หลังจากที่เหล่าบรรดาลูกศิษย์ตัวน้อยเอ่ยถามคำถาม อาจารย์สาวอย่างโรสก็ตอบข้อสงสัย และก็เป็ทฤษฎีการเรียนแบบใหม่
การ์ดเพิ่มทักษะไม่จำเป็ต้องได้มาจากสัตว์สปีรีท แต่สามารถได้มาจากพืช อันญมณี หรือคำขอจากสัตว์ภูต ซึ่งทักษะที่โรสได้มาก็ตามที่เธอได้อธิบายให้เด็กทั้งห้าฟัง
“จำเอาไว้ว่า ทักษะเป็คนเลือกเรา ไม่ใช่เราที่เป็คนเลือกทักษะ ระหว่างนี้ฉันจะให้พวกนายเดินสำรวจเพื่อหาทักษะของตัวเอง อ่อ....อย่าออกนอกเขตบึงเชียวนะ”
สิ้นคำสั่งของอาจารย์สาว เหล่าหนุ่มน้อยทั้งห้าก็แยกย้ายกันไปคนละทิศทาง แม้จะไม่เข้าใจในสิ่งที่โรสพูดมา แต่ก็พยายามตามหาสิ่งที่คู่ควรกับตัวเอง
ทางด้านของธีวา แน่นอนว่าเขารู้ตัวเองดีแค่ไหน ทักษะที่เขาจะได้คงไม่พ้นเื่สนับสนุน แต่สปีรีทของเขาแบ่งได้สองแบบคือ ฮิลเลอร์ กับ บัพ แต่จะว่าไปแล้วทักษะแรกที่เขาได้มา จะเรียกว่าทักษะประเภทบัพหรือเปล่า
“ทักษะเป็คนเลือกเรางั้นเหรอ?”
ธีวาเอ่ยพูดออกไปตามประสา สายตาของเขากวาดมองทุกสิ่งอย่างที่อยู่โดยรอบ ตรงนั้นมีพรรณไม้นานาพันธุ์มากมาย และมีแต่สิ่งที่เขาไม่รู้จักมากมายอีกด้วย
คำพูดของอาจารย์สาวอย่างโรสก็ยังคงดังก้องในหัวของทุกคน เธอเองหวังมากกับเด็กกลุ่มนี้ ถ้าไม่มาเห็นกับตาคงไม่รู้ว่าคือเื่จริง
ตอนแรกเธอจะลาออกจากการเป็ครู แต่พอได้ข่าวมาว่ามีเด็กห้าคนที่พิเศษมากๆ จะมาเข้าเรียน เธอจึงตัดสินที่จะไม่ลาออก และขออาจารย์เพื่อดูแลเด็กทั้งห้าคนนี้
สองขากับดวงตาหนึ่งคู่ของธีวากำลังมองหาสิ่งที่เลือกเขา ถ้าไม่ล่าสัตว์สปีรีทแล้วจะเอาทักษะมาได้ยังไง แถมที่แห่งนี้มีแต่พืช หรือโรสกำลังทดสอบพวกเขากันแน่
วิ๊ง! วิ๊ง! ระหว่างที่กำลังเดินมองรอบๆ จู่ๆ ก็มีแสงส่องผ่านมากระทบสายตาของธีวา เขาหยุดเดินแล้วทอดมองไปยังสิ่งที่กำลังทอแสงแยงมาที่สายตาของเขา แต่ไม่ว่าอย่างไรแสงนั่นก็ส่องประกายจนไม่อาจมองเห็นชัดได้
ธีวาตัดสินใจก้าวตรงไปยังแสงสว่างนั่น และพอเข้าไปใกล้ ดูเหมือนว่าแสงสว่างจะค่อยๆลดลง จนเห็นสิ่งที่ส่องสว่างก่อนหน้านั้น และสิ่งนั้นก็คือดอกบัวสีเงินที่เปล่งประกายสวยงามใบบึงเล็กๆ ที่ห่างจากบึงมรกตไม่มากนัก
“หรือว่านี่จะเป็สิ่งที่เลือกเรา?” ธีวาเอ่ยพูดขึ้น ส่วนมือของเขาก็เผลอเอื้อมที่จะไปเด็ดดอกบัวสีเงินตรงหน้า ฉึ๊บ.... จังหวะที่นิ้วของธีวาไปโดนก้านบัว หนามเล่มเล็กตรงก้านก็ทิ่มนิ้วธีวาจนได้เื
ฟิ๊ว!! เมื่อหยดเืของธีวาัักับบัวสีเงิน ปฏิกิริยาของดอกบัวก็เปลี่ยนไปในทันที มันเปล่งแสงออกมาเป็ลูกคลื่นอย่างต่อเนื่อง จนธีวาััได้ถึงแสงที่อบอุ่น และพอหันกลับมาดูที่นิ้วที่เพิ่งถูกหนามแหลมทิ่ม เหมือนว่าจะถูกแสงของดอกบัวสีเงินรักษาให้หายอย่างนั้นเลย
และแสงสุดท้ายมันก็สว่างจ้า จนธีวาต้องยกมือขึ้นมาปิดที่ตาของตัวเอง ก่อนที่แสงนั้นจะหายไปแล้วธีวาก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองดูอีกครั้ง
ธีวามองดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยความแปลกใจ เพราะสิ่งนั้นคือการ์ดสีเหลืองที่กำลังส่องประกายแวววาว พอเห็นแบบนี้เขาก็เข้าใจทันทีว่า สิ่งที่อาจารย์สาวคนนั้นได้เอ่ยบอกพวกเขามา แท้จริงแล้วก็คือสิ่งนี้นี่เอง ไม่จำเป็ต้องได้ทักษะจากสัตว์สปีรีท
มือนั้นเอื้อมไปหยิบการ์ดที่ลอยอยู่ตรงหน้ามา ไม่นานการ์ดในมือก็เริ่มแปลเปลี่ยนเป็ละอองวนรอบร่างของธีวา พร้อมกับความรู้สึกเหมือนกับว่ามันอยากจะซึมซับเข้ากับร่างกาย พอเห็นดังนั้นธีวาจึงทำการซึมซับมันที
ระหว่างที่ธีวากำลังซึมซับการ์ดทักษะ ความรู้สึกมันต่างจากการดูดซับการ์ดครั้งแรกไปอย่างสิ้นเชิง และมันก็ง่ายกว่าหรือเพราะได้ทักษะที่เหมาะกับตัวเอง
ภายใต้จิตใจ หลังจากที่ซึมซับเสร็จแล้ว ธีวาก็ล่วงรู้ได้ทันทีว่าทักษะที่สองของตัวเองที่ได้มาคืออะไร ตอนนี้เขาก็เดาทิศทางได้แล้วว่า เขานั้นเดินทางมายังทางของ สายบัพ
ทางด้านรูปี เขากำลังเดินลัดเลาะไปตามแหล่งน้ำสีเขียว กลิ่นอายของความเย็นะเืกำลังนำทางให้เขาเดินตรงไปทางนั้นอย่างห้ามไม่ได้
ยิ่งเดินเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ ความหนาวเย็นก็ทวีคูณเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับรูปีที่มีธาตุน้ำแข็งในตัวเป็ทุนเดิน ความหนาวเย็นเพียงเท่านี้ ไม่สามารถทำให้เขารู้สึกว่าลำบาก
“นี่มัน?” รูปีสบถออกมา เมื่อเขาได้เดินมาพบกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
ละอองของเกล็ดน้ำแข็งที่กระจายออกมาจนเกิดอากาศเย็น ตรงหน้ามีลูกแก้วสีฟ้าราวกับน้ำแข็งกำลังแผ่ความเย็นออกมาเป็ระยะๆ รูปีรู้สึกแปลกใจแต่จะหันไปภามใครก็คงยาก สิ่งที่เขาตามหาคือลูกแก้วน้ำแข็งอย่างนั้นรึ
“จำเอาไว้ว่า ทักษะเป็คนเลือกเรา ไม่ใช่เราที่เป็คนเลือกทักษะ” คำพูดของอาจารย์ก็ยังคงดังก้องในหัวของรูปี
“อย่าบอกนะว่า ไอ้นี่คือทักษะ...” รูปีเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าที่มึนงง ทั้งที่มันไม่ใช่สัตว์สปีรีทแล้วจะให้ทักษะอะไรกับเข้าได้ สู้เก็บมันมาแล้วเขาไปถามโรสยังจะดีกว่า
เมื่อคิดได้ดังนั้น รูปีก็เอื้อมมือยื่นไปข้างหน้า เพื่อหวังจะนำลูกแก้วสีฟ้ากลับไปให้อาจารย์สาวของเขา แต่ทว่า...ลูกแก้วนั้นกับลอยเข้ามาหาเองอย่างไม่น่าเชื่อ
เมื่อลูกแก้วสีฟ้าลอยเข้ามาอยู่ในอุ้งมือของรูปี จู่ๆ มันก็เปล่งแสงพร้อมละอองน้ำแข็งออกมา ก่อนที่ลูกแก้วในมือของรูปีจะสลายแล้วกลายเป็การ์ด
ละอองที่สลายกลายเป็การ์ดสีฟ้า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้รูปีแปลกใจแต่ในหัวกับคิดถึงคำพูดของโรส ที่ได้กล่าวเอาไว้ว่า ทักษะจะเป็คนเลือกเ้าของ
“ถ้าเป็แบบนั้น ลองซึมซับดีกว่า...”
อีกด้านหนึ่ง พนาเด็กหนุ่มสายนักเวท เขายังคงเดินชมในสวนดอกไม้ เพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเดินมาที่นี่ แต่ความรู้สึกเหมือนกับว่ามีใครสักคนชักพาให้พนามา
กลิ่นละอองของเหล่าบุปผาที่บานสะพรั่งหอมจนน่าหลงใหล สายลมอ่อนๆ พัดผ่านอยู่ตลอดเวลา แม้จะมีดอกไม้หลายชนิด แต่กลับแยกได้ว่าดอกไหนมีกลิ่นแบบไหน
“กุหลาบเจ็ดสี?” พนาเอ่ยพูดขึ้น ก่อนหน้านั้นเขาเคยอ่านเจอจากหอสมุด กุหลาบเจ็ดสีเป็สมุนไพรชั้นสูง ไม่ว่าพิษรูปแบบใดก็สามารถรักษาได้
นอกจากจะเป็ยาถอนพิษแล้ว กุหลาบเจ็ดสียังเป็ที่้าของตลาด แต่เพราะหาได้ยากจึงมีราคาแพงมาก
“โชคดีจังแฮะ ถ้าเอากลับไปขายเราต้องรวยแน่ๆ” พนาคิดที่จะเด็ดมันกลับไปขาย เขาเอื้อมมือเพื่อที่จะเด็ดมัน
ปึก...โอ๊ย! พนาร้องออกมาไม่ดังมากนัก ยังไม่ทันได้ออกแรงเด็ดที่ก้านกุหลาบ หนามแหลมที่ก้านก็ปักแผ่นิัเข้ามา จนเืหยดลงแล้วไหลลงไปตามก้านของกุหลาบ
พนาดึงมือของตัวเองออกมาแล้วเอาปากคาบนิ้วเพื่อห้ามเื ในจังหวะนั้นเอง ดอกกุหลาบเจ็ดสีก็ปล่อยละอองเกสรออกมามากมาย จนพนาต้องรีบยกมือขึ้นมาปิดจมูก
ละอองเกสรโพยพุ่งไปทั่วบริเวณ และมันก็มากพอที่จะกลายเป็หมอกหนา แต่สายตาของพนายังคงจดจ้องมองที่ดอกไม้ตรงหน้า พนาไม่ได้ละสายตาไปจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า และมองการเปลี่ยนแปลงทุกคนอยู่อย่างนั้น
วิ๊ง!! การ์ดสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าพนา พอเห็นแบบนั้นมันก็ทำให้พนานึกถึงคำพูดของอาจารย์สาวคนนั้นได้ว่า เราไม่ใช่คนเลือกทักษะ แต่ทักษะจะเป็คนเลือกเรา พนาเข้าใจทุกอย่างแล้วว่า การล่าสปีรีทไม่ใช่คำตอบของทักษะ
ไม่เพียงแค่ได้การ์ดทักษะมา แต่พนาดีใจมากกว่าที่ได้การ์ดสีฟ้า เพราะการ์ดทักษะแรกของเขาคือสีขาว แต่เขาก็ไม่ได้เสียใจที่ได้การ์ดสีขาว
“นี่สินะ ทักษะที่สองของเรา...” พนาเอื้อมมือไปหยิบการ์ดมา ก่อนจะทำการซึมซับมันทันที ท่ามกลางหมอกบุปผา คงเป็เกราะปกป้องเขาได้