หย่าหยาซึ่งเป็หนึ่งในนักฆ่าของขุนนางฝ่ายเหลือง แต่นางเป็เพื่อนเก่าของฉานชิงตอนนี้นางเห็นเพื่อนผู้ที่เคยช่วยชีวิตตนมีภัยมาถึงตัวอีกทั้งนางสำนึกในบาปที่ตนกระทำที่ได้ทำงานให้กับขุนนางฝ่ายเหลืองที่ชุบเลี้ยงตนทำให้ได้ฆ่าคนไปมากมาย
หย่าหยาเห็นว่าขุนนางฝ่ายเหลืองมักใหญ่ใฝ่สูงยอมทำทุกอย่างเพื่อทำให้ตนเป็ใหญ่โดยไม่นึกถึงชีวิตใครเลยหย่าหยาจึงยอมทรยศผู้ชุบเลี้ยงขโมยหลักฐานที่ใส่ความท่านเสนาฯและบอกแผนการก่อฏของขุนนางฝ่ายเหลืองว่ามีแผนจะชิงบัลลังก์โดยลอบเข้าไปในที่ประทับของฝ่าา
หย่าหยามีวรยุทธ์สูงสามารถหลบเข้าไปโดยรอดพ้นสายตาองค์รักษ์รักษาพระองค์ในตอนนั้นฝ่าาทรงกลุ้มพระทัยเป็อย่างมาก เพราะไม่สามารถช่วยเพื่อนรักได้แต่แล้วก็เงยขึ้นมาเห็นหย่าหยา “เ้าเป็ใคร้าอะไร จะมาฆ่าข้างั้นหรือ”
“หม่อมฉันชื่อหย่าหยา เป็นักฆ่า ความจริงท่านเสนาฯและอ้ายกว่าไม่ได้ก่อการฏนี่เป็หลักฐานทั้งหมดที่สามารถช่วยพวกเขาทั้งสองได้เพคะ” หย่าหยายอมเปิดเผยใบหน้าคุกเข่าต่อหน้าฝ่าาพร้อมแนะนำตัวและเล่าความจริงทั้งหมด มอบหลักฐานต่างๆให้ฝ่าา
ฝ่าาทรงดีพระทัยเป็อย่างมาก และเห็นหย่าหยามีความดีความชอบแม้นางเป็นักฆ่า
เมื่อเสร็จสิ้นหย่าหยากำลังจะหนีออกไปเพราะมีแผนว่าจะไปรับโทษตายกับผู้ชุบเลี้ยงหลังทำลายแผนการผู้ชุบเลี้ยงแล้ว
แต่แล้วฝ่าาก็สั่งห้ามไว้โดยให้เหตุผลว่า “ข้ารู้ดีว่านั่นทำให้เ้าคิดว่ามันเป็การเนรคุณต่อผู้ชุบเลี้ยงจึงจะไปรับโทษตายแต่ทำไมเ้าไม่คิดว่านั่นจะทำให้ผู้ชุบเลี้ยงเ้าได้มองเห็นกรรมตามสนอง มีโอกาสได้สำนึกในความผิดบาปของตนอย่างเ้าบ้างและความตายของเ้านั้นไม่อาจชดใช้ในบาปที่เคยกระทำได้เ้าจงมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อชดใช้บาปของเ้าเถิด”
ฝ่าาสั่งให้หย่าหยาหลบไปอยู่ด้านหลังและมีรับสั่งให้พระสนมหลินยี่เข้าเฝ้า
ฝ่าาทรงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้หลินยี่ฟัง และมีรับสั่งให้ปลอมตัวหย่าหยาเป็นางกำนัลประจำตัวพระสนมหลินยี่หลังจากแปลงโฉมหย่าหยาแล้ว จึงพาตัวหย่าหยาไปอยู่ที่ตำหนักพระสนม
หลังจากนั้นพระสนมก็กลับมาที่ประทับของฝ่าาเพื่อให้คำปรึกษาถึงการช่วยชีวิตท่านเสนาฯและอ้ายกว่า
ฝ่าาทรงตรองดูแล้วว่า ถ้าใช้หลักฐานมาหักล้างความผิดทั้งสองก็จะไม่สามารถรับรู้ว่าใครเป็ตัวการหลักที่ก่อการฏจึงมีแผนการสับเปลี่ยนตัวโดยหาทหารที่จงรักภักดีต่อท่านเสนาฯและสมัครใจยอมตายแทนท่านเสนาฯและอ้ายกว่า
พระสนมหลินยี่แม้จะไม่เห็นด้วยที่ต้องทำให้สูญเสียชีวิตทหารทั้งสองคนแต่มันเป็ทางเดียวที่จะทำให้ศัตรูก่อฏไม่สำเร็จ และป้องกันไม่ให้เกิดากลางเมืองที่จะยิ่งทำให้เกิดการทำลายชีวิตผู้คนจำนวนมากมาย
พระสนมหลินยี่ทรงตัดสินพระทัยยอมแปลงโฉมทหารสองคนให้เหมือนกับท่านเสนาฯและอ้ายกว่าแล้วให้แต่งกายเป็ทหารองค์รักษ์ จากนั้นก็ให้เดินทางไปพร้อมกันกับองครักษ์ประจำพระองค์อีกสองคน
ฝ่าาทรงมีรับสั่งให้พระสนมหลินยี่ปลอมตนเป็กงกงเพื่ออ่านราชโองการพระนางจึงเสด็จไปที่คุกหลวงด้วย
เมื่อมาถึงในคุกหลินยี่ดัดเสียงเป็กงกง อ้างว่าฝ่าามีพระราชโองการลับสั่งให้ทหารทุกคนออกไปอยู่นอกคุก ห้ามไม่ให้ใครเข้ามาถ้าไม่มีคำสั่งโดยมีทหารองค์รักษ์ที่มาด้วย 2 คนนั้นคอยเฝ้าอยู่ด้านนอก
ส่วนคนที่ปลอมตัวในชุดทหารองครักษ์ก็เดินเข้ามาด้วย กงกงตัวปลอมรีบเข้าไปคุยกับท่านเสนาฯเล่าเหตุการณ์คร่าวๆให้ฟังจากนั้นรีบดำเนินการแปลงโฉมท่านเสนาฯและอ้ายกว่าให้เป็ทหารองครักษ์และดำเนินการสับเปลี่ยนตัวทันที
ขณะเดียวกันมีสายลับรายงานขุนนางฝ่ายเหลืองว่าจะฝ่าาทรงมีราชโองการแต่ยังไม่รู้ว่าคืออะไรจึงส่งขุนนางผู้ดูแลคดีนี้มาที่คุกเพื่อดูเหตุการณ์ว่าฝ่าาจะสั่งอภัยโทษให้ท่านเสนาฯหรือไม่
กงกงตัวปลอมเดินออกมาพร้อมกับทั้งสองคนที่ปลอมเป็องค์รักษ์เรียบร้อยแล้ว
ขุนนางผู้ดูแลคดีแสร้งมาต้อนรับแต่จริงๆ้าสังเกตเหตุการณ์ขุนนางคนนั้นดูหน้าตาทหารองครักษ์ที่ติดตามออกมาโดยละเอียด พบว่าไม่ใช่ท่านเสนาฯและอ้ายกว่าแน่นอนจึงรู้สึกโล่งใจหลินยี่เห็นเช่นนั้นจึงดัดเสียงเป็กงกงและบอกความประสงค์ของฝ่าาว่ามาเพื่อสั่งล่ำลาท่านเสนาฯและให้คำรับรองท่านเสนาฯว่าจะดูแลฮูหยินของเขาเป็อย่างดี
ขุนนางคนนั้นได้ฟังก็รู้สึกสบายใจขึ้น แต่ก็ยังไม่ไว้ใจ เขารีบเดินเข้าไปสำรวจภายในคุกก็รู้สึกใจชื้นขึ้นที่ยังคงเห็นท่านเสนาฯและอ้ายกว่าตัวปลอมนั่งขัดสมาธิอยู่ภายในคุก
ขุนนางคนนั้นเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว จึงยอมให้กงกงและองครักษ์กลับไปได้เมื่อเสร็จสิ้นขุนนางคนนั้นรีบไปรายงานให้กับขุนนางเบื้องบนที่อยู่ฝ่ายเหลืองทราบถึงพระประสงค์ของฝ่าาในครั้งนี้