“แล้วคุณไม่ต้องไปทำงานเหรอ” เขาถาม
พิชญนรียิ้มแล้วเสยผมแก้เขิน “เพิ่งเลิกงานค่ะ กำลังจะกลับที่พัก”
“อ่อ...”
เพียงรับคำอย่างรับรู้แต่เหมือนไม่ได้สนใจอะไรในตัวเธอนักและไม่ถามอะไรเพิ่มเติมทำให้เธอไม่รู้จะชวนเขาคุยอะไร เขาก็ยังคงนั่งรอเป็เพื่อนเธอ เมื่อได้นั่งใกล้กัน เธอรู้สึกได้เลยว่าเขาเป็คนตัวสูงรูปร่างหนาขนาดว่าเธอตัวสูงถึง 167 ซม.แล้วนะพออยู่ใกล้เขาเหมือนเธอจะตัวเล็กไปเลยทีเดียว แต่เมื่อสังเกตอย่างละเอียดเธอก็แอบกังวลใจว่าเขาจะเสียเวลากับครอบครัวหมาข้างถนนสามชีวิตนี้
“คุณอยากดื่มกาแฟไหมคะ มีร้านกาแฟสดอยู่ใกล้ๆ ค่ะ”
“คุณอยากดื่มเหรอ”
“เอ่อ...ค่ะ” ไม่หรอกเธอจะอยากกินกาแฟตอนนี้ทำไมนี่มันเวลาที่เธอจะต้องหัวถึงหมอนแล้วหลับเป็ตายไปแล้ว
“ก็ได้ เดี๋ยวผมไปซื้อให้”
ร่างสูงลุกขึ้นยืน หญิงสาวรีบลุกตามแล้วดึงชายเสื้อของเขาไว้ก่อนที่เขาจะเดินออกไป เขาเพียงเอี้ยวตัวมองมือเรียวที่จับชายเสื้อของเขา เธอทำตาปริบๆก่อนจะปล่อยมือออกอย่างรวดเร็วราวกับโดนของร้อนเข้าไป
“ฉันหมายถึง ฉันจะไปซื้อให้คุณเองคะ ไม่ใช่ให้คุณไปซื้อให้ฉัน”
“ปรินทร”
“คะ?”
เขาถอนหายใจหนัก “ผมชื่อปรินทร “
“อ้อ...ค่ะ คุณปรินทร ฉันพิชญนรีค่ะ เรียกพั้นซ์ก็ได้”
เธอเพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้แนะนำกับเขา
ไม่เห็นสีหน้าแปลกประใจอะไร ชายหนุ่มก็กระตุกยิ้มที่มุมปากผู้หญิงคนนี้ไม่ได้สวยเลิศเลอ แต่โครงหน้าสวย ดวงตากลมโตเป็ประกาย คิ้วเรียว และริมฝีปากที่อิ่มอย่างเป็ธรรมชาติ ดูเหมือนเธอถูกสร้างมาอย่างพอดีทำให้เธอดูน่ารักน่ามองได้เบื่อ
เขาเริ่มพอใจสินค้าตัวนี้เข้าให้แล้ว
เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น ชายหนุ่มหยิบมันออกจากกระเป๋าแล้วเดินเลี่ยงไปทางอื่น พิชญ์นรีกลับรู้สึกโล่งอกที่เขาเดินห่างออกไปเพราะอยู่ใกล้กันเกินไปหรืออย่างไรหรือเพราะท่าทางเขาที่ไม่อาจเดาได้ว่าคิดอะไรอยู่กันแน่ทำให้เธอรู้สึกหวาดๆในตัวเขา เขาเดินออกไปคุยโทรศัพท์นอกโรงพยาบาล แต่เธอก็ยังมองเขาผ่านกระจกบานใส ราวๆ ห้านาทีต่อมาเขาก็หันมาทางเธอเหมือนกับรู้ว่ามีใครสักคนมองอยู่ หญิงสาวเก็บอาการใแล้วแสร้งก้มหน้ามองลูกหมาที่เดินไปมาในบริเวณนั้น
“สินค้าน่าสนใจ แต่ยังไงก็ต้องตรวจสอบคุณภาพก่อนให้คนสืบประวัติมาให้ด้วย”
“ครับเสี่ย”
ปรินทรปิดโทรศัพท์แล้วมองหญิงสาวที่นั่งเล่นกับลูกหมา เขาหรี่ตามองเธอมีความคิดมากมายและสับสนเกินไป เธอเป็แฟนของนิพัฒน์จริงรึ? แน่นอนว่าเขาเคยเจอผู้หญิงสาวกว่าพิชญนรีมาเยอะ และหลายครั้งที่เคยเห็นผู้ชายขายเมียตัวเองใช้แทนหนี้ในบ่อนหรือแม้กระทั่งตัวผู้หญิงเองที่ยอมขายตัวเองเพื่อมีเงินไปแก้มือ
ตลอดชีวิตที่เป็ลูกพ่อกำนันทรงชัยนั้น เขาเจอคนมากมายนัก มาดีมาร้าย เขาล้วน “ดูออก”ทั้งสิ้น
ผิดกับครั้งนี้ที่เขาลังเลที่จะฟันธงว่าผู้หญิงคนนี้เป็แบบไหน? แต่ที่แน่ๆเธอดึงดูดความสนใจของเขามากเหลือเกิน
ประตูกระจกเปิดออกแล้วร่างสูงก็เดินกลับเข้ามาอีกครั้ง เขาหยุดยืนมองดูหญิงสาวแล้วหยิบนามบัตรของตัวเองเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์และพูดคุยกับเ้าหน้าที่
“ผมจะวางเงินมัดจำไว้ก่อนที่เหลือถ้าไม่พออย่างไรให้ติดต่อตามนี้นะครับ” เขาพูดแล้วส่งนามบัตรให้
“ผมมีธุระด่วนเข้ามากระทันหัน ส่วนแม่หมากับลูกหมาพวกนี้ ผมจะให้คนมารับ” เขาดูเวลาแล้วพูดต่อ“ตอนนี้เขาออกมาแล้ว ไม่กี่นาทีคงมาถึง”
“ค่ะ ขอบคุณคุณปรินทรมากค่ะ ถ้าไม่ได้คุณช่วยพั้นซ์ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเหมือนกัน”
ชายหนุ่มเพียงแค่พยักหน้ารับรู้ แล้วเดินออกไปอย่างง่ายดายเหมือนไม่ได้สนใจอยากคุยอะไรกับเธอนักพิชญ์นรีได้แต่ยิ้มและมองตามร่างสูงออกไป เธอเองก็ทำงานด้านต้อนรับ เจอผู้คนมากมายหลายประเภท แต่กับเขาก็ยากจะคาดเดาได้ว่าอะไรอยู่
ไม่นานอย่างที่ชายหนุ่มพูดไว้จริงๆ ชายวัยกลางคนในชุดรปภ.สีฟ้าเข้มก็เดินเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยรอยยิ้ม
“ไม่ทราบว่าหมาตัวไหนที่คุณปรินทรให้ผมมารับครับ”
“อ้อ!!สองตัวนี้และอีกตัวที่หมอกำลังรักษาค่ะ”
“ครับๆ” ชายคนนั้นยิ้มแล้วเดินไปหยิบตะกร้ามาราวกับเตรียมพร้อมมาแล้ว “มานี้ๆไปอยู่บ้านใหม่ด้วยกัน”
“คุณน้าจะเอาไปอยู่ที่ไหนเหรอคะ” พิชญนรีอดถามไม่ได้
“ที่บ้านน้าเอง คุณปรินทรชอบไปเก็บหมามาให้น้าเลี้ยงอยู่เรื่อย” เขาพูดยิ้มๆ
“ตอนนี้มีกี่ตัวแล้วละคะ”
“ไม่เยอะหรอกครับ ก็สิบกว่าตัว ส่วนใหญ่มีแต่พวกหมาเจ็บไม่มีใครอยากเอาไปเลี้ยง แต่เ้าพวกนี้คงเขากับเพื่อนใหม่ได้ไม่ยาก”
“บ้านน้าอยู่แถวไหนคะ หนูขอไปส่งเ้าสามตัวนี่ได้ไหม เผื่อวันไหนว่างๆหนูแวะไปดูเ้าตัวเล็กพวกนี้บ้าง หนูก็อยากเลี้ยงค่ะแต่อยู่คอนโดไม่สะดวกจะเลี้ยง”
“ได้ครับคุณหนู เ้านายให้ผมเอารถมาใช้เดี๋ยวยังไงไปพร้อมกันก็ได้ครับ”
“ค่ะ ขอบคุณน้ามากๆนะคะ”
“โอ๊ย! ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ ขอบคุณเ้านายผมเถอะเช่าบ้านให้ผมอยู่กับลูกเมียแถมยังให้เงินค่าจ้างเลี้ยงหมาพวกนี้อีก”
“ดีจัง”
มีคนแบบนี้ด้วยเหรอ? พิชญ์นรีอดแปลกใจกับผู้ชายที่เพิ่งพบหน้ากันครั้งแรกไม่ได้ เขาดูเป็คนดีจริงๆด้วยหญิงสาวยิ้มอย่างอารมณ์ดี และเป็จังหวะที่คุณหมอออกมาพร้อมรายงานการรักษาหมาแม่ลูกอ่อนแล้ว
“เรียบร้อยแล้วนะคะ ต้องยังพันผ้าไว้ไม่ให้เขาเคลื่อนไหวมากเกินไปและหมอนัดมาดูอาการอีกหนึ่งสัปดาห์ มียาแก้ปวดกับยาแก้อักเสบด้วยกินให้หมดครบตามที่หมอสั่งนะคะ"
"ขอบคุณค่ะคุณหมอ" หญิงสาวยกมือไหว้ และเดินไปที่เคาน์เตอร์อ้าปากจะถามเื่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดแต่เ้าหน้าที่ยิ้มหวานและให้คำตอบที่เธอยิ่งประหลาดใจ
“คุณปรินทรจ่ายให้หมดแล้วค่ะ”
“เอ๋?”
“ปกติคุณปรินทร์ส่งหมาจรมารับการรักษาที่โรงพยาบาลของเราเป็ประจำอยู่แล้วค่ะ”
“ค่ะ”
เธอได้แต่ยิ้มอย่างงุนงงแล้วช่วยคุณน้ารปภ. อุ้มหมาขึ้นรถเก๋งญี่ปุ่นซึ่ง...เชื่อว่าไม่ใช่รถขอคุณน้าแน่ๆ มีคนแบบนี้จริงๆ ด้วย? แล้วคำตอบก็อยู่เบื้องหน้าบ้านสองชั้นดูเก่าแต่สภาพยังดีอยู่บริเวณบ้านมีโรงรถแต่ถูกดัดแปลงให้เป็ที่อยู่ของหมาาเ็ หมาพิการ เธอพาเ้าลูกหมาลงจากรถแล้วเดินไปดูหมาตัวอื่น
“ครับ อ้อ ผมชื่อสมชายนะครับเรียกน้าชายก็ได้”
“ค่ะ น้าชาย คราวหน้าพั้นซ์ขอมาเยี่ยมอีกนะคะ” เธอย้ำเขาอีกครั้ง
“คุณปรินทรนี่ใจดีจริงๆเลยนะคะ”
“ครับ”
สมชายไม่ได้พูดหรอกว่าเ้านายของเขาจะใจดีเฉพาะกับสัตว์สี่เท้าอย่างเ้าพวกนี้เท่านั้น กับคนนะเหรอโหดเสียจนไม่มีคำบรรยายเลยทีเดียว ที่เขามีที่ซุกหัวนอนก็เพราะคุณปรินทรช่วยไว้แท้ๆ
แต่ที่น่าแปลกใจคือผู้หญิงคนนี้ดูจะไม่ค่อยสนใจเ้านายของเขานัก หรือว่ารู้อยู่แล้วและทำเป็ไม่พูดถึงก็ไม่รู้ เดี๋ยวนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ อย่าเพิ่งเชื่ออะไรที่ตาเห็นจะดีที่สุด
............