ผมรีบกดโทรหาจองมินทันทีเพื่อบอกให้เธอเตรียมตัว รอสายอยู่เพียงอึดใจเธอก็รีบกดรับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ว่าไงคะคุณวายุ มาหรือยัง? ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกแล้วนะคะ...”
“ผมมาถึงแล้วครับ รถจอดอยู่เยื้องหน้าร้าน มองออกมาก็จะเห็นทันที คุณค่อย ๆ พาจีอาเดินออกมา และทำตัวให้เป็นปกตินะครับ พอพวกคุณใกล้จะถึงตัวรถ ผมจะลงไปเปิดประตูรอรับให้ทันที” ผมกำชับแผนการออกไป แม้ในใจจะแอบลุ้นจนมือชื้นเหงื่อ เพราะไม่รู้ว่าแผนการครั้งนี้จะราบรื่นอย่างที่คิดไว้หรือไม่
“โอเคค่ะ” จองมินตอบรับสั้นๆ ก่อนจะรีบหันไปสะกิดจีอาโดยที่ยังไม่ได้วางสายจากผม ทำให้ผมได้ยินบทสนทนาของพวกเธอชัดเจน
“จีอา เราไปกันได้แล้วล่ะ” จองมินพยายามทำเสียงให้ปกติที่สุด
“คุณวายุมาถึงแล้วเหรอคะ? ทำไมไม่เรียกให้เขาเข้ามาทานด้วยกันก่อนล่ะแล้วค่อยกลับ แปปเดียวคงไม่เป็นไรหรอก” จีอาถามกลับด้วยน้ำเสียงใสซื่อ เธอคงยังไม่รู้ซึ้งถึงความตึงเครียดที่กำลังก่อตัวขึ้นรอบตัวแม้แต่น้อย “อื้อ... ร้อนจังเลยค่ะ พี่จองมิน ฉันขอถอดหมวกออกก่อนได้ไหม?”
“ไม่ได้!!” จองมินโพล่งขึ้นมาเสียงหลงพลางรีบเอื้อมมือไปกดหมวกบนศีรษะของจีอาลงให้มิดชิดกว่าเดิม “ระ... เราต้องไปกันเดี๋ยวนี้เลย! ลืมแล้วเหรอว่าที่สถานที่จัดคอนเสิร์ตมีปัญหาน่ะ!”
“แค่แปปเดียวเอง... แล้วพี่จะตกใจอะไรขนาดนั้นคะ ดูทำหน้าเข้าสิ ตลกจัง” จีอาตอบพลางหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี โดยไม่รู้เลยว่าพี่สาวของเธอกำลังสติแตกแค่ไหน
“เอาล่ะ... เราต้องไปกันแล้ว!” จองมินย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจังระดับสิบ พร้อมกับลุกขึ้นแล้วไปกึ่งลากกึ่งจูงจีอาให้ลุกออกจากโต๊ะทันที
ยังไม่ทันถึงนาทีหลังจากที่ทั้งสองคนลุกจากโต๊ะและกำลังจะก้าวพ้นประตูร้าน สถานการณ์ที่ผมกังวลที่สุดก็เริ่มปะทุขึ้น เมื่อกลุ่มคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่งยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพรัว ๆ พร้อมกับโบกมือให้ด้วยท่าทางตื่นเต้น และนั่นเหมือนเป็นการจุดชนวน เพราะหลังจากนั้นอีกหลายคนในร้านที่เริ่มมั่นใจว่าผู้หญิงตรงหน้าคือใคร ก็พากันส่งเสียงฮือฮาและโบกมือทักทายกันพรึบพรับ จนบรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากความสงบเป็นความวุ่นวายในชั่วพริบตา!
เมื่อเห็นว่าฝูงชนที่เดินผ่านไปมาเริ่มชะงักฝีเท้าและพากันชูโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกภาพจนเริ่มหนาตา ผมก็ไม่รอช้า ตัดสินใจเปิดประตูรถพุ่งตรงไปหาพวกเธอทันทีเพื่อทำหน้าที่คุ้มกัน แต่ทว่า... ทันทีที่ทุกคนเห็นผมในชุดบอดี้การ์ดเดินเข้าไปประกบจีอาและจองมิน ความแคลงใจระหว่างใช่กับไม่ใช่ก็ถูกแทนที่ด้วยความมั่นใจเกินร้อยทันที
เสียงตะโกนเรียกชื่อเธอเริ่มดังระงมไปทั่วบริเวณ
“จีอา!”
“นั่นจีอาจริง ๆ ด้วย!”
“คุณจีอาคะ! ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ!”
กำแพงความลับพังทลายลงในพริบตา แฟนคลับเริ่มขยับวงล้อมเข้ามาหาพวกเราจากทุกทิศทาง!
แม้ว่าเสียงเรียกและแสงแฟลชจะดังขึ้นระงมไปทั่วบริเวณ แต่กลับเป็นโชคดีอย่างมหาศาลที่ยังไม่มีใครบุ่มบ่ามพุ่งเข้าถึงตัวเธอแม้แต่คนเดียว ทุกคนต่างหยุดยืนอยู่ในระยะที่พอเหมาะ และดูเหมือนว่ามาดที่เคร่งขรึมของผมจะทำให้พวกเขาเกรงใจจนยอมขยับหลบทางให้เราเดินตรงไปยังรถได้อย่างสะดวก
และในที่สุด ภายใต้ความกดดันที่บีบคั้นหัวใจ ผมก็สามารถพาพวกเธอขึ้นรถและปิดประตูลงได้สำเร็จอย่างปลอดภัยในที่สุด
จีอาไม่ได้สั่งให้ผมออกรถในทันที แต่เธอขอยื้อเวลาต่ออีกสักนิดเพื่อลดกระจกลงทักทายและโบกมือลาแฟน ๆ ที่อุตส่าห์จำเธอได้ จนกระทั่งไม่กี่นาทีต่อมา เมื่อจองมินเห็นว่าฝูงชนเริ่มหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจจะกลายเป็นอุปสรรคต่อการจราจร เธอจึงหันมาสั่งให้ผมเคลื่อนรถออกไปได้
เมื่อรถพ้นจากวงล้อมมาได้ จองมินก็ทิ้งตัวพิงเบาะแล้วถอนหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอย่างประหลาดใจ “เฮ้อ... แฟน ๆ ที่นี่น่ารักจังเลยนะคะเนี่ย ไม่พุ่งเข้ามาขอถ่ายรูปเลยสักคนเดียว ถึงดูเหมือนอยากถ่ายเอามากๆ ก็เถอะ”
“อือ...” จีอาเอ่ยตอบรับลากเสียงยาวพร้อมรอยยิ้มกว้างที่ดูสดใสกว่าเดิม “ตอนแรกแอบนอยอยู่เหมือนกันนะ ว่าที่ไทยดูเหมือนจะไม่ค่อยมีคนรู้จักฉัน พวกเขาเลยไม่เข้ามาทักทาย แต่ตอนนี้โล่งใจแล้วล่ะค่ะ” จีอาเอ่ยอย่างร่าเริง ท่าทางดูมีความสุขเอามากๆ ที่ได้เห็นภาพเมื่อครู่
“ครับ วันนี้ถือว่าโชคดีที่ได้เจอแฟนคลับที่น่ารักและให้เกียรติ” ผมเอ่ยตอบพลางลอบถอนหายใจ ก่อนจะเสริมด้วยน้ำเสียงที่ดูนุ่มนวลลง “แล้วก็... ผมต้องขออภัยด้วยนะครับที่ทำให้วุ่นวายและต้องรีบเร่งขนาดนี้”
“โอ้... ไม่เลยค่ะ ไม่ต้องขอโทษเลย” จีอาละล่ำละลักบอกพลางส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ “กลับกันพวกเราน่ะต้องขอบคุณคุณวายุ วันนี้เรามีความสุขมากจริงๆ ที่ได้ออกไปเดินเล่นเหมือนคนธรรมดาทั่วไปแบบนั้น ส่วนเมื่อกี้ก็ถือว่าเป็นการทักทายแฟนคลับเล็กๆ น้อยๆ พอให้หายคิดถึงกัน คุณวายุไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ”
ผมพยักหน้ารับด้วยความรู้สึกที่เบาบางลงอย่างบอกไม่ถูก “ครับผม... ขอบคุณนะครับ”
...
ระยะทางจากเยาวราชไปยังสยามพารากอนไม่ได้ห่างกันมากนัก เราจึงใช้เวลาเพียงไม่นานก็เดินทางมาถึงจุดหมาย เข็มนาฬิกาตอนนี้บ่งบอกเวลาประมาณบ่ายโมงครึ่ง
แกร็ก...!
เสียงเปิดประตูห้องสตูดโอดังขึ้น ภายในห้องกว้างขวางนั้นเต็มไปด้วยทีมงานที่กำลังขะมักเขม้นทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขัน ทั้งช่างแต่งหน้า ช่างทำผม และฝ่ายประสานงาน บรรยากาศในห้องดูมีความวุ่นวายอยู่พอสมควร
“มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่าคะ?”
จีอาเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางกลุ่มทีมงานที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ทันทีที่สิ้นเสียงใสๆ ของเธอ ทุกคนต่างก็ชะงักมือแล้วหันมามองเธอเป็นตาเดียวด้วยสีหน้าฉงนสงสัย ว่าจีอากำลังหมายถึงเรื่องอะไรกันแน่
แต่ในจังหวะนั้นเอง จองมินที่ไหวตัวทันก็รีบเอ่ยแทรกขึ้นมาทันควัน “เปล่าค่ะๆ ไม่มีอะไรค่ะทุกคน ขอโทษทีนะ” เธอพูดพลางรีบคว้าแขนจีอาไว้แน่นเพื่อตัดบท ก่อนจะชี้ไปที่ถุงของกินในมือของผม “พอดีพวกเราซื้อของอร่อยมาฝากเยอะแยะเลยค่ะ พักเหนื่อยกันก่อนแล้วมาทานกันนะคะ!”
พูดจบจองมินก็รีบลากจีอาให้แยกตัวออกไปทันที ทิ้งหน้าที่จัดการเสบียงไว้ให้ผม ผมจึงหิ้วถุงของกินทั้งหมดไปวางไว้บนโต๊ะกลางเพื่อให้ทีมงานได้พักทานกัน
“ขอบคุณมากนะคะ/ครับ!” เสียงขอบคุณดังระงมไปทั่วห้อง ทั้งจากทีมงานไทยและทีมงานต่างชาติที่ดูจะตื่นตาตื่นใจกับของว่างที่ซื้อมา
ผมยิ้มรับน้อยๆ ก่อนจะรีบออกตัวไปว่า “ต้องขอบคุณคุณจีอาครับ เธอเป็นคนตั้งใจเลือกมาฝากทุกคน ไม่ใช่ผม” สิ้นประโยคของผม ทีมงานทุกคนต่างก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ทำให้บรรยากาศที่เคยตึงเครียดจากการทำงานดูผ่อนคลายขึ้นมาทันตาเห็น
“ตอนแรกนึกว่าคุณจีอามีปัญหาอะไรซะอีก เล่นเอาหัวใจแทบวายเลยค่ะ” ทีมงานจากเกาหลีเอ่ยขึ้นพลางตบหน้าอกเบา ๆ “ที่ไหนได้... แอบซื้อของมาเซอร์ไพรส์พวกเรานี่เอง คุณจีอาน่ารักแบบนี้ตลอดเลยนะคะ”
“นั่นสิคะ แต่ว่าคุณจีอากับคุณจองมินรีบไปที่ห้องพักส่วนตัวจังเลยนะคะ มีอะไรด่วนหรือเปล่าคะเนี่ย?” ทีมงานอีกคนเอ่ยเสริมขึ้นด้วยความสงสัย
“เอ่อ... คงจะเริ่มเพลียกันแล้วแหละครับ เพราะเธอให้ผมพาไปเที่ยวตั้งแต่เช้า” ผมตอบกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความลนลานของสองสาว “ถ้าอย่างนั้นพวกคุณทานกันให้อร่อยนะครับ ผมขอตัวไปดูความเรียบร้อยทางข้างนอกก่อน”
พูดจบผมก็รีบชิงจังหวะเดินออกจากห้องมาทันที