ออสการ์ใช้เวลาไม่นานในการพาตัวเองมาถึงกำแพงหินผาที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดขอบทางด้านทิศตะวันออก มันเป็ผาหินที่ราบเรียบไร้รอยแตก ไม่มีเหลี่ยมมุมให้เกาะเกี่ยววางมือวางเท้าปีนป่ายขึ้นไปปรากฏให้เห็น ยังไม่นับว่ามันสูงจนมองไม่เห็นยอดอีก
นี่เป็กำแพงธรรมชาติที่ล้อมรอบป่าผืนนี้เอาไว้ ‘ไพรทมิฬ’ น่าจะมีรูปร่างคล้ายหยดน้ำ ทางทิศใต้อันเป็ที่ตั้งของจุดเริ่มต้นมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่ และจะแคบลงเรื่อย ๆ เมื่อขยับสำรวจขึ้นมาทางทิศเหนือ
ที่ตำแหน่งชายของทุ่งหญ้าแห่งนี้ เด็กหนุ่มประมาณคร่าว ๆ ว่าระยะทางจากผาหินทางทิศตะวันออกไปจรดผาหินทางทิศตะวันตกกว้างเพียงแค่ 1-2 กิโลเมตรเท่านั้น และมันสอบแคบลงไปเรื่อย ๆ
ส่วนขนาดของทุ่งหญ้า ไม่น่าจะเกิน 10 ตารางกิโลเมตร เมื่อวานออสการ์เดินสำรวจเรียบผาทางด้านทิศตะวันตกลึกเข้าไป 2-3 กิโลเมตร เห็นหมู่แมกไม้เขียวขจีตั้งเด่นอยู่สุดสายตา ตรงนั้นน่าจะเป็จุดสิ้นสุดของเขตทุ่งหญ้า แต่เขายังไม่กล้ามุ่งหน้าไปยืนยัน
เวลาไม่พอ! ด้วยการที่เคลื่อนตัวอย่างระมัดระวังเป็พิเศษ เด็กหนุ่มเดินสำรวจทุ่งหญ้าได้เพียงประมาณ 1 ใน 4 ส่วนเท่านั้นก็ถึงเวลาเย็นย่ำ เขาตัดสินใจกลับมาพักค้างคืนอยู่ที่โพรงไม้ของหมาป่าสีเทาอีกครั้ง ไม่กล้าที่จะอยู่พักค้างแรมในทุ่งหญ้า มันไม่ปลอดภัยอย่างที่สุด! ออสการ์ไม่ได้บ้าบิ่นหรือโง่ขนาดนั้น
เมื่อเช้า เด็กหนุ่มออกจากโพรงไม้ไปั้แ่ฟ้ายังไม่สาง เขานั่งอยู่ที่จุดซุ่มหมายเลข 3 รอให้ฝูงหมาป่ากลับมาเกิดใหม่ และใช้พวกมันเป็คู่ต่อสู้ฝึกการใช้หอกยาว หมาป่าสีเทา 7 ตัวถูกกำจัดภายในไม่ถึง 2 นาที แถมออสการ์ยังไม่ได้รับาเ็อะไรเลยแม้แต่น้อย ผลลัพธ์ออกมายอดเยี่ยมเลยทีเดียว
“น่าแปลก! ทำไมถึงไม่มีวี่แววของเ้าเสือตัวนั้นเลย? หรือว่ามันกลัวขุนหอกไร้น้ำใจคนนี้เสียแล้ว!?”
แม้จะเดินสำรวจอย่างใช้ความระมัดระวังเป็ที่สุด แต่ด้วยความที่ออกมาั้แ่เช้าตรู่ ตะวันยังไม่ทันตรงหัวดี เด็กหนุ่มก็พาตัวเองเดินเลียบเกาะผาหินมาได้ระยะทางมากกว่า 3 กิโลเมตรแล้ว หมู่แมกไม้เขียวขจีเป็ย่อม ๆ ที่เขาเห็นเมื่อวานปรากฏขึ้นในระยะสายตาอีกครั้ง และเมื่อมองตรงไปทางทิศตะวันตก ผาหินของฝั่งนั้นตั้งตระหง่านให้เห็นอยู่ได้อย่างเต็มตาเช่นกัน
“เอาไงดี ‘โมกขศักดิ์’? จะลุยต่อ หรือว่ากลับไปพักกันก่อนดี?”
เมื่อไม่มีใครให้ปรึกษา ออสการ์ก็ตั้งชื่อให้หอกยาวในมือแล้วชวนมันคุยเสียเลย
“นั่นสินะ! กลับไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ฆ่าเ้าพวกหมาป่าไปแค่ 2 รอบ คงยังไม่พอให้น้ำยายกระดับโผล่ออกมาแน่”
เขาเอ่ยเออออออกมา ก่อนจะเริ่มสาวเท้าไปข้างหน้าต่อ องศาของการเดินเริ่มมุ่งออกห่างจากผาหินไปเล็กน้อย มันมีอะไรบางอย่างติดอยู่ในใจจนอยากพิสูจน์ การเคลื่อนที่เลียบขอบต่อไปแบบเดิม? มันน่าจะไร้ประโยชน์เสียแล้ว
…….
“เชี่ยแล้ว!”
ออสการ์สบถออกมาเมื่อนึกได้ว่าสิ่งที่คาใจอยู่คืออะไร สันหลังของเขาเย็นวาบจนขนลุกไปหมดทั้งตัว ั้แ่เมื่อวานนี้ เด็กหนุ่มไม่เจอสัตว์อะไรในทุ่งหญ้าแห่งนี้แม้แต่ตัวเดียว และนั่นมันไม่ใช่เื่ปกติแน่นอน
“โมกขศักดิ์ ฉันคงต้องหวังพึ่งแกแล้ว!”
มือทั้ง 2 ข้างกระชับด้ามหอกยาวเอาไว้แน่น ออสการ์ค่อย ๆ หันหลังกลับอย่างช้า ๆ การวิ่งหนีไปข้างหน้าไม่ใช่ความคิดที่ดี ต่อให้ไม่ได้เป็ชีตาร์ แต่เ้าตัวใหญ่นี่ก็คงจะเร็วกว่าเขาเกือบเท่าตัว
เด็กหนุ่มยังหวังอยู่เล็กน้อยว่าตัวเองจะคิดผิด
แล้วความหวังก็สูญสลายไป
ในพุ่มหญ้าห่างออกไปทางด้านหลังแค่ประมาณ 3-40 เมตร ดวงตาสีเหลืองเข้มขนาดเกือบเท่ากำปั้นเด็กคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเขม็งมาที่เขา ลายสีเหลืองสลับดำทำให้ร่างอันใหญ่โตดูกลมกลืนไปกับทุ่งหญ้า และออสการ์รู้แล้วว่า
เ้าเสือโคร่งเบงกอลั์ตัวนี้ไม่เคยหายไปไหน!
มันแค่กำลังเฝ้ารออย่างอดทนเท่านั้น รอให้เขาออกมาห่างจากริมผาหิน รอให้เขาออกมาติดกับ!
เสือไม่ใช่หมา! มันไม่เห่า ไม่ขู่ และมันซุ่มเงียบเพื่อรอจู่โจมเหยื่ออย่างอดทน
สิ่งเดียวที่พอจะทำให้ออสการ์เย็นใจได้ในตอนนี้ ไม่ว่าเ้าเสือใหญ่ตัวนี้จะเป็บอสหรือไม่ โอกาสที่ทุ่งหญ้าแห่งนี้จะมีมันอยู่ตัวเดียวเป็ไปได้สูง
อย่างคำที่มีคนเคยกล่าวเอาไว้ เสือ 2 ตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ฉันท์ใด ทุ่งหญ้าแห่งนี้ก็ไม่ได้กว้างใหญ่พอที่จะใส่เ้าป่าลงมาพร้อมกัน 2 ตัวฉันท์นั้น
สายตาถูกใช้กวาดมองไปจนทั่วทุ่งหญ้า สมองของเด็กหนุ่มวิ่งหมุนวนคำนวณหาทางรอดให้ตัวเองอย่างเต็มกำลัง เขาไม่เคยคิดว่าจะต้องเผชิญหน้ากับสัตว์นักล่าที่เ้าเล่ห์แสนกลในระยะประชิดแบบนี้ แผนการต่าง ๆ ที่เคยวางเอาไว้ในหัว มันใช้ไม่ได้อีกต่อไป
ออสการ์ทรุดตัวลงใช้เข่าข้างหนึ่งยันพื้นเอาไว้ มือทั้ง 2 ข้างกระชับหอกแน่นจนเส้นเืสีเขียวนั้นปูดโปนออกมา เขาต้องตั้งรับ! นี่อาจเป็วิธีที่ดีที่สุด
น้ำหนักตัวอันมหาศาลของมัน กับความคมของโมกขศักดิ์
‘มันต้องได้ผล’
เด็กหนุ่มเฝ้าบอกตัวเองในใจซ้ำไปซ้ำมา…
…..
แหมะ!
เหงื่อไหลหยดจากใบหน้าลงกระทบเข่าเป็หยดที่ 5 แล้ว แม้ว่าอากาศที่นี่จะไม่ได้ร้อนมากนัก แต่การนั่งคุกเข่านิ่งเตรียมพร้อมอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่าย
มันไม่ใช่สถานการณ์ที่น่าพิสมัยสักเท่าไรนักเลย
ใช่! 30 นาทีแล้ว ออสการ์ยังนั่งคุกเข่าคุมเชิงกับเ้าเสือใหญ่ลายพาดกลอนอยู่ที่เดิม มันกลายเป็การแข่งจ้องตาวัดความอดทนไปเสียแล้ว
เมื่อไม่มีการขยับเขยื้อนจากอีกฝ่าย เด็กหนุ่มก็ได้แต่ตั้งสติรวบรวมสมาธิให้มั่นเอาไว้ พยายามข่มใจไม่ให้ความคิดบ้า ๆ ที่เพิ่งผุดขึ้นมาเข้าครอบงำ
‘แทงหอกสวนเข้าใส่เ้าเสือบ้าตัวนี้ตอนที่มันกระโจนเข้าจู่โจม’
นี่คือสิ่งที่ออสการ์วางไว้ ปัญหาเดียวที่มี!?
เ้าเสือร้ายตัวนั้นนอนนิ่งเหมือนตายไปแล้วก็ไม่ปาน!!
‘ไม่ได้! ระยะมันใกล้เกินไป ไม่ควรลองเป็อันขาด!!’
เด็กหนุ่มเตือนตัวเองในใจซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ดูเหมือนว่าความบ้าบิ่นมันจะมากกว่า มือซ้ายถูกขยับออกห่างจากด้ามหอก สายตาจับจ้องเขม็งอยู่ที่เ้าเสือโคร่งั์
“ให้ตายสิ! เป็ไงเป็กัน!”
ออสการ์บ่นพึมพำออกมาในที่สุด เขายันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนจังก้า มือขวาและมือซ้ายถูกสะบัดอย่างรวดเร็วพร้อมกัน หอกยาวจากมือขวาถูกส่งเข้าไปในช่องเก็บของ คันธนูถูกเรียกมาถืออยู่ที่มือซ้าย ลูกธนูปรากฏขึ้นที่มือขวาในเสี้ยววินาทีต่อมา
ผึง!
นี่เป็การน้าวสายยิงธนูที่เร็วที่สุดในชีวิตของออสการ์แล้ว เป้าหมายคือตรงกลางระหว่างดวงตาสีเหลืองเข้มคู่นั้น
ปึก!
ลูกธนูพุ่งด้วยความเร็วสูงปักกระทบพื้นจนได้ยินเสียงดังลั่นออกมา ใช่แล้ว!พื้นดิน!!
“บ้าเอ้ย!!”
เด็กหนุ่มสบถพร้อมกับเรียกหอกยาวกลับออกมา แต่มันช้าเกินไปที่จะใช้แทงสวนตามความตั้งใจเดิม
ปฏิกิริยาของเสือโคร่งเบงกอลตัวนี้เร็วเกินไป มันขยับพุ่งตัวออกมาั้แ่เขาเพิ่งน้าวสายธนู การกระโจนพรวดเดียวของมันย่นระยะได้เกิน 20 เมตร
ที่สำคัญกว่านั้น!
การโจมตีของมันไม่เหมือนกับหมาป่าสีเทาที่ออสการ์ใช้ฝึกปรือฝีมือ
มันไม่ได้พุ่งกระโจนใส่จากมุมสูงเพื่อใช้เขี้ยวอันแหลมคมเข้าจู่โจม
มันพุ่งเลียดพื้นมาแล้วตบเข้าใส่ด้วยอุ้งเท้าอันใหญ่โตและทรงพลังแทน
ตึง!!
ทัน! หอกยาวถูกยกตั้งขึ้นป้องกันการจู่โจมแทนโล่ มือขวาของเขาจับด้ามหอกเอาไว้แน่น แขนซ้ายถูกพาดขวางเป็รูปกากบาทเพื่อเสริมเพิ่มพลังป้องกัน แต่มันยังคงไม่เพียงพอ
พลั่ก!!!
เสียงแผ่นหลังของออสการ์กระแทกพื้นดังสนั่นออกมาลั่นทุ่ง
การตบครั้งนี้ส่งเขาลอยกระเด็นออกมาไกลเกือบ 10 เมตร แขนซ้ายปวดแปลบเหมือนว่ากระดูกจะแตกร้าวไปหมดแล้ว มือขวาสั่นระริกจากการต้านรับแรงปะทะอันมหาศาล
โชคดีที่ออสการ์ยังกำหอกยาวให้อยู่ติดมือได้...