เมื่อรู้สึกสบายศีรษะขึ้น เสวี่ยฮุ่ยก็หันหลังเดินเข้าห้องครัว หุงข้าวหนึ่งชาม ทำสลัดผลไม้หนึ่งจาน ผัดผักรวมมิตร และทำซุปฟักเขียวอีกหนึ่งถ้วย
เสวี่ยฮุ่ยคิดขณะที่กำลังกินว่า หากยังกินแบบนี้ต่อไป นางจะกลายเป็กระต่ายหรือไม่นะ!
เฮ่อจิ่นปีนลงมาจากไหล่ของเสวี่ยฮุ่ยแล้วลงไปแช่ในชามซุป รสชาติดีไม่เลวเลยจริง ๆ แม้แม่หนูน้อยคนนี้จะอายุยังน้อยแต่ฝีมือการทำอาหารกลับยอดเยี่ยม นางไม่ได้พึ่งพาเครื่องปรุงรสเ่าั้ทั้งหมด แต่เน้นรสชาติเดิมตามธรรมชาติ ซึ่งจุดนี้ตรงใจเฮ่อจิ่นเป็อย่างมาก
หลังจากกินอิ่มดื่มเต็ม เสวี่ยฮุ่ยเดินออกจากห้องครัวแล้วก็ต้องชะงัก ถั่วลิสงที่เพิ่งปลูกได้ไม่นานบัดนี้สูงกว่าหนึ่งฟุตแล้ว และดูเหมือนว่าใกล้จะออกดอกเต็มที
นี่มัน... โตเร็วเกินไปแล้ว!
"มิติวิเศษนี้ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ!" เฮ่อจิ่นที่แช่ในซุปจนสบายตัว อารมณ์ก็ดีขึ้นมาก
"ไม่ใช่แค่ไม่เลว แต่ดีมากเลยต่างหาก ตามความเร็วนี้ พรุ่งนี้น่าจะเก็บเกี่ยวถั่วลิสงได้แล้วใช่ไหม! ข้าสามารถนำถั่วลิสงเหล่านี้ออกไปข้างนอกได้หรือไม่?" หากนำไปขายก็นับเป็รายได้ก้อนหนึ่ง จะได้ซื้อธัญพืชชั้นดีให้คนในครอบครัวกินด้วย!
"ได้สิ ขอเพียงเ้าสามารถอธิบายให้คนในครอบครัวเข้าใจได้ก็พอ ที่นี่คือยุคโบราณนะ หากมิติวิเศษถูกเปิดเผย เ้าจะถูกตราหน้าว่าเป็ปีศาจแล้วถูกจับมัดบนกองไฟเผาทั้งเป็" เฮ่อจิ่นขู่เสวี่ยฮุ่ย
นึกว่านางเป็เด็กหกขวบจริง ๆ หรือ? แต่สิ่งที่เฮ่อจิ่นพูดนั้นก็ไม่ผิด มิติวิเศษไม่สามารถเปิดเผยได้จริง ๆ อย่างน้อยก่อนที่จะมีความสามารถในการปกป้องตนเอง ต้องรักษาความลับนี้ไว้ให้ดี
วันต่อมา เมื่อเสวี่ยฮุ่ยตื่นขึ้น นางลองแตะรอยแผลเป็บนศีรษะดู ไม่เพียงแต่ตกสะเก็ดแล้ว แต่ยังมีวี่แววว่าจะหลุดลอกออกด้วย
จะให้แผลหายเร็วเกินไปไม่ได้ อย่างน้อยต้องไม่ให้คนในครอบครัวสังเกตเห็นว่าหายเร็วผิดปกติ เสวี่ยฮุ่ยหาผ้าสะอาดผืนหนึ่งมาพันรอบศีรษะสองรอบ จากนั้นสวมเสื้อผ้าเตรียมจะไปช่วยงานในครัว แต่พอเดินออกมาถึงได้รู้ว่านางเป็คนที่ตื่นสายที่สุดในบ้าน
ลานบ้านถูกกวาดจนสะอาด มีควันไฟลอยกรุ่นออกมาจากปล่องไฟในครัว สองพี่น้องเสวี่ยเจี้ยนเวิ่นแบกกิ่งไม้คนละมัด กิ่งไม้เหล่านี้เพียงพอสำหรับทำอาหารมื้อเช้า ตอนกลางวันเมื่อท่านพ่อท่านแม่กลับจากไร่นาจะเก็บกิ่งไม้กลับมาบ้าง และใน่บ่ายสองพี่น้องจะเข้าป่าไปเก็บสะสมไว้เพิ่ม เพื่อเอาไว้ใช้ในยามที่มีลมฝนหรืออากาศหนาวเย็นกะทันหัน
ในโรงเก็บฟืนของตระกูลเสวี่ยมีฟืนที่ตัดยาวสั้นเท่า ๆ กันวางซ้อนกันอยู่หลายแถว จากเื่เล็กน้อยนี้ก็เห็นได้ว่าคนตระกูลเสวี่ยล้วนเป็คนขยัน เสวี่ยฮุ่ยจึงมีความมั่นใจในอนาคตมากขึ้น
"ท่านย่า ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รอง อรุณสวัสดิ์เ้าค่ะ!" เสวี่ยฮุ่ยยืนอยู่ที่ประตูและทักทายทุกคน
"ฮุ่ยฮุ่ยเอ๋ย เ้าตื่นแล้วหรือ ฟ้าเพิ่งจะสว่างเอง เ้านอนต่ออีกสักหน่อยเถิด! ย่าต้มไข่ไก่ให้เ้าสองฟอง และผสมแป้งเหลวไว้ให้ รอให้พวกเขาไปกันหมดและเ้านอนจนอิ่มแล้ว ย่าจะยกมาให้เ้าเองนะ!"
เสวี่ยเจี้ยนหลินวางฟืนลง "ท่านแม่ ตอนนั้นทำไมท่านไม่ให้ข้าเกิดเป็เด็กผู้หญิงล่ะขอรับ! ข้าอิจฉาน้องเล็กจริง ๆ !" สามารถนอนจนตื่นเองตามธรรมชาติ ของอร่อยในบ้านก็ยกให้นางก่อน เมื่อไหร่กันนะที่ตนเองจะได้ััการดูแลเช่นนี้บ้าง!
"เ้าอยากเป็เด็กผู้หญิงงั้นหรือ? เดี๋ยวข้าไปหยิบมีดมาตัดนกน้อยของเ้าทิ้งเสียก่อน จากนั้นจะหาเชือกผูกผมยาวสองฟุตมามัดผมแกละให้สองข้าง อ้อ ในหีบของย่ายังมีกระโปรงอยู่สองสามตัว แม้จะเก่าไปบ้างแต่ยังไม่ขาด เดี๋ยวข้าเอามาให้เ้าเปลี่ยน!" เติ้งอาเหลียนเดินเข้าครัวไปหยิบมีดทำครัว
"ท่านย่า ข้าผิดไปแล้ว ข้าจะไม่พูดจาเหลวไหลอีกแล้วขอรับ!"
เสวี่ยเจี้ยนหลินรีบใช้สองมือปิดเป้ากางเกงของตนเอง เขาไม่อยากโดนมีดฟัน และการมัดผมแกละหรือสวมกระโปรงก็ไม่ได้เด็ดขาด แม้เด็กผู้ชายจะลำบากและเหนื่อยกว่า แต่ทุกวันสามารถวิ่งเล่นได้อย่างบ้าคลั่ง จะขึ้นเขาลงห้วยก็ไม่มีใครว่า มีอิสระกว่าเด็กผู้หญิงตั้งเยอะ
เสวี่ยเจี้ยนเวิ่นดูเื่สนุกอยู่ครู่หนึ่งแล้วเยาะเย้ยน้องชาย "ต่อให้เ้ากลายเป็เด็กผู้หญิงก็ไม่มีประโยชน์ เ้าหน้าตาไม่ดี แถมปากเสียแบบนี้ ต่อให้เป็ผู้หญิงก็คงเป็คนที่โดนรองเท้าตบมากที่สุดในบ้านอยู่ดี"
เติ้งอาเหลียนชอบใช้พื้นรองเท้าตบหลานชายที่สุด เมื่อได้ยินหลานชายคนโตล้อเลียนนางก็ไม่ได้โกรธ
"พื้นรองเท้าของข้าก็เตรียมไว้สำหรับเ้าเสี่ยวหลินนั่นแหละ" เด็กอีกสองคน คนหนึ่งว่านอนสอนง่าย อีกคนเป็แก้วตาดวงใจ นางไม่หักใจตีลงได้
"ถ้าเขาเป็เด็กผู้หญิง เราก็ขายเขาไปเสีย เอาเงินที่ขายได้เก็บไว้เป็สินเดิมให้ฮุ่ยฮุ่ยในอนาคต!" โจวเสี่ยวเม่ยร่วมวงเยาะเย้ยลูกชายคนเล็กด้วย
"ข้ารู้สึกเหมือนตัวเองเป็เด็กเก็บมาเลี้ยงเลยขอรับ!" เสวี่ยเจี้ยนหลินแสร้งถอนหายใจ ตัวเขาที่เป็ลูกคนเล็ก หลานคนเล็ก ไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษใด ๆ เลย มีแต่ความรังเกียจสารพัดที่ได้รับมาเป็กอง
เสวี่ยฮุ่ยเดินเข้าครัว ตักน้ำหนึ่งกระบวย แล้วใส่น้ำพุวิเศษลงไปเล็กน้อยก่อนจะส่งให้ท่านย่า "ท่านย่า ดื่มเถิดเ้าค่ะ!"
หลังจากดื่มน้ำไปไม่กี่อึก เติ้งอาเหลียนก็รำพึงว่า "น้ำที่หลานสาวข้ายกมาให้ ช่างหวานเป็พิเศษจริง ๆ !"
กระบวยน้ำถูกส่งต่อกันในครอบครัว เสวี่ยเจี้ยนหลินเป็คนสุดท้าย เขาประคองกระบวยแล้วดื่มน้ำที่เหลืออยู่จนหมดเกลี้ยง อึก ๆ
"หวานจริง ๆ ด้วยขอรับ ข้าอดใจไม่ไหว ดื่มน้ำที่เหลือจนหมดเลย ลืมแบ่งให้น้องเล็กด้วย" เสวี่ยเจี้ยนหลินรู้สึกเกรงใจเล็กน้อย
"ข้าไม่หิวเ้าค่ะ พี่รองมาดื่มเถิด!" เสวี่ยฮุ่ยช่วยเติ้งอาเหลียนจัดวางชามข้าว นางหวังว่าวันนี้พี่รองจะอยู่บ้านเป็เพื่อน และหากนางอ้อนวอนเขา บางทีอาจจะได้ออกไปเดินเล่นข้างนอกสักรอบ!
เติ้งอาเหลียนและโจวเสี่ยวเม่ยไม่ไว้วางใจเสวี่ยเจี้ยนหลินแล้ว จึงสั่งให้เขาตามไปเก็บก้อนหินในไร่
เมื่อเสวี่ยจื้อหยงและโจวเสี่ยวเม่ยเตรียมของเสร็จและกำลังจะพาลูกชายคนเล็กออกจากบ้าน เติ้งอาเหลียนก็ตบขาตัวเองหลายครั้ง
"เกือบลืมเื่หนึ่งไปเลย วันนี้ต้องให้เสี่ยวหลินอยู่บ้านเป็เพื่อนฮุ่ยฮุ่ย เมื่อวานข้านัดกับแม่ของผู้ใหญ่บ้านไว้แล้ว จะเอาไข่ไก่บ้านเราไปแลกกับพวกเขา อีกไม่กี่วันก็จะถึงเวลาฟักลูกไก่แล้ว บ้านเราไม่มีไก่ตัวผู้ ไข่ที่แม่ไก่พวกนี้ออกจึงไม่เหมาะจะนำมาฟักเป็ลูกไก่"
เมื่ออากาศในชนบทเริ่มอบอุ่น หลายครอบครัวจะเลือกแม่ไก่ที่เหมาะสมมาฟักไข่ ซึ่งอย่างไรก็ถูกกว่าการไปซื้อลูกไก่ที่ตลาด
"ท่านแม่ ท่านไม่ต้องไปบ้านตระกูลหลี่หรอกเ้าค่ะ อีกสองวันก้อนหินในไร่ก็น่าจะเก็บหมดแล้ว ถึงตอนนั้นข้าจะกลับบ้านเดิมไปเอาไข่ไก่มาให้ บ้านเดิมของข้ามีไก่ตัวผู้เยอะเ้าค่ะ!"
ตระกูลโจวในหมู่บ้านอวิ๋นเสียถือเป็ครอบครัวที่มั่งคั่ง มิเช่นนั้นคงไม่สามารถส่งเสียให้มีซิ่วไฉเพียงคนเดียวในหมู่บ้านได้
เติ้งอาเหลียนไม่ยอม หลายปีมานี้ครอบครัวนางได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลโจวมาไม่น้อย จะให้คนอื่นช่วยเหลืออยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้ เติ้งอาเหลียนเป็คนที่มีทิฐิสูง ไม่อยากเอาเปรียบใคร
"ข้าจะไปดูที่บ้านตระกูลหลี่ก่อน ถ้าเหมาะสมก็แลก ถ้าไม่เหมาะสมค่อยว่ากัน พวกเ้าสองคนรีบไปเถิด อย่ารอจนเที่ยงค่อยกลับ งานตอนนี้ไม่ได้เร่งรัด ไม่จำเป็ต้องรีบตื่นแต่เช้ามืดมาทำ!" เติ้งอาเหลียนบอกให้ลูกชายและลูกสะใภ้รีบไป
ก่อนจากไป โจวเสี่ยวเม่ยหิ้วหูลูกชายคนเล็กอีกครั้ง "วันนี้ถ้ากล้าแอบหนีออกไปเล่นคนเดียวอีก ต่อไปไม่ต้องกลับบ้าน ไปอยู่ในแม่น้ำเลยแล้วกัน!"
"วันนี้ข้ารับรองว่าจะไม่ออกไปเด็ดขาด ท่านพ่อ วันไหนที่พวกท่านทำงานเสร็จ เราสองพ่อลูกไปจับปลากันเถิดขอรับ!"
เสวี่ยเจี้ยนหลินได้รับหูคืนมาแล้วรีบถูแรง ๆ ท่านแม่หิ้วหูซ้ายทุกครั้งเลย ผ่านไปอีกสองปี หูข้างหนึ่งของเขาจะใหญ่กว่าอีกข้างหรือไม่นะ!
เสวี่ยจื้อหยงคำนวณวันดู การไปตลาดครั้งต่อไปคืออีกห้าวันข้างหน้า รอให้งานในไร่เสร็จเรียบร้อย การไปจับปลาในแม่น้ำก็นับว่าประจวบเหมาะพอดี
"ถ้าเ้าเป็เด็กดี เราก็จะไป!" เสวี่ยจื้อหยงหันไปเห็นลูกสาวตัวน้อยมองดูสองพ่อลูกด้วยสายตาอิจฉา จึงถามนางว่า "เ้าอยากดูจับปลาหรือไม่?"
เสวี่ยฮุ่ยพยักหน้าหงึก ๆ นางไม่เพียงแต่อยากดูจับปลาเท่านั้น แต่ยังอยากไปตลาดด้วย! เพียงแต่ไม่รู้ว่าความปรารถนานี้จะกลายเป็จริงเมื่อไหร่