ซึ่งตำแหน่งของเธออยู่ที่บ้าน….
‘แล้วทำไมอยู่ที่บ้านถึงไม่รับสายกัน??’
จีรภัทร์กดเข้าไปดูกล้องวงจรปิดที่ติดไว้ภายในบ้านต่อ ก่อนจะเห็นว่ายัยเด็กน้อยตัวต้นเหตุที่ทำให้เขากระวนกระวายใจอยู่ตอนนี้ เธอกำลังนั่งกินไอติมโคนอยู่ตรงบันไดบ้านขั้นบนสุดจากชั้นสอง ในชุดพละโรงเรียนใส่หูฟังแบบครอบมีหูแมวเหมียวสีชมพูน่ารัก แกว่งเท้าเล่นไปมาอย่างสบายใจเฉิบ..
‘ไม่มีที่จะนั่งเล่นแล้วรึไงว่ะ? สวนหลังบ้านก็มี.. ห้องนั่งเล่นก็ออกจะนั่งสบาย.. เดี๋ยวก็ได้ตกบันไดเจ็บตัวกันพอดีหรอก.. เดี๋ยวถ้ากลิ้งตกลงมาแล้วได้แผลแม้แต่นิดเดียวนะ! เขาจะพาย้ายออกไปอยู่บ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆ ที่ไม่มีบันไดบ้านสักขั้นเลยคอยดู ซนดีนักนะ!’
‘ตอนนี้ในมือเธออีกข้างก็ถือโทรศัพท์อยู่ด้วยหนิ.. แต่ทำไมโทรหาแล้วเธอถึงไม่ยอมรับสายกัน? ปล่อยให้คนอื่นห่วงตัวเองจนใจหายใจคว่ำหมด แล้วนะยัยเด็กบ้านี่!’
พอเห็นว่าเธอปลอดภัยดีไม่ได้เป็อะไรแบบที่กังวลแล้วเขาก็สบายใจ กำลังจะกลับเข้าไปในโรงหนังเพื่อไปหาสาวสวยหน้าหมวยที่รอเขาอยู่ในนั้นต่อ
‘ก้าวขาเดินกลับไปหาถิงถิงสิเจย์.. ยังเดตกับเค้าไม่เสร็จเลย ยังไม่ทันจะได้พาไปรู้จักกันมากขึ้นในโรงแรมต่อด้วยซ้ำ มึงจะเดินออกจากหน้าโรงหนังแบบนี้ทำไมก่อน!?’
ขาเ้ากรรมมันเปลี่ยนทิศทางการเดินอัตโนมัติ จุดหมายปลายทางที่มัน้าไปคือที่บ้าน!
และบ้านที่ว่าก็คือบ้านเดี่ยวสองชั้นที่ยัยเด็กน้อยนั่นกำลังนั่งสบายใจเฉิบอยู่บนบันไดที่ชั้นสองอยู่ เขาก้าวเดินฉับๆอย่างไวพร้อมกับแชทบอกสาวสวยที่ควงมาวันนี้ไปด้วย ว่ามีธุระด่วนขอตัวกลับก่อนไว้มีโอกาสค่อยนัดกันใหม่ หลังจากส่งข้อความเ่าั้ไปแล้วเขาก็ไม่รออ่านว่าเธอจะตอบกลับอะไร แค่กดปิดเสียงเตือนในไลน์ไว้ทั้งการโทรและการแชท เหมือนกับสาวๆคนอื่นๆ ที่เขาไม่้าให้ใครมารบกวนเวลาที่ตัวเองไม่ได้้า ปล่อยให้พวกเธอทักมาโทรมาตามสบายไป เพราะเขาไม่ได้ยินเสียงการแจ้งเตือนอะไรเ่าั้อยู่แล้ว….
“ลมอะไรหอบมึงกลับบ้านว่ะไอ้เจย์? พอดีเลย.. มากินข้าวด้วยกัน.. น้องมาเบลล์ทำกับข้าวเยอะเลย เมียกูทำอาหารโคตรจะน่ากินเลยนะมึง กลิ่นก็ห๊อมหอม~”
กีรติชมแฟนสาวพร้อมกับสวมกอดเอวเธอจากด้านหลัง แล้วหอมแก้มทั้งสองข้างฟอดใหญ่ ขณะที่เ้าของใบหน้าสวยหวานอย่างเมลดากำลังจัดเตรียมอาหารบนโต๊ะกินข้าวอยู่
“พี่ไกด์คะ.. หยุดหอมหนูได้แล้วนะคะ”
คนถูกรักเขินจนแก้มแดงระเรื่อพร้อมกับยิ้มแก้มปริ จีรภัทร์มองดูคนทั้งคู่พรอดรักกันแล้วก็ยิ้มมุมปากตามไปด้วย เอ็นดูเพื่อนฉิบหาย.. ที่มันหลงแฟนหัวปักหัวปำตามที่มันบอกได้ขนาดนี้ รู้จักกับมันมาั้แ่เรียนปริญญาตรีจนจบปริญญาโทด้วยกัน จนออกมาทำธุรกิจส่วนตัวกันหมดแล้ว เขาเห็นมันเคยคบผู้หญิงแค่ไม่กี่คน แถมคบได้ไม่นานก็เลิก เพราะมันเบื่อผู้หญิงเ่าั้ หนำซ้ำยังไม่เคยพาสาวที่ไหนเข้าบ้านด้วยอีกต่างหาก เมลดาคือผู้หญิงคนแรกที่มันจริงจังถึงขั้นพาไปไหว้ญาติผู้ใหญ่ที่บ้าน ในขณะที่เพิ่งจะคบกันเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น เพื่อนเขามันรักผู้หญิงคนนี้มากจริงๆ..
“พี่เจย์มาทานข้าวเย็นด้วยกันนะคะ มาเบลล์ตักข้าวให้ค่ะ” เธอยิ้มพรางเอ่ยชวนคนตัวสูงที่ยืนอยู่ห้องนั่งเล่น
“ขอบคุณครับ” จีรภัทร์ยิ้มตอบ ก่อนจะกวาดสายตาไปมองรอบๆบ้านเพื่อหาใครบางคน
“น้องอยู่ในห้องนอนมึง.. ไปเล่นเกมส์ที่คอมฯมึงอยู่” กีรติตอบทันทีที่เห็นจีรภัทร์กำลังมองหายัยตัวเล็กที่มันโคตร ‘ทนุถนอม’ ของมันไปซะทั่ว ซึ่งเขาไม่ต้องเอ่ยถามอะไรกับเพื่อนออกไป เขาก็รู้ว่ามันกลับบ้านมาหาใคร
‘คิดถึงน้องหล่ะสิท่า’
“มึงไปเรียกน้องมากินข้าวสิไกด์”
“มึงก็ไปเรียกน้องมากินข้าวสิเจย์! มาหาน้องไม่ใช่รึไงฮ่ะ!?”
“ถ้ากูไปเรียกเอง เดี๋ยวยัยเด็กน้อยนั่นก็ได้จับกูกินแทนข้าวเย็นหรอกไอ้เหี้ย! มึงไปเรียกน้องมาดิว่ะ!”
“ฮ่ะๆๆๆ~ ทำไม!? พ่อหนุ่มเพลย์บอยอย่างมึงกลัวจะหวั่นไหวกับสาวน้อยน่ารักเอารึไงฮ่ะ!? กากหว่ะ!!”
“เอ่อ.. พี่ไกด์คะ.. พี่เจย์คะ.. ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวมาเบลล์ไปเรียกน้องออกมาเองค่ะ พี่ๆพากันมานั่งกินไปก่อนได้เลยนะ มาเบลล์ตักข้าวให้แล้ว”
เมลดาห้ามทัพก่อนจะรีบเดินตรงไปหาน้องสาวหลังจากสองหนุ่มเริ่มเกี่ยงกัน ให้ไปเรียกน้องสาวเธอมากินข้าวเสียงดังกันไปมา แถมประโยคที่จีรภัทร์พูดขึ้นมาประมาณว่า ‘กลัวน้องสาวเธอจับกินแทนข้าวนั้น’
ยิ่งทำให้เมลดาทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะหันไปมองหน้ากับจีรภัทร์ยังไง เธอรู้สึกเขินอายแทนน้องสาวแสนซนตัวเองขึ้นมา เพราะสิ่งที่จีรภัทร์พูดนั้นไม่เกินจริงเลย เธอเห็นมาตลอดว่าน้องสาวตัวเองทำท่าอยากจะขย้ำจีรภัทร์มากขนาดไหนเวลาที่ทั้งสองคนนั้นอยู่ใกล้กัน
สองหนุ่มที่นั่งตรงข้ามกัน ต่างคนต่างก็มองหน้าอีกฝ่ายไม่ลดละกันไปไหน จีรภัทร์มองนิ่งๆ ส่วนกีรติมองแบบเย้ยหยันระคนล้อเลียน เพราะเขายังคงตลกพฤติกรรมมัน ที่นับวันยิ่งทำท่าจะเริ่มติดบ้านหลังนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่เ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบมัน จะไปพักไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ทั้งคอนโดฯ ทาวน์โฮม บ้านหรู ที่มันเป็เ้าของอยู่ตั้งหลายที่ แถมมันยังมีคฤหาสถ์ของพ่อกับแม่มันอีกหลังให้กลับไปอยู่ที่นั่นได้อีกที่ด้วยซ้ำ มันไม่จำเป็ต้องมาขลุกอยู่ที่นี่เลย จะมีอะไรเป็เหตุจูงใจให้มันกลับมาบ่อยขนาดนี้หล่ะ นอกซะจาก.…
“พี่เจย์ขา~” มนธิชารีบวิ่งมาหาจีรภัทร์ที่นั่งอยู่ พร้อมกับะโเรียกเสียงดังสดใสลั่นบ้านไปด้วย ก่อนเธอจะพุ่งเข้าไปนั่งลงบนตักของคนตัวสูงแล้วยิ้มให้พี่เขาจนตาเป็รูปสระอิน่ารัก
เมลดาที่เดินตามหลังมาที่โต๊ะอาหารอีกคนถึงกับหน้าเหวอชะงักฝีเท้าไป อ้าปากค้างมองการกระทำของน้องสาวด้วยความใจนถึงกับยกมือขึ้นมาทาบอก กีรติเลยยื่นมือไปคว้าข้อมือของเธอนั้นให้ไปนั่งลงข้างกัน
จีรภัทร์เองแม้จะมีอาการอึ้งเพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ยัยตัวเล็กปีนขึ้นมานั่งบนตักเขาต่อหน้าคนอื่น แต่เขาก็ไม่ได้ผลักไสเธอลงไปไหน นั่งโอบแขนไปกอดรอบตัวเธอไว้หลวมๆ พร้อมกับสบสายตาเด็กซนที่นั่งอยู่บนตักไปด้วย
“โทรหาพี่มีอะไร? ทำไมพี่โทรกลับแล้วไม่รับสาย?”
“หนูฟังเพลงอยู่ค่ะ”
“ฟังเพลงแล้วรับสายไม่ได้รึไง?”
“รับได้ค่ะ แต่ว่าหนูอยากให้พี่เจย์มาหาที่บ้าน มาคุยกันตรงหน้าแบบตอนนี้ดีกว่า เลยไม่รับสายค่ะ แฮะๆ~”
“มันใช่เื่มั้ยน้องมินนี่!?” คนตัวสูงเริ่มพูดเสียงดังและดุจริงจังใส่เธอ
พอเห็นว่าพี่เขาไม่มีอารมณ์ขันร่วมด้วยเด็กตัวเล็กเลยหุบยิ้มทำหน้าหงอย เอานิ้วชี้สองข้างจิ้มใส่กันเล่นไม่กล้าสบตาดำขลับเอาเื่นั่นของเขาตรงๆ
“ไอ้ไกด์มึงพาน้องมาเบลล์กินข้าวกันไปก่อนเลยไม่ต้องรอ” จีรภัทร์หันไปบอกกีรติ หลังจากที่เพื่อนของเขากับแฟนสาวของมันยังคงนั่งมองเขากับยัยเด็กแสนซนนี่อยู่
กีรติกระตุกยิ้มมุมปากให้จีรภัทร์ทีนึงก่อนจะเริ่มลงกินข้าวพร้อมกับตักป้อนเมลดาไปด้วย มองเพื่อนที่กำลังดุยัยตัวเล็กบนตักมันไปด้วย
กีรติไม่รู้ว่าจีรภัทร์นั้นจะรู้ตัวมั้ย.. ว่าตอนนี้ตัวมันเองกำลังโดนเด็กน้อยบนตักนั่นมีอิทธิพลต่อหัวใจของมันหนักมากขนาดไหน แม้จะทำดุใส่น้อง ทำเข้มใส่น้อง แต่วงแขนแข็งแรงที่มันกอดน้องไว้พร้อมกับจับปอยผมไปทัดหูให้น้องอย่างอ่อนโยนแบบนั้น มันแสดงออกชัดเจนว่าโคตรจะรักและหวงแหนคนตัวเล็กบนตักนั่นมากกว่าอะไรเลยตอนนี้
“หนูเป็อะไรโทรหาพี่ตั้งหลายสาย?”
“หนะ.. หนู.. เอ่อ… หนู.. เจ็บท้องค่ะ แต่ตอนนี้หายดีแล้ว”
“เป็อะไรเจ็บท้อง กินข้าวไม่ตรงเวลารึไงฮึ~? กินข้าวเที่ยงมั้ยเราอ่ะ หรือกินแต่ขนม?”
“หนูกินข้าวครบทุกมื้ออยู่นะคะ”
“แล้วเจ็บท้องอะไร.. จะเป็ประจำเดือนหรอฮึ~?”
“ไม่ใช่ค่ะ”
“แล้วหนูเจ็บแบบไหน เจ็บนานหรือยังครับ?”
“เจ็บนิดเดียวค่ะ เจ็บไม่นาน..”
“หนูเจ็บตรงไหน? ไหนบอกพี่ซิ..”คนพี่น้ำเสียงอ่อนโยน พร้อมกับพยายามมองหาบริเวณที่น้องเจ็บไปด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยห่วงใย
“หนูจำไม่ได้แล้วค่ะ” มนธิชาตอบพร้อมกับทำตาลอกแลกปิดพิรุธไม่อยู่
กีรติมองหน้ากับเมลดาพร้อมพากันอมยิ้มให้กับความน่ารักของทั้งคู่ ที่ถามไถ่กันไปมาไม่ต่างอะไรกับคู่รักกันเลย
“เจ็บจริงๆมั้ยน้องมินนี่? ไม่ได้เ้าเล่ห์ใส่พี่อยู่ใช่มั้ย? ถ้าหนูเจ็บจริงๆก็บอกพี่นะ.. พี่จะพาไปหาหมอครับ”
คนตัวเล็กทำปากจู๋อ้อนๆอมยิ้มเขินๆก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ พอโดนคาดคั้นเอาคำตอบไม่หยุด ยัยเด็กน้อยก็โกหกต่อไม่ไหวแล้วเพราะเธอเป็คนโกหกไม่เนียนเท่าไหร่
“เจ็บปลอมค่ะ หนูแค่อยากอ้อนพี่เจย์เฉยๆ~”
“น้องมินนี่! มันน่าตีนักนะ! พี่ก็ห่วง.. นึกว่าเป็อะไรรึเปล่ายัยเด็กเลี้ยงแกะคนนี้.. สรุปหนูเจ็บท้องมั้ยฮึ~? เอาดีๆครับ”
“ไม่เจ็บค่ะ หนูขี้จุ๊ พี่เจย์ตีหนูก็ได้นะคะ”
มนธิชาทำหน้าสำนึกผิดอ้อนๆ ตากลมโตส่งประกายวิบวับไปให้คนตัวสูง ‘น่ารักซะขนาดนี้ ใครจะกล้าตีลงหล่ะ’
“ไม่เจ็บก็ดีแล้ว ลงไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเองดีๆไป”
“พี่เจย์ไม่ตีหนูหน่อยหรอคะ?”
“ไม่ตีครับ! เดี๋ยวก็ช้ำเอาพอดี.. ตัวก็ยิ่งเล็กๆบอบบางแค่นี้ ลงไปนั่งกินข้าวดีๆไป..”
“รับทราบค่า แฮะๆ~”
กีรติหัวเราะออกมาเบาๆให้กับความโอ๋มนธิชาของจีรภัทร์ ที่มันทำทรงดุ ทำทรงเข้มไปงั้นแหละ พอเจอลูกอ้อนน้องหน่อย มันก็อมยิ้มเอ็นดูน้องแบบอ่อนระทวยไปหมดทั้งตัวแล้ว พ่อหนุ่มเพลย์บอยเอ๊ย! นี่มันจะรู้ตัวรึเปล่าว่าตัวเองกำลังรู้สึกยังไงกับเด็กน้อยนั่น แต่คงจะไม่รู้ตัวหรอก เพราะถ้ามันรู้ใจตัวเอง ว่า้าอะไรมากที่สุดตอนนี้ มันคงจะเลิกเสียเวลา ที่มัวแต่ไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นไปเรื่อย แล้วมาให้ความสนใจแต่กับเด็กน้อยที่นั่งข้างมันแล้ว
‘มันเก่งทุกอย่างนะ.. แต่ยกเว้นเื่หัวใจตัวเองแค่เื่เดียวหล่อแต่โง่ฉิบหายนะมึง ไอ้เจย์เอ๊ย!?..’