สาวบ้านไร่กับมารร้ายจอมป่วน (锦绣农家女)

    ตอนที่ 57 ความเปลี่ยนแปลง

            เรื่องในบ้านของครอบครัวเฉียวซีลือไปทั่วหมู่บ้านเฉียวอีกครั้งก่อนหน้านี้เป็นเรื่องการก่อกำแพง ครั้งนี้เป็นเรื่องการสร้างบ้านแต่ระยะเวลากลับไม่ห่างกันสักเท่าไร คนอิจฉาริษยาย่อมไม่น้อย คนเหล่านั้นต่างหงุดหงิดฉุนเฉียวคำพูดที่พ่นออกมาจากปากล้วนเป็นคำพูดเสียดแทงจิตใจแทบทั้งสิ้น

             

            ช่วงนี้งานในช่วงฤดูใบไม้ผลิใกล้จะหมดลงแล้วทุกคนจึงเริ่มมีเวลาว่าง ป้าๆ อาๆที่ชอบเรื่องซุบซิบนินทาต่างชอบพูดเรื่องคนบ้านโน้นบ้านนี้ ยามนี้เด็กๆมักจะไปรวมตัวกันวิ่งเล่นสนุกสนานที่บริเวณบ้านของเฉียวซี เมื่อเห็นสิ่งของต่างๆค่อยๆ ถูกขนลงมาจากรถม้าทุกคนต่างพากันตกใจอ้าปากค้างจนคางแทบจะตกลงถึงพื้นแม้แต่คนงานก็อดสงสัยไม่ได้เมื่อพวกเขาเห็นเนื้ออยู่ในบรรดาสิ่งของมากมายนั้น ดวงตาของพวกเขาก็เป็นประกายและจึงทุ่มเททำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆส่วนผู้หญิงที่ช่วยทำอาหารก็พากันยิ้มแย้มแจ่มใส ได้ทั้งค่าจ้างและอาหารทั้งยังมีเนื้อมากถึงเพียงนั้น แค่คิดก็รู้สึกอยากกินขึ้นมาแล้ว แต่คิดดูอีกทีเช่นนี้ก็จำเป็นต้องตั้งใจทำงานให้ดีเสียแล้ว

             

            เมื่อเห็นว่าซื้อสิ่งของมากมายถึงเพียงนี้พวกผู้หญิงก็ทยอยเข้าไปยกสิ่งของบนรถม้าเข้าไปในครัวทีละเล็กทีละน้อยหลังจากนั้นก็เริ่มตั้งเตา ต้มน้ำ ล้างผัก หั่นผัก ทำกับข้าว

             

            เนื่องจากคนจำนวนมากเฉียวซีจึงไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน และยืมโต๊ะมาจากเขาเป็นพิเศษนางรู้ว่าที่ศาลบรรพบุรุษของหมู่บ้านเฉียวมีโต๊ะที่ยกไปยกมาง่ายๆ จำนวนมากโต๊ะเหล่านี้ใช้ร่วมกันในหมู่บ้านและมักใช้ยามจัดงานเลี้ยงเช่นงานเลี้ยงงานแต่งงานหรืองานศพ

             

            ครอบครัวของเฉียวซีเป็นผู้ที่ย้ายเข้ามาจากข้างนอกไม่ใช่คนในหมู่บ้าน แม้ว่าจะยืมมา แต่เพื่อไม่ให้คนที่ชอบนินทาในหมู่บ้านเฉียวเอาไปพูดมั่วซั่วเฉียวซีจึงจ่ายค่าเช่าเพื่อหยุดปากคนเหล่านั้น

             

            จริงๆ แล้วผู้ใหญ่บ้านไม่อยากรับสุดท้ายก็ถูกเฉียวซีโน้มน้าว อย่างไรเสียสิ่งเหล่านี้ก็เป็นของทุกคนหากเพียงผู้ใหญ่บ้านตอบรับไปแล้ว แต่คนอื่นไม่เห็นด้วยก็จะเกิดปัญหาแต่หากให้เงินแล้ว ทุกคนก็พูดอะไรไม่ได้ เพราะอย่างไรเสียเฉียวซีก็ไม่ได้ยืมไปเฉยๆ แต่ยังจ่ายเงินอีกต่างหากเช่นนี้คนอื่นจะเอาไปพูดเช่นใดได้

             

            คนมากหมายความว่าแรงก็มากตามไปด้วยยามเที่ยงตรงทุกคนเริ่มกินอาหารกันตรงเวลา อาหารเที่ยงอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่งกับข้าว 5 อย่าง ซุปอีก 1 อย่างวางอยู่เต็มโต๊ะ มีอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ 2อย่าง จำพวกผักอีก 3 อย่างทั้งยังมีซุปกระดูกหมูที่แสนหอมหวาน อาหารทั้ง 5ชนิดเฉียวซีไม่ได้ลงมือด้วยตัวเอง มีเพียงซุปเท่านั้นที่นางทำด้วยตัวเอง

             

            เฉียวซีนำข้าวสวยและหมั่นโถวแป้งสาลีมาวางบนโต๊ะสิ่งเหล่านี้ทำให้ทุกคนที่มองอยู่น้ำลายไหลอาหารเหล่านี้แทบจะดีเกินกว่าอาหารในงานเสี้ยงสังสรรค์ที่จัดขึ้นในหมู่บ้านเสียอีก

             

            ข้าวสวยและแป้งสาลีล้วนเพียงพอสำหรับทุกคนทุกคนต่างเป็นคนซื่อสัตย์ หยิบไปกินเฉพาะที่ตนพอกินไม่มีการแอบขโมยไปเก็บซ่อนไว้แต่อย่างใด อย่างไรเสียเฉียวซีก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนักคนในหมู่บ้านมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไรนางก็พอจะรู้ หากอาสะใภ้ฮัวไม่ได้พูดประโยคนั้นนางก็อาจจะไม่คิดมากถึงเพียงนั้น แต่ถึงอย่างไรเวลานี้นางก็ทำเพียงยิ้มและไม่พูดอะไร

             

            ในสมัยโบราณผู้คนมักเป็นคนซื่อสัตย์หากพวกเขาอยู่ในเทียนเฉา…เกรงว่าพวกเขาคงจะแอบซ่อนหลายสิ่งหลายอย่างเอาไว้กินไว้ใช้คนเดียว

             

            ครั้งนี้เฉียวซีไม่ได้ตระหนี่ถี่เหนียวเลยแม้แต่น้อยนางให้คนที่ทำกับข้าวทำอาหารให้มากพอสำหรับทุกคน เพราะทุกคนทำงานใช้แรงจำเป็นต้องกินให้อิ่มจึงจะมีแรงทำงาน หากทำงานเยอะก็ต้องกินเยอะเช่นกันข้าวสวยถูกทุกคนตักไปจนหมดเกลี้ยง มีเพียงหมั่นโถวที่เหลืออยู่เล็กน้อย

             

            หลังจากที่ลูกของลูกศิษย์ผู้มาฝึกวิชากับติงซิงมาถึงที่นี่นางก็นำเขามาอยู่ข้างกาย เด็กคนนี้รู้ความเป็นอย่างยิ่งตอนที่นางอยู่ด้วยเขาก็จะเล่นคนเดียวอยู่ข้างๆ หันขึ้นมามองนางเป็นครั้งคราวหากนางไม่อยู่ด้วยเขาก็จะก้มหน้าก้มตาเล่นคนเดียวต่อไป ทำให้ทุกคนเอ็นดูเป็นอย่างยิ่ง

             

            ทุกคนกินอาหารกลางวันกันอย่างมีความสุขหลังจากอิ่มหนำสำราญ ทุกคนก็ทำท่าจะไปทำงานต่อเฉียวซีรีบไปหาติงฟู่กุ้ยเพื่อขอให้เขาหยุดสิ่งที่กำลังจะทำและให้พวกเขาพักผ่อนเสียก่อนแล้วจึงทำงานต่อ

             

            ติงฟู่กุ้ยไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็บอกให้ทุกคนหยุดตามที่เฉียวซีขอ และให้ทุกคนไปพักผ่อน

             

            คนเหล่านั้นรู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไรกินมื้อเที่ยงไปมากถึงเพียงนั้นและนี่ก็เป็นอาหารที่ดีที่สุดมื้อหนึ่งที่พวกเขาได้กินยามทำงานเงินค่าจ้างก็ให้สูงมาก แต่ในเมื่อเจ้าของบ้านเป็นคนพูดเองพวกเขาก็ทำได้เพียงไปพักผ่อนพร้อมความรู้สึกไม่สบายใจเท่าใดนัก

             

            หลังจากนอนหลับพักผ่อนเฉียวซีจึงให้พวกเขาไปทำงานต่อ หลังจากเพิ่งกินข้าวเสร็จใหม่ๆ จะไปทำงานไม่ได้คนในยุคสมัยนี้ไม่เข้าใจ นางเป็นผู้ที่มาจากเทียนเฉา จึงไม่ยอมให้พวกเขาทำเช่นนั้นแม้ว่านางจะอยากให้บ้านสร้างเสร็จเร็วๆ แต่นางก็ไม่อาจทนดูพวกเขาทำงานทันทีหลังจากที่เพิ่งกินข้าวอิ่มได้พวกเขาล้วนยากลำบากกันทั้งนั้น ต่างเป็นเสาหลักของครอบครัวหากเสาหลักของครอบครัวล้มลง ความหมายของคำว่าครอบครัวก็คงแหลกสลายไปรสชาติของความรู้สึกนั้นนางรู้ดีเหตุนี้นางจึงไม่อยากเป็นตัวการให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้น อะไรที่เลี่ยงได้ก็เลี่ยงเสียดังนั้นการพักผ่อนหลังอาหารกลางวันจึงเป็นเรื่องสมควร

             

            เมื่อมีกฎเกณฑ์นี้ออกมาทำให้คนที่ทำงานต่อให้ช่วงบ่ายพยายามทำงานอย่างขยันขันแข็ง สำหรับพวกเขาแล้วจำเป็นต้องทำงานให้คุ้มกับอาหารที่กินเข้าไปเมื่อกลางวัน

             

            ฝ่ายผู้หญิงรับผิดชอบเฉพาะเรื่องมื้อเที่ยงเท่านั้นหลังอาหารกลางวัน ผู้หญิงเหล่านั้นก็กลับบ้านก่อนได้ ก่อนที่พวกนางจะไปเฉียวซีเอาหมั่นโถวแป้งสาลีที่เหลือจากมื้อเที่ยงให้พวกนางนำกลับไปบ้านบ้านส่วนเรื่องน้ำ เฉียวซีให้สุ่ยเซียน หมู่ตานและเฉียงเวยเป็นผู้จัดการ

             

            บ้านเริ่มก่อสร้างไปตามระเบียบแบบแผนส่วนฝั่งพื้นที่รกร้างว่างเปล่าที่ซื้อมานางก็ไม่ได้ปล่อยเปล่าบ่ายวันต่อมาโฉนดที่ดินเปล่าอีก 8 หมู่ก็ถูกส่งมาเป็นที่เรียบร้อยด้วยเหตุนี้จึงเพิ่มจำนวนคนที่ทำหน้าที่บุกเบิกที่ดินเพิ่มขึ้นอีกจำนวนหนึ่งเรื่องการบุกเบิกที่ดินนี้เฉียวซีให้ไป่เหอเป็นผู้ดูแลส่วนฝูหรงนางให้อยู่ข้างกายเพื่อรอรับคำสั่งจากนาง

             

            ที่ทางเข้าหมู่บ้านมีคนนั่งคุยเรื่องซุบซิบกันทุกวันและหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดมักจะวนเวียนอยู่รอบบ้านของเฉียวซีบางคนรู้สึกผิดที่กีดกันพวกนางในตอนแรก หากไม่ทำเช่นนั้นเวลานี้ก็คงสามารถไปทำงานหาเงินเล็กๆ น้อยๆ กับนางได้ บางคนก็ดูถูกพวกนางบอกว่าพวกนางเพียงแค่โชคดีเท่านั้น บางคน...โดยสรุปแล้วคำพูดเช่นไรก็มีให้ได้ยินทั้งสิ้น 

             

            ในฐานะที่เป็นตัวละครหลักในเรื่องที่ถูกคนเหล่านั้นพูดถึงนางไม่อาจไปจัดการความคิดของคนเล่านั้นได้ ทุกบ้านต่างต้องใช้ชีวิตของตัวเองคนที่เคยให้ความช่วยเหลือพวกนาง นางก็ยินดียื่นมือเข้าไปช่วยคนที่คอยจ้องแต่จะจับผิดนางก็ไม่ได้มีจิตใจดังพระโพธิสัตว์ที่จะเอาคุณธรรมความดีเข้าไปตอบแทนสิ่งร้ายๆที่คนเหล่านั้นทำกับนาง เรื่องเช่นนั้นนางคงไม่อาจทำได้

             

            “เฉียวซงกลับมาแล้วหรือ”บางคนที่ต้องการใกล้ชิดกับครอบครัวของเฉียว เมื่อเห็นเฉียวซงนั่งเกวียนวัวกลับมาจึงทักทายด้วยรอยยิ้มที่ร่าเริง

             

            “สวัสดีท่านอาสะใภ้”จะยื่นมือเข้าไปทำร้ายคนที่ส่งยิ้มมาก่อนไม่ได้ แม้จะรู้สึกแปลกๆแต่เฉียวซงก็ยิ้มกลับไปเช่นกัน

             

            “รีบกลับไปที่บ้านเถิดน้องสาวของเจ้าช่างเก่งกาจเสียเหลือเกิน”

             

            “ท่านหมายความว่าอย่างไรหรือ” เฉียวซงรู้สึกแปลกๆหลังจากฟังคำของนาง เขารู้ความสามารถของสาวน้อยของตนดีอยู่แล้ว

             

            “กลับไปเดี๋ยวเจ้าก็รู้”

             

            เมื่อเห็นว่าอาสะใภ้เหล่านั้นไม่ต้องการพูดอะไรออกมาเฉียวซงจึงไม่ดึงดันจะถามต่อไป เขาจึงให้คนบังคับเกวียนนำเขากลับบ้านทันที

             

            จนกระทั่งเขามาถึงประตูใหญ่ และจ่ายเงินค่าเกวียนวัวเรียบร้อยแล้ววินาทีที่เขาก้าวเท้าเข้าไปในประตู เฉียวซงก็ต้องตกตะลึง เขาขยี้ตาแรงๆมองแล้วมองอีก ก่อนจะขยี้ตาอีกครั้ง ไม่ได้ตาฝาดไปจริงๆ นี่...นี่มันเรื่องอะไรกัน เขาจากบ้านไปครึ่งเดือน เหตุใด...เหตุใดบ้านจึงกลายเป็นเช่นนี้ บ้านที่ก่อด้วยอิฐสีฟ้าหลังใหญ่ที่ถูกสร้างเสร็จไปครึ่งหนึ่งปรากฏตรงหน้าเขาเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อไรกันพวกน้องรองมีความเคลื่อนไหวมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ

             

            “น้องรองๆ” เฉียวซงแบกกระเป๋าหนังสือของตนเดินผ่านบ้านที่ก่อด้วยอิฐไป แต่เขากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของน้องสาวของตน เห็นเพียงหญิงสาวอายุน้อยเดินตรงมาที่เขาและยื่นมือเข้ามาทำท่าจะเอากระเป๋าหนังสือของเขาไป “นายท่านกลับมาแล้วหรือเจ้าคะ”

             

            เฉียวซงเปิกตาโตในเสี้ยววินาทีใบหน้าของเขาตกตะลึงด้วยความไม่อยากเชื่อ คนคนนี้เรียกเขาหรือ นายท่าน? เขาไม่ใช่คุณชายในตระกูลผู้ดีที่ร่ำรวยสักหน่อยเหตุใดต้องเรียกว่านายท่านด้วยเล่า น้องรองไปที่ใดแล้ว นี่มันเรื่องอะไรกันแน่เวลานี้เขามีคำถามมากมายที่ต้องการคำอธิบายจากนาง

             

            “แม่นาง เฉียวซีน้องสาวของข้าเล่า”เฉียวซงถอยออกไปหนึ่งก้าวก่อนจะถามขึ้น

             

            “นายท่านจำบ่าวผู้นี้ไม่ได้หรือข้าคือผู้ที่เคยถูกคุณหนูช่วยเอาไว้เมื่อครั้งก่อน”นางเปลี่ยนไปมากถึงเพียงนั้นหรือ แต่คุณหนูเห็นครั้งแรกก็จำได้เลยนี่เหตุใดนายท่านจึงจำนางไม่ได้

             

            “อาไหล เหตุใดเจ้าจึงอยู่ที่นี่”เมื่อพูดถึงการช่วยเหลือคน เฉียวซงจึงนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้หลายเดือนเขากับน้องรองได้ช่วยคนคนหนึ่งเอาไว้ น้องรองตั้งชื่อให้นางคนนั้นว่าอาไหลส่วนเรื่องอื่นๆ เขากับน้องรองไม่ได้ใส่ใจเมื่อร่างกายของนางหายดีแล้วนางก็จากไปเงียบๆการที่นางจากไปไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรให้กับครอบครัวของพวกเขาเพราะนางเป็นเหมือนกับคนที่ไม่มีตัวตนมาก่อน

             

            เดินทีพวกเขาก็เป็นเพียงแค่คนที่บังเอิญเจอกันคิดไม่ถึงว่าเวลาผ่านไปหลายเดือน คนคนนี้จะปรากฏตัวขึ้นที่บ้านอีกครั้งดูท่าทางน่าจะมาอยู่หลายวันแล้ว

             

            “ข้ามาทดแทนบุญคุณที่เคยถูกช่วยเหลือไว้ครานั้นยามนี้ข้าเป็นบ่าวของนายท่าน คุณหนู และนายน้อย ข้ายังพาคนมาด้วยจำนวนหนึ่งแต่เวลานี้พวกนางต่างก็ทำงานอยู่ทั้งสิ้น” ฝูหรงอธิบายกับเฉียวซง

             

            “อ๋อ แล้วน้องสาวของข้าเล่า”แน่นอนว่าน้องรองต้องตกปากรับคำไปแล้วเป็นแน่ เช่นนั้นเขาก็ไม่มีอะไรต้องพูดปกติเขาไม่ได้อยู่ที่บ้าน มีพวกนางที่เป็นผู้ใหญ่อยู่ที่บ้านเขาก็รู้สึกสบายใจไม่น้อย

             

            “คุณหนูอยู่ในที่ไร่ที่นาดูคนใส่ปุ๋ยบำรุงดิน ประเดี๋ยวข้าจะไปเรียกคุณหนูกลับมา”

             

            “ไม่ต้อง ข้าจะไปหานางเอง”เฉียวซงส่งสัมภาระให้ฝูหรง แล้วมุ่งหน้าไปยังแปลงเกษตร

             

            ที่ดินรกร้างว่างเปล่า 11 หมู่ คนห้าคนได้ไถถากพลิกปรับหน้าดินไปแล้วเวลานี้ที่ดินเหล่านี้ดูดีขึ้นมาก แต่เนื่องจากเป็นที่ดินที่ถูกทิ้งร้างมานานจึงไม่อุดมสมบูรณ์เท่าไร เฉียวซีจึงตัดสินใจบำรุงดิน

             

            มูลสัตว์เป็นสิ่งที่ทุกบ้านมีเฉียวซีจึงให้คนไปรวบรวมมา หลังจากนั้นใช้กันเฉ่า[1]ผสมเข้าไปแล้วนำไปเผาไฟให้กลายเป็นเถ้าแล้วจึงผสมกับน้ำแล้วนำพวกมันไปโปรยลงทั่วที่ดินเพื่อให้ดินรับเอาสารอาหารได้อย่างรวดเร็ว

             

            เฉียวซียืนอยู่ข้างๆ และออกคำสั่งส่วนคนงานก็ทำตามคำสั่งของนาง จากทำไม่เป็นจนเริ่มชำนาญ สุดท้ายนางก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเลยเพราะพวกเขาทำด้วยตัวเองได้แล้วทั้งยังคิดที่จะใช้วิธีนี้เพื่อบำรุงที่ดินบ้านตัวเองอีกด้วยแต่รอดูผลที่จะเกิดขึ้นก่อนแล้วจึงจะนำไปใช้

             

            เฉียวซงมองไปยังน้องสาวผู้ซึ่งกำลังพูดออกคำสั่งอยู่นั้นเขาก็รู้สึกว่าน้องสาวของตนดูมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมากทั้งยังทำให้รู้สึกว่านางดูไม่เหมือนเด็กเลยแม้แต่น้อยเหมือนกับเป็นผู้ใหญ่ไม่มีผิด ทั้งยังรู้ภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งนี่คือน้องสาวของเขาเชียวนะ

             

            ดูเหมือนว่าการตัดสินใจวางอำนาจของเขานั้นถูกต้องดูสิ รอยยิ้มบนใบหน้าของน้องรองช่างสดใสยิ่งนักรอยยิ้มนี่แหละจึงจะเหมาะสมกับตัวนางอย่างแท้จริง

             

            เฉียวซีรู้สึกอะไรบางอย่างจึงเงยหน้าขึ้นไป และเห็นพี่ใหญ่ยืนยิ้มมองนางอยู่ไม่ไกลทำให้นางยิ้มกว้างขึ้นไปอีก ดวงตาถูกรอยยิ้มของนางทำให้แทบจะกลายเป็นเส้นขีด“พี่ใหญ่ ท่านกลับมาเมื่อไร กลับมานานเพียงใดแล้ว” 


    [1]กันเฉ่า(甘草) สมุนไพรจีนคล้ายชะเอม

    คล้ายกับเรื่องสาวบ้านไร่กับมารร้ายจอมป่วน (锦绣农家女) ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908