จริงๆแล้ว เมื่อชาติที่แล้วสิ่งที่นางชำนาญนอกจากการแฮกข้อมูล การเขียนโปรแกรม และการต่อสู้ก็คือการทำอาหารนี่แหละ เพราะนางเป็คนชอบกินอาหารอร่อยๆนางถึงกับเคยไปร่ำเรียนการทำอาหารแบบเป็เื่เป็ราวและเมื่อนางมีเวลาว่างนางก็มักจะทำอาหารกินกับน้องชาย ซึ่งน้องชายของนางก็ชอบอาหารที่นางทำมาก
“ได้ ถ้าอย่างนั้นประเดี๋ยวแม่จุดไฟให้”นางซินฟางกล่าวจบก็เข้าครัวไปหลังจากจุดไฟเสร็จก็เอากระต่ายป่าตัวที่ตายแล้วไปถลกหนังและทำความสะอาดอีกตัวที่ยังไม่ตายขังไว้ก่อน เพราะกระต่ายทั้งสองตัว ตัวใหญ่มากแต่ละตัวน่าจะหนักประมาณสิบถึงสิบสองจินได้
ในครัวมีสองเตา ซินหยางเฟิ่งตั้งหม้อหุงข้าวหนึ่งเตาแล้วหันไปจัดการกับเมนูผักและเห็ดอีกหนึ่งเตา
นางต้มเห็ด และยำเห็ด วัตถุดิบหลักคือเห็ดที่เก็บมาส่วนผสมอื่นๆ เก็บมาได้จากป่าบ้าง เอาออกมาจากชิปมิติบ้างและแน่นอนว่านางอ้างว่าเก็บมาจากป่าทั้งหมด
เมื่อนางซินฟางนำกระต่ายป่าที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วมาให้ซินหยางเฟิ่งก็จัดการสับเนื้อกระต่ายป่าครึ่งตัวเป็ชิ้นๆจากนั้นก็ทำผัดเผ็ดกระต่ายป่า อีกครึ่งตัวทำกระต่ายป่าย่าง และทำผัดผักป่าโดยแอบใส่ผงปรุงรสสำเร็จรูปจากชิปมิติเล็กน้อยเพื่อความกลมกล่อมของรสชาติ
ข้าวที่หุงก็เป็ข้าวสารจากมิติผสมกับข้าวที่มีอยู่ในครัว หากมีใครถามถึงนางก็จะทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้เพราะทุกคนก็เห็นว่านางใช้แค่ของในครัว ถึงจะสงสัยไปก็ไม่มีคำตอบ
เมื่อทำอาหารเสร็จ ทุกคนก็กลับมาถึงบ้านพอดี
กลิ่นหอมจากในครัวทำให้แต่ละคนสูดจมูกฟุดฟิดตามหาที่มาของกลิ่นและเมื่อรู้ว่าวันนี้มีเนื้อกระต่ายป่า ทุกคนก็ตื่นเต้นมากเพราะครอบครัวนี้ไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานมากแล้วเมื่อรู้ว่าซินหยางเฟิ่งจับกระต่ายป่ามาได้ ต่างก็พากันแปลกใจนางซินฟางจึงทำหน้าที่อธิบายให้ทุกคนฟังว่าซินหยางเฟิ่งจับกระต่ายป่ามาได้อย่างไรทำให้ทุกคนมองนางด้วยความชื่นชม
มื้อนี้ทุกคนได้กินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยเพราะไม่ได้กินเนื้อสัตว์มานานแล้ว อีกทั้งยังไม่คิดเลยว่าเห็ดจะกินได้ด้วยอาหารจานอื่นๆ ก็อร่อยมากเช่นกันความรู้สึกในวันนี้ราวกับได้กินอาหารเหลาเลยเชียว
“ถ้ารู้ว่าเห็ดกินได้ พวกเราคงไม่อดอยากกันขนาดนี้”ซินฮุ่ยชิวกล่าว
“เห็ดบางชนิดกินได้ บางชนิดกินไม่ได้เ้าค่ะคราวหน้าข้าจะเก็บแบบที่กินได้ และกินไม่ได้มาให้ดูนะเ้าคะ” ซินหยางเฟิ่งกล่าว
“ดี ดี ดี” เหล่าซินและซินฮุ่ยชิวพูดแทบจะพร้อมกันทุกคนมองหน้าพวกเขา แล้วพากันหัวเราะ
แต่เมื่อทุกคนอิ่มแล้ว ความสงสัยก็บังเกิด
“เอ๊ะ เหมือนว่าวันนี้พวกเราจะกินข้าวเยอะมากเลยนะและเหมือนว่าวันนี้ข้าวจะนุ่มมากเลยด้วย” สะใภ้จางกล่าวขึ้น
“นั่นสิ ข้าก็คิดอยู่เหมือนกันว่าเหมือนจะมีอะไรแปลกๆแต่ก็นึกไม่ออก” ซินฮุ่ยชิวเห็นด้วยกับสะใภ้จาง
“หรือว่าเ้าหุงข้าวเยอะจนข้าวสารหมดไปแล้ว”แม่เฒ่ามู่กล่าว หัวคิ้วเริ่มขมวด เพราะหากข้าวสารหมดแล้ววันพรุ่งนี้จะกินอะไร
“ไม่นะเ้าคะ ข้าหุงข้าวเพียงสองถ้วยเองเพราะท่านแม่บอกว่าให้หุงเท่านี้ หากไม่เชื่อท่านจะไปดูในครัวก็ได้”ซินหยางเฟิ่งกล่าวทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ถึงปริมาณข้าวที่มากกว่าปกติ
สะใภ้จางที่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติเป็คนแรกจึงเดินเข้าไปดูในครัว จากนั้นก็กลับออกมาด้วยหัวคิ้วที่ยังขมวดมุ่นอยู่เพราะยังไม่คลายความสงสัย
“เป็อย่างไรบ้าง” แม่เฒ่ามู่ถาม
“นางน่าจะหุงไปสองถ้วยจริงๆ เ้าค่ะเพราะปริมาณข้าวที่เหลืออยู่นั้นถูกต้อง” สะใภ้จางตอบ
“เอาน่าวันนี้อาหารอร่อยมากจนพวกเราอาจจะรู้สึกกันไปเองว่ากินเยอะมากกว่าปกติก็ได้”เหล่าซินกล่าวตัดความสงสัยของทุกคน ในเมื่อไม่พบสิ่งผิดปกติก็ไม่ต้องไปแสวงหาคำตอบให้ปวดหัว
ทุกคนพยักหน้ารับแต่บางคนก็ยังเก็บความสงสัยไว้ในใจแต่ไม่พูดออกมาและแน่นอนว่าซินหยางเฟิ่งทำหน้าตาย ไม่รู้ไม่ชี้
ในขณะที่ซินหยางเฟิ่งกำลังพยายามจะปรับตัวเพื่อให้เข้ากับชีวิตใหม่ในเมืองฉูเฉิง
ณ จวนโหว เมืองหลวงชั้นใน
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ปลายยามเฉินสาวใช้ทั้งห้าเข้ามารายงานผลการทำงานที่ซูเข่อซิงสั่งให้ไปทำเมื่อสามวันก่อน
ระหว่างเมืองหลวงชั้นในถึงทะเลสาบฉางชิงเมืองฉูเฉิงแม้จะเป็เมืองที่อยู่ติดกัน แต่ก็ต้องใช้เวลาในการเดินทางถึงสามชั่วยามเมื่อพวกนางกลับมาถึงเมืองหลวง ประตูชั้นในก็ปิดเสียแล้วพวกนางจึงต้องหาที่พักก่อนคืนหนึ่ง แล้วจึงมารายงานผลตอนเช้า
ซูเข่อซิงขมวดคิ้วเมื่อเห็นใบหน้าของบรรดาสาวใช้และมีคนหนึ่งที่ข้อมือถูกพันด้วยผ้าหนาและคล้องผ้ากับคอไว้ เพราะกระดูกเคลื่อน
“ข้าให้พวกเ้าไปสั่งสอนนังซินหยางเฟิ่งไม่ใช่หรือทำไมพวกเ้าถึงได้หน้าบวมเป็หัวหมูเช่นนี้เล่า”
“บ่าว..บ่าวไปทำงานตามที่คุณหนูสั่งมาแล้วเ้าค่ะแต่..แต่นางสู้กลับ” สาวใช้คนหนึ่งตอบ ในขณะที่คนอื่นๆก้มหน้าสายตาล่อกแล่กหวาดกลัว
ซูเข่อซิงสั่งพวกนางให้ไปบอกกับซินหยางเฟิ่งว่าอย่ามาเพ้อฝันถึงหรือหาทางเข้าใกล้ฉู่โม่โฉวอีกและให้ตบสั่งสอนพอหอมปากหอมคอ นางไม่อยากให้ซินหยางเฟิ่งตายนางอยากให้ซินหยางเฟิ่งได้ใช้ชีวิตที่แสนทรมานจากความยากจนและการถูกทรยศหักหลังจากคนรักเหมือนนางเมื่อชาติที่แล้วมีสิทธิ์อะไร ซินหยางเฟิ่งมีสิทธิ์อะไรถึงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในจวนโหวจวนโหวเป็ที่ของนางต่างหาก ถ้าซินหยางเฟิ่งไม่เกิดมาพร้อมนางถ้าท่านแม่ไม่อุ้มนางผิดความสุขทั้งหมดในชาติที่แล้วของซินหยางเฟิ่งก็ต้องเป็ของนางทั้งครอบครัวที่อบอุ่น และท่านชายฉู่ที่รักมั่นใจเดียวต่อนาง
ซูเข่อซิงคิดว่าเมื่อซินหยางเฟิ่งถูกตบสั่งสอนแล้วจะได้รู้สึกกลัวและไม่กล้าคิดเกินเลยถึงฉู่โม่โฉวอีก แต่สาวใช้ทำเกินคำสั่งเพราะพวกนางต่างก็เคยถูกซินหยางเฟิ่งตบตีทำร้ายตอนที่นางยังเป็คุณหนูในจวนโหวพวกนางจึงอยากใช้โอกาสนี้แก้แค้น พวกนางทำร้ายซินหยางเฟิ่งจนตายโดยที่พวกนางเองก็ยังไม่รู้ตัวว่าได้พรากชีวิตของซินหยางเฟิ่งคนเดิมไปเสียแล้วและพวกนางก็ไม่กล้าบอกซูเข่อซิงด้วยว่านางได้ทำเกินคำสั่งเพราะไม่แน่ใจว่าคุณหนูจะโกรธหรือเปล่า อีกทั้งไม่เพียงแค่ทำเกินพวกนางยังถูกทำร้ายกลับอีก แทนที่ซินหยางเฟิ่งจะกลัวคำขู่ กลับกลายเป็พวกนางเสียอีกที่กลัวจนขาอ่อนเปลี้ยตอนนี้จึงไม่รู้เลยว่าพวกนางจะถูกลงโทษอย่างไร
“หือ พวกเ้าตั้งห้าคนเนี่ยนะไหนพวกเ้าบอกว่านางก็แค่อดีตคุณหนูไม่ได้เื่ที่นางเคยทำร้ายพวกเ้าได้ก็เป็เพราะพวกเ้าไม่สู้กลับนางไงตอนนี้พวกเ้าสู้นางแล้วแต่ก็ยังสู้ไม่ได้หรือ หรือพวกเ้าเก่งแต่ปากกัน”ซูเข่อซิงตะคอกด้วยความไม่พอใจ
“แต่..แต่นางสู้เก่งมากเลยนะเ้าคะ นางไวมากด้วยพวกเราเลยสู้ไม่ได้เ้าค่ะ” สาวใช้อีกคนหนึ่งกล่าว
“ใช่เ้าค่ะวิธีต่อสู้ของนางเหมือนพวกองครักษ์เลยเ้าค่ะ ไม่เหมือนแบบที่นางเคยตบตีพวกเรา”สาวใช้อีกนางหนึ่งยืนยันคำพูดของเพื่อน
“ว่าอย่างไรนะ นางเป็ศิลปะการต่อสู้ด้วยหรือ”ซูเข่อซิงขมวดคิ้วหนักกว่าเดิมนางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าซินหยางเฟิ่งต่อสู้เป็ด้วย นางเป็เพียงสตรีโมโหร้ายไร้เหตุผลไปวันๆ เท่านั้นไม่ใช่หรือ ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติที่แล้วนางไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าซินหยางเฟิ่งจะต่อสู้เป็
ใช่แล้ว ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติที่แล้ว
ใครจะคิดเล่าว่านาง ซูเข่อซิงเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่งแล้วได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ใน่วัยที่ยังไม่มีเื่ราวเลวร้ายจนเกินแก้ไขเกิดขึ้นกับนาง
นางต้องเป็ผู้ที่ถูก์เลือกอย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นแล้ว นางจะได้ย้อนเวลากลับมาใหม่หลังจากตายไปแล้วครั้งหนึ่งได้อย่างไร
นางตายแล้วได้ย้อนเวลามาเกิดใหม่ก่อนที่นางจะพาตัวเองมาให้ซูป๋อเหวินพบ ‘โดยบังเอิญ’ ประมาณหนึ่งเดือน
การดำเนินชีวิตหลังจากที่นางฟื้นขึ้นมาเป็ไปตามชีวิตชาติที่แล้วทุกประการนางคิดว่าหากนางยังใช้ชีวิตเช่นนี้ต่อไปความทุกข์เหมือนชาติที่แล้วของนางก็อาจจะดำเนินต่อไปเช่นเดิม ซึ่งนางไม่้าตัวจริงของนางคือลูกสาวของฮูหยินเอกจวนโหวที่ถูกอุ้มสลับตัวกับครอบครัวซินที่นางอาศัยอยู่ในชาติที่แล้วกว่านางจะรู้ความจริงก็ตอนที่ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว
การพบกันของนางกับซูป๋อเหวินไม่ใช่เหตุบังเอิญแต่มันเป็แผนอยู่แล้ว นางตั้งใจว่าจะหาทางพาตัวเองไปให้เขาเห็นหน้าตอนแรกนางไม่ได้ตั้งใจจะพาตัวเองให้ไปพบกับอันตรายแต่บังเอิญเหลือเกินที่รถม้าวิ่งผ่านมา นางจึงเข้าไปอยู่ใกล้ๆ มือของเขาทุกอย่างจึงเป็ไปด้วยดีตามแผน แต่สิ่งที่เกินความคาดหมายก็คือนางถูกซินหยางเฟิ่งตบ แม้จะเจ็บตัวและผิดแผนไปหน่อยแต่ก็รู้สึกดีไม่น้อยที่ทำให้ใบหน้าอัปลักษณ์ของซินหยางเฟิ่งปรากฏให้ทุกคนเห็นในที่สาธารณะ