทั้งที่ควรจะอยู่เฝ้าระวังในพื้นที่ส่วนนี้ต่อไป ..
เฮ้อ ภาวะาในปีนี้่รุนแรง พาให้หลายสิ่งหลายอย่างบิดเบี้ยวแปรเปลี่ยนไปเสียสิ้น”
อินทรายังคงเดินไป คิดพิเคราะห์เหตุผลเื่ราวความเป็ไปได้ต่าง ๆ ประมวลความรู้จากทั้ง2ชีวิต จิตใจคน พิสัยา การต่อสู้ของทหาร ของขุนนาง ของพ่อค้า ของประชาชน ..
กองทหาร40คน มีความเป็ไปได้ทั้งทหารในแคว้นฉิ่งนี้ก็ได้ หรืออาจจะเป็จาก 7 แคว้นใกล้เคียง คือ โซ, เซ, เจียง, คลง, ม่าน, กลอง และแคว้นจริต หรืออาจจะเป็ทหารรับจ้างจากแคว้นอื่นๆ นอกจาก8แคว้นนี้ก็ได้ เพราะแคว้นโซและเซ เป็แคว้นใหญ่ที่สุดใน8แคว้น ผู้คนจึงเรียกว่า “8แคว้นโซเซ”
เพราะชีวิตนี้ของอินทรา นายอิฐผู้นี้สามารถจดจำเื่ราวได้ั้แ่มีอายุได้ไม่กี่เดือน แม้ความจำ่นั้นจะเลือนลางแต่ก็พอจะจดจำภาพที่เหมือนอยู่ในหมอกควันถึงบุรุษสตรีคู่นึงที่น่าจะเป็พ่อแม่แท้ๆของตนเอง แม้จะจดจำหน้าตาไม่ได้ก็พอจะจดจำเสียงของทั้งคู่ได้ ซึ่งนามสกุลของเขาจริงๆ คือ กฤษณะ .. อืม “อินทรากฤษณะ” เอาชื่อของเทพ2องค์ในศาสนาฮินดูมาตั้งเป็ชื่อกับสกุลนี่น่ะอยากรู้จริงว่าตระกูลเขาจริงๆเป็อย่างไร แน่นอนว่า จากประสบการณ์แล้วถ้าเขายังไม่เข้มแข็งพอ.. เขาก็จะเป็ “อินทรา สีไล” ต่อไป และอาจจะเป็ไปตลอดชีวิตท่านพ่อท่านแม่ของเขา ไครี (ชื่อพ่อ) และ รินนา (ชื่อแม่)คือผู้ที่เลี้ยงดูเขามาั้แ่ก่อนอายุครบ1ขวบตลอดเวลาที่ผ่านมา อินทราปัจจุบันจดจำความรักความเอาใจใส่ตลอด 11 ปีเต็มได้อย่างชัดเจน (แน่นอนว่าไอ้สันดานเสียอินทราคนเก่ามันไม่รู้ห่านอะไรเลย คิดแต่ว่าตนเองเป็คุณชายครอบครัวร่ำรวย เอาแต่ใจเด็กตับเดี่ยว ขนาดมีบางครั้งที่สบัดสดิงคล้ายจะตบตีท่านแม่ ท่านก็ยังไม่โกรธเคือง ยังดีที่เวรตะไลคนเก่านี้ ที่มันมีความคิดฆ่าพ่อแม่คิดฆ่าพี่เลี้ยง คิดฆ่าเด็กทารกที่น่ารักน่าชัง เพียงเพราะหนูน้อยร้องไห้กวนใจมันฯลฯ อืม.. โชคยังดี ที่ไอ้บ้านี่แค่คิด ยังไม่ลงมือทำอะไรบ้าๆ ไม่อย่างนั้นรอยมลทินความชั่วช้าเลวทรามคงไม่อาจลบจากตัวได้อีกแล้ว ...
ท่านพ่อท่านแม่เคยพาอินทราเดินทางติดต่อค้าขายไปด้วยหลายแคว้นั้แ่อายุได้ 4ขวบ ทั้งพ่อและพ่อคอยสอนสั่งความรู้ การค้า การสนทนา มารยาท ดนตรีพิชัยยุทธ์ ภาษาต่างทวีป ฯลฯ ซึ่งไอ้อินทราคนเก่ามันร่ำเรียนสรรพวิชาแทบจะเป็แบบเข้าหูช้าออกจากจมูกขวาเลยทีเดียว(คือฟังแล้วหายใจทิ้งไม่ได้ไหลผ่านสมอง) หนำซ้ำยังคอยโกรธเคืองพ่อแม่แทบทุกเื่ ที่ท่านพาเดินทางไปหลายที่ในทวีปก็เพื่อให้เป็ผู้กว้างขวางไอ้นี่กลับคิดว่า “ไอ้2ผัวเมียนี้ทำไมต้องพากรูเร่รอนพเนจรไปทั่วพวกมรึงอยากไปก็ไปเองซิ!” .. ท่านให้เรียนรู้สรรพวิชาเพื่อเติบใหญ่จะได้มีวิชาเลือกเส้นทางที่ตัวเองรักตัวเองถนัด สร้างชีวิตที่ดีต่อไป.. ไอ้นี่กลับคิดว่า“จะมาบอกเื่ไร้สาระพรรค์นี้ให้กรูจำทำไรวิชาขยะพวกนี้มันเป็เื่ของทาสรับใช้ต้องเรียนเพื่อมาทำงานให้กรูที่จะใช้ชีวิตนั่งกินนอนกินสบายๆต่างหากล่ะ!”
ที่ท่านพ่อท่านแม่สั่งสอนจริยธรรมความประพฤติที่ดีงาม ก็หวังให้เป็คนดี .. ไอ้นี่กลับคิดว่า “สอนเื่ขยะอีกแล้วเป็พ่อแม่กรูจะมาวุ่นวายมากอะไร หาเลี้ยงกรู เอาทรัพย์ของมีค่าให้กรูก็พอกรูอุตสาห์มาเป็ลูกพวกมรึงนี้ก็นับเป็บุญหัวเท่าไหร่แล้วไหนพวกมรึงบอกว่าโชคดีมีวาสนาที่ได้เลี้ยงดูกรูไง ก็เอาของดีๆมาประเคนให้กรูซิ...”
โอ้ . พระเ้าจอห์น มันช่างสารเลวอย่างมาก.. ไอ้เราก็กำลังนึกทบทวนเื่แคว้นต่าง ๆ ที่ท่านพ่อท่านแม่พาเดินทางไปเื่ความรู้รอบตัวต่างๆ ที่พวกท่านสั่งสอน .. เอิ่ม ไอ้ระบบซุปเปอร์ประมวลผลในหัวเรานี่ดันไปขุดพวกความคิด เอี้ยๆ ของไอ้อินทราคนเก่าขึ้นมาด้วย .. มีสมาธิไว้ มีสมาธิไว้ เื่เลวๆ เราไม่ยุ่ง เื่เรือ(ship)หายให้มันไปไกล อย่าไปคิดถึงมั้าน!...
“คุณชาย! คุณชายขอรับ!”เสียงะโของซุนกวนกับซุนจีดังมาจากไกลๆ
“หืม!”อินทราจับความตื่นตระหนกในน้ำเสียงได้ั้แ่พยางค์แรก รีบหันกลับไปมอง ..ก็เห็นทั้ง2คน กำลังวิ่งอยู่ไกลๆ ห่างไปสัก100เมตรเห็นจะได้
“อะไรกันเมื่อกี้ก็เดินคุยกันอยู่ข้างๆเรานี่?” พอเอ่ยคำพูดออกมา ก็ฉุกคิดได้ทันที +นี่เราใจลอยคิดวิเคราะห์เื่การต่อสู้คืนนั้น ท่านพ่อท่านแม่ แคว้นต่างๆและเื่ไอ้เวร .. จนเดินห่างจากพวกเขาขนาดนี้เชียว
“คุณ.. คุณชาย! ท่าน ท่านเดินเร็วมาก” เสียงกระหืดกระหอบของทั้งสอง เข้ามาใกล้สีหน้าพวกเขาบ่งบอกชัดเจนว่า ไม่น่าเชื่อ คุณชายเดินเร็วมากจริงๆขนาดพวกเขาพยายามวิ่งตามยังไม่ทัน หรือผลการฟื้นฟูของโรงหมอ จะทำให้วิชาท่าร่างของคุณชายรุดหน้ากัน?
อินทรารู้สึกอายที่เดินห่างมา คิดว่าทั้งที่คุยกันอยู่ก็เดินหนีมาเขารู้สึกว่าไม่ได้เดินเร็วเลย แต่นั่นแหละ เขาใจลอย ก็คงจะเร่งเดินโดยไม่รู้ตัว..ดูจากสีหน้าท่าทาง ก็รู้ได้โดยง่ายว่าทั้งคู่ยังคงาเ็อยู่จากคืนนั้นแม้ไม่สาหัสก็ยังไม่ควรหักโหมออกกำลัง
“ขออภัยพวกท่านจริงๆ ท่านพี่ ข้ากำลังคิดเื่การต่อสู้คืนนั้นของผู้บุกรุก.. พวกท่านกำลังพักฟื้นจากอาการาเ็ อย่าได้ใช้กำลัง่นี้เลยนะ”
แม้จะรู้สึกอายและเป็ห่วงทั้งคู่ แต่น้ำเสียง แววตาสีหน้า ที่แสดงออก .. ก็ยังแสดงถึงความเ็าอยู่ดี (เฮ้อ .. หน้าไอ้หมอนี่มันจะเข้าโหมดด๊ากไปไหนนะ.. เอาเภอะตอนนี้เราตื่นรู้ใน2ชีวิตแล้วจะไม่ให้ความบัดซบสารเลวบังเกิดในชีวิตไปต่อในภายหน้าอย่างแน่นอน ..ส่วนไอ้ที่ผ่านมาในอดีต .. ต่างๆ นานา ... เอิ่ม ค่อยๆหาทางแก้ไขเอาแล้วกัน TT
ูเาตระกูลตงฝาง อยู่ห่างจากเมืองเฟิงหัวไปทางทิศตะวันออกราว10กิโลเมตรหากพวกเขาทุกคนแข็งแรงดี เพียงจ็อกกิ้งความเร็วระดับนึง ก็จะมาถึงในไม่เกิน1ชั่วโมง โดยแทบไม่เหน็ดเหนื่อยเลยแต่อินทราพยายามเดินช้าลงพลางคุยกัน จึงใช้เวลาเกือบ3ชั่วโมง จึงมาถึงทางเข้าของตระกูล
(รวม9,530ตัวอักษร) ^_^