เจ้าเมืองที่ยืนอึ้งอยู่เมื่อได้สติขึ้นมามันก็รีบตามเบลสิก้ากลับไปที่วังเจ้าเมืองเพื่อถามรายละเอียดเกี่ยวกับมิคาเอลและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
''ลูกพ่อเรื่องที่เจ้าบอกก่อนหน้านี้คือเรื่องจริงงั้นหรือแต่เท่าที่พ่อตรวจสอบดูเด็กนั่นไม่มีพลังนะ''เจ้าเมืองได้ตรวจสอบมิคาเอลดูกลับพบว่าไม่มีพลังอะไรเลยโดยที่มันไม่ได้คิดว่าหากไม่มีพลังแล้วทำไมถึงสามารถจัดการกลุ่มโจรได้? นี่จะโทษเจ้าเมืองก็ไม่ได้เพราะมิคาเอลปกปิดพลังและกลิ่นอายจนติดเป็นนิสัยไปแล้ว
''เรื่องจริงสิท่านพ่อ กลุ่มโจรทั้งหมดตายในการโจมตีเพียงครั้งเดียวซึ่งข้าก็ไม่รู้ว่ามันคือเทคนิควิชาอะไรเพียงแค่กลุ่มโจรพวกนั้นถูกเผาคนไม่เหลือแม้แต่กระดูก ข้าคิดมาตลอดทางว่าทำยังไงถึงจะผูกมิตรเอาไว้ได้แต่ยังไม่ทันเริ่มท่านพ่อกลับทำให้เสียเรื่องไปซะแล้ว''เบลสิก้ากำลังหัวเสียอย่างมากในตอนนี้
''แล้วเราจะทำยังไงกันดีหากเป็นแบบที่ลูกพูดมาอนาคตของเด็กคนนี้ไร้ขีดจำกัดแน่นอน''เจ้าเมืองเดินไปมาขณะหาวิธีที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นและแล้วมันก็คิดบางอย่างออก
''ใช่แล้ว หากเรานำเงินและทรัพยากรไปให้แล้วเชิญมันมาพักที่นี่ดีกว่าจากนั้นจึงขอโทษเด็กนั่นอีกที พ่อว่ามันต้องยอมยกโทษให้เราแน่เพราะยังไงมันก็เป็นเพียงแค่เด็ก ฮ่า ฮ่า ฮ่า''เจ้าเมืองหัวเราะขณะเดินออกจากห้องส่วนเบลสิก้าได้แต่ส่ายหัวเพราะนางคิดว่าเรื่องมันคงไม่ง่ายขนาดนั้น
ทางด้านมิคาเอลเองหลังออกมากับหัวหน้าขบวนมันทั้งคู่ก็ยังไม่ได้ไปพักโดยหัวหน้าขบวนได้พาชมทั่วเมืองก่อนที่จะเจอร้านค้าหรูหราที่ด้านในเต็มไปด้วยชุดเกราะและอาวุท หลังตัดสินใจได้มิคาเอลจึงเดินเข้าไปด้านใน
''เจ้าอยากได้อะไรหรือเด็กน้อย''เจ้าของร้านพูดขึ้นเมื่อเห็นมิคาเอลเดินเข้ามาในร้านมิคาเอลเองในตอนนี้ยังไม่มีเงิน ที่เข้ามาเพื่อจะมาดูราคาของต่างๆเท่านั้น แต่แล้วตาก็เหลือบไปเห็นรองเท้าคู่หนึ่งที่ถูกวางเอาไว้ในที่ที่เห็นได้ง่ายที่สุด
''โอ้ เจ้าตาถึงมากเจ้าหนู รองเท้าคู่นั้นคือของที่ดีที่สุดในร้านแล้ว''มิคาเอลไม่ได้ตกใจเพราะรองเท้าคู่นั้นมีอักขระเพิ่มความเร็วสลักเอาไว้
''ราคาเท่าไหร่ข้าอยากจะรู้ราคาไว้ก่อน''มิคาเอลพูดขณะแสดงรอยยิ้มเล็กๆออกมา
''1,200,000เหรียญทองขาดตัว เพราะนี่คือรองเท้าที่มีอักขระกำกับเอาไว้และยังเป็นอักขระระดับสูงอีกด้วย''เจ้าของร้านพูดออกมาขณะยิ้มแย้มเพราะมันได้รองเท้าคู่นี้มาในราคาที่ถูกมากๆ
''โอ้ ขอบใจมากเอาไว้เงินข้าพอแล้วจะเข้ามาใหม่''มิคาเอลและหัวหน้าขบวนรีบเดินออกจากร้านอย่างไวและเมื่อออกมาจากร้านหัวหน้าขบวนจึงพูดขึ้น
''คุณชายหากท่านอยากได้ข้าจะทำแบบนั้นให้ท่านคู่หนึ่งแต่อักขระที่ประทับลงไปเป็นแค่ระดับกลางนะ''มิคาเอลได้ยินก็เกิดความสนใจใตัวชายคนนี้ขึ้นเพราะการเรียนรู้เรื่องอักขระใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆแล้วยิ่งอยู่ในพื้นที่ที่ห่างไกลแบบนี้ด้วยแล้วการเขียนอักขระขั้นกลางได้ถือว่ามีพรสวรรค์มาก
''ว่าแต่เจ้าชื่ออะไร แล้วเจ้าเรียนการเขียนอักขระมาจากที่ไหน''
''ข้าชื่อเฟรมมิ่งเฮลส่วนการเขียนอักขระข้าซื้อหนังสือการสอนขั้นพื้นฐานมา จากนั้นข้าก็อาศัยแอบจดจำจากที่่ต่างๆและมาพัฒนาเอาเอง''เฟรมมิ่งเฮลพูดออกมาด้วยความอายเพราะมันชอบอักขระมากแต่เพราะมันจนมันจึงต้องแอบลักจำไปทั่วอย่างไม่มีทางเลือก
''พรสวรรค์ของเจ้านับว่าไม่เลวเสียดายขาดคนคอยสั่งสอน ข้ามีอะไรจะถามเจ้าซักหน่อยเรื่องแรกเจ้าอยากจะมีอาจารย์มั้ย เรื่องที่2หากนำของที่กำกับอักขระ2ชนิดลงประมูลเจ้าคิดว่าจะเป็นยังไง''เฟรมมิ่งเฮลทำท่าคิดอยู่ซักพักก่อนจะตอบคำถามของมิคาเอล
''หากได้อาจารย์สอนข้าก็ยินดีอย่างมากเพราะข้านั้นตัวคนเดียวไม่มีครอบครัวข้าอยากผลักดันตัวเองให้อยู่สูงกว่านี้ ส่วนการนำของที่ลงอักขระ2ชนิดลงประมูลข้าคิดว่าคงจะได้เงินเยอะพอสมควรเพราะทั่วทวีปนี้มันมีไม่ถึง100ชิ้นด้วยซ้ำนี่ขนาดนับรวมทั้งหมดตั้งแต่อักขระระดับล่างจนถึงระดับสูงสุดเพราะการลงอักขระ2ชนิดยากลำบากมากหากความเข้าใจไม่พอก็จะสูญเสียวัตถุดิบไปเปล่าๆ''มิคาเอลที่ยืนฟังอยู่เงียบๆก็มีรอบยิ้มขึ้นมาวูบนึงก่อนจะเดินต่อไปหลังจากเดินจนทั่วมิคาเอลก็ให้เฟรมมิ่งเฮลพาไปที่บ้านพักของมันโดยบ้านของเฟรมมิ่งเฮลไม่ได้ใหญ่มากและตั้งอยู่ข้างๆวังเจ้าเมือง เมื่อเข้ามาในบ้านของเฟรมมิ่งเฮลมิคาเอลก็พูดกับมันทันที
''เจ้าพอจะมีดาบให้ข้าซักเล่มมั้ย''มิคาเอลคิดจะลงอักขระระดับกลาง2ชนิดแล้วนำไปลงประมูลเพราะว่าตัวมันไม่มีเงินอยู่เลยแม้แต่เหรียญทองเดียว
''มี คุณชายรอซักครู่ข้าจะไปนำมาให้''จากนั้นเฟรมมิ่งเฮลก็วิ่งหายออกไปและกลับมาพร้อมกับดาบ1เล่มมิคาเอลก็ได้รับไว้จากนั้นจึงพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอาจารย์ของเฟรนมมิ่งเฮลต่อ
''ข้าพอจะหาอาจารย์ที่สอนอักขระให้เจ้าได้อาจารย์คนนี้เก่งมากแต่มีข้อแม้อยู่2ข้อ ข้อแรกเจ้าต้องไปตัดความสัมพันธ์กับเจ้าเมืองก่อน ข้อ2.หากเจ้าจะรับอาจารย์คนนี้เจ้าจะโดนสลักวิญญาณนั่นหมายความว่าเจ้าจะไม่สามารถทรยศต่ออาจารย์ของเจ้าได้''
''ขะ ข้าตกลง ข้าจะทำทุกอย่างข้าไม่อยากจะอยู่ในเมืองเล็กแบบนี้อีกต่อไปแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะไปจัดการซะ''เฟรนมิ่งเฮลตอบตกลงด้วยความดีใจเพราะอาจารย์ด้านอักขระใช่จะหาง่ายๆและรับศิษย์ง่ายๆนี่คือจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเฟรมมิ่งเฮลจากนั้นมิคาเอลก็ได้แยกตัวออกไปเพื่อลงอักขระระดับกลาง2ตัวลงในดาบโดยมิคาเอลเลือกที่จะเพิ่มความเร็วและเพิ่มความแกร่งของตัวดาบลงไป เมื่อทำเสร็จมิคาเอลจึงได้เข้านอนพอตอนเช้ามิคาเอลจึงได้ลุกจากที่นอน จากนั้นจึงเดินถือดาบที่ลงอักขระออกมาข้างนอกบ้านเมื่อเดินออกมามันก็พบกับเฟรมมิ่งเฮลกำลังเหวี่ยงดาบไปมาอยู่
''เจ้าเหวี่ยงดาบแบบนั้นไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก เจ้าลองลดความเร็วลงแล้วปล่อยให้ข้อมือของเจ้าหมุนไปตามแรงธรรมชาติอย่าไปฝืนมัน...''มิคาเอลชี้แนะเฟรมมิ่งเฮลในการใช้ดาบไปเล็กน้อยไม่นานเมื่อเฟรมมิ่งเฮลลองทำตามมันกลับพบว่าการใช้ดาบของมันดีขึ้นอย่างมาก
''ฮ่า ฮ่า ดีเจ้าเรียนรู้ได้ไวดี ลองเอาเจ้านี่ไปใช้ดู''มิคาเอลพูดขณะโยนดาบที่ลงอักขระให้เฟรมมิ่งเฮลควับ! เฟรมมิ่งเฮลเองก็รับเอาไว้ได้อย่างแม่นยำก่อนจะลองเหวี่ยงดาบดู ฟ้าว ฉับ หลังจากลองครั้งแรกมันก็หยุดเหวี่ยงดาบจากนั้นจึงก้มมองดาบในมือของมันก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความไม่เชื่อ
''นะ นี่มันอักขระระดับกลาง2ตัว คะ...คุณชายเป็นคนทำมัน?''เฟรมมิ่งเฮลหันไปถามมิคาเอลด้วยความตกใจแต่ก่อนมิคาเอลจะได้ตอบเบลสิก้าพร้อมกับคนหลาย10คนก็ได้มาขัดจังหวะซะก่อน
''คุณชายขอโทษที่มารบกวนท่าน แต่ข้ามีของขวัญมามอบให้ท่านและอยากเชิญท่านไปที่พักวังเจ้าเมือง''เบลสิก้าพูดออกมาขณะสั่งให้คนของนางวางของมากมายลงบนพื้น
''ข้าไม่สนใจ เอาของของเจ้ากลับไปซะ แล้วข้าพักที่นี่มันก็สบายดีอยู่แล้วเออ..ใช่ เฟรมมิ่งเฮลจัดการเรื่องของเจ้าให้จบซะด้วยหลังจากนั้นนำดาบนั่นไปลงประมูลให้ข้าที''มิคาเอลรู้ได้ทันทีว่านางทำแบบเพื่ออะไร มันจึงพูดอย่างไม่แยแสก่อนจะหันหลังเดินเข้าที่พักไป