บ้านแสนสุขเริ่มวุ่นวายไม่น้อย เมื่อ‘ท่านหญิงคู่หมาย’ หายตัวไป!
“มันเกิดอะไรขึ้น!” แม่บันถึงกับอยู่ไม่สุข บุหงามองตามคนสูงวัยเดินวนเวียนไปมาจนเริ่มตาลาย
“ข้าว่านายน้อยคงไม่ได้ไปไหนไกล แม่นายหญิงนั่งพักก่อนเถอะ”
“ใครจะนั่งได้ ฮืม! กษณะจะได้เื่ไหมนะ”
คนรอฟังข่าวจากบุตรชายที่กำลังออกไปตามหาบุตรสาวั้แ่เช้ามืดนั้นร้อนใจอยู่เป็ทุนเดิมแล้วยิ่งใกล้เวลาที่ทางศิลานครจะมาถึงก็ยิ่งร้อนใจหนักกว่าเดิม ดวงตาสีขุ่นเบิกโพลงเมื่อร่างสูงของกษณะโผล่มาให้เห็น
“เจอน้องไหม?” กษณะส่ายหน้า
“ไม่เจอแม่”
“ไปอยู่ที่ไหนนะ”
“ใจเย็นก่อนเถอะแม่ข้าว่า...”
“จะให้เย็นไหวรึ! หายไปั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แล้วป่านนี้จะเป็ตายร้ายดียังไง”
“แม่นายหญิงข้าว่าเมื่อคืน..” บุหงาครางออกมาได้ไม่กี่คำก็ต้องชะงักไว้เมื่อเสียงฬาออแผดลั่นมาก่อนตัว
“ท่านชายมาแล้ว ทะ..ท่านชายมาแล้ว!”
ยิ่งตอกย้ำให้สามชีวิตเหมือนเจอทางตัน
หญิงสูงวัยในชุดผ้าเนื้อดีออกมาต้อนรับผู้สูงศักดิ์พร้อมบุตรชายด้วยกิริยาสำรวมอ่อนน้อม
“ข้านามว่าสะบันงา มารดาของบุตรชายและบุตรสาวของบ้านนี้ยินดีต้อนรับท่านชาย เชิญท่านด้านในเถิด” ทายาทหนุ่มปรายตามองรับอากัปกิริยาคนเบื้องหน้าที่ไม่สามารถมองเป็อย่างอื่นไปได้นอกจาก
คงเตรียมตัวกันมาดี ถึงได้ดูแเีอย่างนี้
“ข้าก็ยินดี” แววตาคมสะดุดเข้ากับคนเป็บุตรชายที่รู้สึกคุ้นหน้า..เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อนแต่ก็ต้องเก็บความสงสัยไว้เมื่อนึกได้ว่ายังไม่ใช่คนที่ควรใส่ใจในตอนนี้
ผู้หญิงคนนั้น!
“บุตรสาวเ้าล่ะ”
“เอ่อ..” แม่บันอึกอักเพราะไม่รู้จะพูดอย่างไรดี พลางกรอกตามองบุตรชายแวบหนึ่ง และนั่นก็ทำคนถามเริ่มรู้สึกหงุดหงิด
“นางอยู่ที่ไหน”
ในที่สุดบุหงาก็ทนอมพะนำไว้ไม่ไหน ต้องรีบเข้ามากระซิบกับแม่บัน“แม่นายหญิง ข้าว่าเมื่อคืนเหมือนข้าเห็นว่ามีคนมาที่นี่ แต่ก็เพียงแค่เงาแว้บๆ”
“อะไรนะ!” คนฟังตบอกผาง
“ข้าก็ไม่แน่ใจ อาจจะตาฝาดไปเอง”
“แล้วทำไมเ้าไม่รีบบอกถ้าเกิดเื่ร้ายขึ้นกับดาวจะทำยังไง” คราวนี้เสียงดังจนเกินพิกัดกระซิบจนทายาททันวาเดาสถานการณ์ได้จากคำสนทนาเพียงไม่กี่คำที่ได้ยินคำว่า ‘เงา’ ส่งให้ฉุกคิดถึง ‘กลุ่มคนเงาดำ’ หรือนี่คือฝีมือของพวกมัน!
“นางไปไหน”
นี่มันอะไรกัน
“ไอ้พวกชั่ว!” ท่านชายสบถอย่างเหลือทน เหตุใด! คนที่เกี่ยวข้องกับตัวเองต้องหายตัวไปก่อนวันที่เขาจะมาเพียงชั่วคืนทำไมถึงเป็เช่นนี้
เกิดอะไรขึ้นกันแน่
ทายาทหนุ่มรู้สึกหลากหลายอารมณ์จริงๆ ก็น่าจะเป็การดีที่จู่ๆ นางก็มาหายตัวไปเอง แต่ลึกๆ ก็อดรู้สึกเป็ห่วงไม่ได้สตรีที่เกี่ยวข้องกับตนล้วนต้องเจอชะตากรรมเช่นนี้หรือ..
“แม่บัน”
เสียงตัวต้นเหตุความร้อนใจของใครหลายคนดังขึ้น ทายาทหนุ่มพินิจใบหน้ากระจ่างและดวงตาคู่สวยของคนที่กำลังก้าวผ่านประตูเข้ามาอย่างใจเย็นราวกับจะมองให้ชัดจนแน่ใจว่า ‘ใช่’
สะบันงาถลันเข้าหาก่อนใคร “เ้าไปไหนมา แม่เป็ห่วงมากรู้ไหม” นึกอยากจะตีให้ตัวลายสมกับความเกเรเหลวไหลแต่ต้องอดใจไว้
“มีอะไรกันรึ” คนเพิ่งมาถามหน้าตาเฉย แล้วก็ได้ความเงียบเป็คำตอบจึงค่อยขยับปากพูดต่อ “ก็ข้าฝากบอกฬาออไว้แล้วนี่ว่าข้าไปสวดมนต์บูชาองค์เทพอัมฤทธิ์ที่ริมทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ฬาออคงไม่ได้มาบอก” พอดีกับที่คนถูกพาดพิงไม่รู้หายหัวไปไหนยิ่งทำให้แม่บันหงุดหงิดจนหลุดปากต่อว่า
“เ้าฬาออนี่ยังไงนะเื่สำคัญแท้ๆ”
“ถ้าอย่างนั้น เงาคนเมื่อคืนที่ข้าเห็นก็...”บุหงาเริ่มหน้าเบ้ สงสัยข้อสันนิษฐานจะผิดพลาด ดาวรีบยื่นหน้าเข้ามาเชิงหยอก
“ก็ข้าเองล่ะ นอนไม่หลับจนต้องออกไปเดินเล่นข้างนอก”
“เ้านี่เหลือเกินจริง ไปริมทะเลสาบก็ไม่บอกแม่ไปบอกทำไมเ้าฬาออน่ะ รู้อยู่ว่าขี้ลืม แล้วม้าสีหมอกก็อยู่ เ้าไปยังไงกัน” เ้าหล่อนเข้ากอดคนบ่นอุบอย่างประจบ
“ก็เ้าสีหมอกน่ะสิแม่ ดันตื่นใกระรอกป่าตัวนิดเดียววิ่งหนีข้ากลับมาเสียเฉย ใช้ไม่ได้เลย” หญิงสาวจิกตาให้กษณะอย่างเป็นัยๆว่า ‘ให้เงียบปากไว้’ ตอนนี้อย่าได้ริอาจสงสัย อะไรทั้งนั้น
คนรับสายตาจำต้องขมวดคิ้วมุ่นจำนน แล้วผ่อนลมหายใจยาว
แน่ล่ะ..ม้าสีหมอกใตื่นกระรอกป่าจนวิ่งหนีกลับมาแล้วเปิดปิดคอกแถมยังผูกเชือกไว้แ่าเรียบร้อยได้เองอย่างนั้นสิ
“ขบวนท่านชายทันวามาถึงได้สักครู่พอท่านรู้ว่าเ้าหายไปท่านก็เป็ห่วง เพราะคิดว่าเ้าถูกกลุ่มคนเงาดำลักตัวไป”ดาวใจเต้นไม่เป็ส่ำหลังฟังคำมารดา แล้วรีบหันมาค้อมตัวให้กับท่านชายที่ยืนมองตนตาไม่กระพริบ
ยังไงดีนะ
เป็ไปได้ยังไง..ขนาดความเคลื่อนไหวเมื่อคืนยังไม่อาจเล็ดลอดสายตาของท่านไปได้หรือนี่ดวงตาใสนิ่งพลันระริกเมื่อคำว่า ท่านก็เป็ห่วง ดังกึกก้องขึ้นมาแทนที่
ทายาทหนุ่มไม่สนใจไถ่ถามความใดอีกแม้จะยังติดใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่และสุดท้ายก็ต้องเป็ฝ่ายตัดบท
“ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ก็คงสมควรแก่การเดินทาง”ดวงตาคมจัดตวัดมองอย่างตำหนิ ส่งผลให้รอยยิ้มหวานๆ เมื่อครู่เจื่อนลงทันตาเห็น
“คนอื่นเขาเดือดร้อนวุ่นวายกันไปหมดเ้าทำตัวแย่มาก!” คนฟังรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงทั้งที่มิได้โดนกระทำอย่างนั้นหากแต่ใบหน้าร้อนผ่าวเพราะไม่อาจอธิบายสิ่งใดให้ใครรับรู้ได้เลย
การล่ำลาก่อนเดินทางไม่ยืดยาวนักเมื่อทุกอย่างพร้อมดาวได้แต่นิ่งเงียบอยู่ภายในรถขบวนเมื่อชายสูงศักดิ์ข้างกายเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เขาทำเหมือนกับอยู่เพียงลำพัง
หญิงสาวลอบถอนหายใจ
จริงสิ! ครั้งแรกที่เจอกันก็ไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่และครั้งนี้ก็ดูไม่ต่างกัน นี่ถ้าหากไม่ใช่เพราะแหวนวงนี้ ท่านคงไม่สนใจใยดีข้าแน่ๆ
มือเล็กๆ ลูบไล้เรือนแหวนด้วยความรู้สึกหดหู่ใจจู่ๆ ภาพตรงหน้าก็เริ่มพร่ามัวจนทำให้ต้องพยายามยิบตาอยู่เป็ระยะ การหาละอองหญ้าขาวในทะเลสาบอัมฤทธิ์อย่างรีบเร่งจนไม่ได้นอนโชคดีที่การตกลงไปในทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์คราวนั้นทำให้พบสิ่งที่้าที่ขึ้นอยู่ทั่วไปใต้ผิวน้ำใสสะอาดโดยบังเอิญหากค้นหาใน่เวลากลางวันคงดีกว่าไม่น้อย
ในที่สุดก็ไม่อาจฝืนความอ่อนเพลียได้อีกต่อไปเมื่อเปลือกตาอ่อนบางปิดลงสนิท คนที่ปรายหางตาชำเลืองมองเพียงนิดถึงกับส่ายหน้าเวทนาอดคิดไม่ได้ว่านางคงตื่นเต้นกับตำแหน่ง ท่านหญิง จนทำให้นอนไม่หลับ หนำซ้ำยังออกไปสวดมนต์แต่เช้ามืด
ช่างไม่ประมาณตน
ศีรษะเล็กๆ โงกเงกไปมาอยู่พักใหญ่ กระทั่งค่อยๆโน้มลงพิงแขนคนข้างกาย
“อย่ามาถูกตัวข้า” มือหนาเอื้อมไปหวังจะผลักคนไม่รู้จักกาลเทศะอย่างรำคาญใจ หากไม่ติดว่าเมื่อแรกััเส้นผมดำขลับนุ่มสลวยที่ถูกมัดรวบไว้แบบหลวมๆทำชะงักมือ
ผมนิ่มจริง
ไม่ใช่แค่ดวงตากลมสวยเท่านั้น แต่ผิวกายยังขาวสะอาดนวลเนียนเนื้อตัวนุ่มนิ่มแม้ได้ััแค่เพียงน้อยนิด ซึ่งบัดนี้เ้าของคุณสมบัติดังกล่าวกำลังถือโอกาสหลับอยู่บนตักของตนเสียแล้ว
ปล่อยเลยตามเลยไปเถอะ..ก็แค่คนหลับ สวนทางกับความรู้สึกวาบไหวเมื่อครู่ทิวทัศน์สองข้างทางเวลานี้ไม่น่าหลงใหลให้ชวนมองเท่ากับคนบนตักกระนั้นหรือ ซึ่งความรู้สึกชั่วแล่นนั้นทำให้หวนนึกถึงทายาทต่างนครที่คอยแสดงความห่วงใยอาทรนางอย่างเหลือล้นยิ่งข้องใจในความสัมพันธ์
ใช่แล้ว นางคือผู้หญิงที่เห็นที่เขตตลาดกลางในวันฝนตกหนักออดอ้อนแนบชิดเกินกว่าคนรู้จักธรรมดาจะทำกัน
สำหรับเ้ามิณเยศ นางคือใคร แล้วท่านหญิงเ้าจันทร์ล่ะหรือเพียงเพราะ้าเอาชนะแย่งชิงอย่างไม่จบสิ้น จะเกินไปล่ะ..คราวนี้จะได้เห็นดีกัน
ความคิดหยุดลงเมื่อคนบนตักเริ่มหยุกหยิกไปมา
หญิงสาวค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างงัวเงียดวงตากลมใสเหมือนได้สติเมื่อเห็นหน้าคนที่จ้องมองลงมาถนัดตา รู้สึกถึงแขนแข็งแรงที่ประคองตนไว้แน่นคนแก้มแดงระเรื่อพลันสะดุ้ง
“เ้าเอนมาพิงข้าตื่นก็ดีละ..เมื่อยเต็มทน”
“ข้าขอโทษที่ทำให้ท่านลำบาก”
“ช่างเถอะ”
คำพูดเรียบเฉยเหมือนไม่ใส่ใจ ทำให้ดาวต้องก้มหน้างุดเพราะรู้สึกไม่สบายใจร่างกายร้อนวูบด้วยความอับอายจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี ยิ่งอีกฝ่ายนิ่งเฉยราวกับไม่ใส่ใจยิ่งรู้สึกอึดอัดแอบหวังสักนิดเพียงว่าจะมีการสนทนาใดกันบ้าง..แต่ก็ไม่มี ไม่กระทั้งจะหันมามองเอาแต่ทอดมองข้างทางอยู่นั่น
แล้วต่อไปจะทำอย่างไรดี
ส่วนมือใหญ่ที่ยกรับปลายคางยังคงหอมเนื้อตัวคนข้างกายอดสงสัยไม่ได้ว่านางอบน้ำดอกไม้ชนิดใดประพรมร่างกายจึงไม่ยอมจางหายไปสักที ชายหนุ่มส่ายหน้าช้าๆหวังไล่ความรู้สึกแปลกๆ นี้ออกไป พยายามหวนกลับมานึกถึงท่านหญิงเ้าจันทร์ จนป่านนี้จะเป็อย่างไรบ้างหายตัวไปเพียงข้ามคืนแล้วกลับมาอย่างไม่น่าเชื่อ..ทำไมไม่เกิดขึ้นกับท่านหญิงแทนที่จะเป็‘เ้า’ ดวงตาคมจัดตวัดมองคนข้างกายแวบหนึ่งเมื่อภาพใบหน้าของนางกลับเด่นชัดในสายตาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อครั้งต้องลมหนาว..ยามนั้น..ต้องหนาว
เมื่อครั้งต้องไอร้อน..ยามนั้น..ต้องร้อน
เมื่อครั้งต้องหยาดฝน..ยามนั้น..ต้องฉ่ำเย็น
เมื่อครั้งต้องใจรัก..ยามนั้น..ต้องรัก
หากหักห้ามทุกอณูความรู้สึกได้ดั่งใจหวัง..
เมื่อครั้งต้องลมหนาว..ยามนั้น..กลับร้อน
เมื่อครั้งต้องไอร้อน..ยามนั้น..กลับหนาว
เมื่อครั้งต้องหยาดฝน..ยามนั้น..กลับแห้งโรย
แต่หาก..เมื่อครั้งต้องใจรัก..ยามนั้น..
อย่าอาจหาญหักห้าม..ความรัก..ต้องรัก