นาริสานั่งสไลด์เฟซบุ๊กอย่างเบื่อหน่าย เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม เสียงบีบแตรดังลั่นบ้าน นาริสาผุดลุกขึ้นจากที่นั่งถลาไปกดรีโมต รถคันใหญ่เข้ามาข้างในเสียงฝีเท้าใกล้เข้า กระชากแขนเรียว จนนาริสาเชเข้าไปซบอกกว้าง เค้นเสียงลอดไรฟัน
“นาย...เปิดประตูช้า” กลิ่นแอลกอฮอลล์คละคลุ้ง นาริสาก้มหน้ายอมจำนน ผลักร่างนาริสา ลงไปกองกับพื้น
“คราวหลังจำไว้ ต้องรอจนกว่าฉันจะกลับนายถึงจะเข้ามานอนในนี้ได้” นาริสากัดริมฝีปากจนเจ็บมองอีกคนอย่างชั่งใจ แต่เปล่าเลยเขากลับเดินจากไปเหมือนกับ ได้ระบายอารมณ์ใส่นาริสาจนเป็ที่พอใจแล้ว นาริสานั่งอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน
“เจ็บไหม” คุณใหญ่ขามาดึงตัว นาริสาขึ้น
“” เสียงบีบแตรดังลั่น ตากลางมักอารมณ์ร้ายเวลาเมา เข้าคงเมามาใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะปรามเขาให้” นาริสาพยักหน้า น้ำตารื้นขอบตาซาบซึ้งใจ กับ คำพูดอ่อนโยนของคุณใหญ่
“เขาทำงานเหนื่อยงานในวงการบันเทิง บางครั้งต้องแสดงเป็คนอื่น จนทำให้เขาไม่ค่อยเป็ตัวของตัวเองในบางครั้ง แต่ถ้าเขาเป็เขา ตากลางนับว่าเป็คนดีคนหนึ่งน่าคบทีเดียว” นาริสาเผลอปาดน้ำตา วีรภาพใต่อภาพที่เห็น
“เฮ้ยนายเป็ผู้ชายนะ ขี้แยไปได้"เขย่าหัวเบาๆ นาริสาสติแตกแล้ว น้ำตาไหลพราก คุณใหญ่ขา กดหัวลงซบอกเขา
“เอ้าอยากร้องก็ร้องให้พอใจ รับรองฉ้นไม่บอกใครหรอกว่านายขี้แย” ร่างสูงชะลูดยืนกอดอกมองอยู่ตรงหน้าประตู
“พี่ใหญ่ แค่คนขับรถไม่เห็นต้องใส่ใจขนาดนี้”
“ตากลาง พี่ไม่อยากว่าเรานะ กี่คนแล้วที่อยู่ไม่ได้ มีน้ำจิตแต่ไม่มีน้ำใจ” ยักไหล่
“นี่ผมผิด” นาริสายิ่งสะอื้นเสียใหญ่โต
“ไม่ผิดแต่ไม่จำเป็ต้องทำแบบนี้นายบูลลี่คนอื่นเขา คนเราอยู่สูงกว่าคนอื่นเขาให้มองเขาเป็คนเหมือนเราเวลาเราอยู่ต่ำกว่าคนอื่นเขาจะได้มองเห็นตัวเองเป็คนเหมือนกันกับคนอื่น”
“เพราะพี่ใหญ่เป็แบบนี มาเอาใจกันขนาดนี้อีกหน่อยจะเหลิง”
“เราอยู่กันแบบครอบครัวพี่เห็น คนงานผู้หญิงพวกพี่ๆ ในห้องครัวนายก็ไม่เห็นจะออกฤทธิ์ออกเดชอะไรแต่เวลาคนงานผู้ชายมาทีไรนายมักจะเป็อย่างนี้ทุกที”
“ช่างเถอะ จะเอาใจกันแค่ไหนฏ้แล้วแต่”
“หัดเปิดใจบ้าง คนเราไม่ว่าเพศไหนก็มีหัวจิตหัวใจทั้งนั้น” เดินมายื่นหน้ามอง นาริสาใกล้ๆ
“สำออย” พูดแค่นั้นก็เดินหันหลังหนีไป คุณใหญ่ส่ายหน้านาริสา เงยหน้ามองปลายคางของคุณใหญ่ แต่ช่างบังเอิญเหลือเกินที่คุณใหญ่ก้มมามอง นาริสาพอดีตาคมจ้องตากลมนิ่งนาน กว่าจะรู้สึกตัว ก็เมื่อนาริสา ขยับตัวถอยออกจากอกกว้าง