
15ปีก่อนหน้านี้
“คุณภาสเอาลูกฉันไปไม่ได้ค่ะ”กุลวดีพูดด้วยแววตาอ้อนวอน
“งั้นก็ไปเถอะค่ะคุณภาส”บุญนภาแฟนคนใหม่ของประภาสยิ้มเล็กน้อยแล้วกอดแขนประภาสเอาไว้
“ไม่ได้ นั่นลูกผมนะ ถ้าไม่ให้หมดก็ต้องแบ่งคนละคน”
“เดี๋ยวฉันมีลูกให้คุณเองค่ะส่วนลูกแฝดนั้นยกให้เขาเถอะค่ะ” บุญนภารีบพูดบอกเขาเพราะไม่้าเลี้ยงลูกคนอื่นเพราะตนก็มีลูกชายอยู่แล้ว
“ผม้าลูกเขาเลี้ยงไม่ไหวหรอกลำพังเงินเดือนพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ”
“ไม่ค่ะ” กุลวดีรู้ดีว่าลำพังเงินเดือนตนคงเลี้ยงลูกฝาแฝดไม่ไหวแน่นอนแต่ไม่อยากให้ลูกไปอยู่กับภรรยาใหม่ของเขาซึ่งไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“ถ้าคุณไม่ให้ผมจะไปฟ้องศาลคิดว่าเ้าของบริษัทส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งอย่างผมจะชนะหรือแพ้”
“ฉันไม่ให้”
“ก็ให้เขาเลี้ยงไปสิคะคุณภาสคุณแค่ส่งเงินก็พอค่ะ”
“ไม่ ผม้าลูก”ประภาสไม่ยอมท่าเดียวและสุดท้ายก็งัดไม้ตายโดยการโทรตามทนายความมาพูดคุยกับกุลวดีและสุดท้ายก็ต้องยอมเพราะกุลวดีคงไม่อาจเลี้ยงลูกได้ทั้งสองคน
“ฝาแฝดต้องอยู่ด้วยกันนะ คุณอย่าทำแบบนี้เลย”กุลวดีหัวใจแทบสลายเพราะไม่เคยคิดว่าเขาจะมีคนรักใหม่ทั้งที่ตนเพิ่งคลอดลูกแฝดมาได้ไม่ถึงปีเลย
“ผมเป็พ่อก็มีสิทธิ์และผมก็ดูแลลูกได้ดีกว่าผมมีทุกอย่างส่วนคุณไม่มีอะไรเลย”ประภาสยิ้มมุมปากเพราะความจริงเขา้าลูกฝาแฝดทั้งสองคนแต่เมื่อเห็นแววตาของอดีตภรรยาก็แอบเห็นใจเลยต้องยอมแบ่งให้คนหนึ่ง
“คุณภาสไปเถอะค่ะ ฉันจะดูแลลูกคุณเองแต่คนอื่นที่แค่คลอดไม่มีสิทธิ์เข้ามาก้าวก่ายนะคะ”บุญนภายิ้มเยาะราวกับผู้ชนะก่อนจะคล้องแขนสามีใหม่เดินเข้าบ้านส่วนกุลวดีต้องเก็บของใช้ส่วนตัวและแบ่งลูกให้อดีตสามีและย้ายออกภายในวันพรุ่งนี้
“ลูก แม่ผิดเองเลือกคนผิดแต่แม่ภาวนาให้เขารักหนูมากๆนะ” กุลวดีเก็บของด้วยน้ำตาและก็พาลูกอีกคนจากไปตอนกลางดึกด้วยการขับรถที่อดีตสามีมอบให้ไปยังบ้านของมารดาที่อยู่ในจังหวัดนครราชสีมา
กุลธิดานั่งฟังเื่ราวอันแสนโหดร้ายและเ็ปของมารดาพร้อมเอามือปาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มก่อนจะกอดมารดาแน่นมากกว่าเดิมแล้วสะอื้น
“ฮึ ฮือ หนูเกลียดเขาเกลียดที่ทำให้แม่เป็ทุกข์ ทำให้หนูกับน้องพลัดพรากจากกันหนูเกลียดเขา”
“อย่างน้อยก็รู้ว่าน้องเติบโตมามีชีวิตที่ดีนะลูกส่วนเื่ที่น้องตกเหวคงต้องรอตามข่าวอีกที”
“หนูจะไปถามไอ้พี่ชายเฮงซวยนั่นว่ามันเจตนาให้น้องบุญไปเจอไอ้บ้านั่นหรือเปล่า”
“ถ้าหนูเกิดพลาดพลั้งแล้วถ้าหากเขาไม่ใช่คนดีหนูเป็อะไรไปแม่จะอยู่กับใคร”นางกุลวดีร้องถามลูกสาวพร้อมน้ำตาคลอเบ้าทำให้เด็กสาวนิ่งเงียบเพราะสงสารมารดาจับใจไหนจะเื่ในอดีตที่ต้องมาเล่าตอกย้ำความเจ็บให้ตนให้ฟังไหนจะเื่ลูกสาวอีกคนที่หายตัวไปซึ่งไม่รู้เป็ตายร้ายดีอย่างไรบ้าง
“ค่ะหนูรอได้ค่ะ”
“ตอนนี้หนูต้องตั้งใจเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยก่อนนะแม่ขอร้องหนูยังเด็กอย่าเอาตัวไปพัวพันกับครอบครัวนั้นเลยถ้าหนูไม่ฟังที่แม่พูดบางทีแม่อาจจะตายๆไปซะเผื่อหนูจะฟังแม่”
“ไม่ค่ะหนูจะเรียนให้จบโตพอที่จะคิดเองได้ก่อนหนูจะฟังแม่ค่ะ”
“ดีมากลูก น้องยังเด็กหากฟ้าไม่ใจร้ายสักวันน้องคงกลับมาหาทุกคนนะลูก”
“มาหาเราด้วยใช่ไหมแม่”
“จ้ะ”นางกุลวดียิ้มทั้งน้ำตาแม้ในใจจะมั่นใจว่าลูกสาวอีกคนคงไม่มีชีวิตอยู่แล้วเพราะเหวที่ตกนั้นจากที่ดูในข่าวลึกและทางลงไปค่อนข้างลำบากและอันตราย
กุลธิดาเริ่มหาข้อมูลของน้องสาวที่เพิ่งสูญหายไปรวมถึงข้อมูลของบดินทร์ว่าเป็ใครทำงานที่ไหนส่วนผู้ชายที่หายตัวไปซึ่งน่าจะเป็คนที่ทำให้บุญชญาขับรถหนีแล้วตกเหวตามที่เป็ข่าวเด็กสาวก็ได้ข้อมูลมาจนเกือบครบทุกอย่าง
‘แกสองคนทำให้น้องสาวฉันขับรถตกเหวแกต้องรับโทษ รอก่อนนะรออีกไม่นานเกินไปหรอกนะแล้วจะรู้คนอย่างกุลธิดาเวลาร้ายใครก็เอาไม่อยู่’มือเรียวกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
ในขณะที่เ้าหน้าที่กู้ภัยและเ้าหน้าที่ตำรวจยังคงตามหาบุญชญาและพลาธิปในบริเวณที่คาดว่าน่าจะเจอแต่ก็ยังไร้วี่แววเพราะเหวลึกไม่น่าจะมีผู้คนอาศัยอยู่บริเวณนั้นส่วนหมู่บ้านเล็กๆกลางป่าที่อยู่ถัดเหวที่เกิดเหตุเป็เพียงหมู่บ้านเล็กๆชาวบ้านไม่มีใครเห็นคนแปลกหน้าผ่านมาขอความช่วยเหลือเลยเ้าหน้าที่ตำรวจเดินสำรวจรอบๆหมู่บ้านก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรเพราะตรงที่เกิดเหตุกับหมู่บ้านแห่งนี้อยู่ห่างกันราวๆสามกิโลเมตรและก็เป็ป่าปกคลุมทั้งหมดมีทางออกเล็กๆที่มีแค่รถมอเตอร์ไซค์ที่สามารถวิ่งออกไปได้
ส่วนรถยนต์ของบดินทร์ยังคงจอดอยู่ที่หน้าเสาไฟฟ้าที่เดิมไม่ได้มีการลากไปทิ้งที่อื่นอย่างที่พลาธิปบอกกับบุญชญาเ้าหน้าที่ตำรวจตามเจอแล้วเช็กกล้องด้านหน้ารถทุกอย่างเกิดจากอุบัติเพราะเพลงพิณวิ่งมาตัดหน้ารถเองส่วนบดินทร์ก็ยังคงรักษาสัญญาเื่ที่จะดูแลเพลงพิณและส่งเสียให้เรียนจนจบปริญญาตรีอย่างที่เคยได้บอกกับนางพิราเอาไว้
“แม่หนูอยากไปเจอคนพวกนั้นเพื่อทวงหาความจริงและจะไปจัดการไอ้คนที่มันทำให้น้องขับรถหนีจนตกเหว”กุลธิดาอ่านข่าวความคืบหน้าแล้วก็รู้สึกโกรธที่ไม่มีใครหาบุญชญาเจอ
“อีกแล้วนะลูก หนูอายุแค่นี้ทำอะไรไม่ได้หรอกลูกแค่ตามหาน้องก็ยังทำไม่ได้ น้องหายไปในป่าซึ่งเป็เหวคุณพ่อตาตรีทำงานอยู่ในนั้นยังหาไม่เจอเลยลูก”
“แม่ต้องช่วยหนูนะหนูจะตามหาน้องแล้วไปหักคอไอ้คนที่มันทำให้น้องเป็แบบนี้”
“แม่ไม่อยากเสียลูกไปอีกคนเข้าใจแม่นะลูกเรียนให้จบให้โตก่อนแล้วถึงเวลาค่อยมาคุยกับแม่เื่นี้แม่ยังหวังว่าน้องยังมีชีวิตอยู่นะลูก” คนเป็แม่แม้จะพูดปลอบใจตัวเองแต่ความรู้สึกลึกๆนั้นแทบขาดใจตายเพราะรู้ดีว่าการรอดชีวิตนั้นมันแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
“ได้ค่ะแม่ หนูรอได้”แววตาจริงจังสีหน้าเคร่งเครียดทำให้นางกุลวดีอดเป็ห่วงลูกสาวไม่ได้เพราะรู้ดีว่าเวลาจะเอาเื่ใครหรือโดนเอาเปรียบกุลธิดาไม่เคยยอมใครง่ายๆ
5ปีผ่านไป
“คุณไหมคะเอกสารต้องแยกไหมคะ”หญิงสาวในชุดพนักงานออฟฟิศยืนอย่างเรียบร้อยตรงหน้าไหมฟ้า
“จ้ะ แล้วก็ยกไปให้คุณดินในห้องนะพอดีเที่ยงพี่นัดลูกค้าไว้”
“ค่ะ” เพลงพิณทำงานในบริษัทของบดินทร์ได้หนึ่งปีหลังจากเรียนจบแม้ตำแหน่งจะเป็แค่ผู้ช่วยของไหมฟ้าแต่หญิงสาวก็ยินดีทำทุกอย่างเพื่อตอบแทนที่เขาส่งเสียให้เรียนจนจบไม่อย่างนั้นชีวิตคงไม่สุขสบายเหมือนทุกวันนี้
เสียงฝีเท้ามาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของบดินทร์ชายหนุ่มเงยหน้ามองคนที่ยืนยิ้มแล้วยื่นเอกสารวางบนโต๊ะก่อนจะหันหลังกลับ
“ไปกินข้าวกับฉัน”เขาสั่งแล้วก็ก้มหน้ามองเอกสาร
“ค่ะ”เพลงพิณตอบแล้วเดินไปเก็บของที่โต๊ะทำงานของตนั้แ่ที่ออกจากโรงพยาบาลเมื่อตอนรถชนชีวิตก็พลิกผันไปหมดบดินทร์ให้ตนมาอยู่ที่บ้านเพราะมีห้องยังว่างและส่งเสียให้เรียนจนจบแล้วยังรับให้เข้ามาทำงานในบริษัทแต่วันหยุดเพลงพิณก็ไม่เคยอยู่เฉยช่วยแม่บ้านทำงานบ้านเท่าที่จะทำได้ทุกอย่างเพราะรู้สึกเกรงใจที่เขาดีกับตนทั้งที่ความจริงเื่รถชนมันคืออุบัติเหตุส่วนน้าพิราก็โทรมาหาเรื่อยๆ เงินที่บดินทร์จ่ายให้ทุกเดือนเพลงพิณแบ่งเป็สามส่วนคือให้น้าพิราและพ่อด้วยแม้จะน้อยนิดแต่ก็พอจุนเจือได้บ้างและเมื่อได้ทำงานประจำก็ส่งเงินให้น้ากับพ่อมากขึ้นในขณะที่นางบุญนภาก็เอ็นดูเพลงพิณแม้ตอนแรกจะค้านเื่การรับเด็กสาวมาอยู่ด้วยก็ตามแต่เพราะเห็นความขยันของเพลงพิณและความอ่อนน้อมถ่อมตนก็ทำให้คิดถึงบุตรสาวที่ยังไร้ร่องรอยว่าจะหาเจอวันเวลาผ่านพ้นไปเพลงพิณก็เอาชนะใจนางบุญนภาได้สำเร็จ
“คุณภาส ฉันคิดถึงลูก”นางบุญนภารักบุญชญาเหมือนลูกแท้ๆเพราะตนเลี้ยงมาแต่เล็กๆจนเกือบลืมไปด้วยซ้ำว่าบุญชญาเป็ลูกติดสามี
“ผมรู้คุณรักลูกบุญ ผมถึงรักคุณไง”นายประภาสยิ้มพร้อมกับกอดภรรยาไว้ก่อนจะปล่อยมือออกเมื่อบดินทร์เดินเข้ามาที่ห้องรับแขกพร้อมกับเพลงพิณ
“สวีทกันนะครับ”บดินทร์ยิ้มให้ทั้งคู่ในขณะที่เพลงพิณก็ยกมือไหว้เหมือนตอนเช้าที่จะไปทำงานแล้วก็ขอตัวไปช่วยแม่บ้านทำงานเหมือนทุกวัน
“แม่อยากไปทำบุญตรงที่รถเกิดอุบัติเหตุ”
“ครับเดี๋ยวอีกสองสามวันผมว่างค่อยนัดกันอีกทีนะครับ”
ร่างอรชรเดินไปที่ห้องทำงานของบดินทร์เพื่อนำน้ำหวานที่แม่บ้านทำไว้ไปให้เขา
“คุณดินน้ำหวานค่ะ ป้าส้มทำไว้” เพลงพิณยกถาดน้ำหวานเข้ามาในห้องทำงานเขา
“วางไว้แล้วไปหยิบแฟ้มสีส้มที่ห้องนอนมาให้ด้วย”
“ได้ค่ะ” เพลงพิณเดินไปหยิบแฟ้มแล้วก็กลับมาที่ห้องทำงานเขาพร้อมกับยื่นแฟ้มวางไว้บนโต๊ะ
“นั่งลงสิ”เขาเอ่ยขึ้นมองหน้าเด็กสาวที่รับอุปการะพร้อมกับยิ้ม
“มีอะไรคะ”เพลงพิณยังคงก้มหน้าเล็กน้อยแม้จะอยู่ที่นี่เข้าปีที่ห้าแต่ก็ยังคงเกรงใจทุกคนที่นี่เหมือนวันแรกที่มา
“อยากเรียนต่อเมืองนอกไหม”
“เพลงไม่มีปัญญาหรอกค่ะคุณดิน”
“ฉันส่งให้ไปเรียนเองไปไหมล่ะ”
“เพลงก็อยากไปนะคะแต่ไม่อยากรบกวนที่เพลงอยากไปไม่ใช่จะใฝ่สูงเกินตัวนะคะเพียงแต่หากมีความรู้ก็คงช่วยงานคุณดินได้มากกว่านี้”
“แสดงว่าอยากไปเรียนฉันรู้เธอเรียนเก่งผลการเรียนที่ผ่านมาก็เห็นอยู่แล้วขนาดเป็เด็กต่างจังหวัดมาเรียนกรุงเทพฯยังได้ผลการเรียนดีแบบนี้ฉันสนับสนุนอีกอย่างฉันก็เห็นเธอเป็น้อง”เขาพูดแล้วเงียบเพราะรู้สึกจุกที่หัวใจเวลานึกถึงใบหน้าของบุญชญา
“เพลงขอโทษอีกครั้งค่ะแทนพี่ชายที่ทำไปโดยไม่รู้ความจริง”เพลงพิณย่อตัวลงนั่งที่พื้นก้มหัวลงกราบเท้าเขาจนบดินทร์ชักเท้าหนีแทบไม่ทัน
“เด็กบ้าเธอกราบฉันและคุณพ่อคุณแม่มากี่ครั้งแล้วล่ะอย่าทำเลย เธอไม่ผิดเขาก็แค่เข้าใจผิด เรายังหวังว่าจะมีใครใจดีช่วยเหลือน้องบุญเอาไว้และสักวันเราจะเจอน้องและก็คงเจอพี่ชายเธอด้วย”
“เพลงเป็ต้นเหตุทำให้คุณบุญโชคร้ายทำให้พี่ชายทำเื่ผิดเพลงยอมชดเชยให้คุณทุกอย่างค่ะ ครอบครัวคุณดินจะให้เพลงทำอะไรเพลงก็ยอมค่ะยอมชดเชยให้ทั้งชีวิตของเพลง”