บทที่ 2 มาเพื่อทวงความยุติธรรม
“นายจะถามทำไม?”
เป็ที่ชัดเจนแล้วว่าจางหวั่นฝูไม่ได้คาดคิดมาก่อน ว่าเซียวเฉินจะพูดเื่นี้ออกมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ความไม่ทันตั้งตัวนี้ทำให้ใจของชายวัยกลางคนกระหน่ำเต้นแรงราวกับเพิ่งรำลึกถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้
“ว่าไง? นายนึกออกแล้วใช่ไหม? และไม่ใช่แค่กับอาเฟยคนเดียวนะ แต่ยังมีอีกหลายคนเลยที่ถูกนายทำให้ล้มละลาย!”
เซียวเฉินเคยทำการติดต่อพูดคุยกับคนกลุ่มนี้มาก่อน และหลังจากรู้ว่าคนที่ทำให้พวกเขาเป็แบบนี้คือจางหวั่นฝู เซียวเฉินถึงได้เลือกมาทำงานที่ร้านอาหารของเขา
ด้านหนึ่งก็เพื่อทำงาน อีกด้านหนึ่งก็เพื่อเก็บหลักฐาน
ตอนนี้สิ่งจำเป็ทุกอย่างมาอยู่ในมือจนครบถ้วนแล้ว พอแก้ปัญหานี้เสร็จ เซียวเฉินก็สามารถจากไปได้โดยสมบูรณ์
ยิ่งอยู่ที่นี่ต่ออีกนานเท่าไหร่ โอกาสที่จะถูกจับได้ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น
และสำหรับเซียวเฉินแล้ว เื่พวกนี้ไม่ใช่เื่ดีแน่ ๆ
“ฮ่า ๆ แล้วมันยังไง? ถ้าฉันเป็คนทำแล้วนายจะทำอะไรฉันได้?”
จางหวั่นฝูเชิดหน้าชี้คางขึ้น สายตาขยับมองตรงไป และพูดอย่างไม่ไว้หน้า
แต่เมื่อจางหวั่นฝูพูดจบ เซียวเฉินก็หัวเราะอย่างไร้คลื่นอารมณ์ “จางหวั่นฝู นายวางใจได้เลย ฉันเป็คนที่คุยด้วยง่ายมาก ๆ เพราะโดยพื้นฐานแล้วฉันไม่ชอบทะเลาะกับคนอื่นยังไงล่ะ!”
เสียงของเซียวเฉินเพิ่งจะจบลง หมัดของเขาก็พุ่งตรงไปที่จางหวั่นฝูแล้ว
จางหวั่นฝูไม่ทันระวังตัว ถูกเซียวเฉินชกเข้าอย่างแรง ร่างกายเสียการควบคุม ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้นในทันที
พอหลี่หงเห็นสถานการณ์ออกมาเป็แบบนี้ก็ร้อนใจมาก รีบเข้าไปประคองจางหวั่นฝูเป็พัลวัน
“หัวหน้าจางคะ คุณเป็อย่างไรบ้าง? ไม่เป็อะไรใช่ไหม?”
หลี่หงพูดพลางเงยหน้ามองไปที่เซียวเฉิน ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
ต้องรู้ไว้ก่อนว่าหลี่หงต้องพยายามอย่างหนัก กว่าจะได้คบหากับเศรษฐีใหญ่แบบนี้ ตอนนี้จะให้ยอมปล่อยมือไปง่าย ๆ เพียงเพราะเซียวเฉินได้อย่างไร?
จางหวั่นฝูกุมหน้าอกตัวเอง ขบฟันมองไปที่ชายหนุ่ม “นายกล้าต่อยฉันเหรอ?”
“ใช่ ฉันไม่ค่อยชอบต่อยคนหรอก แต่นายเนี่ยยังพอนับเป็คนได้หรือเปล่านะ? ฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงแค่ต่อยเลย ต่อให้ฆ่านายตาย นายก็สมควรโดนอยู่แล้ว!” และไม่ต้องสงสัยเลย เพราะเซียวเฉินสามารถทำอย่างที่ปากตนเองว่าได้จริง ๆ
พอจางหวั่นฝูเห็นเซียวเฉินทำตัวแบบนี้ เขาก็เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาจริง ๆ แล้ว เพราะจากสายตาของชายหนุ่ม มันราวกับกำลังมองคนตายอย่างไรอย่างนั้น
“แล้วก็คุณ... หลี่หง คุณคิดว่าตัวเองมีตำแหน่งสำคัญในใจผมมากนักหรือไง?”
"ถ้าใช่ ผมก็ขอบอกคุณไว้เลยว่าคุณคิดเยอะเกินไปแล้ว"
ถ้าไม่ใช่เพราะคุณป้าสั่งเสียไว้ก่อนเสียชีวิต ว่าให้เซียวเฉินใช้ชีวิตกับหลี่หงให้ดี เซียวเฉินก็คงไม่มายุ่มย่ามกับเธอหรอก
ก่อนหน้านี้ เซียวเฉินคิดเพียงแต่จะหาหญิงสาวธรรมดา ๆ มาใช้ชีวิตเรียบง่ายไปด้วยกันตลอดชีวิต ทว่าตอนนี้เซียวเฉินคิดผิดไปแล้ว ทั้งเขายังคิดผิดมากด้วย!
“โลกก็เป็แบบนี้แหละ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก นายอยากมีชีวิตเรียบง่าย แต่คนอื่นกลับไม่ยอมให้นายสมหวัง ในเมื่อเป็แบบนี้ ั้แ่นี้ไป ฉันจะเริ่มป่วน ป่วนให้โลกมันพลิกคว่ำกลับด้านไปเลย!”
กับประเด็นนี้เซียวเฉินได้ยินยอมน้อมรับมันไปแล้ว ดังนั้นต่อจากนี้เขาก็ต้องจัดการมันให้เสร็จสิ้น
และเมื่อทุกอย่างได้รับการแก้ไขแล้ว เขาก็จะต้องจากไป เพราะที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เขาควรอยู่
เซียวเฉินเหมือนัใต้ทะเลลึก บังคับให้ตัวเองเข้ากับกรอบการใช้ชีวิตของคนเหล่านี้ ซึ่งไม่ดีทั้งสำหรับคนอื่นและตัวเขาเอง
คิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มจึงกดโทรออกไปทันที “สวัสดีครับ ผมเองครับ จางหวั่นฝูอยู่กับผมแล้ว ถึงเวลาดำเนินการต่อแล้ว”
เมื่อวางสายเสร็จ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นแล้วจากไป
แต่ทางด้านจางหวั่นฝู เขากลับผุดลุกขึ้นยืน
มองตามแผ่นหลังที่จากไป จางหวั่นฝูพลันขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “เฮอะ ทำเป็เก่งนักนะ คิดว่าตัวเองเจ๋งหรือไง ก็แค่คนส่งอาหาร ฉันบี้นายตายได้ง่ายเหมือนบี้มดตัวหนึ่งเลย!”
จางหวั่นฝูพูดไป หลี่หงที่อยู่ข้าง ๆ ยิ่งมีแววตาเป็ประกาย
เซียวเฉินเป็คนไม่เก่ง? แน่นอนว่าก็ต้องเก่งมากอยู่แล้ว! เขาเป็คนที่น่าทึ่ง
ตัวสูง 184 เิเ หล่อเหลาเกินใครและมักจะช่วยเหลือผู้อื่นเสมอ
แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ เพราะมันก็เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าเขาเป็แค่พนักงานส่งอาหารไม่ได้อยู่ดี
คนส่งอาหารคนหนึ่ง เทียบกับเศรษฐีที่มีทรัพย์สินกว่าสิบล้านอีกคนหนึ่ง จะเลือกใครมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว
"แน่นอนค่ะ ที่คุณจางพูดน่ะถูกต้องแล้ว เขาจะไปเทียบกับคุณได้ยังไงกัน ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลย เรามาทำเื่จริงจัง ๆ กันเถอะค่ะ!"
หลี่หงพูดไปแก้มก็แดงก่ำด้วยความเขินอาย ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าจางหวั่นฝูด้วยซ้ำ
จางหวั่นฝูเป็คนน่าหลงใหลถึงขนาดนั้นเชียวหรือ ถึงกับพูดประโยคดังกล่าวออกมาได้ ไม่ใช่กำลังหลอกตัวเองอยู่หรือไง?
แต่อย่างน้อยเมื่อเทียบกับเขาแล้ว อีกฝ่ายก็แตกต่างราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว เพราะจางหวั่นฝูมีเงินมากมาย เงินสามารถซื้ออะไรก็ได้ แม้แต่ผีก็ใช้โม่แป้งได้
จางหวั่นฝูรู้สึกดีใจมาก เขากำลังจะลุกขึ้นเดินไปข้างหน้า
แต่ตอนนี้โทรศัพท์ของชายวัยกลางคนกลับดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อผู้โทรเข้า จางหวั่นฝูก็เป็อันต้องขมวดคิ้ว
กระนั้นเขาก็กดรับสายในทันที “ว่าไง ฉันไม่ได้บอกนายไว้หรือไง ว่าถ้าไม่มีเื่อะไรสำคัญก็อย่าโทรมา”
โชคดีที่อีกฝ่ายโทรมาตอนอยู่นอกโรงแรม ด้วยถ้ารอจนเข้าไปข้างในแล้วโทรมาตอนกำลังทำกิจสำคัญ ผลกระทบที่ตามมาคงมากโข
[เ้านาย ผมก็ไม่อยากจะโทรหรอก แต่ตอนนี้ไม่มีทางเลือกแล้วจริง ๆ เลยต้องโทรหาคุณ]
ปลายสายพูดกับจางหวั่นฝูด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวเล็กน้อย
จางหวั่นฝูก็รู้สึกได้ แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ดังนั้นจึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า “เกิดเื่อะไรขึ้น?”
แล้วก็จริงอย่างที่คิด ปลายสายพยักหน้าหนักแน่น “เ้านาย ธุรกิจทั้งหมดของพวกเราถูกโจมตี ตอนนี้คุณล้มละลายแล้ว”
เป็ไปได้ยังไง!?
ม่านตาของจางหวั่นฝูหดเล็กลง เนิ่นนานกว่าจะได้สติ
เมื่อกี้ตอนเจอเซียวเฉินเขายังพูดเยาะเย้ยอีกฝ่ายอยู่เลย ทว่าตอนนี้ลูกน้องกลับโทรมาบอกว่าเขาล้มละลายแล้ว นี่มันเป็ไปได้ยังไง?!
หลี่หงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ได้ยินเื่พวกนี้เช่นกัน
เธอรู้สึกไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง จางหวั่นฝู... ล้มละลายแล้ว? หรือว่าเื่นี้จะเป็ฝีมือของเซียวเฉิน?!
ถัดจากนั้นจางหวั่นฝูก็หันมามองไปที่หลี่หงซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง ปากเอ่ย “แต่โชคยังดี แม้ฉันจะไม่เหลืออะไรเลย เธอก็ยังอยู่เคียงข้างฉัน”
หากเป็จางหวั่นฝูในอดีต บางทีหลี่หงอาจจะพิจารณาอยู่กับเขาต่อ
แต่ตอนนี้จางหวั่นฝูเหลือแต่ตัว หลี่หงจะสนใจเขาไปทำไม?!
คิดถึงเื่นี้ หลี่หงก็เตะเข้าที่ท้องของจางหวั่นฝู พร้อมกับพูดว่า “ไสหัวไปซะ นายคิดว่านายเป็ใคร อยากให้ฉันอยู่กับนายเหรอ? เฮอะ ไปให้พ้นเลย!”
จางหวั่นฝูถูกเตะจนล้มกลิ้งไปครู่หนึ่งก็ยังลุกไม่ขึ้น แต่หลี่หงกลับรู้สึกไม่สบายใจ
หากไม่ใช่เพราะคำพูดของเซียวเฉิน หลี่หงจะเสียโอกาสแบบนี้ได้ยังไง
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็ความผิดของเซียวเฉิน ไม่ได้! ครั้งนี้เธอต้องไปหาเซียวเฉินเพื่อจัดการสะสางปัญหากันให้ชัดเจน!
พอหลี่หงคิดแบบนี้ เธอจึงหยิบโทรศัพท์ออกมาโทร “ฮัลโหล แม่ ช่วยเรียกลูกพี่ลูกน้องมาให้หน่อย หนูถูกเซียวเฉินรังแก”
หลังจากวางสาย ดวงตาของหลี่หงก็เต็มไปด้วยความพอใจ
“เซียวเฉิน ครั้งนี้คุณตายแน่!”