ตอนที่ 25 งานแต่งของเ้าหญิง... 1
ไร่ส้มธิตาการ
ลานกว้างด้านหน้าเรือนไทยหลังใหญ่สองชั้นวางโต๊ะสีขาวปูด้วยผ้าสีเดียวกันหลายชุดจนพื้นสีเขียวของต้นหญ้าถูกปกคลุมด้วยโทนสีขาวบริสุทธิ์ไปทั่ว
เวทีประดับประดาดอกไม้หลากสีพร้อมกับชื่อของเ้าบ่าวเ้าสาวด้านหน้าซุ้มทางเข้ามีพุ่มแจกันอันใหญ่ประดับด้วยดอกกุหลาบสีแดงสดใสผ้าสีขาวโรยตัวจากซุ้มดอกกุหลาบพลิ้วไหวแต่เพียงน้อยตามแรงลมอ่อนหน้าซุ้มดอกกุหลาบสีขาววางรูปถ่ายคู่บ่าวสาวโดดเด่น
กระจกเงาบานใหญ่สะท้อนใบหน้าที่แต่งเติมแต่พองามผมสั้นแต่เรียบตรงเป็ระเบียบถูกคาดด้วยมงกุฎดอกไม้สีขาว คิ้วโค้งได้รูปแทบจะไม่ได้ถูกตกแต่งขนตาถูกดัดให้โค้งงอน แววตากลมโตนั้นเปล่งประกาย จมูกได้รูปงามรับใบหน้าริมฝีปากเล็กบางสีอมชมพูกับชุดเ้าสาวสีขาวบริสุทธิ์
“เสร็จแล้วค่ะ”ช่างแต่งหน้ามองดูเ้าสาวพร้อมกับยิ้มกว้างชื่นชมผลงานของตัวเองกับความน่ารักของเ้าสาวบนกระจกเงา“คุณรินสวยมากเลยค่ะ” ช่างแต่งหน้าตีสีหน้าไม่เข้าใจอยู่ครู่หนึ่ง“คุณรินลองยิ้มสักหน่อยสิคะ”
“...”
รินอารีเงียบแต่ก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยแม้รอยยิ้มนั้นจะเผยออกมาเพียงน้อยแต่ก็ปรับเปลี่ยนสีหน้าสวยงามแต่เคร่งเครียดนั่นดูเปล่งประกายความสดใสน่ารักออกมาให้เห็นในทันที
“ค่ะต้องอย่างนี้สิคะ ตอนนี้เราก็ไปได้แล้วค่ะคุณริน”
“เออ คือ”รินอารีเสียงอ่อน “ขอเวลาอีกสักนิดได้ไหมคะ”
“อ้าวทำไมเหรอคะ”ช่างแต่งหน้ายิ้ม “คุณรินยังตื่นเต้นอยู่เหรอคะ”
“ค่ะ”
“แหมคุณรินนี่น่ารักจังเลยนะคะ วันนี้ผู้ชายหลายคนต้องอิจฉาเ้าบ่าวแน่เลยค่ะ”
“คุณรินคะ”นกแกเปิดประตูที่เปิดแง้มอยู่แล้วเข้ามาในห้องแต่งตัว“คุณนวลหงส์ให้มาดูว่าคุณรินแต่งตัวเสร็จหรือยัง”
“เสร็จแล้วค่ะ”ช่างแต่งหน้าตอบแทน
“มีอะไรเหรอคะพี่นกแก”รินอารีตอบพร้อมกับหันหน้ามาหานกแก
“โอ้โหคุณหนูของนกแกสวยที่สุดในโลกเลย”นกแกรีบชมคุณหนูของตัวเองทันทีที่ได้เห็นใบหน้าที่แต่งเสริมเพียงแต่พองาม“คุณนวลหงส์รออยู่ด้านนอกค่ะ บอกให้นกแกมาตามคุณรินไปรับแขกเพราะแขกเริ่มมากันแล้วค่ะ”
“แล้วป้าลุงละคะ”
“อ้อคุณนันทิศแกเลือกเครื่องประดับอยู่ค่ะ ดูเหมือนจะตื่นเต้นมากกว่าคุณหนูอีกนะคะเลือกอันไหนก็ไม่ถูกใจสักอัน”
“งั้นเราไปกันเถอะค่ะพี่นกแก”
“ค่ะ”
“แล้วเ้าบ่าวมาถึงหรือยังคะ”ช่างแต่งหน้าเป็คนเอ่ยถาม
“ยังคะน่าจะเดินทางอยู่แต่ก็คงใกล้จะถึงแล้วละค่ะเพราะจวนจะได้เวลาที่นัดหมายกันไว้แล้ว” นกแกตอบ
รินอารีลงมาถึงลานหญ้าหน้าบ้านเรือนไทยตรงที่เตรียมไว้จัดงานในตอนที่แดดยามบ่ายเริ่มอ่อนแรงและมีเงาไม้ใหญ่ใกล้บ้านเรือนไทยหลายต้นบดบังแสงแดดเอาไว้ทันทีที่คุณนวลหงส์เห็นหน้าบุตรสาวก็ยิ้มกว้าง
“วันนี้ลูกแม่สวยมากเลย”
“...”รินอารีตอบรับคำชมมารดาด้วยรอยยิ้ม
“วันนี้เป็วันที่แม่มีความสุขมากเลยนะรินรู้ไหม”
“...”
รินอารีเงียบสบตามารดาด้วยแววตาที่ดูแปลกไปคุณนวลหงส์ได้เห็นแววตาของบุตรสาวแล้วสีหน้าที่ยิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็ความสงสัยในทันทีแต่ก่อนที่จะพูดซักถามก็มีแขกเข้ามาทักทายเสียก่อน
“โอ้โหนี่หนูรินเหรอนี่ สวยมากเลยลูก”หญิงวัยกลางคนแต่งตัวหรูหราเข้ามาทักทายพร้อมกับสามีที่แต่กายภูมิฐานกับแหวนหัวเพชรหัวนิลที่เกือบจะมีสวมอยู่แทบทุกนิ้ว
“สวัสดีค่ะคุณพี่”คุณนวลหงส์ยกมือไหว้ “ขอบคุณคุณพี่มากเลยนะคะที่มา”
“แหมคุณน้องนี่ก็พูดอะไรอย่างนั้นเราก็คนกันเองทั้งนั้น”
“ขอบคุณค่ะ”รินอารีกล่าวต้อนรับแขกที่มาในงานแต่งของตัวเอง
“ว่าแต่เ้าบ่าวอยู่ไหนล่ะอาอยากจะเห็นผู้ชายที่โชคดีคนนั้นซะแล้วสิ”
“คงกำลังเดินทางอยู่ค่ะ”คุณนวลหงส์รีบตอบแทนบุตรสาว “เชิญคุณพี่ที่โต๊ะเลยนะคะ ต้องขออภัยด้วยนะคะที่ต้องให้อยู่กลางแจ้งกันเพราะเรา้าความเป็ธรรมชาติ”
“ดีออกค่ะคุณน้องอยู่แต่ในห้องแอร์อึดอัดจะแย่เปลี่ยนบรรยากาศอย่างนี้ก็ดีไปอีกอย่าง ไร่ส้มบรรยากาศดีจะตาย”
“ค่ะขอบคุณคุณพี่มากเลยนะคะ เชิญที่โต๊ะได้เลยค่ะ”
“จ๊ะ ๆ ”
ระหว่างที่คุณนวลหงส์กับรินอารีรับแขกที่เริ่มทยอยกันเข้ามาในงานคุณนันทิศกับชุดโปรดเสื้อเชิ้ตตัวเก่งสีชมพูกับกางเกงยีนสีขาวกำลังสาละวนอยู่กับการเลือกสร้อยเพชรที่วางเกลื่อนอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแต่งหน้าบนห้องสักพักเสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนที่นอนก็ดังขึ้น เ้าตัววางมือก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดูแล้วยิ้มพร้อมกับกดรับ
“มาถึงกันแล้วเหรอจ๊ะ”คุณนันทิศตอบรับสายด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี
“ฮัลโหล”ปลายสายเป็คุณพนิตนันท์สวมหมวกปีกกว้างทรงแฟชั่นพร้อมกับแว่นสีดำตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสู้ดีนักกำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งลากกระเป๋าใบใหญ่หันซ้ายหันขวาท่าทางลุกลี้ลุกลนที่สนามบินในกรุงเทพมหานคร
“ว่าไงนะ”คุณนันทิศเสียงดัง “น้องอย่ามาล้อพี่เล่นนะ”
“น้องไม่ได้ล้อเล่นค่ะ”คุณพนิตนันท์คุยโทรศัพท์ไปพลางหันซ้ายหันขวาไปพลาง “แค่นี้ก่อนนะคะคุณพี่น้องคุยด้วยได้ไม่นานต้องรีบขึ้นเครื่องแล้ว”
“เดี๋ยวก่อนสิแล้วตาภัทรล่ะ”
“ตาภัทรออกเดินทางไปก่อนแล้วไปคนละเครื่องเพราะทุกอย่างน้องใช้ชื่อลูกแค่นี้ก่อนนะพี่น้องต้องขอโทษจริง ๆ”
“...”
ปลายสายตัดสัญญาณคุณนันทิศยังยกหูโทรศัพท์ค้างร่างกายเหมือนถูกตรึงไว้ให้กลายเป็รูปสลักหิน คุณนันทิศนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนที่แข้งขาจะเริ่มอ่อนแรงทรุดตัวลงนั่งที่เตียงนอนโทรศัพท์ตกพื้นแตกกระจายมือทั้งสองข้างจิกที่นอนกำแน่นกัดริมฝีปากตัวเองแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างจนกระทั่งร่างกายสั่นเทาพร้อมด้วยเสียงสะอื้นที่หนักขึ้น
“ไม่จริง”เสียงคุณนันทิศสั่นสะอื้นภายใต้หยดน้ำตาที่พรั่งพรู
ลานกว้างในงานแต่งรินอารีกับคุณนวลหงส์กำลังต้อนรับแขกที่ทยอยกันมาเยอะพอสมควรแล้วเมื่อไม่เห็นคุณนันทิศคุณนวลหงส์กำลังจะบอกให้บุญเรือมไปตามแต่เมื่อเห็นทั้งบุญเรือมกับนกแกกำลังสาละวนอยู่กับการจัดอาหารมาเติมที่ซุ้มอาหารก็เลยไปตามพี่ชายด้วยตัวเอง
“รินรับแขกไปก่อนนะลูกเดี๋ยวแม่ไปหาป้าลุงก่อนนะนี่ก็จวนเวลาแล้วยังไม่เห็นลงมาเลยแล้วพี่ภัทรก็ยังไม่ถึงอีก”
“ค่ะ”
คุณนวลหงส์เดินขึ้นเรือนไทยหลังใหญ่ชั้นสองตรงไปที่ห้องของพี่ชายเมื่อถึงหน้าประตูห้องก็เคาะประตูสามครั้งแต่ประตูที่ไม่ได้ล็อกก็เปิดกว้างออกคุณนวลหงส์จึงเปิดประตูและแปลกใจกับภาพที่ได้เห็น
“พี่เป็อะไรร้องไห้ทำไม”
“นวลหงส์ เรา”คุณนันทิศสั่นสะอื้น “เราหมดตัวแล้ว”
“พี่ว่าอะไรนะคะ”
“ทั้งหมดมันเป็ความผิดของพี่เองนวลหงส์เราหมดตัวแล้ว”
“พี่พูดอะไรน้องไม่เข้าใจ”
บริเวณที่จัดงานรินอารียังยืนรับแขกมีเพียงนกแกที่เข้ามายืนช่วยอยู่ข้างๆ เมื่อสังเกตว่าทั้งแม่และป้าลุงของหล่อนยังไม่ลงมาสักทีก็เลยให้นกแกไปตาม
หลังจากที่นกแกเดินลับหายไปที่เรือนไทยหลังใหญ่รินอารีอดที่จะมองตามไปที่ชั้นสองของตัวบ้านไม่ได้และก็เป็อีกครั้งที่นกแกเองก็เงียบหายไปเช่นกันรินอารีเริ่มกระวนกระวายใจมองไปที่เรือนไทยหลายต่อหลายครั้งจนกระทั่งนกแกเดินออกมาจากเรือนด้วยสีหน้าที่ผิดหวัง
“คุณหนูค่ะ”นกแกเสียงสะอื้นมีน้ำตาไหลออกมาเล็กน้อย
“พี่นกแกเป็อะไรเกิดอะไรขึ้นเหรอคะ”
“คุณหนูค่ะทำใจดี ๆ เอาไว้นะคะ”
“มีอะไรพี่นกแก”
“...”นกแกหายใจเข้าลึก ๆจังหวะนั้นเองที่บุญเรือมสังเกตเห็นสีหน้าของนกแกกับรินอารีดูที่ไม่ดีเลยรีบเข้ามาหาทั้งสอง
“ไม่มีงานแต่งแล้วค่ะคุณหนู”
แม้ว่านกแกจะพูดเสียงกึ่งกระซิบแต่มันก็ชัดเจนกึกก้องในความรู้สึกของรินอารี“ไม่มีงานแต่ง” รินอารีทวนความหมายในความรู้สึกของตนเองความสับสนความสงสัยเข้ารุมเร้าหล่อนอย่างหนัก
“ทำไมเหรอคะแล้วพี่ภัทรล่ะ”
“คุณภัทรไม่มาแล้วค่ะคุณหนู”นกแกยังพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งกระซิบเช่นเดิม
“พี่ภัทรไม่มา”
รินอารีพูดพร้อมกับยกมือขวาแตะริมฝีปากตนเองส่วนมือซ้ายวางทาบตรงหน้าอกด้านซ้ายในใจหล่อนเริ่มคิดจินตนาการถึงความเป็ไปที่ได้คาดเดาเอาเองถึงสาเหตุที่เ้าบ่าวของหล่อนไม่สามารถมางานแต่งได้ทั้งที่น่าจะอยู่ในระหว่างเดินทางที่ไม่ไกลมากนัก
“อุบัติเหตุ” แวบเดียวในความรู้สึกที่รินอารีต้องสูญเสียใครไปอีกคนเหตุการณ์ที่พี่ชายของหล่อนเกิดอุบัติเหตุก็เป็เหตุการณ์แรกที่ทำให้หล่อนคิดได้เช่นนั้นความรู้สึกต่าง ๆ ในด้านลบก็เริ่มจู่โจมเข้าหารินอารีในทันทีหล่อนรู้สึกผิดและเสียใจอย่างมากที่ไม่เคยได้มอบความรักเท่าที่ควรจะเป็กับผู้ชายที่เป็คนรักของหล่อนและถึงกระนั้นเขายังเฝ้าให้กำลังใจหล่อนรอคอยหล่อนให้รื้อฟื้นความทรงจำระหว่างเขากับหล่อนด้วยความอดทนและยังบอกด้วยว่าหากหล่อนยังจำไม่ได้ก็ไม่เป็ไรเพราะเขาจะสร้างความทรงจำระหว่างหล่อนกับเขาขึ้นมาใหม่หล่อนช่างใจร้ายกับคนรักของหล่อนเหลือเกินและก็เป็เพราะผู้ชายคนนั้นที่มาแอบเอาความรู้สึกดีๆ ของหล่อนไปแทนที่จะเป็พี่ภัทรของหล่อน
“ฉันเกลียดนายเหลือเกินน้ำฟ้า”
รินอารีนึกในใจก่อนจะหันไปพูดกับนกแก
“เกิดอะไรขึ้นกับพี่ภัทรหรือเปล่าคะพี่นกแก” รินอารีสั่นสะอื้นพร้อมด้วยหยดน้ำตา
“เกิดอะไรขึ้นนกแก”บุญเรือมเอ่ยถามอีกคน
“คุณพนิตนันท์กับคุณนาราภัทรหนีไปต่างประเทศแล้วค่ะคุณหนู” นกแกพูดพร้อมกับแสดงแววตาที่เวทนาคุณหนูของตน