ตอนที่ 64 ปราณวายุ
" โว่ โว่ โว่ นี้เ้า้าอะไรจากข้ากันแน่ เ้าแอบชอบข้าหรืออย่างไรกันถึงพยายามรั้งตัวข้าไว้ข้างกายของเ้าตลอด ถ้าอย่างนั้นเ้ามาพักห้องเดียวกับข้าไม่ดีกว่ารึ แม่นางน้อยเ้าฝันไปเถิดข้าไม่มีทางไปเป็ลูกน้องเ้าเด็ดขาด "
" ได้ถ้าอย่างนั้นคืนนี้ข้าจะมานอนห้องของเ้า ถ้าเ้าไม่ยอมมาเป็ลูกน้องข้า ข้าก็จะตามราวีเ้าไปทุกที่ ข้านั้นมีสายเืหลักมหาเทพเทวะบรรพการสามารถเข้าไปอยู่นักษัตรไหนก็ได้ ถ้าเ้าไม่เชื่อเ้าก็ลองดูซิ "
" ได้ ๆ ข้ายอมเ้าแล้วแต่มีข้อแม้ว่าเ้าต้องยอมเป็ภรรยาของข้าก่อนนะ และเ้าต้องเรียกข้าว่าสามีส่วนข้าจะเรียกเ้าว่าภรรยานะ "
" ได้ ไม่มีปัญหาเ้าต้องตามมาเป็ลูกน้องข้าที่นักษัตรหยางเหนียนเพราะนักษัตรนี้ยังไม่มีผู้นำที่มีสายเืหลัก ตามข้ามาเ้าสามีอย่ามัวชักช้า "
หยางโจวเองเมื่อเห็นว่าองค์หญิงซีเหยียนหลงกลตัวเข้าเองแล้วก็เอามือไขว่หลังเดินตามองค์หญิงไป ปากก็อมยิ้มแบบมีเลศนัย เมื่อถึงอาคารที่ตั้งของนักษัตรหยางเหนียนซึ่งมีสัญลักษณ์รูปปั้นจำลองตั้งอยู่หน้าอาคารเป็รูปสัตว์อสูรนักษัตรเป้นรูปแพะอันหน้าเกรงขาม และมีพลังปราณอันเข้มข้นแผ่ออกมาจากรูปปั้นนี้ และเมื่อองค์หญิงและหยางโจวมาถึงอาคารก็ได้ยินเสียงการต่อสู้กันอยู่ภายในอาคารจึงรีบเข้าไปดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อทั้งสองเข้าไปในอาคารหลังนี้ก็เหมือนกับอีกหนึ่งมิติที่มีขนาดใหญ่ กว้างขวางเป็อย่างมากสามารถบรรจุคนได้นับแสนคนมีห้องฝึกต่าง ๆ อยู่มากมาย มีหอคำภีร์ หอโอสถ หอศาสตราวุธ ทั้งยังมีลานประลองขนาดใหญ่อยู่ใจกลางสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ โดยบริเวณลานประลองมีการต่อสู้กันอยู่สองกลุ่ม กลุ่มแรกมีคนอยู่ไม่ต่ำกว่าสองหมื่นคน กลุ่มที่สองมีคนมากกว่าห้าหมื่นคน โดยกลุ่มที่มีคนน้อยกว่าถูกกลุ่มคนที่คนมากกว่าล้อมกรอบเอาไว้ บ้างคนในกลุ่มคนที่น้อยกว่าถูกทุบตีาเ็สาหัสอยู่หลายคน โดยหยางโจวและองค์หญิงซีเหยียนสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าคนที่โดนล้อมกรอบอยู่ต้องเป็ศิษย์ใหม่แน่นอน เพราะดูจากพลังและขั้นยุทธอยู่ที่ขั้นเซียนยุทธขั้นต้นเท่านั้นและสัตว์อสูรของแต่ละคนยังอยู่ภายนอกร่างกายไม่สามารถผนึกสัตว์อสูรของตัวเองเข้าภายในร่างกายได้ ส่วนคนที่ทำร้ายศิษย์ใหม่ก็น่าจะเป็ศิษย์เก่าเพราะคนที่ลงมือทำร้ายศิษย์ใหม่นั้นมีพลังและขั้นเซียนยุทธขั้นสูงสุดและบางคนที่นำสัตว์อสูรออกมา สัตว์อสูรเ่าั้ก็มีพลังและขั้นเทพยุทธขั้นกลางถึงขั้นสูงสุดเลยที่เดียว ศิษย์ใหม่และสัตว์อสูรที่โดนทำร้ายต่างก็ไดรับาเ็หนักทุกคนทุกตัว
" หยุดเดี๋ยวนี้นะพวกเ้าทำอะไรกัน นี้พวกเ้าทำร้ายศิษย์ร่วมมหานิกายเดียวกันอย่างนั้นรึ พวกเ้าไม่สนใจกฏระเบียบของมหานิกายเลยหรืออย่างไรกัน "
" ซิซะ ใครกันบังอาจมายุ่งเื่ของพวกข้า อ้าว ! นี้มันองค์หญิงซีเหยียนที่แสนงดงามของข้านี้ ได้ข่าวว่าเ้ามีสายเืหลักของมหาเทพเทวะบรรพการและมีสายเืลองตั้ง 8-9 สายเืนี้ ทำไม่จึงมาอยู่ที่นักษัตรหยางเหนียนของข้าได้เล่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ใช่ว่าเ้าคิดถึงข้าหลอกนะถึงมาหาข้าถึงที่นี้ ว๊าว ว๊าว ว๊าว ไม่ได้เจอกันนานเ้าสวยขึ้นเยอะเลย โอ๊วว ! ทั้งรูปร่างก็งดงามไม่แพ้หน้าตาเ้ากับข้าไปพูดคุยกันตามลำพังกันดีกว่านะ "
" เ้า จิ้งอี้ เ้าอยู่เป็ศิษย์สายนอกมาหมื่นกว่าปีแล้ว นี้เ้ายังไม่สามารถขึ้นเป็ศิษย์สายในหรือศิษย์หลักได้อีกอย่างนั้นรึ นี้เ้าทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักที่เข้ามาใหม่ เ้าไม่อายบ้างอย่างนั้นรึ เ้านำคนมามากมายมาทำร้ายผู้ที่มีขั้นยุทธต่ำกว่าพวกเ้า ถ้าแน่จริงพวกเ้าไม่ไปถ้าสู้กับศิษย์สายในหรือศิษย์หลักกันเล่า "
" องค์หญิงซีเหยียนเ้าหุบปากของเ้าไปเลย ข้างนอกมหานิกายเ้าอาจจะมีอำนาจเอามาอวดแบ่งบารมีของเ้าได้ แต่ที่นี่นักษัตรหยางเหนียนแห่งนี้ข้าใหญ่ที่สุดคนที่อยู่ทีนี้ทุกคนต้องนำแก่นผลึกพฤษามาให้ข้าหกส่วน ส่วนศิษย์ใหม่ต้องเอามาให้ข้าเจ็ดส่วนและจ่ายค่าดูแลค่าคุ้มครองอีกคนละหนึ่งส่วน เ้าก็ด้วยซีเหยียนต้องจ่ายให้ข้าเหมือนกับคนอื่น หรือไม่อย่างนั้นเ้าก็จ่ายเป็ร่างกายให้ข้าก็ได้นะข้าจะสมนาคุณเ้าให้ถึงสรวง์เลย "
" จะ เ้าสารเลววาจาเ้าช่างสามหาวยิ่งนักถ้าข้าไม่เอาเืออกจากปากเ้าได้อย่ามาเรียกข้าว่าองค์หญิงซีเหยี่ยนเลย "
" สัตว์อสูรของข้าจงออกมาทั้งหมด เตรียมตัวต่อสู้ "
" พรึ๊บบ พรึ๊บบบ "
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดี ๆ มีคนบอกข้าว่าเ้ามีสายเืลองถึง 8- 9 สายเื ข้าก็อยากจะรู้นักผู้ที่มีสายเืหลักมหาเทพเทวะบรรพการอันเข้มข้นของเ้าจะมีพลังเทียบเท่าพลังของข้าหรือไม่ ลองดูสิว่าสัตว์อสูรของเ้าจะสู้สัตว์อสูรของข้าได้รึเปล่า เ้าคิงคองออกมา แพะูเาออกมา งูห้าเศียรออกมา ม้าโลหิตออกมา พวกเ้าล้อมมันทั้งสองคนและพวกสัตว์อสูรของพวกมันไว้ "
" โฮ๊กกกก โฮ๊กกกกกกกก "
" ภรรยาข้าเ้าคนนี้มันเป็ใครกันอย่างนั้นรึ ทำไมมันจึงโอหังเช่นนี้เหมือนมันไม่เห็นท่านซึ่งเป็องค์หญิงของอณาจักรแห่งนี้อยู่ในสายตาเลย "
" ฮึ ! ก็แค่พวกสายเืลองมหาเทพเทวะบรรพการเท่านั้น มันเป็โอรสของาาเมืองชายแดนติดกับมหานิกายปีศาจมาร ตระกูลของพวกมัน้าเป็ใหญ่ในอณาจักรแห่งนี้ ตระกูลของพวกมันข่มแหงคนอื่นไปทั่วโดยเฉพาะบริเวณแถบชายแดนที่พวกมันดูแลอยู่ มันไม่เคยเกรงกลัวใครเลย ตระกูลของพวกมันพยายามจะโค่นล่มตระกูลสายเืหลักของข้ามานานแล้ว แต่มันก็ไม่สามารถทำอะไรตระกูลสายเืหลักของข้าได้เพราะประชาชนยังให้การสนับสนุนตระกูลสายเืหลักของข้าอยู่ พวกมันพยายามจะสู่ขอข้าไปเป็ชายาของมันเพื่อที่สายเืมหาเทพเทวะบรรพการของพวกมันจะได้เข้มข้นกว่านี้ แต่พวกข้ารู้วัตถุประสงค์ของพวกมันอยากจะปกครองอณาจักรแห่งนี้มากกว่า เอาไว้ให้เ้าอยู่ที่นี้นานกว่านี้แล้วเ้าจะรู้ว่าทำไมพวกมันจึงกล้ากำแหงกับข้าและคนในตระกูลของข้า "
" บังอาจ ! พวกเ้าจะตายกันอยู่แล้วยังมาพูดคุยกันอยู่ได้พวกเ้าไม่เห็นพวกข้ากันเลยหรืออย่างไร "
" เอ๋ ! เด็กน้อยที่ไหนนะมาพูดแทรก คนรักเขากำลังพรอดรักกันอยู่ ช่างไม่รู้กาลเทศะ พ่อแม่เ้าไม่รู้จักสั่งสอนกันหรืออย่างไร "
องค์หญิงซีเหยียนและคนทั้งหมดที่อยู่บริเวณโดยรอบนี้ต่างได้ยินคำพูดของหยางโจวที่บอกว่าหยางโจวเป็คนรักขององค์หญิงซีเหยียน หยางโจวเพียงพูดเบา ๆ เท่านั้นแต่ก็สามารถส่งเสียงคำพูดให้ทุกคนได้ยินชัดเจนไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว
" ซิ เ้าบ้าหยางโจวใครเป็คนรักของเ้ากัน "
องค์หญิงซีเหยียนเมื่อได้ฟังคำพูดของหยางโจวแล้วนั้นจิตใจก็ว้าวุ้นทันที่ความรู้สึกแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองมาก่อน แก้มทั้งสองข้างขององค์หญิงก็แดงราวผลไม้ที่สุกงอม ร่างกายก็ร้อนผ่าวอบอ้าวทั้งที่อากาศภายนอกเย็นสบาย แต่จิตใจเ้ากรรมก็เต้นไม่เป็จังหวะเหมือนสาวน้อยได้พบเจอชายหนุ่มที่เฝ้าคนึงหาอยู่ทุกวี่วัน "
" ภรรยาของข้า ข้าบอกเ้าไปแล้วให้เรียกข้าว่าสามี เ้าจำไม่ได้อย่างนั้นรึ "
" ดะ ได้ข้าลืมไปข้าจะเรียกเ้าว่า สามี ถูกต้องหรือไม่สามีของข้า "
" อย่างนั้นแหละภรรยาสุดที่รักของข้าเ้าน่ารักที่สุดเลย "
" เ้าบ้านี้ ! วาจาเ้าช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก คำพูดคำจาบางคำของของเ้าข้าไม่เคยได้ยินได้ฟังจากที่ไหนเลย "
" บัดซบ ! พวกเ้าไม่ฟังที่ข้าพูดเลยหรืออย่างไร สัตว์อสูรของข้าจัดการมัน ไป "
" โฮ๊กกกก โฮ๊กกกกกก "
" ข้าบอกแล้วเด็กน้อยเช่นเ้าห้ามพูดแทรกตอนที่ข้ากำลังพูดกัยคนรักของข้าอยู่ "
" จัดการมันแก๊ะน้อยของข้า "
เพียงแค่สัตว์อสูรเทวะนักษัตรหยางเหนียนออกมา ก็ปลดพลังขั้นสัตว์อสูรเทวะกดดันพลังของสัตว์อสูรที่อยู่บริเวณนี้โดยรอบทั้งหมด เมื่อสัตว์อสูรเหล่านี้เจอพลังปราณของสัตว์อสูรเทวะหยางเหนียนที่มีพลังเทวะขั้นสูงสุดกดทับร่างกาย ร่างกายสัตว์อสูรทุกตัวก็เกิดอาการสั่นสะท้านไปทั้งตัว สัตว์อสูรทุกตัวต่างทรุดกายลงก้มศรีษะให้กับสัตว์อสูรเทวะตัวน้อยที่อยู่จุดสูงสุดของสายพันธ์ของสัตว์อสูร ทุกคนที่อยู่บริเวณนี้ต่างก็ตกตะลึงเมื่อเห็นสัตว์อสูรของตนเองมีร่างกายสั่นสะท้านและก้มหมอบให้กับลูกแก๊ะตัวน้อยของหยางโจว
" พวกเ้าเป็อะไรกันไปหมดแค่ลูกแก๊ะตัวเดียวทำไมพวกเ้าไม่ไปจัดการมัน พวกเ้าทุกตัวมีพลังและขั้นยุทธขั้นเทพยุทธกันทุกตัว ไปจัดการมันเดี๋ยวนี้ ไป "
" พูดมากเสียจริงเ้านี้ในเมื่อสัตว์อสูรของเ้าหวาดกลัวสัตว์อสูรของข้าถ้าอย่างนั้นเ้ากับข้ามาจบเื่กันเลยดีกว่า "
" เ้าสารเลวข้าจะดูสิว่าเ้าจะแข็งเกร่งเหมือนกับปากของเ้าหรือไม่ "
" ซิ ภรรยาที่รักของข้าเ้าหลบไปก่อนข้าขอจัดการกับเ้าเด็กน้อยคนนี้ก่อน "
" พวกเ้าจงตายซะเ้าชายโฉดหญิงชั่ว ทวนปราบปีศาจจงออกมา "
เมื่อจิ้งอี้ เรียกทวนปราบปีศาจออกมาพลังปราณอันดำมืดที่แผ่ออกมาจากปลายทวนได้ปลดปล่อยปราณสังหารอันแหลมคมไปโดยรอบทำให้คนที่อยู่ใกล้เคียงได้รับาเ็จากปราณสังหารของทวนนี้เป็จำนวนมาก
" บึ๊มมมม ! บึ๊มมมมม !! "
เสียงที่ะเิที่เกิดขึ้นไปทั่วบริเวณทุกคนต่างก็คิดว่าเป็เสียงผ่าของทวนปราบปีศาจของจิ้งอี้ที่ได้ฝาดฟันเข้าใส่หยางโจว แต่หลังจากเสียงที่ดังไปทั่วบริเวณนั้นเงียบสงบลงมันไม่ใช่เสียงของการฝาดฟันของทวนปีศาจของจิ้งอี้แต่กลับกันมันเป็เสียงหมัดของหยางโจวที่ไม่รู้ว่าไปอัดกระแทกเข้ากับใบหน้าและลำตัวของจิ้งอี้ั้แ่เมื่อไร โดยจิ้งอี้ถูกหมัดของหยางโจวอัดเข้าเต็มปากและลำตัวร่างกายปลิวกระเด็นไปไกลกระทบเข้ากับกำแพงของอาคารจนพังไปทั้งแทบและทวนปราบปีศาจก็แตกสลายกลายเป็ผุยผงไม่เหลือแม้เศษซากจนไม่สามารถนำมาซ่อมแซมกลับมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง ทุกคนที่อยู่โดยรอบมองไม่เห็นว่าหยางโจวขยับเขยื่อนร่างกายไปตอนไหน พอเห็นอีกที่จิ้งอี้ก็ปลิวหายทะลุกำแพงไปแล้ว จิ้งอี้สลบไสลไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัว ฟันของจิ้งอี้หลุดออกจากปากจนหมดทุกซี่ ฟันนั้นร่วงหล่นตรงจุดเดิมที่จิ้งอี้ยืนอยู่ตรงนั้น
" เ้าสารเลวเ้าบังอาจทำร้ายองค์ชายของข้าพวกเราฆ่ามันแก้แค้นให้องค์ชายจิ้งอี้ "
มีศิษย์สายนอกที่เป็ศิษย์เก่าร่วมหมื่นคนที่เข้าร่วมเพื่อที่จะสังหารและมาทำร้ายหยางโจว บางคนใช้อาวุธประจำตัวออกมาบางคนใช้ทักษะวิชาขั้นสูงเข้ามาหมายสังหารหยางโจว แต่ก็มีศิษย์สายนอกที่เป็ศิษย์เก่ามากกว่าสามหมื่นคนที่ไม่ได้เข้าร่วมมาทำร้ายหยางโจวเพราะศิษย์เก่าส่วนมากถูกจิ้งอี้และพรรคพวกบังคับมาให้กลั่นแกล้งศิษย์ใหม่ เมื่อศิษย์เก่าส่วนมากเห็นพลังของหยางโจวที่สามารถสยบจิ้งอี้ได้เพียงไม่กี่หมัดต่างก็ยินดีปรีดาเป็ยิ่งนักเพราะศิษย์เก่าเหล่านี้ต่างก็โดนจิ้งอี้ข่มแหงรังแกมาเป็เวลานานแล้ว หยางโจวเมื่อสามารถแบ่งแยกผู้ที่คอยข่มแหงผู้อื่นได้แล้วก็ได้สบัดฝ่ามือเพียงหนึ่งครั้งปล่อยปราณวายุไปกระแทกเข้ากับคนเ่าั้จนกระเด็นไปกระทบเข้ากับกำแพงอาคารโดยรอบ บางคนร่างกายพุ่งเข้าอัดเข้ากับหอฝึกต่าง ๆ จนถล่มลงมาจนไม่เหลือเข้าโครงอาคารหลังเดิม
" พวกเ้ารนหาที่เจ็บตัวเองนะ ปราณวายุออกมา ไป "
" ตู๊มมมมม !!!!! "
" อ๊ากก ! อ๊ากกก !! "
เสียงร้องโหยหวนคนนับหมื่นคนกระจายไปทั่วอาคารหลังนี้โชคดียังไม่มีผู้าุโคนใดหรืออาจารย์ท่านใดเข้ามาและอาคารหลังนี้ยังมีค่ายกลป้องกันการถูกโจมตีจากภายนอกจึงทำให้คนทั้งมหานิกายไม่ได้รับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในอาคารนักษัตรหยางเหนียนแห่งนี้