บทที่ 4 หลบหนีจากปากเสือ
เสียงอะไรน่ะ?
แต่ว่าก็ว่า ขันทีผู้นี้แรงเยอะเสียจริง แค่ผลักเข้ามาแค่นี้นางก็กระเด็นมาไกลขนาดนี้ หากออกแรงมากกว่านี้เพียงนิด นางคงได้ตายพอดี
ประตูหินปิดลง ภายในทางเดินอันมืดมิดกลายเป็สีดำสนิท หากแต่ยังมีแสงไฟสลัว ๆ อยู่ที่ปลายทางอันมืดมิดอีกฝั่ง
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น และความหวังที่จะมีชีวิตรอด อวิ๋นอินอินพยุงตัวลุกขึ้นมาและเดินไปยังแสงสว่างนั้น แสงนั้นสว่างมากยิ่งขึ้นเรื่อย จนกระทั่งมันชัดเจนขึ้นมา ทว่าทันใดนั้นมันกลับสว่างวาบขึ้น ทำให้อวิ๋นอินอินทรุดตัวลงกับพื้นในทันที
นี่มันอะไรกัน? เสือขาวอย่างนั้นหรือ?
บ้าน่า ในตำหนักผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิเลี้ยงเสือขาวเอาไว้?
อินอินกลืนน้ำลายลงคอ เหงื่อชุ่มเต็มตัว ค่อย ๆ ขยับถอยหลังไปช้า ๆ และใช้โอกาสในตอนที่เ้าเสือขาวตัวนั้นไม่ทันได้สังเกตกลับไปยังประตูหิน แต่น่าเสียดายที่นางลืมเื่ที่เสือขาวสามารถรับรู้กลิ่นไป เพราะยังไม่ทันที่นางจะถอยไปไหน ทันใดนั้นเสือขาวที่นอนอยู่ก็หมุนตัวกลับมา มันอ้าปากกว้างมาทางอวิ๋นอินอิน พร้อมทั้งส่งเสียงคำรามอันน่าเกรงขาม
“กรร!” หลังเสียงร้องอันน่าตื่นใ อวิ๋นอินอินก็พยายามไม่ให้ตัวนางสั่น และบังคับให้ตัวเองสงบสติอารมณ์
เสือขาวจับจ้องไปยังอวิ๋นอินอินจนนางไม่กล้าขยับ เสือขาวเองก็นิ่ง ราวกับว่ามันกำลังรอจังหวะที่จะเข้าตะครุบนางอยู่
นางมองซ้ายมองขวาสำรวจสถานที่แห่งนี้ นี่น่าจะเป็ใจกลางของถ้ำหินที่ถูกสร้างขึ้นมา เพียงแต่ว่าถ้ำหินนี้กว้างมากเสียจนเอาเสือขาวมาเลี้ยงในนี้ก็ไม่มีใครรู้ พอมองไปรอบ ๆ อวิ๋นอินอินพบว่าไม่ไกลจากตัวนางนั้นมีรอยแยกเล็ก ๆ ด้วยร่างอันผอมบางของนางอาจสามารถเข้าไปหลบในนั้นได้ เสือขาวตัวนั้นไม่มีทางเข้าไปได้แน่
แต่น่าเสียดาย รอยแยกที่ว่านั้นอยู่ทางด้านขวาของเ้าเสือขาวซึ่งไม่ไกลจากตัวมันเลยสักนิด อวิ๋นอินอินคิดว่าระยะห่างเท่านี้ นางไม่มีทางที่จะวิ่งเร็วกว่าเสือขาวได้อย่างแน่นอน
เมื่อเห็นเ้าเสือขาวกำลังก้าวเข้ามา อวิ๋นอินอินยื่งตื่นใจนแทบเสียสติ ทันใดนั้นนางก็นึกอะไรออก นางรีบก้มหัวลงและถอดกระโปรงของตัวเองออก พร้อมทั้งจับกระโปรงม้วนสองสามทบจนเป็ลูกบอลขนาดใหญ่
“นี่ พี่เสือขาว ดูสิ เราเจอกันครั้งแรก ข้าไม่มีของขวัญเพื่อแสดงความเคารพอะไรให้เลย นี่ ข้าให้ลูกบอลกับเ้าแล้วกันนะ?”
พูดไป นางก็ใช้แรงทั้งหมดที่มีโยนลูกบอลที่ทำจากผ้าของนางไปตรงหน้าของเสือขาว
ว่ากันว่าเสือก็คือแมว เป็แมวก็ต้องชอบเล่นบอล พี่เสือขาว เ้าต้องไว้หน้ากันบ้างนะ… เล่นบอลสิ… เล่นสิ… เล่นสิ
อวิ๋นอินอินอธิษฐานซ้ำแล้วซ้ำเล่าในใจของตน จนในที่สุดสายตาของเ้าเสือขาวก็ค่อย ๆ หันไปทางบอลนั่น หลังจากนั้นมันก็เดินเข้าไปสองก้าว พร้อมกับยืดอุ้งเท้าหน้าเพื่อลองดันลูกบอลดู จนลูกบอลกลิ้งไปมา ทว่าจู่ ๆ หัวใจของอวิ๋นอินอินก็เย็นวาบขึ้น
ในขณะที่นางรู้สึกว่าตัวเองเป็คนโง่งี่เง่า ทันใดนั้นเ้าเสือขาวก็กระโจนเข้าใส่ลูกบอล และใช้อุ้งเท้าหน้าทั้งสองข้างกอดมันเอาไว้ พร้อมทั้งหมอบลงกับพื้นราวกับแมวตัวใหญ่ที่กำลังนอนเล่น
อวิ๋นอินอินจึงใช้โอกาสนี้ รีบเข้าไปในช่องแคบ ๆ นั้นด้วยก้าวใหญ่ ๆ เพียงก้าวเดียว
ส่วนเ้าเสือขาวเพียงหันหน้ามามอง และมันก็หันกลับไปเล่นลูกบอลต่อ
นางอยู่ในรอยแตกสักพัก ในใจอดไม่ได้ที่จะกล่าวโทษพระเ้า แค่ให้นางกลับชาติมาเกิดไม่ได้หรือ? เหตุใดต้องให้ข้ามมิติมาด้วย จะข้ามมิติมาก็ควรให้มันเหมาะสมหน่อยสิ ข้ามมิติมาย่ำแย่ขนาดนี้ จะกินจะดื่มก็ยังทำได้ไม่เต็มที่ แถมรอบตัวก็เต็มไปด้วยคนเลวทราม ตอนนี้ยังต้องมาตายคาปากเสืออีก
อะไรกัน? นี่ท่านคิดว่าที่ข้าถูกรถชน ยังตายไม่น่าอนาถพออีกใช่หรือไม่!
ขันทีฉีกลับไปยังศาลากลางป่าสน ยังไม่ทันที่เขาจะได้กล่าวรายงานถึงเื่มือสังหาร จู่ ๆ ก็มีหญิงสาวในชุดคนรับใช้เปิดประตูออกมา และลมลงกับพื้นดังปัง พยายามดิ้นรน จากนั้นก็สิ้นใจลง
“นายท่าน นี่มัน?”
ขันทีฉีเดินไปยังหน้าประตูด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี มองไปยังผู้สำเร็จราชการแทนที่อยู่ในห้องด้วยความเคารพ เซวียนเหยียนฟู่…
เซวียนเหยียนฟู่เหลือบมองขันทีฉีด้วยสายตาเ็า และหมุนตัวกลับไปนั่งที่เก้าอี้ ทองคำที่ถูกเย็บเอาไว้บนชุดคลุมจีนสีดำพร้อมไหวขึ้นตามการเดินของเขา ราวกับงูทองคำที่มีชีวิต ดวงตาของงูตนนั้นหันไปทางขันทีฉี มันเยือกเย็นเช่นเดียวกันกับดวงตาของเซวียนเหยียนฟู่
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันเป็แค่งานเย็บปัก หากแต่ตอนนี้ขันทีฉีอดไม่ได้ที่จะก้มหัวลง เพราะไม่กล้ามองมัน
อาต้าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เซวียนเหยียนฟู่เห็นขันทีฉีหวาดกลัวมากเพียงนี้ ก็เปิดปากบ่นขึ้น
“ผู้ดูแลฉีเ้าเป็อะไรไป ข่าวก็บอกเ้าไปแล้ว เหตุใดมือสังหารผู้นี้ถึงยังสามารถเข้ามายังศาลาในสวนสนได้?”
“ข้า… เมื่อครู่นี้ข้าจับตัวมือสังหารได้แล้วขอรับ จับขังเอาไว้กับเยว่หยา[1]*แล้ว จะเป็ไปได้หรือไม่ว่าข่าวอาจจะผิดไป แล้วครั้งนี้พวกมันส่งคนมาสองคนขอรับ?” น้ำเสียงของขันทีฉีดูหวาดกลัวและกระอักกระอ่วน
เขาเงยหน้าขึ้นมองเซวียนเหยียนฟู่อย่างหวาดเกรง แต่กลับพบว่าสีหน้าของนายท่านเ็าลงเรื่อย ๆ
เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกระวนกระวายใจ เมื่อนึกถึงเด็กสาวที่ถูกขังเอาไว้ในถ้ำเสือ จู่ ๆ เหงื่อของขันทีฉีก็เริ่มหยดลงมา พร้อมกับคุกเข่าลงกับพื้น
“นายท่าน ข้าน้อยโง่เขล่ายิ่งนัก เมื่อครู่องค์หญิงเก้ามาหาท่าน แต่ข้าเข้าใจผิดนึกว่านางเป็มือสังหาร เลย… เลยขังนางเอาไว้ในถ้ำเสือแล้ว…”
“องค์หญิงเก้า? องค์หญิงเก้าองค์ไหน?”
ใบหน้าของอาต้าดูสับสน ในพระราชวังมีองค์หญิงเก้าด้วยหรือ? เขาหันหน้ากลับไปมองนายท่าน และพบว่าดวงตาของอีกฝ่ายนั้นก็ดูสับสนเช่นกัน
“ข้าน้อยเองก็มิทราบ แต่ในพระราชวังมีองค์หญิงเก้าอยู่จริงขอรับ ทว่านางเป็คนอ่อนแอไร้กำลัง อย่างไรเสียองค์หญิงเก้าคนนี้กลับดูแจ่มใส ฉลาดและคล่องแคล่ว ข้าน้อยจึงคิดว่านี่เป็กลอุบายของมือสังหารหญิงที่ปลอมตัวมา”
“หากเป็มือสังหารหญิงจริง จะยอมให้เ้าจับตัวไปขังได้ง่าย ๆ เช่นนี้หรือ?” อาต้าพูดด้วยใบหน้าผิดหวัง “ผู้ดูแลฉี เื่ที่เ้าก่อในครั้งนี้มันช่างไร้ความคิดเสียจริง”
“นายท่าน ข้าน้อยจะไปดู หากเยว่หยาฆ่าองค์หญิงเก้าตายไปแล้วจริง ๆ คงเป็การยากที่จะอธิบายแก่องค์จักรพรรดิ” อาต้าก้าวขึ้นมาและพูดขึ้น
หากแต่เซวียนเหยียนฟู่ไม่ตอบกลับสิ่งใด เพียงมองไปยังขันทีฉีด้วยสายตาเย็นะเื “เ้าบอกว่าองค์หญิงเก้ามาหาข้า?”
“ขอรับ องค์หญิงเก้าบอกว่าจะมาทำความเคารพต่อท่านอา”
“ทำความเคารพ?” เซวียนเหยียนฟู่พูดเบา ๆ ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้นยิ้ม “ไป… ไปดูหลานสาวตัวน้อยที่ห่วงใยข้าเสียหน่อย”
นายท่านเองก็สงสัยว่าองค์หญิงเก้านี้เป็ตัวปลอมหรือไม่อย่างนั้นหรือ? อาต้าครุ่นคิด แต่ก็ตามไป ส่วนขันทีฉี เพราะเซวียนเหยียนฟู่ไม่ได้เอ่ยปากอะไร เขาจึงไม่กล้าลุกขึ้น
ภายในห้องขังลับ อวิ๋นอินอินหิวเสียจนไร้เรี่ยวแรง นางมองไปยังเสือขาวที่นอนอยู่ แล้วอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก
“ท่านเสือขาว เ้าถูกขังอยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้วนะ ลูกบอลง่าย ๆ แค่ลูกเดียวเ้ายังเล่นมาจนถึงตอนนี้อย่างไม่รู้เบื่อ”
เมื่อได้ยินเสียงของนาง เสือขาวก็หยุดเล่นลูกบอล และหันไปมองยังอวิ๋นอินอินที่อยู่ในช่องแคบ อวิ๋นอินอินยิ้มอย่างขมขื่น และยกนิ้วมือชี้ไปยังเสือขาว
“นี่ ท่านเสือขาว พวกเรามาทักทายกันหน่อยมั้ย แทนที่ข้าจะอดตายอย่างทรมานอยู่ในนี้ ไม่สู้ให้เ้ามาทำให้ข้ามีความสุขหรอกนะ แม้ว่าร่างกายของข้าจะไม่ค่อยมีเนื้อมีหนัง แต่ก็คงทำให้เ้าอิ่มได้อย่างไม่มีปัญหา แต่พูดจริง ๆ นะ ฟันของเ้าต้องคม ๆ หน่อย ทางที่ดีคือทำให้เร็วที่สุด ข้าจะได้ไม่รู้สึกเจ็บแล้วเ้าก็กินให้อิ่มจนเรอออกมาเลย”
“นี่ อย่าเอาแต่นั่งแบบนั้นโดยไม่ส่งเสียงอะไรสิ ฟังเข้าใจมั้ยเนี่ย ถ้าเข้าใจก็ส่งสัญญาณมาหน่อย”
เพียงอวิ๋นอินอินพูดจบ ทันใดนั้นเสือขาวที่เอาแต่นั่งอยู่กับที่ก็ลุกขึ้น อวิ๋นอินอินใจนใบหน้าขาวซีด ชักมือกลับด้วยความตื่นตระหนก นางหลับตาร้องไห้และะโออกมา “ท่านเสือขาว พวกเรายังอยู่ในขั้นตอนของการพูดคุยกัน ท่านอย่ารีบกระโจนเข้ามาสิ ข้ากลัวแล้วนะ…”
“ท่านหิวข้าเองก็หิว… ข้ายังเด็กอยู่ ยังกินไม่อิ่ม ข้าไม่อยากเป็ผีที่หิวตาย ข้ายิ่งไม่อยากตายแล้วต้องมาตายอีก…”
อวิ๋นอินอินพูดไปเรื่อย ๆ จนร้องไห้ออกมา นางร้องจนเสียงดังมาก พร้อมพรั่งพรูความรู้สึกผิดหวัง น้ำมูกน้ำตาไหลอาบเต็มหน้า
เซวียนเหยียนฟู่มองดูเยว่หยาที่นั่งลงตรงเท้าของตัวเอง และมองไปยังใบหน้าหวาดกลัวของเด็กสาวด้วยดวงตาแสนรังเกียจ
[1] เยว่หยา แปลว่า แปลว่าจันทร์เสี้ยว หรือเขี้ยวจันทร์ ในเื่นี้เป็ชื่อของเสือขาว