หนิงมู่ฉืออธิบายวิธีการปรุงน้ำแกงเทาเที่ยทุกคนมีท่าทีตกตะลึงกับวัตถุดิบอย่างสุดท้ายเป็นอย่างมากต่างเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “แม่นางหนิง วัตถุดิบสุดท้ายของน้ำแกงเทาเที่ย เหตุใดถึงคือหนังหมูเล่า!”
ในวังหนังหมูถือได้ว่าเป็นวัตถุดิบที่มีความสกปรกอย่างยิ่ง ก่อนนำมาปรุงอาหารเหล่าพ่อครัวจะต้องทำความสะอาดจนสะอาดเอี่ยมเสียก่อนเมื่อได้ยินหนิงมู่ฉือเอ่ยถึงหนังหมู ทุกคนถึงได้แสดงความสงสัยออกมา
ครั้นเห็นหนิงมู่ฉือยังคงพยักหน้าอย่างมั่นใจขันทีหัวหน้าพ่อครัวก็ห้ามความอยากรู้เอาไว้ไม่ไหว ถามออกมาว่า “แม่นางหนิง แม่นางไม่ได้หลอกพวกเราใช่หรือไม่ ในวังมีน้อยคนนักที่จะทานหนังหมูเพราะทุกคนล้วนคิดว่า มีแต่คนจนเท่านั้นที่จะทาน ท่านแน่ใจหรือว่าต้องการจะใส่หนังหมูลงไป”
“เช่นนั้นออกจะน่าเสียดายหนังหมูเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการบำรุงผิว คนในวังทานขาหมูเย็นได้แล้วเหตุใดจึงจะทานหนังหมูไม่ได้เล่า” หนิงมู่ฉือย้อนถามทำให้ขันทีหัวหน้าพ่อครัวถึงกับมีสีหน้าอึกอัก ตอบไม่ถูก
ทว่าก็ยังมีขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ผู้หนึ่งเอ่ยอย่างไม่ยินยอมบ่นพึมพำออกมา “เพิ่งจะมารับหน้าที่ที่ห้องเครื่องได้แค่ไม่กี่วันจะรู้ดีกว่าขันทีหัวหน้าพ่อครัวได้อย่างไร! หากเกิดปัญหาขึ้นมาจะเป็นผู้รับผิดชอบเองหรืออย่างไร”
หนิงมู่ฉือได้ยินพลันถลึงตาใส่ขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ผู้นั้นซึ่งคือขันทีคนเดียวกับคนที่มักจะบ่นว่านางด้วยความไม่พอใจบ่อยๆ
ขันทีหัวหน้าพ่อครัวได้ยินเช่นกัน สีหน้าดูไม่ดีนักดึงแขนเสื้อของขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ผู้นั้น พร้อมทั้งส่งสายตาเตือนไปให้ทว่าขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ผู้นั้นยังคงเอ่ยต่ออย่างไม่สนใจ “เฮอะ ข้าว่าท่านอยากจะทำลายชื่อเสียงของห้องเครื่องของพวกเรามากกว่า
หนิงมู่ฉือย่อมไม่พอใจอยู่แล้ว นึกโมโหยิ่งนักนางกำมือแน่น พยายามอย่างที่สุดในการสะกดโทสะลงไปนางหมุนตัวหันไปทางขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ผู้นั้น ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา “ในเมื่อเจ้าไม่พอใจข้าเช่นนั้นเจ้าก็ไปกราบทูลฮ่องเต้ถึงความความผิดของข้าสิข้าจะได้ไม่ต้องมาทำหน้าที่ในห้องเครื่องนี้อีก ข้าจะได้อยู่ในตำหนักอ๋องอย่างสบายๆและมีอิสระ!”
สิ้นเสียงขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ผู้นั้นมีสีหน้าซีดขาวครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองขันทีหัวหน้าพ่อครัวด้วยแววตาน่ากลัวจากนั้นแค่นเสียงชิออกมาคำหนึ่งเดินไปยืนนิ่งอยู่ด้านหลังขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่คนอื่น ไม่เอ่ยวาจาใดออกมาอีก ถึงกระนั้นก็ยังมองหนิงมู่ฉือด้วยประกายตาหยิ่งยโส
ขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่คนอื่นรู้สึกว่าขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ผู้นี้ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลยจึงต่างต่อว่าด้วยน้ำเสียงถือโทษ “แม่นางหนิงคือผู้ที่ฮ่องเต้มีรับสั่งให้มาสอนพวกเราไม่เคารพแม่นางหนิงก็เท่ากับไม่เคารพฮ่องเต้”
“ใช่ลำพังแค่หมั่นโถวเซียงเฟยที่แม่นางหนิงทำให้ดูเมื่อคราที่แล้วก็ทำให้เป็นที่ยอมรับของพวกเราทุกคนแล้วช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย!”
ขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ผู้นี้ได้ยินขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่คนอื่นต่อว่าตนเองต่างๆนานาจึงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจยิ่ง หันหลังวิ่งออกจากห้องเครื่องไปหนิงมู่ฉือเห็นเช่นนั้น ด้วยความที่เป็นคนจิตใจดี จึงไม่ได้ว่ากล่าวต่ออีก
ขันทีหัวหน้าพ่อครัวมองหนิงมู่ฉือด้วยสีหน้าลำบากใจ“แม่นางหนิงอย่าได้ถือโทษโกรธเสี่ยวเฉวียนจื่อเลยในบรรดาขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ทั้งหมด เขาคือคนที่มีพรสวรรค์ที่สุดเป็นเพราะพวกเราเอาใจเขามากเกินไปจึงทำให้เขามีนิสัยหยิ่งผยองแม่นางทำเช่นนี้ถือว่าทำดีมาก ต้องให้เขาเผชิญกับความลำบากเสียบ้าง”
หนิงมู่ฉือพยักหน้าอย่างไม่ใคร่ใส่ใจมากนักเอ่ยกับขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ที่เหลือด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “มา นำหนังหมูที่ข้าพูดถึงเมื่อครู่ออกมา”
ขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่พยักหน้าก่อนจะช่วยกันยกหนังหมูขึ้นมา ฮึ่บ!
หนังหมูขนาดใหญ่เป็นหนังหมูจากหมูที่ขันทีหัวหน้าพ่อครัวลงมือฆ่าและถลกหนังออกมาเมื่อวาน
หนิงมู่ฉือพยักหน้ามองหนังหมูสดใหม่ไม่มีรอยเปื้อนหรือรอยสกปรกใดๆ อยู่เลยอย่างพึงพอใจ นางทำการหั่นเป็นชิ้นเล็กๆจากนั้นหยิบกระดูกวัวและหมูซึ่งมีเลือดติดมาด้วยเล็กน้อยขึ้นมาจากถัง
นางเลือกกระดูกชิ้นที่มีรูตรงกลาง นางค่อยๆแกะออกอย่างระมัดระวังแล้วยัดหนังหมูใส่เข้าไป จากนั้นนำไปวางในหม้อต้มด้วยไฟแรงจนกว่าน้ำแกงจะกลายเป็นสีขาวข้น
หนิงมู่ฉือมองขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ต้มน้ำแกงอย่างตั้งอกตั้งใจทันใดนั้นเองขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ที่พูดเหน็บแนมนางพลันผลักเปิดประตูเข้ามาด้วยเสียงอันดังสายตาของทุกคนหันไปมองเป็นตาเดียวกัน นางขมวดคิ้วมองขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ผู้นั่นเดินผ่านด้านหลังนางไปนางอดไม่ชอบใจกับท่าทีเช่นนั้นไม่ได้ จนต้องเอ่ยออกมา “คิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์อย่างนั่นหรือการปรุงอาหารต้องใช้ความอดทน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์”
จบประโยคนี้ขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ทั้งหลายที่กำลังปรุงอาหารพลันปรบมือเอ่ยอย่างชอบอกชอบใจยกใหญ่“แม่นางหนิงกล่าวได้ถูกต้อง!แม่นางหนิง รบกวนมาดูทางนี้ที ดูว่าข้าปรุงเป็นอย่างไรบ้าง!”
หนิงมู่ฉือมองขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ผู้พูดอย่างเห็นด้วยกับคำกล่าวของนางพลางเดินตรงเข้าไปหา นางยกมือลูบศีรษะอีกฝ่ายพร้อมกับยิ้ม “ใช้ได้เลย ปรุงได้ที่แล้ว”
สายตาหนิงมู่ฉือเหลือบไปเห็นขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ผู้หยิ่งผยองเมื่อครู่ก้มหน้าลงต่ำท่าทางดูน้อยใจสุดขีด คาดว่าน่าจะถูกขันทีหัวหน้าพ่อครัวดุด่ามา นางถอนหายในออกมาเดินตรงเข้าไปหาอีกฝ่าย ก่อนจะยกมือตบไหล่ให้กำลังใจ “รีบไปปรุงอาหารเถิด!”
ขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ผู้นั้นเงยหน้ามองนางอย่างขอบคุณเดินอย่างรวดเร็วไปที่เขียงของตัวเองเพื่อเริ่มปรุงอาหารบ้างนางแอบมองอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ อีกฝ่ายสมกับที่ได้ชื่อว่ามีพรสวรรค์ฝีมือการใช้มีดคล่องแคล่วไม่เลว
นางนำกระดูกวัวและกระดูกหมูใส่ลงในหม้อขนาดใหญ่เทน้ำใส่ลงไปเมื่อน้ำเปลี่ยนเป็นสีแดงเนื่องจากคราบเลือดที่ติดมากับกระดูกวัวและกระดูกหมู นางก็เทน้ำทิ้งก่อนจะใส่น้ำลงไปใหม่อีกรอบแล้วเริ่มต้ม นางสั่งให้ขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ผู้หนึ่งคอยเฝ้าดูไฟเอาไว้
ส่วนนางหันไปยุ่งกับการเตรียมผักและการนำเนื้อมาปั้นเป็นก้อนจากนั้นนำฟองเต้าหู้มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
เพียงแค่สามชั่วยามขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ทั้งหลายต่างพากันบ่นอย่างเหนื่อยล้าไปตามๆกัน บางคนถึงขั้นมาบ่นกับนาง “แม่นางหนิง ตอนนี้แขนของข้าแทบจะหักอยู่แล้วให้พวกเราพักสักหน่อยได้หรือไม่ขอรับ”
นางส่ายหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังพลางตอบว่า “ทุกคนห้ามแอบขี้เกียจเป็นอันขาดหากไม่เฝ้าให้ดี น้ำแกงก็อาจจะใช้ไม่ได้เลยทั้งหม้อ”
ทุกคนได้ยินเช่นนั้นสติกลับมาแจ่มชัดทันทีพยักหน้ากับหนิงมู่ฉือ ผ่านไปสามชั่วยามกับอีกครึ่งชั่วยาม นางนำหนังหมูวัตถุดิบอีกอย่างใส่ลงไปในหม้อหนังหมูเหล่านี้ใช้กรรมวิธีการเตรียมคนละวิธีกับหนังหมูที่ยัดอยู่ในกระดูกวัวและกระดูกหมูหนังหมูเหล่านี้นางนำไปหมักกับสุราก่อน เพื่อดับกลิ่นคาว
ผ่านไปอีกสักครู่ใหญ่นางใส่ฟองเต้าหู้และเนื้อที่ปั้นเป็นก้อนลงไปในหม้อ เมื่อน้ำเดือดถึงค่อยใส่ผักลงไปรอจนผักสุก ทั้งห้องก็เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของผักสุก
นางเห็นว่าได้เวลาแล้วจึงตะโกนบอกทุกคน “ดับเตา!”
ทุกคนรีบช่วยกันดับเตาอย่างรวดเร็ว ในห้องเครื่องตอนนี้เต็มไปด้วยกลิ่นหอมชนิดหนึ่งซึ่งหอมเป็นพิเศษทำให้ท้องของทุกคนอดไม่ได้ที่จะร้องโครกครากออกมา หนิงมู่ฉือได้ยินริมฝีปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
กลิ่นหอมนี้มีทั้งกลิ่นของผักและกลิ่นของเนื้อเป็นกลิ่นหอมที่ได้กลิ่นแล้วไม่เลี่ยน ดูละมุนน่าอร่อยมากกว่า
นางใช้กระบวยอันใหญ่ตักน้ำแกงในหม้อใส่ถ้วยใช้ช้อนตักเข้าปากหนึ่งคำ ก่อนจะชูนิ้วโป้งขึ้นมานางมองขันทีพ่อครัวรุ่นใหม่ที่มองมาที่นางด้วยสีหน้ารอคอย นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อร่อยมาก!”