“ขอบคุณท่านอาจารย์เป็นเพราะตำราที่อาจารย์เขียนขึ้นมาทำให้ศิษย์สามารถหลอมกลั่นโอสถพวกนี้ออกมาได้นี่คือสูตรโอสถที่ศิษย์ได้ดัดแปลงจากสูตรของท่านอาจารย์ หากท่านอาจารย์ต้องการหลอมกลั่นศิษย์ก็พร้อมจะช่วยเหลืออาจารย์ทุกเมื่อ”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ประเสริฐ ประเสริฐยิ่งศิษย์ข้าคนนี้”หลังจากพูดจบผู้อาวุโสซุนหวู่หันไปดูทุกคนที่ตนนี้กลับอ้าปากค้างสิ่งที่พวกเขาพูดกันดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่โอสถที่พวกเขาได้รับมันคือชีวิตอีกหนึ่งชีวิตแม้จะมีคนมาเสนอราคาให้พวกเขามากเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถตีราคาเป็นทรัพย์สินเงินทองได้พวกเขารีบเก็บโอสถที่ได้รับมาไว้อย่างดีส่วนผู้ที่ได้รับผลไม้แห่งชีวิตถึงกับน้ำตาไหล ในความใจกว้างของเฟยหลง เพราะนั่นหมายความว่าหากพวกเขาถูกลอบสังหารพวกเขาสามารถฟื้นคืนชีพได้อีกถึงสองครั้งนั่นหมายความว่าพวกเขามีชีวิตเพิ่มอีกสามชีวิตเลยทีเดียว
ทางด้านดินแดนจงหยวนกษัตริย์ฉีถังชุนเองก็เดินทางถึงอาณาจักรเจิ้นสุ่ยเรียบร้อยแล้วโดยการนำของผู้อาวุโสเหอชู
ณพระราชวังอาณาจักรเจิ้นสุ่ย.......
“กษัตริย์ฉีถังชุนนานแล้วที่พวกเราไม่ได้พบกัน”
“ใช่ใช่ ใช่ นานสิบปีแล้วที่ข้าไม่ได้มาเยี่ยมเยือนท่านวันนี้ที่ข้ามาพบท่านเพราะบุตรชายของข้ากลับมาจากดินแดนเทพสวรรค์แล้วเขามาพร้อมกับอาจารย์เหอชู ผู้อาวุโสนิกายกระบี่สวรรค์”
“น่ายินดีจริงๆ ที่บุตรชายของท่านกลับมา ข้าฟางเหวินเทียนกษัตริย์อาณาจักรเจิ้นสุ่ยคารวะท่านผู้อาวุโส”
“ตามสบายเถอะองค์กษัตริย์ที่พวกเรามาในวันนี้เพราะศิษย์ของข้า ฉีจุ้นวานให้ข้ามาพบกับท่าน”
“ไม่ทราบว่าท่านผู้อาวุโสและองค์กษัตริย์ฉีถังชุนมีอะไรให้พวกเราช่วยเหลือหรือไม่?”
“พูดตามตรงวันนี้ที่พวกเรามาเพื่อสู่ขอองค์หญิงฟางเซียนให้กับบุตรชายของเรา ฉีจุ้นท่านผู้อาวุโสเหอชูเองก็เดินทางจากดินแดนเทพสวรรค์ท่านเองก็รู้ว่าดินแดนเทพสวรรค์ห่างจากที่นี่มากเท่าไหร่แต่ท่านผู้อาวุโสเหอชูก็ยังรีบเดินทางมาเพื่อสู่ขอบุตรสาวของท่านให้กับบุตรชายของเรา”
“เรื่องนี้ข้าเองคงต้องปฏิเสธพวกท่านเพราะพวกท่านมาช้าไปแล้ว ลูกสาวของเรากำลังจะเข้าพิธีมงคลสมรสในอีกไม่กี่วันนี้แล้วและตอนนี้ทุกอาณาจักรก็รับรู้กันไปทั่วรวมถึงประชาชนทั้งหมดต่างเตรียมตัวร่วมยินดีกับงานแต่งในครั้งนี้ข้าคงต้องขอปฏิเสธคำขอของท่านแล้ว องค์กษัตริย์ฉีถังชุน”
“ตอนนี้ยังไม่ได้แต่เสียหน่อยท่านเองก็ต้องเข้าใจท่านผู้อาวุโสนิกายกระบี่สวรรค์มาด้วยตนเองท่านยังกล้าปฏิเสธผู้อาวุโสอีกหรือ ? ท่านเองก็รู้ว่าพวกเราไม่มีทางสู้ผู้อาวุโสเหอชุนได้แม้จะใช้กองทัพทั้งหมด ก็หาได้สู้เขาเพียงคนเดียวได้ท่านจะยอมให้เกิดสงครามขึ้นเช่นนั้นหรือ?”
“นี่ท่านขู่ข้าเช่นนั้นหรือ? พวกท่านต้องการมาก่อกวนงานแต่งของลูกสาวข้าพวกท่านต้องการอะไร”
“พวกเราก็บอกวัตถุประสงค์ของพวกเราอย่างชัดเจนแล้วพวกเราต้องการให้องค์หญิงฟางเซียนแต่งงานกับบุตรชายของเราหรือว่าท่านฟังไม่เข้าใจกษัตริย์ฟางเหวินเทียน”
“ชิข้าไม่มีทางผิดคำพูดกับเฟยหลงอย่างเด็ดขาด หากพวกท่านต้องการทำสงครามจริง ๆพวกเราก็พร้อมที่จะสู้ ท่านไม่ต้องเอาผู้อาวุโสเหอชูมาข่มขู่พวกเราหรอกแม้ข้าจะต้องตาย ข้าก็ไม่มีวันผิดสัญญากับเฟยหลงอย่างเด็ดขาด”
“หากเจ้ามั่นใจเช่นนั้นก็เตรียมตัวรับศึกกับพวกเราอาณาจักรฉางชุนไว้เลยพวกเราจะกลับมาอีกครั้งอย่างแน่นอน พวกเราให้เวลาเจ้าคิดเพียงแค่สองวันเท่านั้นหากยังไม่ได้คำตอบที่พอใจ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากองทัพของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยแห่งนี้จะสามารถเอาชนะท่านผู้อาวุโสเหอชุนได้นะ”
“เชิญพวกท่านกลับไปได้แล้ว!! หากสงครามจะเกิดพวกเราก็พร้อมที่จะสู้คนของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยไม่เคยกลัวตายกลัวแต่พวกเจ้าแพ้แล้วจะร้องขอชีวิตเท่านั้นแหละ”
“ดี!! แล้วพวกเราจะได้เห็นดีกันพวกเจ้าเตรียมกองทัพเอาไว้รอได้เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
หลังจากที่กษัตริย์ฉีถังชุนกษัตริย์อาณาจักรฉางชุนจากไปฟางฮุ่ยเกือบเก็บอาการไม่อยู่เขาอยากจะสังหารกษัตริย์ฉีถังชุนเสียแต่ตอนนี้เลยแต่บิดาของเขาได้ห้ามเอาไว้ก่อน เพราะผู้อาวุโสเหอชูจากนิกายกระบี่สวรรค์นั้นเรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่อันตรายเป็นอย่างมากและระดับพลังยุทธ์ของเขานั้นอยู่ในระดับไหนกษัตริย์ฟางเหวินเทียนเองก็ไม่สามารถมองออกได้เพราะระดับพลังของเขานั้นต่ำกว่าเหอชูนั่นเอง ซึ่งตัวเขาเองก็ทราบดีในเรื่องนี้
“เสด็จพ่อแล้วพวกเราจะทำยังไงกันดีจะเปิดศึกกับอาณาจักรฉางชุนจริง ๆ เช่นนั้นหรือ?”
“หรือว่าเจ้าต้องการให้น้องสาวของเจ้าแต่งงานกับบุตรชายของกษัตริย์ฉีถังชุน”
“ไม่มีทางเสียหรอกเสด็จพ่อลูกไม่มีวันให้น้องสาวของข้าไปตกนรกกับคนพวกนั้นอย่างเด็ดขาดหวังว่าเฟยหลงจะกลับมาในเร็ววันนี้”
“เจ้าไม่ต้องห่วงข้าคิดว่าเฟยหลงคงกลับมาในไม่ช้าเพราะใกล้ถึงเวลาที่เขาจะต้องกลับมาแต่งกับน้องสาวของเจ้าแล้วหากเป็นเจ้าคงไม่คิดจะมาสายให้ฟางเซียนอับอายใช่หรือไม่? อีกอย่างเจ้าเองก็รู้นิสัยของเฟยหลงดีว่าเขาเป็นคนเช่นไร เขาคงไม่ยอมให้ใครมาล้มงานแต่งงานครั้งนี้ง่าย ๆ หรอก”
ห้าวันถัดมาข่าวอาณาจักรฉางชุนยกทัพมาประชิดชายแดนอาณาจักรเจิ้นสุ่ยก็แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วทางด้านอาณาจักรเจิ้นสุ่ยเองก็เตรียมกองทัพประชิดชายแดนเอาไว้เรียบร้อยพวกเขาพร้อมจะทำสงครามกันอย่างเต็มรูปแบบ
“ท่านอาจารย์พวกเราเองก็เดินทางมาหลายวันแล้วทำไมพวกเราถึงยังไม่เห็นเจ้าเฟยหลงและหวังจื่อเลยหรือว่าพวกมันยังเดินทางมาไม่ถึงดินแดนจงหยวนแห่งนี้กันแน่”
“จะมาถึงหรือไม่ไม่สำคัญอีกต่อไปตอนนี้หากพวกเราสามารถยึดอาณาจักรเจิ้นสุ่ยได้ก่อนที่พวกมันจะมาก็จะยิ่งเป็นผลดีกับพวกเราที่จะกำจัดพวกมันทิ้งหากพวกมันมาทันพวกเราก็สังหารพวกมันให้สิ้นไปพร้อมกับอาณาจักรเจิ้นสุ่ยเสียก็สิ้นเรื่องหากเจ้านิกายสอบถามก็เป็นเรื่องของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยกับอาณาจักรฉางชุนจะมีใครรู้ว่าข้าเป็นคนสังหารพวกมัน เพราะไม่มีใครในดินแดนจงหยวนแห่งนี้รู้จักข้ายกเว้นกษัตริย์ฟางเหวินเทียนและบุตรชายของมันที่พวกเราไปเจอเมื่อวันก่อน แล้วพวกเจ้าจะเก็บพวกมันเอาไว้เป็นหอกข้างแคร่หรือไงฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“จริงดังที่อาจารย์พูดพวกเราต้องกำจัดพวกมันให้สิ้นคราวนี้ถึงเจ้านิกายมาเองก็ไม่สามารถช่วยมันได้อย่างแน่นอน”
“จริงสิท่านอาจารย์หากท่านเจ้านิกายมาด้วยพวกเราจะทำเช่นไร”
“หากท่านเจ้านิกายมาจริงๆ ข้าเองก็เตรียมรับมือเอาไว้เรียบร้อยแล้วเจ้าเห็นสิ่งนี้ไหม?”
เหอซูนำกล่องเข็มขนาดเล็กออกมาภายในบรรจุเข็มอยู่สามเล่ม
“ท่านอาจารย์ก็แค่เข็มเล็กๆ สามเล่มจะเอาไปทำอะไรท่านเจ้านิกายได้ระดับพลังยุทธ์ของท่านเจ้านิกายท่านเองก็ทราบดีว่าเขาอยู่ในระดับไหน”
“เจ้าคิดว่ามันเป็นเข็มธรรมดาละสิท่านี่คือเข็มที่อาบไปด้วยพิษที่ร้ายแรงที่สุด มันไร้กลิ่น ไร้สีและสามารถทำให้คนที่ถูกเข็มเล่มนี้เสียชีวิตได้ภายในห้านาที พิษของมันจะทำให้ร่างกายหมดแรงและหัวใจหยุดเต้นภายในห้านาทีเท่านั้น ของสิ่งนี้ข้าได้เตรียมเอาไว้นานแล้วเจ้าไม่ต้องกังวล ที่นี่ห่างไกลจากดินแดนเทพสวรรค์มากหากพวกเราสามารถกำจัดพวกเขาได้ทั้งหมดเมื่อนั้นข้าจะให้ผู้อาวุโสหนึ่งขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำนิกายคนต่อไปแล้วเจ้าคิดว่าผู้อาวุโสหนึ่งจะละทิ้งพวกเราเช่นนั้นหรือ?”
“แผนของท่านอาจารย์สุดยอดจริงๆ ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะเตรียมการทุกอย่างไว้ล่วงหน้าเช่นนี้มาก่อนเลย”
“ข้าคิดเอาไว้ตั้งแต่รู้ว่าเจ้าสองคนนั่นเป็นศิษย์ของท่านเจ้านิกายแล้วว่าสักวันข้าคงต้องแตกหักกับท่านเจ้านิกายอย่างแน่นอนแต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วถึงขนาดนี้ โชคดีที่ข้าได้รับเข็มนี้มาจากอาจารย์ท่านได้มอบเอาไว้ให้ข้าก่อนท่านเสียชีวิต”
“เอาเถอะไหนๆ พวกเราก็ต้องกำจัดศัตรูของพวกเราให้สิ้นซาก เราจะเริ่มสงครามกันในวันพรุ่งนี้ฉีจุ้น เจ้านำกองกำลังจำนวนห้าหมื่นนายบุกเข้าโจมตีเมืองหน้าด่านของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยและยึดมันให้ได้ภายในครึ่งวันหากพวกเจ้าสามารถทำได้จะทำให้ขวัญและกำลังใจของทหารฝ่ายเรามีมากขึ้นหลังจากที่ยึดเมืองหน้าด่านได้แล้ว ให้พวกเจ้านำกองกำลังทั้งหมด มุ่งตรงไปยังเมืองสุ่ย”
“ขอรับท่านอาจารย์”
“หมิงหลง เจ้านำกองกำลังอีกห้าหมื่นนายไปทางทิศตะวันตก เจี๋ยอี มู่ตาน เจ้านำกองกำลังอีกห้าหมื่นไปทางทิศเหนือ โหยวเซียวเจ้านำกกองกำลังอีกห้าหมื่นไปทางทิศใต้พวกเจ้านำกำลังป้องกันกองกำลังเสริมไม่ให้พวกมันเข้ามาเสริมทัพภายในอาณาจักรเจิ้นสุ่ยได้ส่วนองค์กษัตริย์ท่านและข้านำกองกำลังที่เหลือทั้งหมดเข้ายึดเมืองเจิ้นสุ่ย หากไม่มีกองกำลังเสริมพวกเราน่าจะยึดเมืองเจิ้นสุ่ยได้ภายในเวลาสามวันและหลังจากนั้นพวกเราจะใช้เมืองเจิ้นสุ่ยเป็นศูนย์กลางและค่อย ๆรุกเข้าไปในดินแดนของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยหากเมืองไหนไม่ยอมจำนนพวกเราจะสังหารเจ้าเมืองนั้นในทันที”
“ขอรับท่านอาจารย์พวกเราจะทำตามที่ท่านสั่ง”
ทางด้านอาณาจักรเจิ้นสุ่ยกษัตริย์ฟางเหวินเทียนเมื่อได้รับข่าวว่าอาณาจักรฉางชุนยกกองทัพมาประชิดเมืองหน้าด่านพวกเขาเองก็นำกองทัพออกมาต้านทานในทันทีพวกเขานำกองกำลังออกมาและกระจายออกไปรอบทั้งสี่ทิศเพื่อป้องกันเมืองหลวงอาณาจักรเจิ้นสุ่ยเอาไว้ก่อนที่กองทัพของอาณาจักรฉางชุนจะยกทัพมา
ในส่วนของเมืองหน้าด่านองค์ชายฟางฮุ่ยได้เดินทางมาประจำการด้วยตนเองทำให้เหล่าทหารทั้งหลายต่างมีกำลังใจฮึกเหิมเป็นอย่างมากพวกเขาแต่ละคนล้วนได้รับการฝึกฝนและได้รับโอสถจากอาณาจักรเจิ้นสุ่ยอย่างต่อเนื่องทำให้ระดับพลังยุทธ์ของทหารส่วนใหญ่อยู่ในระดับเซียนเสียเป็นส่วนมากส่วนทางด้านทหารของอาณาจักรฉางชุนส่วนใหญ่อยู่ในระดับหลอมรวมจักรพรรดิทำให้ความแตกต่างของระดับฝีมือนั้นมแทบจะเรียกได้ว่ากระดูกคนละเบอร์กันเลยทีเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้นทุกกองทัพของอาณาจักรฉางชุนนั้นเริ่มเคลื่อนทัพตามคำแนะนำของผู้อาวุโสเหอชูในทันทีโดยกองทัพแรกที่เข้าประจันหน้ากับเมืองหน้าด่านของอาณาจักรเจิ้นสุ่ยนำทัพโดยฉีจิ้นบุตรชายของกษัตริย์อาณาจักรฉางชุนต้องเข้าปะทะกับกองทัพขององค์ชายฟางฮุ่ย บุตรชายของกษัตริย์อาณาจักรเจิ้นสุ่ย
“องค์ชายใหญ่กองทัพของอาณาจักรฉางชุนเริ่มเคลื่อนไหวแล้วพวกเขาพร้อมกำลังทหารจำนวนห้าหมื่นนายมุ่งหน้ามาทางนี้แล้วขอรับ”
“ไม่ต้องตื่นตระหนกแม้กองกำลังของพวกเราจะมีเพียงแค่สองหมื่นนายแต่พวกเราถูกฝึกฝนมาอย่างดีข้าเชื่อว่ากองกำลังเพียงสองหมื่นนายของพวกเราจะสามารถเอาชนะกองกำลังจำนวนห้าหมื่นนายของอาณาจักรฉางชุนได้อย่างแน่นอน”
“เรียนองค์ชายใหญ่ตอนนี้กองกำลังของอาณาจักรฉางชุนแบ่งกองกำลังออกเป็นสี่กองทัพมุ่งหน้าไปทุกทิศทางแล้วขอรับและมีอีกกองทัพหนึ่งมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงอาณาจักรเจิ้นสุ่ยของพวกเราด้วยขอรับ”
“การรบครั้งนี้พวกเขาคงเตรียมตัวมาอย่างดีที่สำคัญคงมีคนที่มีความรู้เรื่องการรบเป็นอย่างดีบัญชาการอยู่อย่างแน่นอนพวกเจ้าส่งคนไปรายงานเสด็จพ่อของข้าให้ท่านเตรียมรับมือและแจ้งให้ทุกกองกำลังรบอย่างรอบคอบอย่างได้หุนหันพลันแล่นอย่าเด็ดขาดเราจะพ่ายแพ้ไม่ได้ในการรบครั้งนี้”
“ขอรับองค์ชายใหญ่”