บทที่ 8 งานเลี้ยงในสวน
‘ฉันต้องตายแน่ ๆ’ ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกับเอวากันอย่างสนุกสนาน แต่ในใจฉันตอนนี้เหมือนวันโลกแตก เอวา คือ พระแม่ผู้ให้อย่างแท้จริงแต่สำหรับฉันตอนนี้ คนตรงหน้าไม่ต่างอะไรจาก ลูซิเฟอร์ ที่กำลังจะทำให้เกิดวันสิ้นโลก ฉันก็ไม่ต่างอะไรจากสัตว์โง่ ๆ ที่ยืนรอเรือโนอาห์อยู่ที่ท่าน้ำ ถ้าเรือมาก็รอด แต่ดูท่าทางแล้วความดีของฉันคงยังไม่พอที่จะทำให้มีชื่อฉันในรายชื่อขึ้นเรือ...
“ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะมาร่วมงานเลี้ยงแบบนี้ด้วยนะ ลมอะไรหอบมาล่ะ”“ฝ่าบาทเชิญข้าเองมิใช่หรือ”“ก็ใช่ ข้าเชิญเจ้าเอง แต่ข้าก็เชิญเจ้าทุกงาน ไม่คิดว่าจะโผล่มาแค่งานนี้”“ที่ผ่านมาข้าคงเสียมารยาทมาก ขอประทานโทษฝ่าบาทด้วยค่ะ”“ช่างมันเถอะ เจ้ามาก็ดีแล้ว”“ทุกคนคะ นี่เลดี้เอวาแห่งเมืองคาท”“เมืองคาทเหรอคะ” เหล่าหญิงสาวต่างพากันตกตะลึง เนื่องจากไม่ค่อยพบเจอผู้คนจากเมืองคาทมายังเมืองหลวง ยิ่งเป็นธิดาผู้สูงศักดิ์แล้ว ยิ่งเป็นเรื่องยากเมืองคาทเป็นที่พูดถึงในแง่ของความยากลำบากในการเดินทางและความหนาวเหน็บของพื้นที่ การติดต่อระหว่างเมืองทั้ง 3 กับเมืองคาท จึงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก อีกทั้งผู้คนในเมืองคาทยังเป็นที่เลื่องลือในเรื่องของความสันโดษ ความสามารถ และความป่าเถื่อน...การที่เลดี้เอวามาในงานเลี้ยงแบบนี้ก็ย่อมต้องเตรียมใจมาพร้อมรับกับความหวาดกลัวของผู้อื่น เอวาเองก็พอจะรู้ข่าวลือเหล่านั้นมาบ้าง คนจากเมืองคาทส่วนใหญ่ที่นี่จึงมักทำตัวให้กลมกลืนกับชาวเมืองคนอื่น ๆ เพื่อเลี่ยงการซักถามอันน่าเบื่อ หรือท่าทีหวาดกลัวราวกับได้พบเจอกับปีศาจก็ไม่ปานที่นี่ก็เช่นกัน เหล่าหญิงสาวหยุดกิจกรรมทุกอย่างที่กำลังทำอยู่ ทำให้ทั้งสวนที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานเมื่อครู่ เกิดความเงียบเข้าครอบงำจู่ ๆ ก็มีแขนเล็ก ๆ ยื่นเค้กก้อนเล็กมาให้ด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความจริงใจ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเล็ก ๆ ว่า“บัตเตอร์เค้กมั้ยคะ” เอวาชะงักสักครู่ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบเค้กชิ้นน้อยมาไว้ในมือ“ขอบใจนะ” คำกล่าวขอบคุณ ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มเป็นมิตร ตอบแทนให้กับเจ้าของเค้กชิ้นเล็ก ที่ดูเหมือนว่าจะมีรอยตักนิดหน่อย“รู้จักกันไว้ซิ นี่เลดี้ไอรีนแห่งคานิน”“อะ เอ่อ สวัสดีค่ะ เลดี้เอวา”หลังจากนั้นความสนุกสนานก็กลับมาที่สวนนี้อีกครั้ง ราวกับว่าเค้กก่อนเล็ก ๆ ทำลายความเงียบเมื่อครู่ไปจนหมดหญิงสาวคนอื่น ๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มที่เป็นมิตรของเอวาก็เลยมองข้ามความกลัวเมื่อครู่ กลับพากันชวนเอวาพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จนสถานการณ์กลับมาปกติอีกครั้ง
ไอต้าวมือบ้าเอ้ยยยยย เมื่อตะกี้ทำอะไรหะ ทำไมจู่ ๆ ถึงยื่นเค้กไปให้เขาเฉยยยยย เกือบแล้ววว เกือบตายแล้วมั้ยล่ะแต่มันช่วยไม่ได้นี่ เมื่อกี้นางเอกของฉันทำหน้าเศร้าเลยนะ อ่านเรื่องจบแล้วแต่ไม่ชอบเลยที่นางเอกเศร้า บ้านเมืองของนางเอกอยู่ห่างไกล หนาวเหน็บ และยากลำบาก เพราะความหวาดกลัวในพลังอำนาจที่ถ่ายทอดกันทางสายเลือดของตระกูลเพิร์ล ทำให้คนอื่นที่ไม่ได้ครอบครองพลังอำนาจนี้ต่างก็หวาดกลัวและพากันผลักไสให้พวกเขาอยู่ห่างไกลขนาดนั้น เป็นไงล่ะ น่าสงสารใช่มั้ยฉันสงสารเขาน่ะได้ แต่ฉันลืมอะไรไปรึเปล่า ลืมสงสารตัวเองไง อิผี!!!! เดี๋ยวแม่ตีมือหัก ทำอะไรห๊ะ!! เกือบได้ตายจริง ๆ แล้วมั้ยยย คิดซิคิดแต่มันก็ดีเหมือนกันถ้าเค้กก้อนนั้นมียาพิษขึ้นมา ฉันก็จะได้ไม่ตาย อยู่ดี ๆ องค์หญิงอลิสเบธเล่นส่งเค้กมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เขายิ่งคิดจะฆ่าฉันอยู่ ขืนกินไปแล้วมีพิษคือตายอย่างเดียวเลยนะ อีกอย่างตามเนื้อเรื่ององค์หญิงกับเอวาสนิทกันจะตาย ถ้าเอวาโดนพิษจริง ๆ องค์หญิงก็คงไปเอายาถอนพิษมาให้แหละ คงไม่ปล่อยให้เพื่อนรักตายหรอกทีนี้จะเอาไงต่อ กลับตอนนี้ก็ไม่ได้เนี่ยะ แต่ดูนางเอกนิ่ง ๆ นะ เขาคงจำฉันไม่ได้หร๊อกกกก“ไม่เจอกันนานเลยนะไอรีน ได้ข่าวว่าตกน้ำเหรอ เป็นยังไงบ้างล่ะ”ทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น ฉันก็เลิ่กลั่กทันที ‘เป็นไงบ้างล่ะ’ มันมีความหมายแฝงรึเปล่า แบบว่าเธอควรจะตายไปเลยนะ ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาฆ่า ประมาณนี้รึเปล่าหรือเป็นห่วงจริง ๆ แต่การเป็นห่วงคนอื่นก็ไม่น่าจะมีคำว่า ล่ะ ซิ รึฉันคิดมากไป อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ แล้วฉันต้องตอบว่าอะไร รึเขาถามลอย ๆ แค่ยิ้มตอบก็พอแล้วอีกอย่างคือ เขาถามอย่างไร้หางเสียงขนาดนี้ ทั้งที่เวลาคุยกับคนอื่นมีหางเสียงตลอด แปลว่าอะไร เขาจำฉันได้ใช่มั้ย ไม่นะ!!! ช่วยด้วยยยยยยย หนูกลัวววววววว ฮือออออออ อยากกับบ้านนนนนนน
ทันทีที่ไอรีนได้ยินคำถามนั้นจากเอวา ไอรีนก็ทำท่าทีราวกับตกในภวังค์ เอวดูไม่แปลกใจกับอาการแปลกประหลาดของคนตรงหน้า แต่กลับค่อย ๆ เดินจากฝั่งตรงข้าม ไปหาอีกฝ่ายอย่างช้า ๆ ก่อนจะหยุดข้าง ๆ เด็กสาว“เธอดูยังไม่หายดีนะ ตรงนี้คนเยอะ ไปเดินเล่นกันมั้ย” ไม่รอคำตอบ เอวาจับมือไอรีนแล้วพาเดินออกไปอย่างว่าง่าย คนทั้งงานไม่มีใครใส่ใจการกระทำดังกล่าวเลย รวมถึงองค์หญิงเบลที่อยู่ข้าง ๆ ไอรีนด้วย ราวกับทั้งสองคนนี้ไม่เคยอยู่ในงานมาตั้งแต่แรก
“ไอรีน”“เลดี้เอวา ขะ ข้ามาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงคะ” ไอรีนตกใจที่นั่งคิดเอาตัวรอดอยู่ดี ๆ รู้สึกตัวอีกทีก็มาโผล่ในที่ที่ไม่รู้จักกับคนที่คิดจะฆ่าซะได้“ข้าเห็นว่าอยู่ดี ๆ เจ้าก็เดินมาตรงนี้ เลยเดินตามมาน่ะ”“ข้า ทำแบบนั้น เหรอคะ”“ก็ใช่น่ะซิ เจ้าจะหาว่าข้าโกหกอย่างนั้นเหรอ”“เปล่านะคะ! ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้นเลยจริง ๆ”“เป็นอะไรของเจ้า”“เอ่อ คือ คือข้า”“เจ้าคงจะยังไม่หายดีจากที่ตกน้ำอย่างนั้นซินะ”“ค่ะ เป็นแบบนั้นเลยค่ะ อย่างที่ท่านพูดเลย”“เช่นนั้นเจ้าจะตอบรับมางานเลี้ยงเช่นนี้ทำไมกัน ควรจะพักผ่อนให้หายก่อนซิ แบบนี้มันอันตรายนะ”“ข้าดีขึ้นมาแล้วค่ะ อีกอย่างงานนี้องค์หญิงอลิสเบธอุตส่าห์จัดขึ้นเพื่อเป็นการขอโทษข้า หากข้าปฏิเสธคงเสียมารยาท”“ถึงไม่มีเรื่องเจ้า องค์หญิงอลิสเบธก็คงหาเหตุจัดงานเลี้ยงเช่นนี้อยู่เป็นปกติ วันหลังหากเจ้ายังไม่หายดี เจ้าก็จงปฏิเสธ องค์หญิงคงไม่กล่าวโทษคนป่วยหรอก”“เอ่ออ ค่ะ”“เจ้าฝืนตัวเองมาแบบนี้” ว่าพลางเอวาก็เดินเข้าไปใกล้ไอรีนขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับการถอยหลังอย่างอัตโมมัติของคนตัวเล็ก“มันอันตรายกับเจ้านะไอรีน หากเกิดอุบัติเหตุเช่นนั้นขึ้นมาอีก จะทำอย่างไรเล่า” มือของเอวาค่อย ๆ เลื่อนไปจะปลายผมของไอรีน ด้วยความตกใจไอรีนรีบถอยหลังอย่างรวดเร็วความตกใจนั้นทำให้ไอรีนไม่ทันได้มองว่าด้านหลังของตนเองเป็นบ่อน้ำ ด้วยความที่ปากบ่อค่อนไปในทางเตี้ย ทำให้พลัดตกลงไปอย่างง่ายดายทั้ง ๆ ที่เอวาเห็นบ่อน้ำนั้นอยู่ก่อนแล้ว แต่กลับไม่คิดจะกล่าวเตือน อีกทั้งพอเห็นอีกฝ่ายกำลังจะตกลงไป เอวาก็ไม่แม้แต่จะเอื้อมมือไปคว้าคนตัวเล็กที่กำลังจะตกไปตรงหน้า ราวกับตั้งใจให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว
TALK : ไอต้าวคนใจร้ายยยยย อย่าทำอะไรน้อนน้าาาาาาาาาาไรท์มาแล้ววววว ใครก็ได้แจ้งคุณตำหนวดหน่อยยยยยยยยยพรุ่งนี้ไรท์มาอัพตอนต่อไปน้าาาาาา ขอปั่นแป๊ปปปป