รอยที่เดินออกมาได้สักพักแล้วก็รู้สึกแปลก ๆเหมือนกับว่ามีใครคอยจ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลาเลย แต่ไม่ว่าจะหันไปมองที่ไหนก็ไม่พบอะไรที่ดูผิดปกติ
“เห้อ! นี่เราคงเพี้ยนไปแล้วแน่ ๆรู้สึกแปลกแบบนี้มาั้แ่ออกจากบ้านแล้วนะ” รอยที่ยังคงระแวงอยู่แต่ก็ได้ยินเสียงของคนะโด่ากันดังขึ้นมาขัดจังหวะ
หืม..! รอยได้ยินเสียงเอะอะโวยวายอยู่ไม่ไกลเลยเดินเข้าไปดู
รอยมองไปที่กลุ่มวัยรุ่นชายตรงหน้าที่กำลังจะมีเื่กัน หนึ่งในคนกลุ่มนั้นทำให้แขนทั้งสองของเขากลายเป็เปลวเพลิงสีแดงเพื่อข่มขู่ ชายที่อยู่ตรงหน้าเองก็ไม่น้อยหน้าเขาเปลี่ยนร่างกายของเขาให้กลายเป็หินทั้งตัวตั้งท่าพร้อมโจมตี แต่พวกเขาดูเหมือนว่าจะเพียงแค่ข่มกันเท่านั้นไม่ได้คิดที่จะต่อสู้กันเลย
ผู้คนในโลกนี้ใช้ชีวิตกันตามปกติถึงแม้ว่าหนึ่งในหลายคนจะเป็ผู้มีพลังพิเศษ รอยก็ไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่าใครมีพลังพิเศษบ้างหรือใครที่ไม่มีพลัง แต่ก็มีคนบางประเภทละนะที่แสดงออกมาให้เห็นอย่างโจ้งแจ้งอย่างที่เห็นนี้
รอยสนใจอยู่เพียงชั่วครู่เท่านั้นเพราะคิดว่าจะได้เห็นอะไรสนุก ๆอย่างคนมีพลังพิเศษต่อสู้กัน แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้แต่เดินเซ็ง ๆออกไปตรงซอยเล็กที่อยู่หัวมุมข้างหน้าไม่ไกลนัก ซึ่งดูเหมือนจะเป็ทางลัดที่จะไปถึงร้านอาหารที่เขาจะไป แต่รอยก็ต้องเจอกับเื่แปลก ๆเข้าอีกครั้งเพราะมันดันมีคนมานอนเจ็บสลบอยู่ในซอยที่รอยจะเดินเข้าไปพอดี
อั๊ก!
ดูเหมือนว่าคนที่นอนอยู่จะกระอักเืออกมา รอยจึงรีบเดินเข้าไปหาทันทีเพราะคิดว่าชายตรงหน้ายังไม่ตายอาจจะยังสามารถช่วยชีวิตไว้ได้ทัน
“คุณ ๆเป็อะไรมากรึเปล่า?” รอยที่เข้ามาดูใกล้ ๆด้วยความเป็ห่วง แล้วก็พบว่าคนที่นอนอยู่เป็ผู้ชายดูมีอายุราว 30 ปีร่างกายสูงใหญ่มีาแรอยฟันมากมายตามเนื้อตามตัว เสื้อผ้าบางส่วนถูกฟันจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ยังดีที่าแหลายแห่งไม่ลึกมากนัก แต่ถ้าปล่อยเอาไว้นานกว่าก็อาจจะเป็อันตรายถึงชีวิตได้เพราะดูจากเืที่ไหลออกมาเต็มพื้นไปหมดแบบนี้
รอยจึงได้รีบพยุงร่างของผู้ชายตรงหน้าขึ้นมาทันทีเพื่อที่จะพาออกไปจากซอยเล็ก ๆนี้ให้คนอื่นมาช่วยเหลืออีกแรงเพราะดูท่าแล้วคงจะแบกผู้ชายคนนี้คนเดียวไม่ไหวเป็แน่ แต่ทันใดนั้นเองอยู่ ๆผู้ชายที่เขาพยุงอยู่ก็เกิดอาการกระตุก เืจากาแมากมายกระจายตัวออกมาปกคลุมรอบ ๆตัวรอยเหมือนกับเส้นรังไหมเพื่อทำให้รอยไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้หรือแม้แต่เสียงเองก็ยังไม่ทันได้เปล่งออกมาสักนิดก็ถูกเืที่ไหลนองพื้นคลุมไปทั้งตัวแล้ว
รอยที่ตื่นตระหนกไม่คิดว่าเขาจะโดนหลอกจากคนแปลกหน้าแบบนี้ ก็รีบพยายามกระแทกตัวออกไปแต่ดูเหมือนมันจะไร้ผล รังไหมที่ทำจากเืของชายคนนั้นมันมีความแข็งไม่ต่างจากเหล็กเลย ยิ่งรอยกระแทกไปมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างความเ็ปให้กับมือของเขามากขึ้นเท่านั้น
“บ้าเอ้ย! ปล่อยนะเว้ยย! ฉันไปทำอะไรให้พวกแกวะถึงมาทำกันแบบนี้” รอยที่ทุบตีะโจากภายในแต่ก็เหมือนจะไร้เสียงตอบรับจากคนภายนอก
จากนั้นอีก 4 คนที่เหลือก็ะโลงมากางอุปกรณ์บางอย่างไว้รอบ ๆรังไหมสีเืที่ปกคลุมตัวรอยอยู่
“รีบจัดการเถอะ” ตัวอุปกรณ์สร้างห้วงมิติรูปแบบกระจกทรงวงรีขนาดเท่าตัวคนปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า ชายที่แกล้งาเ็พาตัวรอยเข้าไปในกระจก ทั้งคู่หายตัวไปอย่างน่าพิศวง
“หยุดนะ! พวกแกทำอะไรหน่ะ” อยู่ ๆก็มีชายสวมชุดสูทพร้อมแว่นกันแดดะโเข้ามาเตะหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องสงสัยทั้ง 5 คนจนกระเด็นลอยไปชนเข้ากับกำแพงอย่างจังจนสลบนอนแน่นิ่งไปกับพื้น แต่ดูเหมือนการที่ชายคนนั้นเข้ามาช่วยจะช้าไปหนึ่งก้าว เพราะอุปกรณ์เคลื่อนย้ายร่างของรอยได้ถูกปิดการใช้งานไปแล้ว การที่ตามเข้าไปช่วยก็คงไม่ทันการ ทันทีที่รอยถูกส่งตัวเข้าไปจากนั้นทั้ง 3 คนที่เหลือก็หยิบอุปกรณ์ขึ้นมากันคนละชิ้นสองชิ้นอย่างเร่งรีบ พวกเขาทั้ง 3 คนไม่คิดที่จะอยู่สู้ต่อเลยถึงแม้ว่าพรรคพวกของพวกเขาจะถูกจัดการไปหนึ่งคนแล้วก็ตาม ในความคิดของพวกเขาคือทำภารกิจลุล่วงแล้วและนี่คือคนที่คุ้มครองเ้าเด็กนั่นเป็แน่ ถ้ายิ่งอยู่นานก็ยิ่งหมดโอกาสในการหนีรอด เพราะคนที่คุ้มครองเ้าเด็กนี่เป็กลุ่มผู้มีพลังพิเศษระดับสูงของรัฐบาลที่ถูกฝึกมาเป็อย่างดี
หนึ่งในกลุ่มที่ลักพาตัวรอยปาะเิสร้างม่านควันพิษสีม่วงกระจายออกไปรอบ ๆพื้นที่อย่างรวดเร็ว ในวินาทีนั้นทั้งกลุ่มคนที่เหลือก็รีบวิ่งไปกันคนละทิศคนละทางทันที ควันพิษสร้างผลกระทบให้กับชายผู้ที่มาช่วยเหลือรอยมิใช่น้อย เพราะการมองเห็นหรือประสาทััของเขาถูกรบกวนจากผลกระทบของพิษทำให้ตัวชาและไม่สามารถขยับร่างกายได้อย่างที่เขา้า เขาเองก็พยายามที่จะวิ่งตามไปแล้วแต่ด้วยร่างการที่ใช้การไม่ได้อย่างใจนึกจึงทำให้ล้มลงไปคุกเข่าลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง
“บ้าเอ้ย! พวกแกหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ” เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นไวมากจนแม้แต่กลุ่มที่ปกป้องรอยยังไม่อาจที่จะเข้ามาช่วยได้ทัน
พวกเขาคือกลุ่มผู้มีพลังพิเศษกองกำลังป้องกันตนเองของรัฐบาลที่เฝ้าดูรอยอยู่ห่าง ๆ เพราะเนื่องด้วยหน้าที่การงานของพ่อแม่รอยที่เป็บุคคลระดับสูงของรัฐบาลในประเทศ ซึ่งอยู่มาวันหนึ่งทั้งคู่เกิดหายตัวไปอย่างเป็ปริศนา เหลือไว้แต่เพียงเด็กหนุ่มให้อยู่ภายในบ้านคนเดียวเท่านั้น ทางรัฐบาลก็เกิดสงสัยว่าการที่บุคคลระดับสูงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยโดยที่ไม่ได้ติดต่อกับทางสมาคมหรือแม้แต่ครอบครัวนี่มันจะต้องเกิดเื่ไม่ดีขึ้นเป็แน่ จึงได้ส่งหน่วยเฝ้าระวังมาคอยดูเอาไว้ห่าง ๆเผื่อว่าทั้งคู่จะกลับมา แต่ใครจะคิดล่ะว่าตอนนี้ลูกของเขาดันมาถูกลักพาตัวไปอีก เื่แบบนี้จะต้องมีลับลมคมในอะไรบางอย่างเป็แน่
หลังจากม่านควันพิษสลายหายไปก็มีกลุ่มคนสวมชุดสูทอีกกลุ่มะโตามกันเข้ามาติด ๆ
ชายวัยกลางคนร่างกายกำยำหน้าตาดูคมเข้มที่บนหัวเริ่มจะมีผมหงอกขึ้นมาประปรายไม่เข้ากับอายุที่ดูจะปาเข้าไป 50 ปีแล้ว เดินเข้ามาถามหลังจากที่เห็นสภาพของชายตรงหน้าที่ดูไม่สู้ดีนัก
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมแกมานอนกองอยู่กับพื้นแบบนี้ล่ะ แล้วเป้าหมายที่เราต้องเฝ้าดูละอยู่ที่ไหนแล้ว?”
“มีคนลักพาตัวเ้าหนูนั่นไปแล้วครับหัวหน้า” ชายที่ถูกโจมตีด้วยควันพิษตอบกลับไปอย่างยากลำบาก
“แต่ผมจัดการพวกมันไปได้หนึ่งคนน่าจะยังไม่ตาย หัวหน้ารีบไปจับเ้านั่นเถอะผมไม่เป็อะไรมาก แค่นอนพักแบบนี้อีกสักพักก็คงจะดีขึ้น” กลุ่มคนที่เหลือหันไปมองชายชุดคลุมหน้าที่นอนสลบอยู่ริมกำแพงแล้วรีบเข้าไปจับล็อคเอาไว้อย่างแ่าเพราะชายคนนี้คือผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่พวกเขาจะต้องสอบสวนให้ได้ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม ว่าทำไมพวกมันถึงมาลักพาตัวครอบครัวของบุคคลระดับสูงของรัฐบาลแบบนี้
“ส่วนพวกเ้าที่เหลือตามข้ามาเพราะร่องรอยของพวกมันยังคงหลงเหลือเอาไว้อยู่ ถึงพวกมันจะแยกกันหนีไปแล้วก็เถอะ”
ชายวันกลางคนที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้ากลุ่มชายสวมชุดสูทเหล่านี้ หยิบกล่องบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วเปิดมันออก ปรากกฏกลุ่มสุนัขหลายสายพันธุ์ออกมาเป็ร่างของควันสีดำ พวกสุนัขดมกลิ่นรอบ ๆบริเวณจนทั่วพวกมันเห่าแล้วแบ่งกลุ่มกันเป็ 3 กลุ่ม
“รีบตามควันสุนัขไป แล้วอย่าลืมเปิดเครื่องติดตามไปด้วยล่ะ พวกมันอาจจะดักซุ่มโจมตีได้ถ้ารู้ว่ามีคนติดตามพวกมันไป”
“รับทราบครับหัวหน้า” ทุกคนตอบรับและกระจายตัววิ่งตามควันสุนัขไป
“"เดี๋ยวฉันจะตามเ้าเด็กนั่นไปเอง ส่วนแกไม่ต้องไปหรอกนอนพักฟื้นอยู่ที่นี่แหละ พิษนี่ดูท่าจะพิเศษน่าดูขนาดแกที่มีภูมิต้านทานขนาดนั้นยังออกอาการได้ขนาดนี้ อย่าฝืนตัวเองเลยเดี๋ยวฉันจะเรียกหน่อยแพทย์มาให้”
“ครับหัวหน้า” ชายที่โดนควันพิษเข้าไปกำลังฝืนลุกขึ้นมาแต่พอได้ยินแบบนั้นแล้วก็รีบนอนหลับตาลงพักฟื้นตัวทันที เพราะตัวเขาเองก็รู้ดีว่าฝืนไปก็ไม่มีอะไรจะดีขึ้นมา
“ยังดีที่เก็บกลิ่นของเ้าหนูนั่นไว้กับตัว” ปรากฏม่านควันก่อร่างสร้างตัวเป็สุนัขตัวใหญ่ลอยออกมาจากควันบุหรี่ที่เขาสูบ ทันทีที่เขาพูดจบก็ะโหายจากไปอย่างไร้ร่องรอย
รอยที่ถูกจับตัวมาก็พยายามดิ้นทุรนทุรายอย่างเอาเป็เอาตายแต่ก็ดูเหมือนสิ่งที่ทำไปมันจะไร้ผล รอยไม่สามารถพังรังไหมสีเืที่แสนจะน่ารังเกียจนี้ได้เลยไม่ว่าจะชก เตะ ถีบ มันแทบจะไม่ะเืเลย
“บ้าเอ้ย! ใครมันจับเรามากันวะ? เ้านั่นมันไปสร้างศัตรูไว้ด้วยรึไง แต่ก็ไม่แน่นี่อาจจะเป็แค่การลักพาตัวธรรมดาที่เราดันซวยไปติดกับเ้าพวกนี้เองก็ได้” รอยที่ยังคิดไม่ตกก็นึกถึงภูติของโลกแห่งฝันร้ายขึ้นมา ก็เลยรีบถามออกไปลอย ๆเพราะไม่รู้ว่าเ้าภูตินั่นจะตอบกลับมาหรือไม่ ตัวเขาเองตอนนี้ไม่มีกำลังพอที่จะหนีออกไปจากที่นี่ได้เลย
“นี่เ้าภูติมีอะไรพอจะช่วยกันได้บ้างรึเปล่า?” รอยถามออกไปอย่างกังวลเพราะไม่รู้ว่าเ้าภูติของโลกแห่งฝันร้ายจะช่วยเขาได้หรือไม่
“ไม่ได้!! ถึงแม้ว่าเราจะสามารถช่วยผู้ทดสอบได้ก็ตาม แต่เราเองก็มีข้อห้ามไม่ให้ใช้พลังยุ่งเกี่ยวหรือช่วยเหลือกับผู้ทดสอบในโลกแห่งความเป็จริงได้” เป็เสียงตอบรับของภูติที่ดูจริงจังกว่าทุกครั้งที่รอยเคยได้ยินมา
“แกจะตอบง่าย ๆแบบนี้ไม่ได้นะ เราผูกพันธสัญญากันแล้วไม่ใช่รึไงถ้าฉันตายแกจะไม่ตายไปด้วยหรอกหรือ?” รอยตอบโต้กลับไปอย่างเกลี้ยวกราดเมื่อได้ยินคำตอบที่ไม่ใส่ใจในชีวิตของรอยเลยว่าจะเป็หรือตาย
“ถ้าผู้ทดสอบตายตัวเราเองก็ตายไปด้วยเช่นกันอย่างที่ผู้ทดสอบเข้าใจนั่นแหละ แต่นั่นก็มิอาจที่จะทำให้เราฝ่าฝืนกฏของโลกแห่งฝันร้ายได้ เพราะการที่เราฝ่าฝืนกฏไปช่วยผู้ทดสอบจากโลกแห่งความเป็จริงมันมีโทษร้ายแรงยิ่งกว่าความตายรอเราอยู่ซะอีก”
รอยรับรู้ด้วยน้ำเสียงของภูติทันทีเลยว่ามันมีความรู้สึกเกรงกลัวจากก้นบึ้งของมันจริง ๆ
“กฏบ้านั่นมันโหดร้ายยิ่งกว่าความตายอีกหรือ?” รอยคิดไปว่ามันจะมีอะไรโหดร้ายยิ่งกว่าความตายอีกนะ ถึงทำให้เ้าภูตินั่นเกรงกลัวได้ถึงขนาดนี้
“นี่มันคือชีวิตท่าน ท่านผู้ทดสอบต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง โลกแห่งความจริงกับโลกแห่งฝันร้ายมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมาก นี่ก็เหมือนกับบททดสอบบทหนึ่งที่ท่านผู้ทดสอบเพียงแค่ดิ้นรนเพื่อที่จะมีชีวิตรอดผ่านพ้นบททดสอบนี้ไปให้ได้ก็เท่านั้นเอง”
รอยได้ยินแบบนั้นไปก็ไม่มีอะไรจะโต้แย้งเลย เื่ที่เกิดขึ้นนี้ก็เป็เพราะเขาเองที่ไม่ดูตาม้าตาเรือเข้าไปช่วยใครที่ไหนก็ไม่รู้โดยที่ไม่ทันได้สังเกตให้ดีก่อนเอง เื่แบบนี้จะไปโทษใครได้มันเป็เพราะเขาโง่เองมิใช่หรือที่โดนหลอกด้วยลูกไม้โง่ ๆแบบนั้น
ผ่านไปไม่นานรังไหมสีเืก็ถูกเปิดออกอย่างช้า ๆ รอยมองเห็นกลุ่มคนชาวต่างชาติมากมายนั่งมองดูเขาอยู่อย่างสนอกสนใจ พวกเขาแยกกระจายนั่งอยู่ตามมุมต่าง ๆของโกดังร้างซึ่งมีกันอยู่ 5 คนที่รอยเห็นอยู่ตอนนี้
“นี่หรือลูกของเ้าสองผัวเมียที่ทรยศองค์กรของเรา ของที่พวกมันขโมยไปทำให้ท่านผู้นั้นหัวเสียไม่ใช่น้อยเลย พอได้เห็นหน้าเ้าเด็กนี่ที่เหมือนกับพ่อของมันไม่มีผิด ก็อยากจะจับมันมาทรมานซะจริง” ชายผู้มีาแที่ตาขนาดใหญ่บนใบหน้าพูดกับรอยด้วยรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียม
“เชี่ยแล้วไง!! นี่พ่อแม่ของเ้านั่นไปทำอะไรไว้วะนั่น แต่เดี๋ยวนะ! นั่นก็พ่อแม่ของเราเหมือนกันหนิหว่าแค่อยู่กันละโลกเท่านั้นเอง” รอยหน้าเหวอไปทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่ชายตาเดียวพูด เพราะนี่มันคือการวางแผนลักพาตัวมาแบบจงใจ เราคือเป้าหมายของพวกมันจริง ๆ
“ไม่เอาหน่าเคนท่านผู้นั้นก็บอกไปแล้วหนิว่า้าเ้าหนูนี่แบบทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่” ชายร่างอ้วนเดินมาห้ามปรามกับชายตาเดียวพร้อมกับเดินตรงมาหารอยด้วยรอยยิ้มอย่างเป็มิตร
“ไม่ต้องกลัวนะถ้าแกไม่ขัดขืด พวกเราก็จะไม่ทำอะไรแกหรอก”
“ไม่ต้องกลัวบ้านเองซิ คนโดนลักพาตัวมาจะให้ยิ้มยินดีรึไง” รอยได้แต่คิดเท่านั้นเพราะถ้าพูดออกไปจริง ๆคงได้มีเจ็บตัวกันมิใช่น้อยเป็แน่