เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่หนึ่งร้อยหกสิบ To aru majutsu

    ตอนที่หนึ่งร้อยหกสิบ To aru majutsu

    คนสมัยใหม่น่าจะพอรู้จักอเลสเตอร์ โครวลีย์จากเรื่องของศาสตร์เวทย์ยุคใหม่

    หรืออย่างน้อยก็เคยไดยินชื่อผ่านๆจากไลท์โนเวลเรื่องTo aru majutsu no index ทางใดทางหนึ่ง

    ว่าคือบอสห้อยหัวในหลอดทดลองของนครการศึกษาAcademy City ที่เป็นแหล่งรวมของนักเรียนพลังจิตจำนวนมหาศาล

    ผมคงทำไม่ได้ขนาดนั้นในการที่จะให้มีคนมีพลังจิตหลายแสนคนขนาดนั้น

    ผมเลยคิดว่าฮอกวอร์ตยังไม่สามารถได้สร้างได้ในวันเดียว

    แต่อย่างน้อยผมต้องสร้างฮอกวอร์ตขึ้นมาให้ได้ในดินแดนแห่งนี้

    และสอนเรื่องของวิชา

    การป้องกันตัวจากศาสตร์มืด

    Defense against the dark art

    ให้เป็นวิชาพื้นฐานแก่ลูกศิษย์ทั่วไป

    ไม่ให้ลูกศิษย์รุ่นหลังๆเอาวิชาสุดยอดด้านเนโครแมนเชอร์อย่างการปลุกผีขึ้นมาคุยได้ทั้งครอบครัวไปทำเพียงแค่“นอนกับผี” อีกต่อไป

    ยิ่งมาเจอเหตุการณ์ในโลกนี้เองผมยิ่งชื่นชม อเลสเตอร์ โครวลีย์และบรรดาผู้ก่อตั้งฮอกวอร์ตมากว่าเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์และเก่งกาจมากจริงๆ

    ในการสร้างองค์กรขึ้นมาจากโลกที่ยุ่งเหยิงเต็มไปด้วยคนอย่างอาจารย์คงหรือบาบูบาบอนได้นี่

    ผมแค่ย้อนกลับมาด้านพื้นฐานว่า

    จิตที่แข็งแรงอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง

    สร้างร่างกายที่แข็งแกร่งเอาไว้ก่อนจะได้สามารถร่ายคาถาที่ต้องใช้เวลานานๆได้

    และผมเรียกว่าพยายามจะลัดขั้นตอนที่บรรดาพระอาจารย์ชื่อดังได้เรียนรู้ในบั้นปลายชีวิต

    พระอาจารย์ชื่อดังนั้นเติบโตมาแบบไม่ต่างกับพระเอกโชวเน็นแนวนักเลงเท่าไร

    พวกเขาคือนักเลงชื่อดังแถวบ้านในวัยเด็กตีรันฟันแทงมาจนชื่อกระฉ่อน

    ก่อนจะเจออาจารย์ที่ดี เข้าหาทางธรรมและฝึกพลังจิตทางธรรมในช่วงที่เป็นพระแล้ว

    ผมแค่ลัดขั้นตอนให้พวกลูกน้องของผมเหล่านี้นั้น

    ข้ามขั้นตอนมาเน้นการฝึกจิตแบบบรรดาพวกพระอาจารย์เหล่านั้นเลย

    การสอนของผมจะเน้นการฝึกร่างกายให้แข็งแรงกับการควบคุมจิตสมาธิเป็นหลัก

    “การนอนกับผี”

    เอาไว้ท้ายๆในตารางการสอน

    อเลสเตอร์โครวลี่ย์ตามที่บันทึกไว้เขาไม่ได้ดูถูกศาสนาพุทธแต่อย่างใด

    แต่เขาเน้นความสำคัญเรื่อง Will จากศาสนาพุทธด้วยแนวคิดว่า

    “ความคิด”

    คือต้นกำเนิดสิ่งทั้งหมด

    เขาพยายามฝึกตนเองให้คิดย้อนหลัง

    นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่เรื่อง To aru แสดงว่าเขาห้อยหัวในหลอดทดลองก็ว่าได้

    ว่าหากเราควบคุมความคิดของเราได้เราก้ควบคุมได้ทุกอย่าง

    ผมจ้องน้ำกาไม่ต่ำกว่าห้านาทีถึงทำให้มันมีการเดือดขึ้นเล็กน้อย

    ผมถอนหายใจที่คำกล่าวของพวกพระอาจารย์บอกว่าเอาไฟแช็คไปจุดจะง่ายกว่าไหม?

    หากต้องการจุดไฟน่ะจะใช้พลังจิตไปทำไม?

    คำตอบคือความเท่ล้วนๆ

    ว่าการจุดไฟด้วยพลังจิตหรือต้มน้ำด้วยพลังจิตทำได้ยากมาก

    แต่การนอนกับผีทำได้ในพริบตาทำให้ไม่แปลกที่โลกนี้คนจะใช้เวทย์ไปเพื่อกามราคะมากกว่าเสกลูกไฟพุ่งใส่กัน

    ทันใดนั้นผมก็คิดอะไรอย่างหนึ่งขึ้นมาได้

    “ลูกพี่น้ำร้อนล้นแล้ว”

    ไอ้ห้อยไอ้โหนร้องเตือนผมจากการที่ผมจ้องจนน้ำเดือดล้นมาจากหม้อต้มน้ำ

    ผมเป่าลมคาถาไปทีจนไฟมอดดับ

    หัวใจเต้นตึกตักเล็กน้อยที่เสียสมาธิไปกับเรื่องอื่นในเวลาที่ใช้เวทย์

    ผมควรจะฝึกให้มากกว่านี้

    เราถึงได้ต้องมาฝึกวิชากันเป็นกลุ่มนี่ล่ะ

    มีอะไรถึงคอยช่วยเหลือกันได้มากกว่าฝึกคนเดียว

    อคาเดมี่ซิตี้หรือฮอกวอร์ตถึงได้มีความก้าวหน้ามากกว่าองค์กรอื่นๆ

    “ข้าคิดอะไรได้น่ะ”

    ผมกล่าวต่อไอ้ห้อยไอ้โหนที่มองอย่างสงสัย

    ผมคิดออกแล้วว่าผมขาดอะไรไป

    ไม้กายสิทธิ์!!!