บทที่ 17 จ้าวถนน หม่าล่าทั่ง
ผลซานจาขายได้ดีมาก ดียิ่งกว่าที่เคยขายมาก่อนหน้านี้
เหตุผลนั้นเรียบง่าย คือแต่ก่อนจะซื้อเท่าไรก็ได้ตาม้า แต่ครั้งนี้ สวนผลไม้้าขายให้หมดในคราวเดียว หากอยากได้ผลซานจาก็ไม่มีที่อื่นให้ซื้อ
จุดนี้ต้องยอมรับพลังของคำว่า ‘ไม่แบ่งขาย’ ทั้งสี่ตัวอักษร ผลซานจาสิบชั่ง ถ้าขายหมดในวันเดียวก็ดูมากเกินไป แต่ถ้าสองวันก็ดูจะน้อยไป
แต่เดิมทุกคนคงคิดที่จะซื้อน้อยลง แต่แล้วก็มีวิธีการเก็บรักษาผลซานจาโผล่ออกมา ซึ่งสามารถเข้าถึงจุดอ่อนของทุกคนได้พอดี
เช่นนั้นก็ซื้อเถิด ยังจะลังเลอันใดอีก
ถึงแม้ว่าราคาจะพุ่งสูงขึ้นหลายเท่า แต่โดยรวมแล้วยังพอมีกำไร ดีกว่าไปตั้งแผงขายของริมถนน หาเงินได้เพียงวันละสิบกว่าอีแปะ
จะเลือกยอมแพ้กลับไปมือเปล่า ไม่ได้อะไรติดมือกลับมาแม้แต่เม็ดเดียว
หรือจะยอมรับอย่างจำใจ แล้วยังพอหาเงินได้บ้าง
นี่มันเป็ทางเลือกที่ไม่มีทางออกโดยสิ้นเชิง เพราะคนส่วนใหญ่แทบทั้งหมดจะเลือกข้อที่สอง
เพียงแค่หนึ่งชั่วยาม ตั๋วสินค้าหนึ่งพันฉบับได้ขายหมดเกลี้ยง เถ้าแก่ถังเก็บเงินจนชาไปทั้งตัว ขณะที่คำเยาะเย้ยถากถางเสียดสีไม่หยุดหย่อนโถมเข้าใส่หูของเขา
แต่จะทำได้อย่างไร
ผู้ก่อเื่ไม่ใช่ตัวเขาสักหน่อย เขาเป็เพียงคนช่วยทำงานจุกจิกเท่านั้น
คนที่หลบซ่อนอยู่เื้ัและทำเงินมหาศาล ยังคงดื่มชาอยู่ที่เพิงน้ำชานั่นแหละ
ยิ่งเก็บเงินได้มากเท่าไร ใจของเถ้าแก่ถังก็ยิ่งเ็ปมากขึ้นเท่านั้น
แต่จะทำอย่างไรได้เล่า ใครจะตำหนิตัวเองที่ไร้วิจารณญาณ ปล่อยให้ต้นไม้เงินต้นนี้หลุดมือไป
แค่คิดก็รู้สึกเหมือนจะกระอักเื
ผลของการฉีกหนังสือสัญญานั้น เขารับไม่ไหว ดังนั้นจึงได้แต่ยิ้มขมขื่นบนใบหน้า ขณะที่ภายในใจกำลังร่ำไห้
หน้าประตูสวนผลไม้สงบลงในที่สุด ฝูงชนแยกย้ายกันไป เหลือทิ้งไว้เพียงความรกร้าง
หลี่ฉางอันจึงเข็นรถเข็นไม้เข้ามา
"ขอบคุณเถ้าแก่ถังที่เหน็ดเหนื่อย"
"ไม่กล้ารับคำขอบคุณ ไม่กล้ารับคำขอบคุณ..."
เถ้าแก่ถังโบกมืออย่างไร้เรี่ยวแรง
"เถ้าแก่หลี่วางแผนการใหญ่ ส่วนข้าเหล่าถังก็เป็แค่คนที่เกิดมาเพื่อทำงานหนักเท่านั้น"
น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความน้อยใจ จนทำให้หลี่ฉางอันใ คิดว่าตนเองได้ทำให้ผู้อื่นรู้สึกไม่ดี
เงินที่ใช้ซื้อผลซานจาทั้งหมดถูกเก็บไว้ในหีบไม้ใบหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็เหรียญทองแดง และมีเงินเศษอีกไม่น้อย
รวมกันแล้วหนักถึงยี่สิบถึงสามสิบชั่งเลยทีเดียว
แปลงเป็เงินเหรียญ ก็คือเงินหนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงเต็ม ๆ
หลี่ฉางอันหยิบเงินก้อนหนึ่งออกมาวางในมือของเถ้าแก่ถังแล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม
"เถ้าแก่ถัง เงินพวกนี้ถือเป็ค่าน้ำชาที่ข้ามอบให้ท่านด้วยความเคารพ อย่าได้เกรงใจเลย"
เถ้าแก่ถังชั่งดูน้ำหนักเงินในมือ คงหนักประมาณหนึ่งชั่ง สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ท่านหลี่มีน้ำใจนัก หากวันหน้ามีการค้าขาย ขอฝากตัวด้วย"
"ฮ่าฮ่า แน่นอน แน่นอน" หลี่ฉางอันประสานมือคำนับเถ้าแก่ถังก่อนจะเข็นรถเข็นไม้กลับไป
ภาพเหตุการณ์ทั้งหมดถูกจับตามองโดยคนสองคนบนหอประตูเมือง
"คุณหนู เป็ไปตามที่ท่านคาดการณ์ไว้จริง ๆ มันเป็ฝีมือของเขาแน่นอน"
สาวใช้ชุดเขียวค่อย ๆ นวดไหล่ของคุณหนูชุดขาวพลางกล่าวเสียงนุ่มนวล
"เขาเป็คนฉลาดทีเดียว น่าสนใจ"
คุณหนูชุดขาวนั่งอยู่บนเก้าอี้
"กิจการที่บ้านเรามีไม่น้อย ชวนเขาเข้ามาเป็ผู้จัดการก็ได้นะ จะได้ไม่เสียเปล่าที่พวกเราเฝ้าดูอยู่ที่นี่นานขนาดนี้ ไปสืบดูประวัติของเขาหน่อย..."
"คุณหนู คนจากบ้านยังไม่มา ต้องรออีกสองวัน" สาวใช้ชุดเขียวกล่าวอย่างเกรงใจ
คุณหนูชุดขาวเคาะศีรษะสาวใช้เบา ๆ
"ข้ารู้แน่นอนอยู่แล้ว ไปกันเถอะ พวกเรายังมีธุระสำคัญที่ต้องทำ"
สาวใช้ในชุดเสื้อสีเขียวกุมหน้าผากไว้ พลางบ่นพึมพำด้วยริมฝีปากที่เบะออก
"คุณหนู อย่าเคาะอีกเลย เคาะต่อไปจะทำให้โง่ลงนะ"
…
เมื่อกลับถึงบ้าน หลิ่วจืออินยังคงรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝัน ในหัวยังคงมึนงง เพียงแค่เดินตามหลี่ฉางอันไปเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ
"พี่สะใภ้เป็อะไรไปหรือ" หลี่ฉางอันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะถาม
"ไม่... ไม่มีอะไรหรอก แค่รู้สึกเหมือนกำลังฝันอยู่" หลิ่วจืออินพึมพำ "เพียงชั่วครู่เดียว พวกเราก็ได้เงินมากมายขนาดนี้เลยหรือ แม้ว่าพวกเราจะทำถังหูลู่ออกมาได้แล้ว แต่ก็ไม่ได้กำไรอะไรมากนัก ทำไมถึงกลายเป็แบบนี้ในทันทีได้ล่ะ"
หลี่ฉางอันส่ายหน้าพลางยิ้ม
แต่ก่อนที่บ้านอาศัยการหมักเหล้าและขายเหล้าเลี้ยงชีพ ทุกอย่างล้วนเป็เงินที่ได้มาจากความเหนื่อยยาก ไหนเลยจะคิดถึงวิธีหาเงินแบบนี้ได้
การเปลี่ยนแปลงและการพลิกผันเช่นนี้ สามารถจินตนาการได้ว่าสร้างความใให้กับหลิ่วจืออินเพียงใด
หลังจากขนหีบเข้าเรือนเหนือแล้ว หลี่ฉางอันก็ยังคงเคี่ยวน้ำตาลต่อไป
"น้องรอง วันนี้พวกเราไม่มีผลซานจา แล้วจะเคี่ยวน้ำตาลไปทำไม"
หลิ่วจืออินรู้สึกตัวและถามด้วยความสงสัย
"ใครบอกว่าถังหูลู่จำเป็ต้องใช้ผลซานจาเท่านั้นล่ะ"
หลี่ฉางอันตอบพลางหัวเราะ
"พี่สะใภ้ ช่วยล้างผลไม้พวกนั้นที่พี่เสี่ยวหลานให้พวกเรามาเมื่อวานหน่อย แล้วหั่นเป็ชิ้น ๆ อีกไม่นาน ทั่วทั้งถนนจะเต็มไปด้วยคนขายถังหูลู่ที่ทำจากผลซานจา เราคิดลวดลายใหม่ขึ้นมาพอดี กลัวว่าจะไม่มีคนซื้อหรือไร"
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ถังหูลู่ผลไม้รวมก็ถูกทำเสร็จ หลิ่วจืออินชิมดูคำหนึ่ง
"อร่อยไหม"
"อืม ๆ อร่อย" หลิ่วจืออินรีบพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น ดวงตาฉ่ำวาวเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ดูเหมือนกระรอกที่กำลังกอดลูกสนไว้ ใบหน้าอ่อนโยนมีความซุกซนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
"น้องรอง เ้าคิดวิธีนี้ได้อย่างไรกัน ทั้งการหมักเหล้า ทำถังหูลู่ และวิธีทำเงินนั้น เ้าไม่เคยถามถึงเื่พวกนี้มาก่อนเลย"
มองดูหลิ่วจืออินในตอนนี้ หลี่ฉางอันรู้สึกสงสารเล็กน้อย ถึงแม้นางจะเป็พี่สะใภ้ แต่ก็อายุเพียงยี่สิบสองปีเท่านั้น ไม่เพียงแต่ต้องดูแลน้องสาว แต่ยังต้องดูแลร่างเดิมของเขาที่ป่วยหนักนอนติดเตียง ทำงานหนักโดยไม่บ่นมาห้าปีแล้ว
ตอนนี้ ในที่สุดนางก็สามารถวางภาระบางส่วนลงได้แล้วใช่ไหม
"ตอนนี้ข้าเกิดความตื่นรู้อย่างฉับพลันแล้ว"
หลี่ฉางอันก็หยิบไม้เสียบถังหูลู่อันหนึ่งขึ้นมา แล้วนั่งเคียงข้างกับหลิ่วจืออินบนธรณีประตู แล้วเริ่มกัดกรุบกรุบ
"ดังนั้นข้าจะดูแลบ้านหลังนี้เอง พี่สะใภ้ไม่ต้องกังวล น้องสาวจะได้รับการช่วยเหลือในเร็ว ๆ นี้..."
"อืม ข้าเชื่อเ้า"
หลังจากกินถังหูลู่ในมือเสร็จ เสี่ยวหลานกับเสี่ยวฟางก็เดินมาหา
"อ้าว! วันนี้ทำไมเปลี่ยนรูปแบบล่ะ" เสี่ยวหลานมองดูถังหูลู่ผลไม้รวมด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง
"พี่สาวทั้งสอง ลองชิมดูก่อนสิ"
หลี่ฉางอันยิ้มและยื่นถังหูลู่สองไม้ให้พวกนาง
เสี่ยวหลานและเสี่ยวฟางรับมาแล้วกัดคำหนึ่ง พยักหน้าซ้ำ ๆ
"อืม สดชื่นหวานอร่อย เทียบกับผลซานจาแล้ว เป็คนละรสชาติเลย"
"พี่เสี่ยวหลานพี่เสี่ยวฟาง ต่อไปนี้ถังหูลู่ผลไม้รวมพวกพี่ทำเองเถอะ" หลี่ฉางอันกล่าว "ไม่ต้องมาแบ่งเงินกับพวกเราอีกแล้ว"
"เกิดอะไรขึ้นหรือ! พวกเราทำอะไรผิดหรือ!" สีหน้าของเสี่ยวหลานและเสี่ยวฟางเปลี่ยนไปทันที รีบถามอย่างร้อนรน
แม้ว่าการขายถังหูลู่จะต้องแบ่งเงินกับหลี่ฉางอัน แต่การค้านี้พวกนางไม่ต้องลงทุนสักแดงเดียว อีกทั้งถังหูลู่ของหลี่ฉางอันก็มีรสชาติดีกว่า ขายได้มากกว่า ทำให้พวกนางรู้สึกสบายใจที่ได้กำไร
โดยเฉพาะวันนี้ เมื่อได้ยินว่าผลซานจาที่ขายอยู่นอกเมืองมีราคาสูงลิบลิ่ว ยิ่งทำให้พวกนางมุ่งมั่นที่จะค้าขายกับหลี่ฉางอันมากขึ้น
แต่ตอนนี้จากน้ำเสียงของหลี่ฉางอันดูเหมือนว่าต่อไปเขาจะไม่ค้าขายร่วมกับพวกนางอีกแล้ว
พวกนางรู้สึกใและหวั่นวิตกทันที
หลิ่วจืออินก็คิดเช่นเดียวกัน รีบดึงชายเสื้อของหลี่ฉางอันอย่างร้อนรน
หลี่ฉางอันหัวเราะพลางอธิบาย
"พี่สาวทั้งสองคิดมากไปแล้ว ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น หลายวันมานี้ ต้องขอบคุณพี่ทั้งสองที่ช่วยเหลือ ฉางอันไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร จึงคิดว่าจะมอบกิจการนี้ให้พี่เสี่ยวหลานและพี่เสี่ยวฟาง พวกท่านก็จะได้กำไรมากขึ้นด้วย เดี๋ยวจะให้พี่สะใภ้สอนวิธีเคี่ยวน้ำตาลให้ท่านทั้งสองด้วย"
เสี่ยวหลานจึงได้ถอนหายใจยาวโล่งอก พลางตบอกตัวเอง
"ข้านึกว่าพวกเราทำอะไรไม่ดี เ้าจะเตะพวกเราออกไปเสียอีก"
"ข้าไม่กล้าทำอย่างนั้นหรอก" หลี่ฉางอันหัวเราะ "ถ้าทำแบบนั้นจริง ๆ พี่สะใภ้คงด่าข้าตายแน่ การค้าขายถังหูลู่ต่อจากนี้จะมอบให้พี่สาวทั้งสองคนดูแลอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ข้ายังมีความคิดอีกอย่างหนึ่ง ไม่ทราบว่าพี่สาวทั้งสอง้าจะทำร่วมกันหรือไม่"
"้าแน่นอน"
"แน่นอนอยู่แล้ว"
เสี่ยวหลานและเสี่ยวฟางรีบพยักหน้าทันที
ฟังจากหลี่ฉางอัน ชัดเจนว่าเขาไม่ค่อยสนใจการค้าขายถังหูลู่แล้ว กิจการใหม่ต้องมีกำไรมากกว่าแน่นอน
อีกทั้งหลี่ฉางอันกับหลิ่วจืออินช่วยเหลือพวกนางมาตลอดหลายวันนี้ ความกรุณานี้พวกนางไม่มีวันลืม
หลี่ฉางอันเดินเข้าไปในห้องและหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา
"สำหรับธุรกิจนี้ คงต้องรออีกสองวัน ตอนนั้นจะให้พี่สะใภ้แจ้งพี่สาวทั้งสองคน แต่ใน่สองวันนี้ พี่สาวทั้งสองคนสามารถหาวัตถุดิบเหล่านี้ก่อนได้ เมื่อข้าเตรียมพร้อมแล้ว เราก็สามารถเริ่มได้ทันที"
เสี่ยวหลานเสี่ยวฟางรีบรับกระดาษมา หลิ่วจืออินก็ขยับเข้ามาใกล้ด้วย
"ปวยเล้ง ผักชี ผักกาดขาว เห็ดนางฟ้า ข้าวโพด ลูกชิ้นปลา หมูสามชั้น..."
"น้องรอง นี่คืออะไรหรือ" หลิ่วจืออินกระพริบตามองมาที่หลี่ฉางอัน
หลี่ฉางอันพูดอย่างช้า ๆ ทีละคำ
"าาแห่งอาหารริมถนน หม่าล่าทั่ง!"