ผักดองครองภพ

    ตอนที่ 33: จำจาก



    ในวันที่เจ็ดหลังงานวันเกิดของหลงเจิ้งเหล่าอันก็พลันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง จากเด็กหนุ่มที่มักจะแจกยิ้มกว้างขวางให้แก่เขาทุกครั้งที่พบหน้าก็กลายเป็นคอยหลบหน้าทุกครั้งที่บังเอิญได้พบกัน แม้แต่เวลาอาหารที่เดิมทีหลงเจิ้งจะขอกินกับเหล่าอันเพียงสองคนก็กลับกลายเป็นการร่วมโต๊ะของสามคนพ่อแม่ลูกไปเสียอย่างนั้น แน่นอนว่าความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ทำให้เหล่าอันรู้สึกไม่สบายใจ และในวันหนึ่งเขาก็ทนสงสัยต่อไปไม่ไหวและขอเข้าพบหลงเจิ้งตรงๆ

    “คุณชายกำลังเรียนหนังสืออยู่ ผู้อาวุโสเหล่าโปรดมาวันหลังเถิดขอรับ” แน่นอนว่าเด็กหนุ่มย่อมไม่ยอมให้เข้าพบ เหล่าอันหรี่ตามองบ่าวที่กำลังค้อมศีรษะอย่างขอลุแก่โทษแล้วก็ถอนหายใจยาว ก่อนบอกว่า “เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร แต่เจ้าช่วยไปถามคุณชายหลงแทนข้าเถิดว่าเขาไม่พอใจอันใดจึงได้หลบหน้ากันเช่นนี้ หากเขาไม่ชอบของขวัญที่ข้าให้ หรือเบื่อผักดองของข้าแล้ว...”

    “ไม่ใช่นะ! ท่านไม่ได้ทำอะไรผิดเลยขอรับ!” เหล่าอันพูดยังไม่ทันจบหลงเจิ้งที่ไม่รู้ว่ามาแอบฟังตั้งแต่เมื่อไรก็กระโจนเข้ามาแก้ไขความเข้าใจผิดของผู้อาวุโส

    “หากข้ามิได้ทำให้เจ้าขุ่นเคืองไยต้องหลบหน้ากันด้วยเล่า?” พอเหล่าอันย้อนถามมาเช่นนั้นหลงเจิ้งก็ส่งสายตาให้บ่าวคนสนิทหลบออกไป แน่นอนว่าบ่าวผู้นั้นย่อมทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย แต่กระนั้นนายใหญ่ของเขาย่อมเป็นท่านแม่ทัพหลง บ่าวที่ควรจะหลบออกไปให้พ้นหน้าจึงไปเฝ้าอยู่ห่างๆ ในระยะที่ไม่สามารถได้ยินบทสนทนาได้แทน

    หลงเจิ้งเห็นอย่างนั้นก็นึกไม่พอใจ ทว่าก็ทำอะไรไม่ได้ สุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยไปแล้วหันมาให้ความสนใจกับเหล่าอันแทน “ข้ามิได้ขุ่นเคืองในตัวท่าน ข้าก็แค่...แค่อยากทำใจให้ได้เร็วๆ เท่านั้น”

    “ทำใจ?”

    “เพราะข้าไม่อาจขัดคำสั่งท่านพ่อได้ ก็เลยอยากทำใจให้คุ้นชินเสียเดี๋ยวนี้” หลงเจิ้งอธิบาย แต่ก็ละในส่วนที่เขาจงใจไปพบเหล่าอันเพื่อให้ได้เห็นอีกฝ่ายแม้เพียงชั่วอึดใจหนึ่งก็ยังดี หาไม่แล้วตัวเขาคงกระวนกระวายจนทำสิ่งใดไม่ได้อย่างแน่นอน

    “คำสั่ง? คุ้นชิน?” เหล่าอันทวนคำสำคัญด้วยสีหน้าฉงน หลังจากครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก็ถามว่า “ท่านแม่ทัพสั่งให้เจ้ารักษาระยะห่างจากข้าใช่หรือไม่?” เหล่าอันคาดเดาเพราะหลายปีก่อนหน้านี้เขาก็เคยถูกเรียกมาตำหนิถึงจวนแม่ทัพในเรื่องที่พวกเขาไปมาหาสู่กันมากเกินพอดีในสายตาผู้อื่น มาคราวนี้หลงเจิ้งโตเป็นหนุ่มแล้ว อีกทั้งพวกเขาก็ใช้เวลาอยู่ในรั้วบ้านเดียวกันค่อนข้างมาก หากไม่เว้นระยะห่างให้ดีก็คงกลายเป็นที่ครหาของผู้คนได้ ถึงแม้ว่าพวกบ่าวในจวนจะไม่ใช่คนปากพล่อยก็ตาม “หากเป็นเช่นนั้นก็นับว่าสมควรแล้ว เจ้าเองก็ใกล้ถึงวัยที่ต้องแต่งภรรยา เกิดมีข่าวลือแปลกๆ หลุดไปเจ้าจะพลาดจากบรรดาสาวน้อยสามงามทั้งหลายเอาได้นะ”

    “ไม่ใช่อย่างนั้นนะ!” เห็นคนอายุมากกว่าเข้าใจผิดไปไกลหลงเจิ้งก็ยิ่งร้อนรน เด็กหนุ่มรีบปฏิเสธเสียงดังจนแทบจะกลายเป็นการตะโกน สองมือก็เผลอคว้าจับต้นแขนของเหล่าอันเอาไว้แน่นเสียด้วย “ท่านพ่อมิได้คิดกีดกันพวกเราสักหน่อย”

    “พวกเรา?” เหล่าอันเริ่มสับสน แต่ไหนแต่ไรมาเขาก็มองหลงเจิ้งเป็นเด็กน้อยที่น่าเอ็นดู ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายก็เป็นเซียนที่กำลังเผชิญด่านเคราะห์ตัวเขาในฐานะเซียนฝึกหัดจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผูกพันและให้การสนับสนุนเท่าที่จะสามารถทำได้

    แต่หลงเจิ้งผู้ไม่มีความทรงจำสมัยเป็นเซียนย่อมไม่เข้าใจเหตุผลเบื้องลึกของเหล่าอัน เขาได้ยินคำถามอย่างฉงนของเหล่าอันก็พลันเข้าใจผิดไปว่าเถ้าแก่ร้านผักดองเพียงถามย้ำให้แน่ใจเท่านั้น “ถูกแล้วขอรับ ท่านพ่อกับท่านแม่มิได้มีปัญหากับเรื่องของพวกเราหรอก เพียงแต่เดือนหน้าข้าจะต้องไปฝึกวิชาก็เลยจะไม่ได้พบหน้าท่านไปอีกพักใหญ่ ข้าอยากทำตัวให้ชินก็เลยไม่อยากพบหน้าท่านบ่อยนัก”

    “เรื่องที่เจ้าจะไปฝึกวิชานั้นข้าเข้าใจ แต่ที่ข้าสงสัยคือเรื่องของ ‘พวกเรา’ ที่เจ้ากล่าวถึงต่างหาก”

    “ท่านสงสัยอันใด? ข้าบอกไปแล้วนี่ว่าท่านพ่อกับท่านแม่ไม่คิดขัดขวางเรื่องของพวกเราแล้ว”

    “ข้าหมายความว่า...มันเคยมีเรื่องของพวกเราด้วยหรือ?” สิ้นคำถามของผู้อาวุโสกว่า หลงเจิ้งก็นิ่งงันไปในทันที ภายนอกเด็กหนุ่มอาจจะกำลังแย้มยิ้มค้างอยู่เหมือนเดิม ทว่าภายในนั้นคล้ายจะมีเสียงแก้วแตกดังกังวานอยู่ก็ไม่ปาน เกิดมาสิบห้าหนาว เพิ่งมีครั้งนี้เองที่หลงเจิ้งได้สัมผัสกับความรู้สึกที่เรียกว่า “ใจสลาย” เป็นครั้งแรก


    ๐๐๐


    “เจ้ามิพูดเกินไปหน่อยหรือ?” เสี่ยวหลิงผู้แวะมาเยี่ยมสหายถึงที่ร้านอดถามไม่ได้ นางทราบเรื่องที่เหล่าอันปฏิเสธความรู้สึกของคุณชายหลงแล้ว และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาหลงเจิ้งก็ไม่โผล่หน้ามาให้เหล่าอันเห็นอีกเลย

    “เจ้าเคยพูดไว้มิใช่หรือว่าหากไม่มีใจให้อย่างชัดเจนก็อย่าได้ให้ความหวัง”

    “มันก็จริง แต่ก็ไม่ควรพูดทำร้ายจิตใจเช่นนั้นหรือเปล่า?”

    “หากไม่ตรงไปตรงมาก็จะกลายเป็นการให้ความหวังมิใช่หรือ? เรื่องนี้เจ้าเป็นคนพูดเองนะ”

    ได้ฟังสหายพูดมาแบบนั้นเสี่ยวหลิงก็ถอนหายใจยาว จริงอยู่ว่าก่อนหน้านี้นางเคยมาบ่นเรื่องที่มีมนุษย์มาเกี้ยวพาจนต้องบอกปฏิเสธไปหลายรอบแต่เขาก็ไม่ควรนำเรื่องของนางไปปนกับเรื่องของตัวเองมิใช่หรือ?

    “ข้าเห็นเจ้าเอ็นดูท่าน...หลงเจิ้งผู้นั้นมาก มิได้มีใจให้บ้างเลยหรือ?”

    “ข้าอาจมีความรู้สึกดีๆ ต่อเขา แต่มันคงไม่เรียกว่าความรักกระมัง?” เหล่าอันตามอย่างตรงไปตรงมา

    “เจ้าใส่ใจเขาในทุกเรื่อง ถึงขนาดฝึกปรุงยาอย่างหนักเพื่อที่จะปรุงโอสถให้เขาเสียด้วยซ้ำ ล่าสุดก็ยอมจ่ายกุศลมากมายเพื่อซื้อของขวัญให้เขา เช่นนี้ไม่เรียกว่ามีใจให้หรอกหรือ?”

    “หากความรู้สึกอยากดูแล อยากช่วยเหลือ อยากส่งเสริมเขาในทางที่ดี อยากเห็นเขามีความสุข และมีสุขใจที่ได้เห็นเขาอยู่ดีคือความรู้สึกของการหลงรักใครสักคนมิใช่ว่าข้าเป็นคนสองใจหรอกหรือ?” เหล่าอันไม่คล้ายถามเสี่ยวหลิงแต่เหมือนกำลังพูดกับตัวเองมากกว่า ความรู้สึกทั้งหมดที่กล่าวมานั้นไม่ใช่เพียงหลงเจิ้งเท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้ได้ แต่ยังรวมไปถึงเซียนอาวุโสอีกผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของเขาในยามที่กำลังยากลำบากอย่างแสนสาหัส คนผู้นั้นที่ยังทำให้เขานอนกอดกล่องไม้ใบเล็กทุกคืน ยามหยิบหวีลายดอกบัวกับผีเสื้อมาสางผมเขาก็เผลอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่หน้ากระจกเสมอ และเหล่าอันก็มั่นใจมากว่าหากเขารู้ว่าท่านอิ๋งเทียนมาเกิดเป็นผู้ใดเขาจะต้องช่วยเหลืออีกฝ่ายอย่างสุดความสามารถเหมือนที่ทำกับหลงเจิ้งอย่างแน่นอน 

    “นี่ย่อมเป็นเพียงความรู้สึกที่มีต่อมิตรสหายเท่านั้น และด้วยเหตุนี้ข้าจึงต้องปฏิเสธเขาให้ชัดเจน ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการทำร้ายจิตใจของเขาแต่มันก็เป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น ดีกว่าปล่อยให้ความรู้สึกของหลงเจิ้งตกตะกอนมากกว่านี้ เมื่อถึงเวลานั้นอาจจะสายเกินไปก็ได้” เหล่าอันสรุป เขาคิดว่าหลงเจิ้งเผลอไผลไปกับความใกล้ชิดและความใจดีของเขาจนหลงเข้าใจผิดว่ามีใจให้กับเขา การบอกปฏิเสธเสียแต่เนิ่นๆ ย่อมดีกับอีกฝ่ายมากกว่า

    เสี่ยวหลิงได้ฟังอย่างนั้นก็ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่สุดท้ายก็กล้ำกลืนถ้อยคำเหล่านั้นลงคอไป ใจของจิ้งจอกสวรรค์ว้าวุ่นเป็นอย่างยิ่ง แต่ในท้ายที่สุดแล้วก็ตัดสินใจเก็บงำความลับสำคัญไว้กับตัวต่อไป นางกล่าวเพียงว่า “อย่างน้อยๆ เจ้าก็ควรบอกลากันให้ดี บอกเหตุผลของเจ้าไปตรงๆ เหมือนที่เจ้าบอกแก่ข้าก็ได้ เขาไปฝึกวิชาคราวนี้ได้ยินว่าเป็นการฝึกในค่ายทหาร อย่างไรก็ต้องลำบากไม่น้อย ดีไม่ดีอาจต้องปะทะกับโจรภูเขาด้วยก็ได้ เคราะห์ดีคงแค่บาดเจ็บ แต่หากโชคร้าย...พวกเจ้าอาจไม่ได้พบกันอีก”

    พอได้ยินคำว่า “ไม่ได้พบกันอีก” คิ้วเรียวของเหล่าอันก็ขมวดเข้าหากัน “ข้าเตรียมของไปให้เขามากหน่อยดีกว่า” กล่าวแล้วผู้เป็นเจ้าบ้านก็หายเข้าไปในเซียนซาน ทิ้งให้ผู้เป็นแขกตะโกนไล่หลังไปว่า “ข้ายังไม่ได้กินเต้าหู้ทอดเลยนะ!”


    ๐๐๐

    แม้อีกฝ่ายไม่อยากพบหน้าตนแต่เหล่าอันก็ไม่นำพา เขานำถุงแสนกลหลายใบไปมอบให้อีกฝ่ายถึงจวนแม่ทัพจนได้ ภายในถุงเหล่านั้นอัดแน่นไปด้วยเกลือแฝงพลังทิพย์ ผักดอง พืชปราณ และโอสถวิเศษหลายขนานอย่างที่คนธรรมดาไม่อาจจินตนาการได้

    “ท่านไร้ใจแล้วเหตุใดจึงมาให้ความหวังกันอีกหรือขอรับ?” คนที่จะต้องออกเดินทางพรุ่งนี้เช้าถามด้วยสีหน้าเครียดขรึมคล้ายสะกดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้อย่างเต็มที่

    เหล่าอันมองสีหน้าที่ชวนให้รู้สึกเจ็บตรงหัวใจแล้วก็เม้มริมฝีปากแน่น และในที่สุดก็ตัดสินใจอธิบายไปตามตรง “ความรู้สึกดีๆ ที่ข้ามีให้เจ้าในตอนนี้มิได้มีเพียงเจ้าที่ได้รับมัน ดังนั้นข้าจึงไม่อาจตอบรับความรู้สึกของเจ้าได้ หาไม่แล้วข้าคงต้องผิดกับทั้งเขาและเจ้า หลงเจิ้งเอ๋ย เจ้ายังเยาว์นัก เมื่อเติบใหญ่ขึ้นย่อมได้รู้จักกับความรักที่แท้จริงอย่างแน่นอน”

    “มัน...คนผู้นั้นเป็นใคร?” หลงเจิ้งแทบระงับโทสะเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อได้ยินว่ามีคนอื่นที่เหล่าอันมีความรู้สึกดีๆ ให้

    “หากจะกล่าวไปแล้วคงเปรียบได้กับศิษย์พี่ของข้ากระมัง ตอนนี้เขากำลังไปทำภารกิจสำคัญอยู่ น่าเสียดายเหลือเกินที่ข้าไม่อาจช่วยเหลือเขาได้”

    “ท่านก็เลยมาช่วยเหลือข้าแทนอย่างนั้นหรือ?” อยู่ๆ หลงเจิ้งก็ปวดแปลบในหัวใจ เพราะคิดไปแล้วว่าตนเป็นได้เพียงตัวแทนของผู้อื่นในใจของคนที่ตนรักเท่านั้น

    “เรื่องของเจ้าย่อมไม่เกี่ยวกัน” เหล่าอันปฏิเสธ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาเมื่อนึกย้อนไปถึงวันแรกที่ได้พบคนตรงหน้า “แรกทีเดียวข้านึกเอ็นดูในความสดใสร่าเริงของเจ้า อย่าลืมว่าเจ้าอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับหลานๆ ของข้า ต่อมาความมุ่งมั่นของเจ้าก็ทำให้ข้านึกอยากส่งเสริมให้เจ้าได้ทำตามต้องการ แต่หากจะให้พูดกันโดยสัตย์จริงแล้วเจ้ามีบางอย่างที่คล้ายคนผู้นั้นอยู่เช่นกัน”

    “อะไรหรือขอรับ?”

    “นั่นสินะ ข้าเองก็อธิบายไม่ถูก จะเรียกว่าเป็นกลิ่นอายหรือบรรยากาศรอบตัวดีเล่า?” เหล่าอันใช้นิ้วแตะคางเอียงคออย่างครุ่นคิด เขาไม่รู้จะอธิบายกลิ่นอายของเซียนให้หลงเจิ้งเข้าใจได้อย่างไร สุดท้ายก็สรุปง่ายๆ เพียงว่า “มันเป็นความรู้สึกเหมือนพวกเดียวกัน ตอนนี้เจ้าอาจยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเจ้าจะเข้าใจเอง”

    เซียนที่ลงมาเผชิญด่านเคราะห์ไม่ได้มีกฎว่าห้ามล่วงรู้ถึงตัวตนในอดีตของตน เพียงแต่เหล่าเซียนทั้งหลายไม่อาจบอกแก่เจ้าตัวได้ ต้องปล่อยให้พวกเขาทราบด้วยตนเองหรือไม่ก็คงมีแต่พวกนักพรตหรือมารเท่านั้นที่จะบอกกล่าวเรื่องนี้แก่เซียนที่ลงมาเกิดใหม่เป็นมนุษย์ได้

    “ข้าเองก็หวังว่าจะเข้าใจเมื่อแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้” หลงเจิ้งยอมทิ้งความอยากรู้อยากเห็นของตนไปก่อนด้วยทราบว่าเหล่าอันคงไม่รู้จะอธิบายอย่างไรจริงๆ “แล้วก็...ข้ายังมีอีกคำถามหนึ่งขอรับ”

    “เจ้าจะถามอะไรหรือ?”

    “หากต่อไปความรู้สึกดีๆ ที่ท่านมีต่อข้ามากกว่าศิษย์พี่ผู้นั้นของท่าน ก็เท่ากับว่าท่านตกหลุมรักข้าแล้วใช่ไหมขอรับ?”

    คำถามตรงไปตรงมาชนิดที่ทำให้บ่าวที่แอบฟังอยู่ไกลถึงกับหน้าแดงนั้นย่อมทำให้เหล่าอันหน้าขึ้นสีได้เช่นกัน ชายหนุ่มชะงักงันไปครู่หนึ่งพอเรียกสติกลับคืนมาได้เขาก็กระแอมเบาๆ ก่อนบอกว่า “หากเวลานั้นมาถึงจริงๆ เราคงได้รู้กัน”

    “เช่นนั้นข้าก็ยังพอมีหวัง” หนุ่มน้อยคลี่ยิ้มสดใสที่สุดในรอบหลายวัน การจากลาคนในดวงใจเพื่อไปฝึกวิชาในครั้งนี้แต่เดิมเขาคิดว่ามันจะเป็นการจากลาที่แสนขมขื่น ทว่าในท้ายที่สุดแล้วมันกลับมิได้เป็นเช่นนั้น หลงเจิ้งบอกกับตัวเองว่าเขามิได้ถูกปฏิเสธ ท่านเหล่าของเขาก็แค่ไม่เคยมีความรักมาก่อนและเขาจะต้องพยายามให้มากกว่านี้เพื่อให้อีกฝ่ายได้รู้จักกับความรักที่แท้จริง ‘ข้าจะไม่แพ้ให้ศิษย์พี่ผู้นั้นอย่างเด็ดขาด’ นั่นคือคำปฏิญาณต่อตัวเองของหลงเจิ้ง ผู้ไม่ได้รู้เลยว่าคนที่ตนตั้งให้เป็นคู่แข่งตัวฉกาจนั้นคือผู้ใด


    ๐๐๐

    คล้ายกับเรื่องผักดองครองภพ ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730