ภายในผืนป่าที่เต็มไปด้วยร่องรอยของการต่อสู้ระหว่างคนและสัตว์อสูร กลิ่นคาวเืยังคงไม่จางหายไปจากสมรภูมิต่อสู้ ซากศพของจิ้งจอกอัคคีก็ยังคงกองอยู่ตรงที่เดิมไม่ได้หายไปไหน แต่ในตอนนี้มีภาพของหญิงสาวในชุดเกราะอัศวินที่กำลังส่งสายตาอาฆาตมายังเด็กหนุ่มลึกลับที่กำลังยืนอยู่เคียงข้างสาวงามในชุดที่เต็มไปด้วยโลหิตแห้งเกรอะกรัง
แม้แอเรียสจะค่อนข้างมึนงงกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่เล็กน้อยแต่ก็พอจะคาดเดาเหตุการณ์ได้ว่านี่คงจะเป็พรรคพวกที่เฮเลน่าหมายถึง
“เจสซิก้าอย่าได้เสียมารยาท !เขาเป็คนที่ช่วยชีวิตข้าไว้ ลดหอกในมือของเ้าลงซะ”
เฮเลน่ารีบะโออกมาก่อนที่จะเกิดความเข้าไปผิดไปมากกว่านี้ หญิงสาวในชุดเกราะอัศวินผู้นี้มีชื่อว่าเจสซิก้าเป็องครักษ์ประจำตัวของเฮเลน่า นางได้รับมอบหมายจากพ่อแม่ของเฮเลน่าให้คอยดูแลเฮเลน่ามาั้แ่ยังเยาว์วัยแล้ว
“เ้าใช้กลลวงอะไรล่อลวงคุณหนูรีบตอบข้ามาซะ!!”
หอกในมือยังคงชี้ไปทางแอเรียสอย่างไม่วางลง นางใช้พลังตรวจสอบแล้วว่าเด็กหนุ่มผู้นี้เป็เพียงระดับััเวทเท่านั้น แล้วผู้ที่อ่อนแอเช่นนี้จะไปช่วยชีวิตเฮเลน่าได้อย่างไร เฮเลน่านั้นแม้จะเก่งกาจกว่าผู้ที่อยู่ใน่อายุเท่ากันแต่นางนั้นอ่อนต่อโลกภายนอกอยู่มาก นางแทบจะไม่เคยเข้าใกล้บุรุษคนไหนเลยนอกจากพ่อของนาง เด็กหนุ่มผู้นี้จะต้องล่อลวงนางด้วยเล่ห์กลบางอย่างเป็แน่ ยิ่งการแต่งกายที่พยายามปกปิดตัวตนนั่นยิ่งทำให้ดูน่าสงสัยเข้าไปใหญ่
“ใจเย็นก่อนพี่สาว ไม่ได้ยินที่คุณหนูของท่านพูดหรืออย่างไร”
แอเรียสยังคงตอบกลับอย่างสบายอารมณ์เขาแม้สถานการณ์จะดูเลวร้ายแต่ก็ไม่ได้แย่สักเท่าไหร่
“เ้า.. !!”
“เจสซิก้าข้าบอกให้เ้าลดหอกลง”
เฮเลน่าจ้องมองไปยังองครักษ์ของตัวเองด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย แม้จะรู้ว่านางทำเพราะเป็ห่วงตนแต่ก็รู้สึกโกรธอยู่ไม่น้อยที่นางไม่เชื่อฟังคำพูดของตน
“ดูเหมือนเ้าจะเจอพรรคพวกของเ้าแล้ว ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขอตัวก่อน”
เมื่อนางเจอพรรคพวกที่นางกล่าวถึงแล้วเขาก็ไม่มีธุระที่จะต้องไปส่งนางในเมืองอีก แอเรียสจึงค่อยๆเดินแยกจากไปอย่างช้าๆ
“ใครอนุญาตให้เ้าไปได้ !!”
ร่างของเจสซิก้าหายไปจากจุดเดิมอย่างรวดเร็วก่อนที่จะปรากฏอีกครั้งที่เบื้องหน้าของแอเรียส หอกในมือชี้มายังด้านหน้าของแอเรียสด้วยความดุดัน
“เฮ้ๆๆ นี่มันอันตรายนะพี่สาว ท่านนี่พูดจาไม่รู้เื่ภาษาหรืออย่างไร !?”
แอเรียสหลบถอยหลังออกมาให้พ้นจากวิถีหอกอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาเองก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาบ้างแล้ว
“เจสซิก้า!! หากเ้ายังไม่หยุดข้าจะรายงานท่านพ่อว่าเ้าคิดจะสังหารผู้ที่ช่วยชีวิตข้า”
เฮเลน่าะโออกมาอย่างหมดความอดทนทำเอาเจสซิก้าถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เพราะปกติแล้วเฮเลน่าจะไม่ขึ้นเสียงใส่นางแบบนี้ เจสซิก้าที่ไม่มีทางเลือกจึงได้แต่จำใจลดหอกในมือลงก่อนจะปล่อยให้แอเรียสเดินจากไปด้วยความแคลงใจ
ในที่สุดเจสซิก้าก็เลิกให้ความสนใจแอเรียสแล้วรีบเข้ามาดูอาการาเ็บนร่างของเฮเลน่า แต่ก็พบว่าแผลส่วนใหญ่ได้ถูกรักษาไปหมดทำให้นางต้องหันกลับไปมองยันแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่พึ่งเดินจากไปอีกครั้ง‘หรือว่าเ้าเด็กนั่นจะช่วยชีวิตคุณหนูเอาไว้จริงๆ’
“จริงสิ ข้ายังไม่รู้ชื่อของเขาเลย”
เฮเลน่าพ่นลมหายใจออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย นางเล่าทุกอย่างให้เจสซิก้าฟังแม้อีกฝ่ายจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ตาม การที่นักเวทระดับััเวทรับมือกับสัตว์อสูรระดับกลางที่เป็ตัวจ่าฝูงได้นั้นนับว่าน่าเหลือเชื่อจนเกินไป แต่เมื่อนางหันไปมองศพของจิ้งจอกอัคคีที่ทอดร่างอยู่กับพื้นก็ทำให้จำใจต้องเชื่อเื่เล่าของเฮเลน่า แม้แต่เื่เม็ดยานั่นก็เป็สิ่งที่นางพึ่งเคยได้ยิน ‘หลังจากกลับไปที่ตระกูลข้าจะต้องตรวจสอบเื่นี้ให้ละเอียดอีกครั้ง’
“คุณหนูเมื่อไหร่ท่านจะเลิกหนีออกมาเที่ยวเช่นนี้ ข้าเตือนท่านแล้วใช่ไหมว่า่นี้เกิดเหตุการณ์แปลกๆขึ้น สัตว์อสูรที่เคยอยู่ในป่าลึกก็ออกมาหากินที่เขตชายป่าเยอะกว่าเมื่อก่อนมาก ไหนจะเหตุการณ์ที่ฝูงก็อบบินโจมตีคนของตระกูลฮอบสันจนหลานสาวของท่านคาซัสพลอยได้รับาเ็ไปด้วยอีก ตอนนี้นายท่านเองก็วุ่นวายอยู่กับการตรวจสอบเื่นี้ นี่หากนายท่านรู้เื่นี้เข้าคุณหนูจะต้องโดนกักบริเวณอย่างแน่นอน แม้แต่ตัวข้าเองก็คงจะโดนลงโทษไปด้วย”
เจสซิก้าพูดออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายใจในความซุกซนของคุณหนูของนาง ความจริงแล้วเฮเลน่าไม่ได้พลัดหลงกับเจสซิก้าแต่นางแอบหนีออกมาเที่ยวตอนเวลาที่เจสซิก้าเผลอ โดยปกติแล้วหากนางออกไปข้างนอกตระกูลจะต้องมีเจสซิก้าคอยติดตามตลอดเวลา ส่วนสาเหตุก็เนื่องมาจากตอนเด็กนางเคยถูกสัตว์อสูรโจมตีจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดจึงทำให้พ่อแม่ของนางเป็ห่วงจนต้องแต่งตั้งองครักษ์คอยคุ้มกันนางตลอด
หลังจากแยกย้ายกับหญิงสาวทั้งสองแล้วแอเรียสก็มุ่งหน้ากลับตระกูลทันที โชคร้ายที่เขาดันพบเจอกับแม่ของเขาเสียก่อน และเมื่อนางเห็นว่าเขาได้รับาแนางก็ใยกใหญ่ นางใช้ทั้งเวทรักษาและยาสมุนไพรต่างๆที่มีอยู่รักษาเขาโดยที่ไม่กลัวสิ้นเปลืองเลยแม้แต่น้อย
“เ้าไปทำสิ่งใดมาแอเรียสเหตุใดจึงได้รับาเ็เช่นนี้!? ดูร่องรอยนี่สิเ้าโดนสัตว์อสูรโจมตีใช่หรือไม่”
นางใช้เวทรักษาไปพลางสอบถามแอเรียสไปด้วย
มาเรียนั้นเป็ผู้ใช้เวทวารีและค่อนข้างเชี่ยวชาญเวทด้านการรักษาอยู่พอตัว าแของแอเรียสเป็เพียงแค่าแตื้นๆเท่านั้น นางใช้เวลารักษาไม่นานก็หายดีแต่สุดท้ายนางก็ยังอดเป็ห่วงเขาไม่ได้อยู่ดี
“ข้าถูกเ้าตัวที่คล้ายกับกระต่ายป่าโจมตีเข้าน่ะท่านแม่ แต่ตัวมันเหมือนจะใหญ่กว่าเล็กน้อย โชคดีที่มีคนผ่านมาเจอเข้าข้าจึงรอดมาได้”
แอเรียสเอ่ยวาจาโป้ปดออกไป
“มันคงจะเป็กระต่ายอสูร ่นี้มีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้นรอบเมืองเบอเนียร์สัตว์อสูรออกมาเพ่นพ่านให้เต็มไปหมด คราวหน้าหากเ้าจะเข้าไปในเมืองก็บอกกับข้าหรือไม่ก็พ่อของเ้าให้ไปเป็เพื่อน โชคดีที่เ้าพบเจอเพียงกระต่ายอสูรหากเป็สัตว์อสูรตัวอื่นล่ะก็เ้าคงตายไปแล้ว”
นางมองไปยังาแของแอเรียสอย่างไม่คลายความกังวล แต่นางก็รู้สึกสงสัยอยู่นิดเล็กน้อย เพราะาแของแอเรียสนั้นดูไม่คล้ายกับรอยเล็บของกระต่ายอสูรสักเท่าไหร่
กระต่ายอสูรเป็เพียงสัตว์อสูรระดับต่ำที่ค่อนข้างจะอ่อนแอแม้แต่นักเวทระดับััเวทก็สามารถสังหารมันได้อย่างง่ายดาย แต่หากมาเรียรู้เข้าว่าแอเรียสพบเจอกับสัตว์อสูรชนิดใดมาบ้างคงตกตะลึงจนแทบเป็ลมอย่างแน่นอน
อีกด้านหนึ่งภายในตระกูลสการ์เชียภายในห้องของมาเชล
“เื่ที่เ้าเล่ามาเป็ความจริงอย่างนั้นรึ”
“จริงสิท่านพี่ข้าได้ยินคนรับใช้เล่ามากับหูของข้าเองเลย”
“ฮ่าๆๆ ช่างเป็เศษสวะอย่างแท้จริง แม้แต่เด็กที่พึ่งฝึกหัดเวทมนตร์ยังเอาชนะกระต่ายอสูรได้เลย”
เมื่อมาเชลรับรู้เื่ราวที่แอเรียสถูกกระต่ายอสูรโจมตีจนาเ็จากปากของดาเนสเขาก็หัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกสะใจในความโชคร้ายและความอ่อนแอของแอเรียส กระต่ายอสูรนับเป็สัตว์อสูรระดับล่างสุดเลยก็ว่าได้ แม้แต่ระดับััเวทยังสามารถสังหารมันได้โดยง่าย แต่แอเรียสก็กลับถูกกระต่ายอสูรโจมตีจนาเ็ แล้วแบบนี้จะไม่ทำให้เขารู้สึกขบขันได้อย่างไรกัน
ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง รูปร่างหน้าตาของชายผู้นี้ดูคล้ายคลึงกับอัลเบิร์ตพ่อของแอเรียสอยู่ไม่น้อย แตกต่างที่ว่าลักษณะของชายผู้นี้ดูแฝงไปด้วยความเ็าและโเี้ แววตาก็แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์ยากที่จะอ่านได้ว่าภายในจิตใจกำลังคิดสิ่งใดอยู่ นี่คือน้องชายของอัลเบิร์ตชื่อว่าเมอร์สัน
“คาราวะท่านพ่อ !!”
ทันทีที่เห็นเมอร์สันเดินเข้ามาทั้งมาเชลและดาเนสก็รีบแสดงท่าทีทำความเคารพโดยพร้อมเพรียงกัน ท่าทีของทั้งคู่เปลี่ยนเป็สงบนิ่งและนอบน้อมในทันทีโดยที่ไม่มีร่องรอยแห่งความหยิ่งยโสที่แสดงออกมาเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย
“พวกเ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่เหตุใดจึงไม่ฝึกฝนพลังเวท อีกสามเดือนข้างหน้าตระกูลฮาร์เก็นจะจัดงานประลองขึ้นหากพวกเ้ามัวทำตัวสันหลังยาวเช่นนี้คงไม่แคล้วต้องพ่ายแพ้ให้กับบุตรหลานของตระกูลอื่น”
เมอร์สันพูดออกมาด้วยเสียงดุ ทั้งสองคนได้แต่ก้มหน้ารับฟังโดยไม่มีแม้แต่ข้อโต้แย้งใดๆ
“มีข่าวลือมาว่ารางวัลในปีนี้จะเป็สิ่งที่ล้ำค่ามากกว่าปีที่ผ่านๆมา และยังมีข่าวอีกว่าปีนี้บุตรสาวของท่านดยุคโคเว่นจะมาดูงานประลองด้วยตัวเอง”
คำพูดประโยคสุดท้ายเมอร์สันคล้ายจงใจเน้นย้ำออกมาพร้อมหรี่ตามองไปยังมาเชลที่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายตาเป็ประกาย เขารู้ว่าบุตรชายของเขาหลงรักบุตรสาวของดยุคโคเว่นมาเนิ่นนานแล้ว หากรู้ว่าจะต้องต่อสู้ต่อหน้าสตรีที่ตัวเองหลงรักแล้วล่ะก็คงไม่มีบุรุษคนใดยอมขายหน้าเป็แน่
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านพ่อผิดหวังอย่างแน่นอน”
มาเชลกล่าวออกมาด้วยวาจาที่หนักแน่น ในใจปรากฏความตื่นเต้นยินดีอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เขาจะต้องเอาชัยชนะมาไว้ในกำมือของเขาและจะต้องทำให้นางรู้สึกประทับใจในตัวเขาให้ได้