เส้นทางจักรพรรดิ

    ตอนที่ 33 ฉิงฉาน

    ในขณะที่ทุกคนรอเธอออกมาจากมิติบททดสอบ บนท้องฟ้าเหนือหัวของทุกคนก็ปรากฎตารางอันดับเเสดงให้ทุกคนเห็น
    อันดับที่ 1 ??? โปรดเลือกรางวัล
    รายการไอเทมต่างๆๆมากมายปรากฎสู่สายตาของจางห้าว
    จางห้าวเลื่อนหาไอเทมดูเเล้วไปเจอกระบี่เล่มหนึ่งที่ดูธรรมดาเป็นอย่างมากเเต่อลิสบอกให้เลือกดาบเล่มนี้จางห้าวไม่คิดให้ปวดหัวอยู่เเล้วเลยกดเเลกทันที
    กระบี่ที่ดูธรรมดาลอยลงมาจากบนฟ้าตกสู่มือจางห้าวเเต่ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจเลยเอาไปยืนให้จางมูเฉิน
    จางมูเฉินรับกระบี่มาไว้ในมือเเล้วเก็บเข้าไปในระบบเขาจะยังไม่ดูข้อมูลของกระบี่ตอนนี้รอกลับไปที่ตระกูลจางค่อยเปิดดู
    พอผ่านไป 2 นาทีกระดานรางวัลก็หายไปไม่มีใครได้เลยนอกจากจางห้าว
    ในขณะที่ทุกคนกำลังสนใจจางห้าวอยู่นั้นหญิงสาวชุดเเดงรูปร่างหน้าตาสวยงามเปรียบเสมือนนางฟ้าที่ร่วงหล่นจากท้องฟ้าผิวสีขาวเนียนผ่องสองเต้าอวบอิ๋มเด้งสะท้อนไปมาตามเเรงเดินเอวบางคอดกริ้วผมสีเเดงพริวไหวตามสายลม
    ทุกคนสัมผัสได้ถึงการมาของเธอเลยหันไปมองเเล้วต้องตกตะลึงกับความงามของเธอ
    นิกายทมิฬรอมาเเล้วสักพักเเต่ก็ไม่มีใครออกมาจากบททดสอบอีกเลยทำให้พวกมันรู้สึกว่ามันมีอะไรเเปลกเกินไปถ้ามีคนตายในบททดสอบนิกายละ 5-10 คนเเละนิกายทมิฬตายหมดมันจะไม่สงสัยเลยสักนิดเเต่นี้ทุกคนรอดกันหมดยกเว้นศิษย์นิกายทมิฬ
    ใครเห็นศิษย์ของข้า " ผู้อาวุโสนิกายทมิฬตะโกนถามจอมยุทธทั้งหลาย
    พวกมันที่เห็นว่าผู้อาวุโสนิกายทมิฬเริ่มโกรธเเล้วเเต่พวกมันก็ไม่รู้ว่าศิษย์นิกายทมิฬคนอื่นๆอยู่ไหน
    เเต่ในขณะนั้นเองศิษย์ของนิกายอัคคีก็กล่าวเตือนสติทุกคน
    พวกเจ้าจำไม่ได้รึว่านิกายทมิฬเดินตามนิกายเมฆาไปนิ " ศิษย์นิกายอัคคีที่กล่าวออกมาก็ยิ้มด้วยความชั่วร้ายในใจ
    พอทุกคนได้ยินที่ศิษย์คนหนึ่งของนิกายอัคคีกล่าวออกมาก็พยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าใช่
    ผู้อาวุโสนิกายทมิฬที่เห็นอย่างนั้นก็หันไปหาผู้อาวุโสของนิกายเมฆาด้วยใบหน้าที่เเสดงว่าต้องการคำตอบในเรื่องนี้
    ผู้อาวุโสนิกายเมฆาไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไขึ้นเลยหันไปถามศิษย์หญิงสาวคนหนึ่งที่เข้าไปในมิติบททดสอบ
    หญิงสาวคนนั้นที่ได้ยินผู้อาวุโสถามเธอก็บอกทุกสิ่งที่รู้มา
    เธอด้วยความกลัวที่ศิษย์พี่ของตนจะโดนฆ่านั้นเลยคิดจะโยนความผิดให้กับตนเองเธอบอกกับผู้อาวุโสว่าตนนั้นเป็นคนวางกับดักให้พวกนิกายทมิฬสูญเสียกำลังเเล้วล่ออสูรเพื่อให้มันตามล่าหญิงสาวในกลุ่มที่ได้ยินก็ตกใจเป็นอย่างมากที่เพื่อนของพวกเธอยอมรับผิดคนเดียวมันทำให้ศิษย์คนๆอื่นรู้สึกผิดไปด้วย
    ฉิงฉาน พึงออกมาจากการรับมรดกก็ยินที่ศิษย์น้องของตนกล่าวก็รู้สึกผิดเป็นอย่างมากเลยเหาะเข้าไปหาผู้อาวุโสของนิกายเมฆาเเล้วเล่าว่าตนนั้นก็เป็นคนทำคนอื่นที่ได้ยินศิษย์พี่ของตนเองกล่าวก็เข้าไปบอกว่าพวกเธอนั้นก็ทำด้วยเหมือนกัน
    ผู้อาวุโสนิกายทมิฬที่ได้ยินก็โกรธเป็นอย่างมากที่ศิษย์ของพวกเขาถูกฆ่าโดยคนของนิกายทมิฬ
    พวกเจ้าส่งทุกคนมารับความตายสะไม่งั้นนิกายทมิฬเเละนิกายเมฆาจะเป็นศัตรูกันตลอดไปจนกว่าจะมีใครพินาศ
    จางมูเฉินที่คิดจะกลับไปเเล้วเห็นเหตุการณ์นี้เลยหันหลังกลับมานั่งดูจางมูเฉินดีดนิ้วครั้งเดียวของผลไม้หลายชนิดวางไว้ให้เลือกทานได้ตามสบาย
    เหม่ยที่เห็นว่าสามีของตนสนใจเรื่องทะเลาะกันของสองนิกายใหญ่เลยหันมาเเล้วหยิบผลไม้ป้อนให้เขากินได้อย่างสบายใจโดยไม่เกรงกลัวฟ้าดินเลยสักนิดเดี่ยว
    ผู้อาวุโสนิกายเมฆาที่เห็นว่าผู้อาวุโสนิกายเรียกร้องมากเกินไปเลยคิดที่จะปกป้องศิษย์ของตนด้วยชีวิตเเต่ถ้าทำอย่างนั้นนิกายของเธอต้องต่อสู้กับนิกายที่เเข็งเเกร่งที่สุดเลยก็ว่าได้
    ฉิงฉานที่เห็นว่าเรื่องมันเเย่ยิ่งกว่าที่คิดก็ไม่รู้จะทำไรเเล้วมันตันไปหมด
    ในขณะที่ฉิงฉานนั้นไม่รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะรอดไปจากสถานะการณ์นี้ได้ก็มีเสียงตาเเก่กล่าวบอกหนทางออกมา
    ขอให้ชายคนนั้นช่วยสะสิเเล้วพวกเจ้าจะรอ.." จิตวิญญาณของชายชรายังไม่ทันกล่าวจบเเต่เหมือนมีสิ่งที่อันตรายมากๆดึงตนออกมา
    ชายชราพยามมองหาว่าตนนั้นอยู่ที่ไหนในสายตาของจิตวิญญาณชายชรามันมืดมากมองไม่เห็นอะไรเลยไม่สามารถติดต่อกับฉิงฉานผู้สืบทอดมรดกได้เลย
    อลิสสัมผัสได้ถึงวิญญาณของชายชราที่พยายามเเทรกเข้าไปในร่างของสามีของเธอทำให้อลิสโกรธมากเลยส่งมันไปในคุกมืดเพื่อเป็นการลงโทษ
    ฉิงฉานพยายามเรียกหาชายชราเเต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาเลยทำให้ฉิงฉานไม่รู้ว่าต้องขอให้ใครช่วยเเต่สัญชาตญาณมันฟ้องให้เรียกชายหนุ่มที่นั่งกินผลไม้
    คุณชายท่านนั้นนะช่วยพวกข้าด้วย ถ้าคุณชายช่วยพวกเราข้าจะให้ของท่าน 3 อย่าง "ฉิงฉานตะโกนเรียกชายชุดขาวคนนั้นก็คือจางมูเฉิน
    จางมูเฉินที่ตอนเเรกไม่สนใจเเต่พอได้ยินว่าจะได้ของสามอย่างก็สะดุ้งขค้นมาทันที่จางมูเฉินเรียกปีศาจ ปราณ กึ่งเเทพออกมา 3 คน
    พวกเจ้าหยุดกันได้เเล้วถ้าจะสู้กันก็ไปที่อื่นอย่ามาทำให้พื้นที่สวยงามเเถวนี้ต้องเต็มไปด้วยเลือด " จางมูเฉินกล่าวออกมาเเละให้กี่เทพทั้งสามใช้พลังปราณสะกดข่มผู้อาวุโสนิกายใหญ่ทั้งห้าสัมผัสได้ถึงพลังปราณกึ่งเทพก็หน้าซีดทันที
    ผู้อาวุโสนิกายทมิฬหน้าซีดเลือดไหลออกมาจากการตีกลับของพลังปราณ"ผู้อาวุโสโปรดใจเย็นลงก่อนพวกข้าหยุดเเล้ว "จางมูเฉินที่เห็นว่าเรื่องมันสงบลงก็ใช้ปราณเทวะปกคลุมฉิงฉานขึ้นมาเเละกล่าวทิ้งทายเอาไว้ให้กับเธอ " ถ้าเจ้าไม่ให้ของสามอย่างที่พอใจเเก่ข้า ข้านี้ละจะเป็นคนทำลายนิกายของพวกเจ้า "ฉิงฉานที่ได้ยินชายหนุ่มกล่าวก็พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ
    ฉิงฉานหยิบเอาของทั้งหมดที่ได้จากมิติบททดสอบ
    หินโลหะเฟอริเวอร์ เเร่ที่เเข็งเเรงที่สุดสามารถฟื้นฟูตัวเองได้มีพลังงานฟ้าดินเข้มข่น
    จางมูเฉินเลือกเเร่โลหะเฟอริเวอร์มาอลิสบอกว่าเป็นเเร่ที่หายากมากเหมาะสำหรับสร้างหุ่นรบของตัวเอง
    รูปร่างเป็นเเผ่นเหล็กใหญ่สีทองลายเเดงจางมูเฉินหาของชิ้นต่อไปก็เลือกเอา เเร่พลังงานโลก หินเอมติเลส
    หินพลังงานโลก เเร่ที่อัดเเน่นไปด้วยพลังงานเต็มล้นออกมา
    หินเอมติเลส มีพลังของกฎเกณฑ์มิติอัดเเน่นอยู่สามารถใช้ได้ 3 ครั้ง
    จางมูเฉินคิดที่จะสร้างหุ่นรบของตัวเองก่อนที่จะบาเรียปกคลุมโลกจะอ่อนเเอ่ลง
    จางมูเฉินเริ่มที่จะผลิตหุ่นรบ รุ่นทดลอง A 1 ออกมาเเต่ยังไม่พร้อมที่จะขับเคลื่อนเเต่ตอนนี้จางมูเฉินได้เมืองมาเเล้วจะทำให้ง่ายต่อการสร้างมากที่สุด
    จางมูเฉินพอได้ของที่ต้องการเเล้วก็ส่งเธอลงไปเเล้วพาภรรยาของตนขึ้นเรือปราณเเล้วเหาะหายไป
    มันเกิดขึ้นเร็วมากเธอถูกส่งลงมาเเล้วเขาก็ซีกมิติเเล้วหายไปเพียงเเค่ 5 วินาทีพอจางมูเฉินหายไปวิญญาณของชายชราก็หลุดออกจากการจองจำเเต่เหมือนว่าจะจำอะไรไม่ได้เลย
    เป็นอย่างไรบ้างนางเซียนน้อย "ชายชราถามฉิงฉานเธอที่ได้ยินชายชราที่หายไปเเล้วมาปรากฎตอนจบเเล้วยังมาถามอีกว่าเป็นอย่างไร
    มันจบเเล้วข้าขอให้ชายหนุ่มคนนั้นช่วย "ฉิงฉานกล่าวออกมาชายชราที่ได้ยินก็งงว่าชายคนไหนเเต่มันไม่สนใจเเล้วเข้าไปจำศิลต่อเหมือนเดิม


    คล้ายกับเรื่องเส้นทางจักรพรรดิ ที่คุณอ่าน